ข้อ ๖
คดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลฎีกา ศาลอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๑
ศาลอุทธรณ์ภาค ๒
ศาลอุทธรณ์ภาค ๓
ศาลแพ่ง
ศาลแพ่งกรุงเทพใต้
หรือศาลแพ่งธนบุรี
ในวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับให้ศาลนั้นพิจารณาพิพากษาต่อไปจนเสร็จ แต่ถ้าประธานศาลฎีกา
หรืออธิบดีผู้พิพากษาประจำศาลนั้นเห็นว่า คดีมีเหตุอันสมควรที่จะโอนคดีดังกล่าวไปพิจารณา
พิพากษาในแผนกที่จัดตั้งขึ้นในศาลนั้นตามกฎกระทรวงฉบับนี้
และมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี
นั้น ก็ให้โอนไปได้
ให้ไว้ ณ วันที่ ๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๙
ร้อยตำรวจเอก เฉลิม
อยู่บำรุง
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
หมายเหตุ :-
เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากปัจจุบันมีคดีล้มละลาย
คดีเยาวชนและครอบครัว คดีแรงงาน คดีภาษีอากร และคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้า
ระหว่างประเทศเข้ามาสู่การพิจารณาของศาลมากขึ้น เพื่อให้การพิจารณาพิพากษาคดีเหล่านี้ใน
ทุกชั้นศาลเป็นไปด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
สมควรให้มีการจัดตั้งแผนกคดีพิเศษ
ประเภทต่าง ๆ ดังกล่าวขึ้นในศาลแพ่ง
ศาลแพ่งกรุงเทพใต้
ศาลแพ่งธนบุรี ศาลอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ ศาลอุทธรณ์ภาค
๒ ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ และศาลฎีกา และโดยที่มาตรา ๔
แห่งพระธรรมนูญศาลยุติธรรม ได้บัญญัติว่า
การจัดตั้งแผนกในศาลให้ตราเป็นกฎกระทรวง
จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
[รก.๒๕๓๙/๓๖ก/๘/๙ กันยายน ๒๕๓๙]
ธิดาวรรณ
/ แก้ไข
๓๑ ก.ค. ๒๕๔๕
A+B(C)