กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการให้คนพิการมีสิทธิได้รับสิ่งอำนวยความสะดวก
สื่อ บริการ
และความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษา
พ.ศ. ๒๕๕๐[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา
๕ แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕
และมาตรา ๑๐ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑
ให้ยกเลิกกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการให้คนพิการมีสิทธิได้รับสิ่งอำนวยความสะดวก
สื่อ บริการ และความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๕
ข้อ ๒
ในกฎกระทรวงนี้
คนพิการ
หมายความว่า
คนพิการที่ได้จดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการหรือบุคคลที่สถานศึกษารับรองว่าเป็นคนพิการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกำหนด
ผู้ปกครอง
หมายความว่า บิดาหรือมารดา
ซึ่งเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองหรือผู้ปกครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
และหมายความรวมถึงบุคคลที่คนพิการอยู่ด้วยเป็นประจำ
สถานศึกษา
หมายความว่า สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย โรงเรียน ศูนย์การเรียน วิทยาลัย สถาบัน
มหาวิทยาลัย หน่วยงานการศึกษาหรือหน่วยงานอื่นของรัฐหรือของเอกชนที่มีอำนาจหน้าที่หรือวัตถุประสงค์ในการจัดการศึกษาที่คนพิการสมัครเข้าศึกษาและได้ลงทะเบียนแล้ว
แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล
หมายความว่า
แผนซึ่งกำหนดแนวทางการจัดการศึกษาที่สอดคล้องกับความต้องการจำเป็นพิเศษของคนพิการ
ตลอดจนกำหนดสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ บริการ
และความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษาเฉพาะบุคคล
คณะกรรมการ
หมายความว่า คณะกรรมการพิจารณาให้คนพิการได้รับสิทธิช่วยเหลือทางการศึกษา
กรรมการ
หมายความว่า กรรมการพิจารณาให้คนพิการได้รับสิทธิช่วยเหลือทางการศึกษา
ข้อ ๓
คนพิการที่ประสงค์จะขอรับเงินอุดหนุนทางการศึกษา
ขอยืมสิ่งอำนวยความสะดวกและสื่อทางการศึกษา
และขอยืมเงินเพื่อจัดซื้อและขอรับสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ บริการ
และความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษา จะต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
(๑)
มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย
(๒)
มีความต้องการจำเป็นพิเศษทางการศึกษา ตามที่กำหนดไว้ในแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล
(๓)
ลงทะเบียนและเข้าศึกษาในสถานศึกษา
ข้อ ๔
ให้คนพิการที่มีคุณสมบัติตามข้อ ๓ มีสิทธิได้รับสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ
บริการ และความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษาตามบัญชีท้ายกฎกระทรวง ดังต่อไปนี้
(๑)
ขอยืมสิ่งอำนวยความสะดวกและสื่อทางการศึกษา ให้เป็นไปตามรายการในบัญชี ก.
(๒)
ขอยืมเงินเพื่อจัดซื้อสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ และบริการทางการศึกษา
ให้เป็นไปตามรายการในบัญชี ก. และบัญชี ค.
(๓)
ขอรับสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ บริการ
และความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษาให้เป็นไปตามรายการในบัญชี ข. และบัญชี ค.
คณะกรรมการพิจารณาให้คนพิการได้รับสิทธิช่วยเหลือทางการศึกษา
ข้อ ๕
ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า
คณะกรรมการพิจารณาให้คนพิการได้รับสิทธิช่วยเหลือทางการศึกษา ประกอบด้วย
ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานกรรมการ ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน
ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน
ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและพิทักษ์คนพิการ ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข
ผู้แทนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ผู้แทนสำนักงบประมาณ
ผู้แทนศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ
ผู้แทนสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย ผู้แทนสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย
ผู้แทนสมาคมคนพิการแห่งประเทศไทย ผู้แทนสมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย
ผู้แทนสมาคมบุคคลออทิซึม (ไทย)
ผู้แทนสมาคมเพื่อบุคคลปัญญาอ่อนแห่งประเทศไทยเป็นกรรมการ
ให้ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ
เป็นกรรมการและเลขานุการ
ข้อ ๖
ให้คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(๑)
รวบรวม ศึกษา วิเคราะห์ และประเมินความต้องการสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ บริการ
และความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษาของคนพิการ
และเสนอแนะต่อรัฐมนตรีเพื่อจัดสรรงบประมาณสนับสนุน
(๒)
พิจารณาปรับปรุงรายการสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ บริการ
และความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษาที่คนพิการหรือผู้ปกครองยื่นคำขอ
(๓)
กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการจัดสรรเงินอุดหนุนทางการศึกษาสำหรับคนพิการ
(๔)
อนุมัติหรือยกเลิกการอนุมัติเงินอุดหนุนทางการศึกษาสำหรับคนพิการ
(๕)
อนุมัติหรือยกเลิกการอนุมัติเงินยืมสำหรับคนพิการเพื่อให้นำไปจัดซื้อสิ่งอำนวยความสะดวก
สื่อ และบริการทางการศึกษาไม่เกินวงเงินที่ได้รับการจัดสรรให้ยืม
(๖)
กำหนดหลักเกณฑ์การอนุมัติตัดหนี้สูญโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง
(๗)
เห็นชอบหนี้สูญเพื่อเสนอกระทรวงการคลังพิจารณา
(๘)
กำกับ ติดตาม และประเมินผลการดำเนินการตามกฎกระทรวงนี้
(๙)
ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กำหนดในกฎกระทรวงนี้หรือตามที่รัฐมนตรีมอบหมาย
ข้อ ๗
การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด
จึงจะเป็นองค์ประชุม
ให้ประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม
ในกรณีที่ประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้
ให้กรรมการซึ่งมาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่ง เป็นประธานในที่ประชุม
การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก
กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน
ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
ข้อ ๘
ให้คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติการอย่างใดอย่างหนึ่ง
ตามที่คณะกรรมการมอบหมาย
ให้นำความในข้อ
๗ มาใช้บังคับแก่การประชุมของคณะอนุกรรมการตามวรรคหนึ่ง โดยอนุโลม
การขอรับเงินอุดหนุนทางการศึกษา
ข้อ ๙
ให้คนพิการหรือผู้ปกครองที่ประสงค์จะใช้สิทธิขอรับเงินอุดหนุนทางการศึกษายื่นคำขอต่อสถานศึกษาที่เข้าศึกษาตามระเบียบและแบบที่คณะกรรมการกำหนด
พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐาน ดังต่อไปนี้
(๑)
แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคลซึ่งจัดทำโดยสถานศึกษาที่รับคนพิการเข้าศึกษา
(๒)
จำนวนเงินอุดหนุนทางการศึกษาที่ประสงค์จะขอรับ
หลักเกณฑ์และวิธีการในการจัดสรรเงินอุดหนุนทางการศึกษา
ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง
การขอยืมสิ่งอำนวยความสะดวกและสื่อทางการศึกษา
ข้อ ๑๐
การขอยืมสิ่งอำนวยความสะดวกและสื่อทางการศึกษา
ให้คนพิการหรือผู้ปกครองยื่นคำขอตามแบบที่คณะกรรมการกำหนดต่อสถานศึกษาที่เข้าศึกษาพร้อมกับแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคลซึ่งจัดทำโดยสถานศึกษาที่รับคนพิการเข้าศึกษาและรายการสิ่งอำนวยความสะดวกและสื่อทางการศึกษาที่ประสงค์จะขอยืมตามรายการในบัญชี
ก.
ข้อ ๑๑
เมื่อสถานศึกษาได้รับคำขอพร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานตามข้อ ๑๐ แล้ว
ให้ดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องและส่งคำขอพร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานที่ผ่านการตรวจสอบแล้วไปยังศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดหรือศูนย์การศึกษาพิเศษส่วนกลาง
แล้วแต่กรณี เพื่อพิจารณาอนุมัติ
ข้อ ๑๒
เมื่อคนพิการหรือผู้ปกครองได้รับแจ้งการอนุมัติการขอยืมสิ่งอำนวยความสะดวกและสื่อทางการศึกษาแล้ว
ให้คนพิการหรือผู้ปกครองทำสัญญายืม และสัญญาค้ำประกัน
สัญญายืม
สัญญาค้ำประกัน และการคืนสิ่งของที่ยืมตามข้อ ๑๐
ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง
การขอยืมเงินเพื่อจัดซื้อและขอรับสิ่งอำนวยความสะดวก
สื่อ บริการ
และความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษา
ข้อ ๑๓
ให้คนพิการหรือผู้ปกครองที่ประสงค์จะใช้สิทธิขอยืมเงินเพื่อจัดซื้อและขอรับสิ่งอำนวยความสะดวก
สื่อ บริการ และความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษา ยื่นคำขอต่อสถานศึกษาที่เข้าศึกษา
ตามระเบียบและแบบที่คณะกรรมการกำหนดพร้อมด้วยเอกสารและหลักฐาน ดังต่อไปนี้
(๑)
แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคลซึ่งจัดทำโดยสถานศึกษาที่รับคนพิการเข้าศึกษา
(๒)
จำนวนเงินที่ขอยืมเพื่อจัดซื้อสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ และบริการทางการศึกษา
(๓)
รายการสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ
และบริการทางการศึกษาที่ประสงค์จะขอยืมเงินเพื่อจัดซื้อตามบัญชี ก. และบัญชี ค.
(๔)
รายการสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ บริการ
หรือความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษาที่ประสงค์จะขอรับตามบัญชี ข. และบัญชี ค.
ข้อ ๑๔
เมื่อสถานศึกษาได้รับคำขอพร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานตามข้อ ๑๓ แล้ว
ให้ดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องและส่งคำขอพร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว
ไปยังศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดหรือศูนย์การศึกษาพิเศษส่วนกลาง
แล้วแต่กรณี ทั้งนี้
ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด
ให้ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดหรือศูนย์การศึกษาพิเศษส่วนกลาง
แล้วแต่กรณี ส่งคำขอพร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานที่ครบถ้วนถูกต้อง
ไปยังคณะกรรมการภายในวันที่ ๒๐ สิงหาคมของทุกปี
ข้อ ๑๕
เมื่อคณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการที่คณะกรรมการมอบหมาย แล้วแต่กรณี
ได้รับคำขอพร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานตามข้อ ๑๔ แล้ว
ให้พิจารณาคำขอพร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานดังกล่าวโดยเร็ว
และให้สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ในสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พิจารณาและแจ้งผลไปยังศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดหรือศูนย์การศึกษาพิเศษส่วนกลาง
แล้วแต่กรณี
และให้ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดหรือศูนย์การศึกษาพิเศษส่วนกลางแจ้งไปยังสถานศึกษา
เพื่อดำเนินการแจ้งให้คนพิการหรือผู้ปกครองทราบโดยเร็ว
ข้อ ๑๖
เมื่อคนพิการหรือผู้ปกครองได้รับแจ้งการอนุมัติเงินยืมเพื่อจัดซื้อสิ่งอำนวยความสะดวกสื่อ
หรือบริการทางการศึกษา จากสถานศึกษาแล้ว
ให้คนพิการหรือผู้ปกครองทำสัญญายืมเงินและสัญญาค้ำประกัน
สัญญายืมเงิน
สัญญาค้ำประกัน และการใช้คืนเงินยืม
ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง
ข้อ ๑๗
ให้คนพิการหรือผู้ปกครองจัดซื้อสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ
และบริการทางการศึกษาตามที่คณะกรรมการอนุมัติภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในระเบียบ
เมื่อได้จ่ายเงินเพื่อจัดซื้อสิ่งอำนวยความสะดวก
สื่อ
และบริการทางการศึกษาตามวรรคหนึ่งแล้วให้คนพิการหรือผู้ปกครองส่งใบเสร็จรับเงินหรือหลักฐานการจ่ายเงินให้สถานศึกษาภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่จ่ายเงิน
ในกรณีที่คนพิการหรือผู้ปกครองจัดซื้อสิ่งอำนวยความสะดวก
สื่อ และบริการทางการศึกษาตามวรรคหนึ่งเป็นรายการที่สุดแล้ว
ยังคงมีเงินยืมเหลืออยู่
ให้คืนเงินจำนวนที่เหลืออยู่นั้นแก่สถานศึกษาภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่จัดซื้อสิ่งอำนวยความสะดวก
สื่อ และบริการทางการศึกษาเป็นรายการที่สุด
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๙
สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐
วิจิตร ศรีสอ้าน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
[เอกสารแนบท้าย]
๑. บัญชี ก.
๒. บัญชี ข.
๓. บัญชี ค.
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ :-
เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการให้คนพิการมีสิทธิได้รับสิ่งอำนวยความสะดวก
สื่อ บริการ และความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษาให้สอดคล้องและเหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบัน
และเนื่องจากมาตรา ๑๐ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒
บัญญัติให้คนพิการมีสิทธิได้รับสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ บริการ
และความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษาตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๐
วิมล/ปรับปรุง
๔ พฤษภาคม ๒๕๕๙
ภัทรวีร์/ปรับปรุง
๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๐
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๔/ตอนที่ ๗๑ ก/หน้า ๑/๑๙ ตุลาคม ๒๕๕๐
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).