กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
(พ.ศ. ๒๕๐๔)
ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ
พ.ศ. ๒๕๐๓
ว่าด้วยการเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการอัยการในชั้นหนึ่ง
ๆ[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๑ และมาตรา ๑๘ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ
พ.ศ. ๒๕๐๓ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยได้รับความเห็นชอบของ ก.อ.
ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑
ในกฎกระทรวงนี้ คำว่า ปี หมายความว่า ปีงบประมาณ
ข้อ ๒
การพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการอัยการในชั้นหนึ่ง ๆ โดยปกติให้สั่งเลื่อนได้ปีละหนึ่งขั้น
และผู้ซึ่งจะได้เลื่อนขั้นเงินเดือนต้องอยู่ในหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
(๑) เป็นผู้ซึ่งมีวัฒนธรรม
(๒)
เป็นผู้ซึ่งปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนตามที่ทางราชการได้กำหนดไว้ และรักษาวินัยโดยเคร่งครัด
(๓)
เป็นผู้ซึ่งมีความรู้และความสามารถเหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่และมีความอุตสาหะบากบั่นในการปฏิบัติหน้าที่ของตน
ทั้งงานที่ได้กระทำไปนั้นเรียบร้อยเป็นผลดีแก่ทางราชการ
(๔)
เป็นผู้ซึ่งได้ปฏิบัติงานในตำแหน่งที่มีคุณภาพและปริมาณของงานสมควรที่จะเลื่อนขั้นเงินเดือน
(๕)
เป็นผู้ซึ่งได้รับบรรจุเข้ารับราชการมาครบรอบปีนับตั้งแต่เดือนแรกของปีเป็นต้นไป
หรือเลื่อนชั้นหรือเลื่อนขั้นเงินเดือนมาแล้ว ไม่ต่ำกว่าหกเดือน
(๖)
ในรอบปีที่แล้วมาต้องเป็นผู้ซึ่งไม่มีวันลามากโดยถือเกณฑ์วันลารวมทั้งลากิจและลาป่วยถึงสี่สิบห้าวัน
เว้นแต่
(ก) ลาอุปสมบท โดยได้รับเงินเดือนระหว่างลา
(ข) ลาป่วยซึ่งจำเป็นต้องรักษาตัวเป็นเวลานานคราวเดียว
หรือหลายคราวรวมกันไม่เกินหนึ่งร้อยยี่สิบวัน หรือ
(ค) ลาป่วยเพราะประสบอันตรายในขณะปฏิบัติราชการตามหน้าที่
หรือในขณะเดินทางไปหรือกลับจากปฏิบัติราชการตามหน้าที่
(๗)
ในรอบปีที่แล้วมาต้องเป็นผู้ซึ่งไม่ลาบ่อยครั้งหรือมารับราชการสายกว่าเวลาที่ทางราชการกำหนดเนือง
ๆ
(๘) ในรอบปีที่แล้วมาต้องเป็นผู้ซึ่งไม่ขาดราชการ
เว้นแต่เพราะเหตุสุดวิสัย
(๙) ในรอบปีที่แล้วมาจนถึงวันออกคำสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือน
ต้องเป็นผู้ไม่ถูกลงโทษทางวินัย เว้นแต่โทษภาคทัณฑ์
ในกรณีที่ข้าราชการอัยการผู้ใดถูกงดเลื่อนเงินเดือน
เพราะเป็นผู้ถูกลงโทษทางวินัย หรืออยู่ในระหว่างสอบสวน
หรือถูกฟ้องในคดีอาญาในกรณีนั้นมาแล้ว ถ้าเป็นผู้ซึ่งอยู่ในเกณฑ์จะได้เลื่อนขั้นเงินเดือน
จะเลื่อนขั้นเงินเดือนให้ก็ได้ แต่ถ้าเป็นผู้ซึ่งถูกลงโทษตัดเงินเดือน จะเลื่อนขั้นเงินเดือนได้ต่อเมื่อพ้นโทษตัดเงินเดือนแล้ว
(๑๐) ในรอบปีที่แล้วมาต้องเป็นผู้ซึ่งไม่ถูกสั่งพักราชการเกินกว่าหกเดือน
ข้อ ๓
การพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการอัยการเป็นกรณีพิเศษเกินกว่าหนึ่งขั้นนั้น
ให้พิจารณาคัดเลือกจากผู้ซึ่งอยู่ในหลักเกณฑ์ดังกล่าวในข้อ ๒
และต้องเป็นผู้ซึ่งอยู่ในหลักเกณฑ์ประการใดประการหนึ่ง ดังต่อไปนี้
(๑) ปฏิบัติงานในหน้าที่ราชการได้ผลดียิ่ง
จนถือเป็นตัวอย่างที่ดีได้
(๒) ปฏิบัติงานที่เสี่ยงอันตรายเป็นกรณีพิเศษ
(๓) ปฏิบัติงานที่ท้องที่กันดาร
และมีไข้ชุกชุมเป็นการเสี่ยงอันตรายต่อชีวิต และเป็นท้องที่ที่ทางราชการได้รับรองแล้ว
(๔) ปฏิบัติงานเกินกว่าตำแหน่งหน้าที่
จนเกิดประโยชน์ต่อราชการเป็นพิเศษและปฏิบัติงานในตำแหน่งหน้าที่ของตนเป็นผลดีด้วย
(๕)
ปฏิบัติงานโดยได้ค้นคว้าสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่เป็นประโยชน์ต่อราชการเป็นพิเศษและทางราชการได้รับรองให้ใช้การค้นคว้านั้น
(๖) ปฏิบัติงานตรากตรำและรับผิดชอบการเงินเป็นจำนวนมาก
(๗)
ปฏิบัติงานในหน้าที่ราชการด้วยความตรากตรำเหน็ดเหนื่อยเป็นพิเศษและงานได้ผลดียิ่ง
(๘)
ปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายให้กระทำกิจการอย่างหนึ่งอย่างใดจนสำเร็จเป็นผลดียิ่งแก่ประเทศชาติ
(๙)
ปฏิบัติงานในตำแหน่งที่มีคุณภาพและปริมาณของงานสูงกว่าอัตราเงินเดือนที่ได้รับอยู่และได้ผลดีสมความมุ่งหมาย
ทั้งนี้ ให้พิจารณาหลักฐานโดยละเอียดรอบคอบว่า
ข้าราชการอัยการผู้นั้นได้ปฏิบัติงานถึงขนาดที่สมควรจะเลื่อนขั้นเงินเดือนเป็นกรณีพิเศษเกินกว่าหนึ่งขั้นหรือไม่
ถ้าเห็นว่าเป็นการสมควรก็ให้สั่งเลื่อนได้ไม่เกินสองขั้น แต่ถ้าเห็นว่าสมควรให้เลื่อนขั้นเงินเดือนเกินกว่าสองขั้น
จะสั่งเลื่อนเป็นพิเศษเฉพาะรายก็ได้
คำสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนเป็นกรณีพิเศษนั้นให้ระบุด้วยว่าผู้นั้นได้ปฏิบัติงานเป็นกรณีพิเศษเข้าในหลักเกณฑ์ประการใดในกฎกระทรวงข้อนี้ด้วย
ข้อ ๔
ผู้ซึ่งได้รับบรรจุและเข้ารับราชการไม่ครบรอบปีตามข้อ ๒ (๕) เป็นผู้สมควรได้เลื่อนขั้นเงินเดือนเป็นกรณีพิเศษเกินกว่าหนึ่งขั้นตามข้อ
๓ ถ้าในปีที่แล้วมาผู้นั้นได้รับบรรจุเข้ารับราชการตั้งแต่หกเดือนขึ้นไป
ให้เลื่อนขั้นเงินเดือนได้ไม่เกินหนึ่งขั้น
ข้อ ๕
ผู้ซึ่งอยู่ในหลักเกณฑ์สมควรได้เลื่อนขั้นเงินเดือนถ้าผู้นั้นอยู่ในระหว่างถูกสอบสวนว่ากระทำผิดวินัยหรือถูกฟ้องในคดีอาญาอยู่ก่อนมีคำสั่งให้เลื่อนขั้นเงินเดือน
ให้รอการเลื่อนขั้นเงินเดือนไว้ก่อน แต่ถ้าการสอบสวนพิจารณาเสร็จแล้วในปีใด
และผู้นั้นไม่ถูกลงโทษทางวินัยหรือไม่ถูกศาลพิพากษาให้จำคุก หรือไม่มีมลทินหรือมัวหมอง
ก็ให้สั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนในปีนั้นได้
แต่ถ้าในระหว่างที่รอการเลื่อนขั้นเงินเดือนนั้น
ทางราชการได้กันเงินสำหรับเลื่อนขั้นเงินเดือนไว้ให้
ถ้าการสอบสวนพิจารณาเสร็จแล้วผู้นั้นไม่ถูกลงโทษทางวินัยหรือไม่ถูกศาลพิพากษาให้จำคุก
หรือ ไม่มีมลทินหรือมัวหมอง ก็ให้นำเงินนั้นมาเลื่อนขั้นเงินเดือนในปีที่จะสั่งเลื่อนได้
การเลื่อนขั้นเงินเดือนให้เท่ากับเงินที่กันไว้ให้ ถ้าไม่เกินปีละหนึ่งขั้น
ไม่ถือว่าเป็นการเลื่อนขั้นเงินเดือนเป็นกรณีพิเศษตามความในข้อ ๓ แห่งกฎกระทรวงนี้
ข้อ ๖
ภายใต้บังคับแห่งข้อ ๒ (๙) การสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือน
ตามปกติให้เลื่อนขั้นเงินเดือนตั้งแต่วันที่ ๑ ของเดือนแรกของปีที่ได้เลื่อนนั้น
ผู้ซึ่งอยู่ในหลักเกณฑ์สมควรได้เลื่อนขั้นเงินเดือน
แต่ได้ออกจากราชการหรือไปรับราชการทหารตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร
ก่อนที่จะมีคำสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือน จะสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนให้ผู้นั้นภายหลังย้อนไปถึงวันที่
๑ ของเดือนแรกของปีที่ได้เลื่อนนั้นก็ได้
ข้อ ๗
การเลื่อนขั้นเงินเดือนตามกฎกระทรวงนี้ต้องมีเงินสำหรับเลื่อนขั้นภายในวงเงินงบประมาณประเภทเงินเดือนตามที่ได้รับอนุมัติไว้
ให้ไว้ ณ วันที่ ๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๐๔
พลเอก ป. จารุเสถียร
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการอัยการ
ซึ่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๐๓ มาตรา ๑๘
บัญญัติให้เลื่อนขั้นเงินเดือนตามหลักเกณฑ์และวิธีการในกฎกระทรวง
ดลธี/ผู้จัดทำ
๘ กันยายน ๒๕๕๓
เอกฤทธิ์/ผู้ตรวจ
๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๓
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๗๘/ตอนที่ ๒๕/หน้า ๓๕๓/๒๑ มีนาคม ๒๕๐๔
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).