法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนของแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัดชลบุรี ศาลจังหวัดตรัง ศาลจังหวัดนครปฐม ศาลจังหวัดนราธิวาส ศาลจังหวัดปทุมธานี ศาลจังหวัดร้อยเอ็ด และศาลจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2538

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
10
มาตรา อารัมภบท

พระราชกฤษฎีกา

พระราชกฤษฎีกา

จัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน

ของแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัดชลบุรี

ศาลจังหวัดตรัง

ศาลจังหวัดนครปฐม

ศาลจังหวัดนราธิวาส ศาลจังหวัดปทุมธานี

ศาลจังหวัดร้อยเอ็ด

และศาลจังหวัดอุดรธานี

พ.ศ. ๒๕๓๘

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ ๓๑

มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๘

เป็นปีที่ ๕๐

ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรจัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนของแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวขึ้นในศาลจังหวัดชลบุรี

ศาลจังหวัดตรัง ศาลจังหวัดนครปฐม ศาลจังหวัดนราธิวาส ศาลจังหวัดปทุมธานี

ศาลจังหวัดร้อยเอ็ด และศาลจังหวัดอุดรธานี

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๗๕

ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๓๓ วรรคหนึ่ง

แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว

พ.ศ. ๒๕๓๔ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑

พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนของแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัดชลบุรี

ศาลจังหวัดตรัง ศาลจังหวัดนครปฐม ศาลจังหวัดนราธิวาส ศาลจังหวัดปทุมธานี

ศาลจังหวัดร้อยเอ็ด และศาลจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. ๒๕๓๘”

มาตรา ๒

มาตรา ๒[๑]

พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓

ให้จัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนของแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัดชลบุรีขึ้นในจังหวัดชลบุรี

เรียกว่า

“สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนของแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัดชลบุรี”

โดยให้มีเขตอำนาจตลอดจังหวัดชลบุรี และให้เปิดทำการตั้งแต่วันที่ ๗ สิงหาคม พ.ศ.

๒๕๓๘ เป็นต้นไป

มาตรา ๔

มาตรา ๔

ให้จัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนของแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัดตรังขึ้นในจังหวัดตรัง

เรียกว่า

“สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนของแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัดตรัง”

โดยให้มีเขตอำนาจตลอดจังหวัดตรัง และให้เปิดทำการตั้งแต่วันที่ ๗ สิงหาคม พ.ศ.

๒๕๓๘ เป็นต้นไป

มาตรา ๕

มาตรา ๕

ให้จัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนของแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัดนครปฐมขึ้นในจังหวัดนครปฐม

เรียกว่า

“สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนของแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัดนครปฐม”

โดยให้มีเขตอำนาจตลอดจังหวัดนครปฐม และให้เปิดทำการตั้งแต่วันที่ ๗ สิงหาคม พ.ศ.

๒๕๓๘ เป็นต้นไป

มาตรา ๖

มาตรา ๖

ให้จัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนของแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัดนราธิวาสขึ้นในจังหวัดนราธิวาส

เรียกว่า

“สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนของแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัดนราธิวาส”

โดยให้มีเขตอำนาจตลอดจังหวัดนราธิวาส และให้เปิดทำการตั้งแต่วันที่ ๗ สิงหาคม พ.ศ.

๒๕๓๘ เป็นต้นไป

มาตรา ๗

มาตรา ๗

ให้จัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนของแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัดปทุมธานีขึ้นในจังหวัดปทุมธานี

เรียกว่า “สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนของแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัดปทุมธานี”

โดยให้มีเขตอำนาจตลอดจังหวัดปทุมธานี และให้เปิดทำการตั้งแต่วันที่ ๗ สิงหาคม พ.ศ.

๒๕๓๘ เป็นต้นไป

มาตรา ๘

มาตรา ๘

ให้จัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนของแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัดร้อยเอ็ดขึ้นในจังหวัดร้อยเอ็ด

เรียกว่า

“สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนของแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัดร้อยเอ็ด”

โดยให้มีเขตอำนาจตลอดจังหวัดร้อยเอ็ด และให้เปิดทำการตั้งแต่วันที่ ๗ สิงหาคม พ.ศ.

๒๕๓๘ เป็นต้นไป

มาตรา ๙

มาตรา ๙

ให้จัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนของแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัดอุดรธานีขึ้นในจังหวัดอุดรธานี

เรียกว่า

“สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนของแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัดอุดรธานี”

โดยให้มีเขตอำนาจตลอดจังหวัดอุดรธานี และให้เปิดทำการตั้งแต่วันที่ ๗ สิงหาคม พ.ศ.

๒๕๓๘ เป็นต้นไป

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐

ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

ชวน หลีกภัย

นายกรัฐมนตรี

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ

เนื่องจากได้มีการเปิดทำการแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัดชลบุรี ศาลจังหวัดตรัง

ศาลจังหวัดนครปฐม ศาลจังหวัดนราธิวาส ศาลจังหวัดปทุมธานี ศาลจังหวัดร้อยเอ็ด

และศาลจังหวัดอุดรธานี

สมควรจัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนของแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวขึ้นในศาลจังหวัดชลบุรี

ศาลจังหวัดตรัง ศาลจังหวัดนครปฐม ศาลจังหวัดนราธิวาส ศาลจังหวัดปทุมธานี

ศาลจังหวัดร้อยเอ็ด และศาลจังหวัดอุดรธานีด้วย และโดยที่มาตรา ๓๓ วรรคหนึ่ง

แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว

พ.ศ. ๒๕๓๔

บัญญัติว่าการจัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัดและการกำหนดเขตอำนาจของสถานพินิจดังกล่าวให้กระทำโดยพระราชกฤษฎีกา จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

ปริญสินีย์/ผู้จัดทำ

๒๑ ตุลาคม ๒๕๕๓

นฤดล/ผู้ตรวจ

๒ ธันวาคม ๒๕๕๓

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๑๒/ตอนที่ ๖ ก/หน้า ๑๖/๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๘

10 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนของแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัดชลบุรี ศาลจังหวัดตรัง ศาลจังหวัดนครปฐม ศาลจังหวัดนราธิวาส ศาลจังหวัดปทุมธานี ศาลจังหวัดร้อยเอ็ด และศาลจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2538 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_de5314a8226e9d2a

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com