法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

statute

พระราชบัญญัติเงินตรา (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2516

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
9
มาตรา อารัมภบท

พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ

เงินตรา (ฉบับที่ ๔)

พ.ศ. ๒๕๑๖

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ ๓๐ พฤษภาคม

พ.ศ. ๒๕๑๖

เป็นปีที่ ๒๘

ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยเงินตรา

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑

พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติเงินตรา (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.

๒๕๑๖”

มาตรา ๒

มาตรา ๒[๑] พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓

ให้ยกเลิกความในมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติเงินตรา พ.ศ. ๒๕๐๑

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเงินตรา (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๑๔

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้

“ค่าเสมอภาค” หมายความว่า ค่าของหน่วยเงินตราสกุลใดสกุลหนึ่งเทียบกับน้ำหนักทองคำบริสุทธิ์

หรือหน่วยสิทธิพิเศษถอนเงิน หรือหน่วยเงินตราสกุลอื่น

“อัตราแลกเปลี่ยนตามค่าเสมอภาค” หมายความว่า

อัตราแลกเปลี่ยนระหว่างหน่วยเงินตราสกุลหนึ่งกับหน่วยเงินตราอีกสกุลหนึ่งตามค่าเสมอภาค

“ซื้อหรือขายทันที” หมายความว่า

ซื้อหรือขายโดยโอนตามคำสั่งทางโทรเลข

“หลักทรัพย์ต่างประเทศ” หมายความว่า

(๑)

หลักทรัพย์ของรัฐบาลต่างประเทศหรือของสถาบันการเงินระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็นสมาชิก

(๒)

หลักทรัพย์ที่รัฐบาลต่างประเทศหรือสถาบันการเงินระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็นสมาชิกค้ำประกันการชำระหนี้ตามหลักทรัพย์นั้น

(๓)

ตราสารที่สถาบันการเงินระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็นสมาชิกออกให้เป็นหลักฐานว่า

ผู้ถือตราสารได้มีส่วนร่วมกับสถาบันการเงินระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็นสมาชิกในการให้กู้ยืมเงินแก่รัฐบาลสมาชิก

หรือองค์การของรัฐบาลสมาชิกของสถาบันการเงินระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็นสมาชิกตามจำนวนดังระบุไว้ในตราสารนั้น

“อัตราเผื่อเหลือเผื่อขาด” หมายความว่า

ความยิ่งหย่อนแห่งน้ำหนักและเนื้อโลหะของเหรียญกษาปณ์จากอัตราที่กำหนด

“เงินตราที่พึงเปลี่ยนได้” หมายความว่า

เงินตราของประเทศที่รับปฏิบัติแล้วตามพันธะที่ตั้งไว้ตามหมวด ๘

แห่งข้อตกลงว่าด้วยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ

“ใบสำคัญสิทธิพิเศษถอนเงิน” หมายความว่า

ใบสำคัญสิทธิพิเศษถอนเงินที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยการให้อำนาจและกำหนดการปฏิบัติบางประการเกี่ยวกับสิทธิพิเศษถอนเงินในกองทุนการเงินระหว่างประเทศ

“รัฐมนตรี” หมายความว่า

รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้”

มาตรา ๔

มาตรา ๔

ให้ยกเลิกความในมาตรา ๘ แห่งพระราชบัญญัติเงินตรา พ.ศ. ๒๕๐๑

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๘

การกำหนดค่าเสมอภาคของบาทให้กำหนดโดยเทียบกับน้ำหนักทองคำบริสุทธิ์หรือหน่วยสิทธิพิเศษถอนเงินและให้กระทำโดยพระราชกฤษฎีกา”

มาตรา ๕

มาตรา ๕

ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๓ แห่งพระราชบัญญัติเงินตรา พ.ศ. ๒๕๐๑

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเงินตรา (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๑๔

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๒๓

เพื่อประโยชน์ในการดำรงไว้ซึ่งค่าของบาทให้ธนาคารแห่งประเทศไทยหรือทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราซื้อหรือขายทันทีซึ่งเงินตราต่างประเทศที่กำหนดโดยกฎกระทรวง

ตามที่ธนาคารพาณิชย์ในราชอาณาจักรจะเรียกให้ซื้อหรือขาย

แต่การซื้อหรือขายคราวหนึ่ง ๆ ต้องไม่ต่ำกว่าจำนวนซึ่งรัฐมนตรีกำหนด

เงินตราต่างประเทศที่กำหนดโดยกฎกระทรวงนั้น

ต้องเป็นเงินตราที่ประกอบขึ้นเป็นทุนสำรองเงินตราได้

ธนาคารแห่งประเทศไทยหรือทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราไม่จำต้องซื้อหรือขายทันทีตามวรรคหนึ่งในขณะที่ยังมีกฎหมายว่าด้วยการกำกัดการซื้อขายเงินปริวรรตต่างประเทศใช้บังคับอยู่”

มาตรา ๖

มาตรา ๖

ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๔ แห่งพระราชบัญญัติเงินตรา พ.ศ. ๒๕๐๑

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๒๔

การซื้อหรือขายเงินตราต่างประเทศระหว่างธนาคารแห่งประเทศไทย

หรือทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรากับธนาคารพาณิชย์ตามมาตรา ๒๓ นั้น

อัตราซื้อหรือขายทันทีจะต่างจากอัตราแลกเปลี่ยนตามค่าเสมอภาคของบาทได้ไม่สูงกว่าอัตราขั้นสูงและไม่ต่ำกว่าอัตราขั้นต่ำที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด”

มาตรา ๗

มาตรา ๗

ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๕ แห่งพระราชบัญญัติเงินตรา พ.ศ. ๒๕๐๑

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๒๕

เพื่อประโยชน์ในการซื้อหรือขายเงินตราต่างประเทศ รัฐมนตรีมีอำนาจประกาศกำหนดอัตราซื้อหรือขายทันที

ให้ธนาคารพาณิชย์หรือบุคคลอื่นปฏิบัติ แต่การกำหนดนี้

ในกรณีเงินตราต่างประเทศสกุลที่กำหนดในกฎกระทรวงตามมาตรา ๒๓

จะกำหนดให้ต่างไปจากอัตราแลกเปลี่ยนตามค่าเสมอภาคของบาทเกินกว่าร้อยละสองกับหนึ่งในสี่ของอัตราแลกเปลี่ยนตามค่าเสมอภาคของบาทมิได้

สำหรับเงินตราต่างประเทศสกุลอื่นจะกำหนดให้ต่างไปจากอัตราแลกเปลี่ยนตามค่าเสมอภาคของบาทเกินกว่าร้อยละสี่ครึ่งมิได้

เว้นแต่ในกรณีที่เงินตราต่างประเทศสกุลอื่นนั้นซื้อหรือขายทันทีในตลาดต่างประเทศในอัตราที่ต่างไปจากอัตราแลกเปลี่ยนตามค่าเสมอภาคสำหรับเงินตรานั้นเกินกว่าอัตราตามพันธะที่มีอยู่กับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ

ห้ามมิให้ธนาคารพาณิชย์หรือบุคคลอื่นรับเงินส่วนลดหรือเรียกเก็บเงินไม่ว่าประเภทใด

เว้นแต่ค่าโทรเลขหรือค่าใช้จ่ายอย่างอื่นที่ต้องจ่ายเนื่องในการซื้อหรือขายนั้น

ความในวรรคหนึ่งและวรรคสองไม่ใช้บังคับในกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย

และทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราไม่ซื้อหรือขายเงินตราต่างประเทศตามความในมาตรา

๒๓ วรรคสาม”

มาตรา ๘

มาตรา ๘

ให้ยกเลิกความในมาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติเงินตรา พ.ศ. ๒๕๐๑

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเงินตรา (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๑๔

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๓๐

ให้สินทรัพย์ดังต่อไปนี้เป็นสิ่งอันชอบด้วยกฎหมายที่จะประกอบขึ้นเป็นทุนสำรองเงินตรา

(๑)

ทองคำ

(๒)

เงินตราต่างประเทศอันเป็นเงินตราที่พึงเปลี่ยนได้

หรือเงินตราต่างประเทศอื่นใดที่กำหนดโดยกฎกระทรวง ทั้งนี้ ต้องเป็นรูปเงินฝากในธนาคารนอกราชอาณาจักรหรือในสถาบันการเงินระหว่างประเทศ

(๓)

หลักทรัพย์ต่างประเทศที่จะมีการชำระหนี้เป็นเงินตราต่างประเทศที่ระบุไว้ใน (๒)

(๔)

ทองคำหรือสินทรัพย์ต่างประเทศที่นำส่งสมทบกองทุนการเงินระหว่างประเทศ

(๕)

ใบสำคัญสิทธิพิเศษถอนเงิน

(๖)

หลักทรัพย์รัฐบาลไทยที่จะมีการชำระหนี้เป็นเงินตราต่างประเทศที่ระบุไว้ใน (๒)

หรือเป็นบาท

(๗)

ตั๋วเงินในประเทศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยพึงซื้อหรือรับช่วงซื้อลดได้

แต่ต้องมีค่ารวมกันไม่เกินร้อยละยี่สิบของจำนวนธนบัตรออกใช้

สินทรัพย์ตาม

(๑) (๒) (๓) (๔) และ (๕) นั้น

ธนาคารแห่งประเทศไทยจะต้องจัดดำรงไว้ให้มีค่ารวมกันทั้งสิ้นไม่ต่ำกว่าร้อยละหกสิบของจำนวนธนบัตรออกใช้

สินทรัพย์ตาม

(๒) และ (๓)

ซึ่งกำหนดไว้ในวรรคสองต้องมีอายุคงเหลือตามกำหนดฝากหรือไถ่ถอนไม่เกินสามปี

มาตรา ๓๑

มาตรา ๓๑

ค่าแห่งสินทรัพย์ที่เป็นหรือจะรับเข้าเป็นทุนสำรองเงินตรานั้นให้คำนวณเป็นบาทดังนี้

(๑)

ทองคำตามค่าเสมอภาค

(๒)

เงินตราต่างประเทศตามอัตราแลกเปลี่ยนตามค่าเสมอภาค

(๓)

หลักทรัพย์ต่างประเทศตามราคาตลาดเมื่อสิ้นปีหรือถ้าเป็นหลักทรัพย์ที่ซื้อในระหว่างปีตามราคาที่ซื้อจนถึงเวลาตีราคาเมื่อสิ้นปี

และให้เปลี่ยนเป็นบาทตามอัตราแลกเปลี่ยนตามค่าเสมอภาค

(๔)

ทองคำและสินทรัพย์ต่างประเทศที่นำส่งสมทบกองทุนการเงินระหว่างประเทศตามค่าเสมอภาคหรือตามอัตราแลกเปลี่ยนตามค่าเสมอภาค

แล้วแต่กรณี

(๕)

ใบสำคัญสิทธิพิเศษถอนเงินตามอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างบาทตามค่าเสมอภาคกับหน่วยต้นเงินของใบสำคัญสิทธิพิเศษถอนเงิน

(๖)

หลักทรัพย์รัฐบาลไทยตามราคาที่ซื้อหรือรับช่วงซื้อลด

หรือตามราคาที่ตราไว้แล้วแต่ราคาใดจะต่ำกว่า

(๗)

ตั๋วเงินในประเทศตามราคาที่ซื้อหรือรับช่วงซื้อลดไว้

ในกรณีที่เงินตราสกุลใดไม่มีค่าเสมอภาค

หรือค่าเสมอภาคไม่มีผลใช้บังคับ ให้คำนวณค่าของเงินตราสกุลนั้นเป็นบาทตามราคาที่ซื้อจนถึงเวลาตีราคาเมื่อสิ้นปี

การตีราคาเมื่อสิ้นปีให้คำนวณตามอัตรากลางระหว่างอัตราซื้อและอัตราขายในตลาดต่างประเทศ”

บทเฉพาะกาล

มาตรา ๙

มาตรา ๙

ให้ยกเลิกความในมาตรา ๓๓ แห่งพระราชบัญญัติเงินตรา พ.ศ. ๒๕๐๑

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเงินตรา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๑๐

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๓๓

ผลประโยชน์อันเกิดจากสินทรัพย์ในบัญชีทุนสำรองเงินตราแต่ละปี

ให้รับขึ้นบัญชีผลประโยชน์ประจำปี

สินทรัพย์ในบัญชีผลประโยชน์ประจำปีให้ใช้จ่ายได้เพื่อการดังต่อไปนี้

(๑)

การพิมพ์ธนบัตร รวมตลอดถึงการใด ๆ

เกี่ยวกับการจัดตั้งโรงพิมพ์ของธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อพิมพ์ธนบัตรและสิ่งพิมพ์อื่นที่รัฐมนตรีเห็นชอบ

และการตั้งเป็นทุนหมุนเวียนตามความจำเป็น เพื่อดำเนินกิจการโรงพิมพ์ดังกล่าว

(๒)

การออกและจัดการธนบัตร หรือการอื่นใดอันเกี่ยวกับกิจการธนบัตรซึ่งรัฐมนตรีอนุมัติ

(๓)

การชดใช้ค่าแห่งสินทรัพย์ในบัญชีทุนสำรองเงินตราที่ลดลง

(๔)

การจัดการเกี่ยวกับสินทรัพย์ในบัญชีทุนสำรองเงินตรา บัญชีผลประโยชน์ประจำปี

และบัญชีสำรองพิเศษ

เงินคงเหลือหลังจากการจ่ายตามวรรคสองเมื่อสิ้นปี

ให้โอนเข้าบัญชีสำรองพิเศษ

ผลประโยชน์อันเกิดจากสินทรัพย์ในบัญชีผลประโยชน์ประจำปีหรือบัญชีสำรองพิเศษ

ให้รับขึ้นบัญชีผลประโยชน์ประจำปี

ถ้าสินทรัพย์ในบัญชีผลประโยชน์ประจำปีในปีใดมีจำนวนไม่พอแก่การจ่ายดังกล่าว

ให้จ่ายจากบัญชีสำรองพิเศษเท่าจำนวนที่ขาด

และถ้าสินทรัพย์ในบัญชีสำรองพิเศษมีไม่พอจ่าย ให้จ่ายจากเงินคงคลังเท่าจำนวนที่ขาด

ในปีต่อ ๆ ไปถ้าสินทรัพย์ในบัญชีผลประโยชน์ประจำปีมีเหลือจากการจ่ายดังกล่าว

ให้ใช้คืนเงินคงคลังจนครบจำนวนที่ได้จ่ายไป

และเมื่อเหลือเท่าใดจึงให้โอนเข้าบัญชีสำรองพิเศษไว้”

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐

ให้ยกเลิกความในมาตรา ๓๔ แห่งพระราชบัญญัติเงินตรา พ.ศ. ๒๕๐๑

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๓๔

ในกรณีที่สินทรัพย์ในบัญชีทุนสำรองเงินตรามีค่าเพิ่มขึ้น ให้โอนส่วนที่เพิ่มขึ้นนั้นเข้าบัญชีสำรองพิเศษ”

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑

ให้ยกเลิกความในมาตรา ๓๖ แห่งพระราชบัญญัติเงินตรา พ.ศ. ๒๕๐๑

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๓๖ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศของรัฐมนตรีตามมาตรา

๒๕ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท

ถ้าความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นความผิดโดยซื้อหรือขายทันทีซึ่งเงินตราต่างประเทศผิดไปจากอัตราที่ประกาศกำหนดหรือรับเงิน

หรือเรียกเก็บเงินนอกเหนือหรือผิดไปจากที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๕

ผู้กระทำความผิดต้องระวางโทษปรับเป็นเงินไม่เกินห้าเท่าของจำนวนเงิน

อันเป็นผลต่างระหว่างอัตราที่ซื้อหรือขายกับอัตราที่ประกาศกำหนด

หรือของจำนวนเงินซึ่งได้รับหรือเรียกเก็บนอกเหนือหรือผิดไปจากที่บัญญัติไว้ในมาตรา

๒๕ แล้วแต่กรณี หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาทแล้วแต่จำนวนใดจะมากกว่า

ความผิดตามมาตรานี้

ให้คณะกรรมการที่รัฐมนตรีแต่งตั้งมีอำนาจเปรียบเทียบได้

คณะกรรมการที่รัฐมนตรีแต่งตั้งตามวรรคสาม

ให้มีจำนวนสามคนซึ่งคนหนึ่งต้องเป็นพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา”

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

จอมพล ถนอม กิตติขจร

นายกรัฐมนตรี

หมายเหตุ :-

เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ

เนื่องด้วยการเงินระหว่างประเทศได้วิวัฒนาการไปเป็นอันมาก

ทำให้บทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยเงินตราไม่เหมาะสม

และสมควรปรับปรุงวิธีการเกี่ยวกับการกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนให้คล่องตัวและเหมาะสมกับเหตุการณ์

จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้น

วศิน/ผู้จัดทำ

๑๗ ธันวาคม ๒๕๕๑

สุกัญญา/ผู้จัดทำ

๒๑ มีนาคม ๒๕๕๔

สุนันทา/ตรวจ

๒๕ มีนาคม ๒๕๕๔

จุฑามาศ/ปรับปรุง

๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๘

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๙๐/ตอนที่ ๖๘/ฉบับพิเศษ หน้า ๙/๑๔ มิถุนายน ๒๕๑๖

9 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชบัญญัติเงินตรา (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2516 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_e0c3d6d4b3230aaa

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com