พระราชบัญญัติ
พระราชบัญญัติ
การค้าข้าว (ฉะบับที่ ๒)
พ.ศ. ๒๔๘๙
ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
รังสิต กรมขุนชัยนาทนเรนทร
พระยามานวราชเสวี
ให้ไว้ ณ วันที่ ๙
พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๘๙
เป็นปีที่ ๑ ในรัชชกาลปัจจุบัน
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการค้าข้าว
พุทธศักราช ๒๔๘๙
พระมหากษัตริย์โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา
จึงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑
พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติการค้าข้าว (ฉะบับที่
๒) พ.ศ. ๒๔๘๙
มาตรา ๒[๑] พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓
ให้ยกเลิกวิเคราะห์ศัพท์ของคำว่า ข้าว และคำว่า
การค้าข้าว ในมาตรา ๓ วรรค ๑ และวรรค
๒ แห่งพระราชบัญญัติการค้าข้าว พุทธศักราช ๒๔๘๙ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
ข้าว หมายความว่า ข้าวเปลือก,
ข้าวกล้อง, ข้าวสาร, ข้าวเหนียวและรวมตลอดถึงปลายข้าว, รำ และสิ่งใด ๆ ที่แปรสภาพมาจากข้าว
การค้าข้าว หมายความว่า การซื้อ ขาย แลกเปลี่ยน หรือโอนกรรมสิทธิ์ข้าว
รวมตลอดถึงการสีข้าว ทั้งนี้นอกจากสำหรับบริโภคในครอบครัว
มาตรา ๔
ให้ยกเลิกความในมาตรา ๘ แห่งพระราชบัญญัติการค้าข้าว พุทธศักราช ๒๔๘๙
และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๘
ในเขตต์ควบคุมการค้าข้าว ให้คณะกรรมการมีอำนาจ
(๑)
แบ่งแยกประเภทผู้ประกอบการค้าข้าว และสั่งผู้ประกอบการค้าข้าว ประเภทหนึ่งประเภทใด
หรือทุกประเภท ให้ขออนุญาตประกอบการค้าข้าว
(๒)
กำหนดราคาข้าว และสั่งห้ามมิให้ขายเกินกว่าราคาที่กำหนดไว้นั้น
(๓)
กำหนดราคาข้าว และสั่งห้ามมิให้ซื้อจากกสิกรต่ำกว่าราคาที่กำหนดไว้นั้น
(๔)
สั่งห้ามซื้อหรือขายหรือแลกเปลี่ยนหรือโอนกรรมสิทธิ์ข้าว
เว้นแต่จะได้รับหนังสืออนุญาตจากคณะกรรมการ ซึ่งคณะกรรมการจะอนุญาตภายใต้บังคับเงื่อนไขใด
ๆ ก็ได้
(๕)
สั่งให้แจ้งปริมาณและสถานที่เก็บข้าว
หรือสั่งห้ามยักย้ายข้าวจากสถานที่เก็บหรือเปลี่ยนแปลงสภาพข้าว
เว้นแต่จะได้รับหนังสืออนุญาตจากคณะกรรมการ ซึ่งคณะกรรมการจะอนุญาตภายใต้บังคับเงื่อนไขใด
ๆ ก็ได้
(๖)
สั่งให้ผู้มีข้าวอยู่ในครอบครองขายข้าวให้แก่บุคคลหนึ่งบุคคลใดตามราคาและปริมาณที่คณะกรรมการกำหนดหรือสั่งพนักงานเจ้าหน้าที่ให้ยึดและบังคับซื้อข้าวตามราคาและปริมาณที่คณะกรรมการกำหนดในกรณีที่มีการขัดขืนคำสั่งของคณะกรรมการกับมีอำนาจกำหนดระยะเวลาและเงื่อนไขในการชำระเงินค่าข้าวและในการส่งมอบข้าวนั้น
ในกรณีไม่พบตัวผู้มีข้าวอยู่ในครอบครอง
คณะกรรมการมีอำนาจสั่งให้ปิดคำสั่งให้ขายข้าวไว้ ณ
สถานที่เก็บข้าวหรือพาหนะขนข้าวนั้น
เมื่อล่วงพ้นเจ็ดสิบสองชั่วโมงนับแต่เวลาปิดคำสั่งแล้ว
ผู้มีข้าวอยู่ในครอบครองไม่มาจัดการขายให้ คณะกรรมการมีอำนาจสั่งยึดและบังคับซื้อตามความในวรรคก่อนได้
มาตรา ๕
ให้ยกเลิกความในมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติการค้าข้าว พุทธศักราช ๒๔๘๙
และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๙
ในเขตต์ควบคุมการค้าข้าว
ผู้ประกอบการค้าข้าวประเภทซึ่งคณะกรรมการสั่งให้ขออนุญาตประกอบการค้าข้าว ต้องได้รับหนังสืออนุญาตจากคณะกรรมการก่อนจึงจะทำการค้าข้าวได้
ให้คณะกรรมการมีอำนาจกำหนดเงื่อนไขระบุไว้ในหนังสืออนุญาต
ผู้ประกอบการค้าข้าวต้องปฏิบัติตามข้อความและเงื่อนไขที่ระบุไว้ในหนังสืออนุญาตนั้น
การขออนุญาตประกอบการค้าข้าว
ให้ทำตามแบบที่คณะกรรมการกำหนด
ผู้ทำการค้าข้าวประเภทซึ่งคณะกรรมการสั่งให้ขออนุญาตหากได้ประกอบการค้าข้าวอยู่ก่อนวันที่คณะกรรมการสั่งนั้นให้ยื่นคำขออนุญาตประกอบการค้าข้าวภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำหนด
มาตรา ๖
ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติการค้าข้าว พุทธศักราช ๒๔๘๙
และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๑๒
ผู้ได้รับหนังสืออนุญาตให้ประกอบการค้าข้าวตามพระราชบัญญัตินี้
ต้องทำรายงานการค้าข้าวประจำวันตามแบบที่คณะกรรมการกำหนดเก็บไว้ ณ
สถานที่ที่ทำการค้าข้าว และต้องยื่นรายงานการค้าข้าวต่อคณะกรรมการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามแบบ
ระยะเวลา และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด
การทำรายงานการค้าข้าวดังกล่าวในวรรคก่อน
คณะกรรมการมีอำนาจสั่งยกเว้นให้แก่ผู้ประกอบการค้าข้าวประเภทหนึ่งประเภทใดก็ได้
และให้มีอำนาจสั่งถอนการยกเว้นนั้นด้วย
มาตรา ๗
ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๓ แห่งพระราชบัญญัติการค้าข้าว พุทธศักราช ๒๔๘๙ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๑๓
หนังสืออนุญาตให้ประกอบการค้าข้าวหรือหนังสืออนุญาตอื่น ๆ
ให้มีกำหนดเวลาตามที่คณะกรรมการกำหนดระบุไว้ในหนังสืออนุญาต
มาตรา ๘
ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๕ แห่งพระราชบัญญัติการค้าข้าว พุทธศักราช ๒๔๘๙
และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๑๕
ผู้ได้รับหนังสืออนุญาตคนใดฝ่าฝืนประกาศหรือคำสั่งคณะกรรมการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่หรือปฏิบัติผิดเงื่อนไขอย่างหนึ่งอย่างใดที่ระบุไว้ในหนังสืออนุญาตหรือฝ่าฝืนบทบัญญัติใด
ๆ แห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้คณะกรรมการมีอำนาจสั่งถอนหนังสืออนุญาตนั้นได้
มาตรา ๙ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๑๖ ทวิ
แห่งพระราชบัญญัติการค้าข้าว พุทธศักราช ๒๔๘๙
มาตรา ๑๖ ทวิ
เจ้าของโรงสีข้าวหรือผู้ประกอบการโรงสีข้าวคนใดหยุดหรือแกล้งหยุดทำการสีข้าวหรือไม่ทำการสีข้าวให้เต็มกำลังที่โรงสีนั้นสามารถที่จะทำการสีได้
คณะกรรมการมีอำนาจที่จะเรียกให้กระทำการสีข้าวหรือสีข้าวให้เต็มกำลังต่อไปภายในระยะเวลาที่กำหนดและมีอำนาจกำหนดค่าจ้างสีข้าวให้ปฏิบัติได้
เมื่อคณะกรรมการได้มีคำสั่งตามความในวรรคก่อนแล้ว
เจ้าของโรงสีข้าว หรือผู้ประกอบการโรงสีข้าว
ไม่ปฏิบัติภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำหนดให้คณะกรรมการมีอำนาจเข้ายึดโรงสีนั้นมาดำเนินการเสียเองได้
และในการนี้เจ้าโรงสีไม่มีสิทธิที่จะเรียกค่าทดแทนหรือค่าเสียหายใด ๆ ทั้งสิ้น
มาตรา ๑๐
ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติการค้าข้าว พุทธศักราช ๒๔๘๙
และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๑๗ ผู้ใดฝ่าฝืนประกาศหรือคำสั่งคณะกรรมการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่
ซึ่งออกตามความในมาตรา ๘ (๒) หรือ (๓) หรือ (๔) หรือ (๕) หรือ (๖)
หรือปฏิบัติผิดเงื่อนไขอย่างหนึ่งอย่างใดที่ระบุไว้ในหนังสืออนุญาตซึ่งออกตามความในมาตรา
๘ (๔) หรือ (๕) ผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามเดือนขึ้นไปจนถึงห้าปี
และปรับตั้งแต่หนึ่งพันบาทถึงห้าพันบาท
มาตรา ๑๑
ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๘ แห่งพระราชบัญญัติการค้าข้าว พุทธศักราช ๒๔๘๙
และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๑๘
ผู้ใดฝ่าฝืนบทบัญญัติมาตรา ๙ หรือมาตรา ๑๒ วรรค ๑
ผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือจำคุกไม่เกินห้าปี
หรือทั้งปรับทั้งจำ
มาตรา ๑๒
ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๒๑ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติการค้าข้าว
พุทธศักราช ๒๔๘๙
มาตรา ๒๑ ทวิ
ข้าวซึ่งเกี่ยวเนื่องกับความผิดตลอดจนสิ่งที่ใช้บรรจุให้ริบเสีย
มาตรา ๑๓
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเรือตรี ถ.
ธำรงนาวาสวัสดิ์
นายกรัฐมนตรี
ดวงใจ/แก้ไข
๒๘ ส.ค .๔๔
พัชรินทร์/แก้ไข
๖ มกราคม ๒๕๔๘
วศิน/แก้ไข
๑๗ มีนาคม ๒๕๕๒
คณิตา/จัดทำ
๑๖ มกราคม ๒๕๕๖
วิชพงษ์/ตรวจ
๒๕ มกราคม ๒๕๕๖
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๖๓/ตอนที่ ๗๒/ฉะบับพิเศษ หน้า ๗/๙ พฤศจิกายน ๒๔๘๙
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).