法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

พระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวกลาโหงม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
9
มาตรา อารัมภบท

พระราชกฤษฎีกา

พระราชกฤษฎีกา

แบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการ

กองทัพบก

กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม (ฉบับที่ ๒)

พ.ศ. ๒๕๕๘

ภูมิพลอดุลยเดช

ป.ร.

ให้ไว้ ณ

วันที่ ๒๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๘

เป็นปีที่ ๗๐

ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการแบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการกองทัพบก

กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

(ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ และมาตรา ๒๓ วรรคหนึ่ง

แห่งพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. ๒๕๕๑

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.

๒๕๕๖ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการกองทัพบก

กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘”

มาตรา ๒

มาตรา ๒[๑] พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่

๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ เป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา

๕ แห่งพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการกองทัพบก กองทัพไทย

กระทรวงกลาโหม พ.ศ. ๒๕๕๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๕ กรมกำลังพลทหารบก มีหน้าที่วางแผน อำนวยการ

ประสานงาน กำกับการ และดำเนินการเกี่ยวกับงานนโยบายและแผนกำลังพล การเตรียมพล

การจัดการกำลังพล การปกครองกำลังพล การบริการ สิทธิ และขวัญกำลังพล

การพัฒนาความรู้ของกำลังพล การศึกษาที่นอกเหนือจากสายงานยุทธการ งบประมาณการกำลังพล

การสารสนเทศกำลังพล การวิเคราะห์และประเมินค่ากำลังพล

และดำเนินการเกี่ยวกับกิจการกำลังพลอื่น ๆ ทั้งปวง

ตลอดจนแนะนำและกำกับดูแลฝ่ายกิจการพิเศษในสายงานกำลังพล มีเจ้ากรมกำลังพลทหารบกเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ”

มาตรา ๔

มาตรา ๔ ให้ยกเลิกความในมาตรา

๘ แห่งพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการกองทัพบก กองทัพไทย

กระทรวงกลาโหม พ.ศ. ๒๕๕๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๘ กรมส่งกำลังบำรุงทหารบก มีหน้าที่วางแผน

อำนวยการ ประสานงาน กำกับการ และดำเนินการเกี่ยวกับงานส่งกำลังบำรุงทั้งปวง

การฝึกและศึกษาด้านการส่งกำลังบำรุงของกองทัพบก ตลอดจนแนะนำและกำกับดูแลฝ่ายยุทธบริการ

และฝ่ายกิจการพิเศษที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานด้านส่งกำลังบำรุงของกองทัพบก มีเจ้ากรมส่งกำลังบำรุงทหารบกเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ”

มาตรา ๕

มาตรา ๕ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๙

แห่งพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการกองทัพบก กองทัพไทย

กระทรวงกลาโหม พ.ศ. ๒๕๕๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๒๙ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า

มีหน้าที่ให้การศึกษา อบรม

และดำเนินการฝึกนักเรียนนายร้อยและบุคลากรอื่นตามที่กองทัพบกกำหนด

มีผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ”

มาตรา ๖

มาตรา ๖ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓

และมาตรา ๓๔ แห่งพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการกองทัพบก

กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม พ.ศ. ๒๕๕๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๓๑ กองทัพภาคที่ ๑ มีหน้าที่วางแผน อำนวยการ

กำกับการ และปฏิบัติหน้าที่หลักในการป้องกันประเทศ การรักษาความมั่นคงภายใน

การรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ การพัฒนาประเทศตามที่ได้รับมอบหมาย

การถวายความปลอดภัยแด่สถาบันพระมหากษัตริย์

รวมถึงงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และการปฏิบัติทางทหารที่ไม่ใช่สงคราม

รวมทั้งปกครองบังคับบัญชามณฑลทหารบกที่ ๑๑ มณฑลทหารบกที่ ๑๒ มณฑลทหารบกที่ ๑๓

มณฑลทหารบกที่ ๑๔ มณฑลทหารบกที่ ๑๕ มณฑลทหารบกที่ ๑๖ มณฑลทหารบกที่ ๑๗

มณฑลทหารบกที่ ๑๘ มณฑลทหารบกที่ ๑๙ และหน่วยทหารที่กระทรวงกลาโหมกำหนด

มีแม่ทัพภาคที่ ๑ เป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ

มาตรา ๓๒

มาตรา ๓๒ กองทัพภาคที่

๒ มีหน้าที่วางแผน อำนวยการ กำกับการ และปฏิบัติหน้าที่หลักในการป้องกันประเทศ การรักษาความมั่นคงภายใน

การรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ การพัฒนาประเทศตามที่ได้รับมอบหมาย

การถวายความปลอดภัยแด่สถาบันพระมหากษัตริย์

รวมถึงงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และการปฏิบัติทางทหารที่ไม่ใช่สงคราม

รวมทั้งปกครองบังคับบัญชามณฑลทหารบกที่ ๒๑ มณฑลทหารบกที่ ๒๒ มณฑลทหารบกที่ ๒๓

มณฑลทหารบกที่ ๒๔ มณฑลทหารบกที่ ๒๕ มณฑลทหารบกที่ ๒๖ มณฑลทหารบกที่ ๒๗

มณฑลทหารบกที่ ๒๘ มณฑลทหารบกที่ ๒๙ มณฑลทหารบกที่ ๒๑๐

และหน่วยทหารที่กระทรวงกลาโหมกำหนด มีแม่ทัพภาคที่ ๒ เป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ

มาตรา ๓๓

มาตรา ๓๓ กองทัพภาคที่

๓ มีหน้าที่วางแผน อำนวยการ กำกับการ และปฏิบัติหน้าที่หลักในการป้องกันประเทศ

การรักษาความมั่นคงภายใน การรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ การพัฒนาประเทศตามที่ได้รับมอบหมาย

การถวายความปลอดภัยแด่สถาบันพระมหากษัตริย์

รวมถึงงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และการปฏิบัติทางทหารที่ไม่ใช่สงคราม

รวมทั้งปกครองบังคับบัญชามณฑลทหารบกที่ ๓๑ มณฑลทหารบกที่ ๓๒ มณฑลทหารบกที่ ๓๓

มณฑลทหารบกที่ ๓๔ มณฑลทหารบกที่ ๓๕ มณฑลทหารบกที่ ๓๖ มณฑลทหารบกที่ ๓๗

มณฑลทหารบกที่ ๓๘ มณฑลทหารบกที่ ๓๙ มณฑลทหารบกที่ ๓๑๐

และหน่วยทหารที่กระทรวงกลาโหมกำหนด มีแม่ทัพภาคที่ ๓ เป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ

มาตรา ๓๔

มาตรา ๓๔ กองทัพภาคที่

๔ มีหน้าที่วางแผน อำนวยการ กำกับการ และปฏิบัติหน้าที่หลักในการป้องกันประเทศ

การรักษาความมั่นคงภายใน การรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ การพัฒนาประเทศตามที่ได้รับมอบหมาย

การถวายความปลอดภัยแด่สถาบันพระมหากษัตริย์

รวมถึงงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และการปฏิบัติทางทหารที่ไม่ใช่สงคราม

รวมทั้งปกครองบังคับบัญชามณฑลทหารบกที่ ๔๑ มณฑลทหารบกที่ ๔๒ มณฑลทหารบกที่ ๔๓

มณฑลทหารบกที่ ๔๔ มณฑลทหารบกที่ ๔๕ มณฑลทหารบกที่ ๔๖ และหน่วยทหารที่กระทรวงกลาโหมกำหนด

มีแม่ทัพภาคที่ ๔ เป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ”

บทเฉพาะกาล

มาตรา ๗

มาตรา ๗ บรรดากฎ

ข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ หรือคำสั่งอื่นใดที่อ้างถึง

เจ้ากรมส่งกำลังบำรุงกองทัพบกตามพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการกองทัพบก

กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม พ.ศ. ๒๕๕๒ ให้ถือว่ากฎ ข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ

หรือคำสั่งนั้นอ้างถึงเจ้ากรมส่งกำลังบำรุงทหารบกตามพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการกองทัพบก

กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม พ.ศ. ๒๕๕๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกานี้

มาตรา ๘

มาตรา ๘ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

พลเอก

ประยุทธ์ จันทร์โอชา

นายกรัฐมนตรี

หมายเหตุ

:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ

โดยที่เป็นการสมควรกำหนดให้กรมกำลังพลทหารบกมีหน้าที่ด้านการศึกษาของกองทัพบกในส่วนที่นอกเหนือจากการศึกษาด้านสายงานยุทธการ

และกำหนดให้โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าสามารถให้การศึกษา อบรม

และดำเนินการฝึกบุคลากรอื่นนอกเหนือจากเรียนนายร้อยได้

รวมทั้งสมควรกำหนดชื่อตำแหน่งเจ้ากรมส่งกำลังบำรุงทหารบกให้ถูกต้องตรงตามหน้าที่ในฐานะเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบกรมส่งกำลังบำรุงทหารบก

นอกจากนี้ สมควรปรับปรุงส่วนราชการที่ขึ้นต่อกองทัพภาคที่ ๑ กองทัพภาคที่ ๒

กองทัพภาคที่ ๓ และกองทัพภาคที่ ๔ โดยกำหนดให้มีมณฑลทหารบก ซึ่งเป็นหน่วยทหารในการปกครองบังคับบัญชาของกองทัพภาคเพิ่มขึ้น

เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานด้านการส่งกำลังบำรุง

การปฏิบัติทางทหารที่ไม่ใช่สงคราม และเพื่อรองรับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ตลอดจนให้สอดคล้องกับปริมาณงานและความรับผิดชอบของกองทัพภาคที่เพิ่มขึ้น

จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๑๗ กันยายน

๒๕๕๘

ปุณิกา/ผู้ตรวจ

๕ ตุลาคม ๒๕๕๘

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๒/ตอนที่ ๘๖ ก/หน้า ๑๐๐/๘ กันยายน ๒๕๕๘

9 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวกลาโหงม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_de69a8be2e857c8b

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com