พระราชบัญญัติ
พระราชบัญญัติ
ครู (ฉบับที่ ๔)
พ.ศ. ๒๕๑๙
ภูมิพลอดุลยเดช
ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่
๑๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๙
เป็นปีที่ ๓๑
ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรด
เกล้า ฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยครู
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและ
ยินยอมของสภาที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี
ทำหน้าที่สภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑
พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.
๒๕๑๙
มาตรา ๒*
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราช
กิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
*[รก.๒๕๑๙/๑๕๖/๒๙พ/๒๔ ธันวาคม ๒๕๑๙]
มาตรา ๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๖
แห่งพระราชบัญญัติครูพุทธศักราช
๒๔๘๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ ๓)
พ.ศ. ๒๕๐๙ และให้ใช้ความต่อไปนี้
แทน
มาตรา ๖
คุรุสภามีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑) ให้ความเห็นแก่กระทรวงศึกษาธิการในเรื่องการจัดการศึกษาโดยทั่วไป
หลักสูตร แบบเรียน อุปกรณ์ประกอบการเรียน การสอน การฝึกอบรม
การวัดผลและประเมินผล
การศึกษา การนิเทศการศึกษาและเรื่องอื่นที่เกี่ยวเนื่องโดยตรงกับการจัดการศึกษา
(๒) ควบคุมและสอดส่องจรรยา มรรยาท และวินัยของครู พิจารณาโทษครูผู้
ประพฤติผิด และพิจารณาคำร้องทุกข์ของครู
(๓) พิทักษ์สิทธิของครูภายในขอบเขตที่กฎหมายกำหนด
(๔) ส่งเสริมให้ครูได้รับสวัสดิการต่าง ๆ ตามสมควร
(๕) พัฒนาความรู้ ความสามารถ คุณภาพและประสิทธิภาพของครู
(๖) ปฏิบัติการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนแทนคณะ
กรรมการข้าราชการพลเรือน และแต่งตั้งอนุกรรมการต่าง ๆ
ให้มีอำนาจหน้าที่และปฏิบัติการแทนอนุกรรมการข้าราชการพลเรือนต่าง ๆ
แล้วแต่กรณีสำหรับข้าราชการครู
(๗) ปฏิบัติการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนจังหวัดแทน
ก.จ.
และแต่งตั้งอนุกรรมการให้มีอำนาจหน้าที่และปฏิบัติการแทนได้ในส่วนที่เกี่ยวกับข้าราชการ
ส่วนจังหวัดซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นผู้สอนประจำในสถานศึกษาขององค์การบริหารส่วนจังหวัด
มาตรา ๔ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๗
แห่งพระราชบัญญัติครู พุทธศักราช
๒๔๘๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ ๒)
พ.ศ. ๒๔๙๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้
แทน
มาตรา ๗
ให้มีคณะกรรมการอำนวยการคุรุสภา ประกอบด้วยรัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการเป็นรองประธาน
อธิบดีทุกกรม และหัวหน้าส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกรมในกระทรวงศึกษาธิการเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง
และให้
เลขาธิการคุรุสภาเป็นกรรมการและเลขานุการของคณะกรรมการอำนวยการคุรุสภา
มาตรา ๗ ทวิ
ให้คณะกรรมการอำนวยการคุรุสภาแต่งตั้งสมาชิกคุรุสภาจากผู้
ซึ่งกรุงเทพมหานครได้คัดเลือกไว้ตามวรรคสองหนึ่งคน
และสมาชิกคุรุสภาจากผู้ซึ่งศึกษาธิการเขตได้คัดเลือกไว้ตามวรรคสองเขตละหนึ่งคน
เป็นกรรมการที่ปรึกษามีหน้าที่ให้คำแนะนำและคำ
ปรึกษาแก่คณะกรรมการอำนวยการคุรุสภา
ให้กรุงเทพมหานครคัดเลือกสมาชิกคุรุสภาในเขตกรุงเทพมหานครจำนวนสาม
คน
และศึกษาธิการเขตคัดเลือกสมาชิกคุรุสภาในเขตการศึกษาของตนเขตละสามคน ตามหลัก
เกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการอำนวยการกำหนด
และเสนอรายชื่อไปยังคณะกรรมการอำนวย
การคุรุสภาและให้คณะกรรมการอำนวยการคุรุสภาคัดเลือกสมาชิกคุรุสภาดังกล่าว
เพื่อแต่งตั้ง
เป็นกรรมการที่ปรึกษาตามวรรคหนึ่ง
กรรมการที่ปรึกษามีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสี่ปี และอาจพ้นจาก
ตำแหน่งก่อนวาระได้เมื่อลาออกหรือพ้นจากสมาชิกภาพของสมาชิกคุรุสภาหรือย้ายไป
อยู่นอกเขตที่ตนได้รับคัดเลือก
ในกรณีที่กรรมการที่ปรึกษาพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ให้คณะกรรมการ
อำนวยการคุรุสภาแต่งตั้งผู้ซึ่งกรุงเทพมหานครหรือศึกษาธิการเขตคัดเลือกไว้ตามวรรคสอง
เป็นกรรมการที่ปรึกษาแทน
กรรมการที่ปรึกษาซึ่งได้รับแต่งตั้งแทนให้อยู่ในตำแหน่งได้เท่ากำหนดเวลาของผู้ซึ่งตนแทน
附則
มาตรา ๕ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๘
แห่งพระราชบัญญัติครู พุทธศักราช
๒๔๘๘ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๘
ให้คณะกรรมการอำนวยการแต่งตั้งเลขาธิการและรองเลขาธิการ
และเจ้าหน้าที่อื่นตามสมควร
มาตรา ๘ ทวิ
ให้มีสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา โดยมีเลขาธิการคุรุสภาเป็นผู้
บังคับบัญชาเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา
และบริหารกิจการของสำนักงานเลขาธิการ
คุรุสภาขึ้นตรงต่อประธานกรรมการอำนวยการคุรุสภา
สำนักงานเลขาธิการคุรุสภามีหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑) เป็นเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการดำเนินงานของคุรุสภาวิจัยและจัดระบบเกี่ยวกับ
การบริหารงานบุคคล เพื่อเสนอคุรุสภา
(๒) ประสานงานและดำเนินการในเรื่องของครูกับหน่วยราชการหรือหน่วยงาน
อื่นที่เกี่ยวข้องกับครู
(๓) ประสานงานและดำเนินการเกี่ยวกับกิจการอื่นที่คุรุสภามอบหมาย
(๔) จัดทำรายงานประจำปีเกี่ยวกับครูเสนอต่อคุรุสภา
มาตรา ๖
ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๙ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติครู
พุทธศักราช ๒๔๘๘
มาตรา ๙ ทวิ
ให้คณะกรรมการอำนวยการมีการประชุมเป็นประจำอย่างน้อย
เดือนละหนึ่งครั้ง
และในกรณีที่ประธานเห็นว่าเรื่องที่จะประชุมพิจารณานั้นเกี่ยวกับส่วนได้เสียของสมาชิกคุรุสภา
หรือเป็นการสมควรที่จะรับฟังความคิดเห็นของกรรมการที่ปรึกษา ให้ประธานมีอำนาจเรียกกรรมการที่ปรึกษามาประชุมร่วมกับคณะกรรมการอำนวยการได้
แต่ประธานจะต้อง
เรียกกรรมการที่ปรึกษามาประชุมร่วมกับคณะกรรมการอำนวยการอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง
ในการร่วมประชุมกับคณะกรรมการอำนวยการตามวรรคหนึ่ง กรรมการที่
ปรึกษามีสิทธิเสนอแนะและแสดงความคิดเห็นได้
แต่ไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน
มาตรา ๗ ให้ยกเลิกมาตรา ๒๐ มาตรา
๒๑ และมาตรา ๒๒ แห่งพระราช
บัญญัติครู พุทธศักราช ๒๔๘๘
มาตรา ๘ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๔
แห่งพระราชบัญญัติครู พุทธศักราช
๒๔๘๘ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๒๔ ครูได้แก่
(๑) ข้าราชการครู
(๒) ข้าราชการส่วนจังหวัดซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นผู้สอนประจำในสถานศึกษาของ
องค์การบริหารส่วนจังหวัด
(๓) พนักงานเทศบาลซึ่งดำรงตำแหน่งผู้สอนประจำในสถานศึกษาของเทศบาล
(๔) ข้าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นผู้สอนประจำในสถาน
ศึกษาของกรุงเทพมหานคร
(๕) ผู้ทำการสอนในสถานศึกษาที่อยู่ในความควบคุมของกระทรวงศึกษาธิการ
และได้รับเงินเดือนเป็นประจำ
มาตรา ๙
ให้ดำเนินการคัดเลือกกรรมการที่ปรึกษาตามพระราชบัญญัตินี้ให้
เสร็จสิ้นภายในหกสิบวัน นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
มาตรา ๑๐
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรักษาการตามพระราช
บัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
ธานินทร์
กรัยวิเชียร
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :-
เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากพระราชบัญญัติครู
พุทธศักราช ๒๔๘๘ บางมาตรามีหลักการไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ปัจจุบัน
สมควรแก้ไขเพิ่มเติมให้เหมาะสมยิ่งขึ้น
จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น
อัมพิกา/แก้ไข
๑/๓/๔๕
A+B(C)
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).