我的書籤免費註冊

กฎกระทรวง (พ.ศ. 2539) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้พระธรรมนูญศาลยุติธรรม พุทธศักราช 2477

子法規・公布 1996-09-09・全 7 條

อารัมภบท

กหดหกดหกดหกด กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๓๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้พระธรรมนูญศาลยุติธรรม พุทธศักราช ๒๔๗๗ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้พระธรรมนูญ ศาลยุติธรรม พุทธศักราช ๒๔๗๗ และมาตรา ๔ แห่งพระธรรมนูญศาลยุติธรรม รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงยุติธรรมออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้จัดตั้งแผนกคดีล้มละลายในศาลแพ่ง ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ และ ศาลแพ่งธนบุรี โดยให้มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีเกี่ยวกับกฎหมายล้มละลายในศาลนั้น

ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้จัดตั้งแผนกในศาลอุทธรณ์ โดยให้มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี ดังต่อไปนี้ (๑) แผนกคดีล้มละลาย มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีเกี่ยวกับกฎหมาย ล้มละลาย (๒) แผนกคดีเยาวชนและครอบครัว มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีที่อุทธรณ์ มาจากศาลเยาวชนและครอบครัว

ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้จัดตั้งแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลอุทธรณ์ภาค ๑ ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ และศาลอุทธรณ์ภาค ๓ โดยให้มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีที่อุทธรณ์ มาจากศาลเยาวชนและครอบครัว

ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้จัดตั้งแผนกในศาลฎีกา โดยให้มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี ดังต่อไปนี้ (๑) แผนกคดีล้มละลาย มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีเกี่ยวกับกฎหมาย ล้มละลาย (๒) แผนกคดีเยาวชนและครอบครัว มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีที่ฎีกามา จากศาลอุทธรณ์หรือศาลอุทธรณ์ภาค แผนกคดีเยาวชนและครอบครัว (๓) แผนกคดีแรงงาน มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีแรงงานที่อุทธรณ์มาจาก ศาลแรงงาน ตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน (๔) แผนกคดีภาษีอากร มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีภาษีอากรที่อุทธรณ์มา จากศาลภาษีอากร ตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร (๕) แผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศมีอำนาจ พิจารณาพิพากษาคดีอาญาและคดีแพ่งในเรื่องเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่าง ประเทศมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีอาญาและคดีแพ่งในเรื่องเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาและ การค้าระหว่างประเทศ

ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในกรณีมีปัญหาว่าคดีใดอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของแผนกที่ จัดตั้งขึ้นตามกฎกระทรวงฉบับนี้หรือไม่ ให้ประธานศาลฎีกาหรืออธิบดีผู้พิพากษา ประจำศาล อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ ศาลแพ่ง ศาลแพ่ง กรุงเทพใต้ หรือศาลแพ่งธนบุรี แล้วแต่กรณี เป็นผู้วินิจฉัย

ข้อ ๖

ข้อ ๖ คดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลฎีกา ศาลอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ ศาลแพ่ง ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ หรือศาลแพ่งธนบุรี ในวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับให้ศาลนั้นพิจารณาพิพากษาต่อไปจนเสร็จ แต่ถ้าประธานศาลฎีกา หรืออธิบดีผู้พิพากษาประจำศาลนั้นเห็นว่า คดีมีเหตุอันสมควรที่จะโอนคดีดังกล่าวไปพิจารณา พิพากษาในแผนกที่จัดตั้งขึ้นในศาลนั้นตามกฎกระทรวงฉบับนี้ และมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี นั้น ก็ให้โอนไปได้ ให้ไว้ ณ วันที่ ๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๙ ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากปัจจุบันมีคดีล้มละลาย คดีเยาวชนและครอบครัว คดีแรงงาน คดีภาษีอากร และคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้า ระหว่างประเทศเข้ามาสู่การพิจารณาของศาลมากขึ้น เพื่อให้การพิจารณาพิพากษาคดีเหล่านี้ใน ทุกชั้นศาลเป็นไปด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ สมควรให้มีการจัดตั้งแผนกคดีพิเศษ ประเภทต่าง ๆ ดังกล่าวขึ้นในศาลแพ่ง ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ศาลแพ่งธนบุรี ศาลอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ และศาลฎีกา และโดยที่มาตรา ๔ แห่งพระธรรมนูญศาลยุติธรรม ได้บัญญัติว่า การจัดตั้งแผนกในศาลให้ตราเป็นกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ [รก.๒๕๓๙/๓๖ก/๘/๙ กันยายน ๒๕๓๙] ธิดาวรรณ / แก้ไข ๓๑ ก.ค. ๒๕๔๕ A+B(C)

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีCC BY 4.0

接下來可以查