我的書籤免費註冊

พระราชบัญญัติเงินตรา (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2516

法律・公布 1973-06-14・全 13 條

อารัมภบท

พระราชบัญญัติ พระราชบัญญัติ เงินตรา (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๖ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๓๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๑๖ เป็นปีที่ ๒๘ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยเงินตรา จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติเงินตรา (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๖”

มาตรา ๒

มาตรา ๒[๑] พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติเงินตรา พ.ศ. ๒๕๐๑ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเงินตรา (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๑๔ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้ “ค่าเสมอภาค” หมายความว่า ค่าของหน่วยเงินตราสกุลใดสกุลหนึ่งเทียบกับน้ำหนักทองคำบริสุทธิ์ หรือหน่วยสิทธิพิเศษถอนเงิน หรือหน่วยเงินตราสกุลอื่น “อัตราแลกเปลี่ยนตามค่าเสมอภาค” หมายความว่า อัตราแลกเปลี่ยนระหว่างหน่วยเงินตราสกุลหนึ่งกับหน่วยเงินตราอีกสกุลหนึ่งตามค่าเสมอภาค “ซื้อหรือขายทันที” หมายความว่า ซื้อหรือขายโดยโอนตามคำสั่งทางโทรเลข “หลักทรัพย์ต่างประเทศ” หมายความว่า (๑) หลักทรัพย์ของรัฐบาลต่างประเทศหรือของสถาบันการเงินระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็นสมาชิก (๒) หลักทรัพย์ที่รัฐบาลต่างประเทศหรือสถาบันการเงินระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็นสมาชิกค้ำประกันการชำระหนี้ตามหลักทรัพย์นั้น (๓) ตราสารที่สถาบันการเงินระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็นสมาชิกออกให้เป็นหลักฐานว่า ผู้ถือตราสารได้มีส่วนร่วมกับสถาบันการเงินระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็นสมาชิกในการให้กู้ยืมเงินแก่รัฐบาลสมาชิก หรือองค์การของรัฐบาลสมาชิกของสถาบันการเงินระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็นสมาชิกตามจำนวนดังระบุไว้ในตราสารนั้น “อัตราเผื่อเหลือเผื่อขาด” หมายความว่า ความยิ่งหย่อนแห่งน้ำหนักและเนื้อโลหะของเหรียญกษาปณ์จากอัตราที่กำหนด “เงินตราที่พึงเปลี่ยนได้” หมายความว่า เงินตราของประเทศที่รับปฏิบัติแล้วตามพันธะที่ตั้งไว้ตามหมวด ๘ แห่งข้อตกลงว่าด้วยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ “ใบสำคัญสิทธิพิเศษถอนเงิน” หมายความว่า ใบสำคัญสิทธิพิเศษถอนเงินที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยการให้อำนาจและกำหนดการปฏิบัติบางประการเกี่ยวกับสิทธิพิเศษถอนเงินในกองทุนการเงินระหว่างประเทศ “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้”

มาตรา ๔

มาตรา ๔ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๘ แห่งพระราชบัญญัติเงินตรา พ.ศ. ๒๕๐๑ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “มาตรา ๘ การกำหนดค่าเสมอภาคของบาทให้กำหนดโดยเทียบกับน้ำหนักทองคำบริสุทธิ์หรือหน่วยสิทธิพิเศษถอนเงินและให้กระทำโดยพระราชกฤษฎีกา”

มาตรา ๕

มาตรา ๕ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๓ แห่งพระราชบัญญัติเงินตรา พ.ศ. ๒๕๐๑ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเงินตรา (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๑๔ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “มาตรา ๒๓ เพื่อประโยชน์ในการดำรงไว้ซึ่งค่าของบาทให้ธนาคารแห่งประเทศไทยหรือทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราซื้อหรือขายทันทีซึ่งเงินตราต่างประเทศที่กำหนดโดยกฎกระทรวง ตามที่ธนาคารพาณิชย์ในราชอาณาจักรจะเรียกให้ซื้อหรือขาย แต่การซื้อหรือขายคราวหนึ่ง ๆ ต้องไม่ต่ำกว่าจำนวนซึ่งรัฐมนตรีกำหนด เงินตราต่างประเทศที่กำหนดโดยกฎกระทรวงนั้น ต้องเป็นเงินตราที่ประกอบขึ้นเป็นทุนสำรองเงินตราได้ ธนาคารแห่งประเทศไทยหรือทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราไม่จำต้องซื้อหรือขายทันทีตามวรรคหนึ่งในขณะที่ยังมีกฎหมายว่าด้วยการกำกัดการซื้อขายเงินปริวรรตต่างประเทศใช้บังคับอยู่”

มาตรา ๖

มาตรา ๖ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๔ แห่งพระราชบัญญัติเงินตรา พ.ศ. ๒๕๐๑ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “มาตรา ๒๔ การซื้อหรือขายเงินตราต่างประเทศระหว่างธนาคารแห่งประเทศไทย หรือทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรากับธนาคารพาณิชย์ตามมาตรา ๒๓ นั้น อัตราซื้อหรือขายทันทีจะต่างจากอัตราแลกเปลี่ยนตามค่าเสมอภาคของบาทได้ไม่สูงกว่าอัตราขั้นสูงและไม่ต่ำกว่าอัตราขั้นต่ำที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด”

มาตรา ๗

มาตรา ๗ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๕ แห่งพระราชบัญญัติเงินตรา พ.ศ. ๒๕๐๑ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “มาตรา ๒๕ เพื่อประโยชน์ในการซื้อหรือขายเงินตราต่างประเทศ รัฐมนตรีมีอำนาจประกาศกำหนดอัตราซื้อหรือขายทันที ให้ธนาคารพาณิชย์หรือบุคคลอื่นปฏิบัติ แต่การกำหนดนี้ ในกรณีเงินตราต่างประเทศสกุลที่กำหนดในกฎกระทรวงตามมาตรา ๒๓ จะกำหนดให้ต่างไปจากอัตราแลกเปลี่ยนตามค่าเสมอภาคของบาทเกินกว่าร้อยละสองกับหนึ่งในสี่ของอัตราแลกเปลี่ยนตามค่าเสมอภาคของบาทมิได้ สำหรับเงินตราต่างประเทศสกุลอื่นจะกำหนดให้ต่างไปจากอัตราแลกเปลี่ยนตามค่าเสมอภาคของบาทเกินกว่าร้อยละสี่ครึ่งมิได้ เว้นแต่ในกรณีที่เงินตราต่างประเทศสกุลอื่นนั้นซื้อหรือขายทันทีในตลาดต่างประเทศในอัตราที่ต่างไปจากอัตราแลกเปลี่ยนตามค่าเสมอภาคสำหรับเงินตรานั้นเกินกว่าอัตราตามพันธะที่มีอยู่กับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ห้ามมิให้ธนาคารพาณิชย์หรือบุคคลอื่นรับเงินส่วนลดหรือเรียกเก็บเงินไม่ว่าประเภทใด เว้นแต่ค่าโทรเลขหรือค่าใช้จ่ายอย่างอื่นที่ต้องจ่ายเนื่องในการซื้อหรือขายนั้น ความในวรรคหนึ่งและวรรคสองไม่ใช้บังคับในกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย และทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราไม่ซื้อหรือขายเงินตราต่างประเทศตามความในมาตรา ๒๓ วรรคสาม”

มาตรา ๘

มาตรา ๘ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติเงินตรา พ.ศ. ๒๕๐๑ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเงินตรา (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๑๔ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “มาตรา ๓๐ ให้สินทรัพย์ดังต่อไปนี้เป็นสิ่งอันชอบด้วยกฎหมายที่จะประกอบขึ้นเป็นทุนสำรองเงินตรา (๑) ทองคำ (๒) เงินตราต่างประเทศอันเป็นเงินตราที่พึงเปลี่ยนได้ หรือเงินตราต่างประเทศอื่นใดที่กำหนดโดยกฎกระทรวง ทั้งนี้ ต้องเป็นรูปเงินฝากในธนาคารนอกราชอาณาจักรหรือในสถาบันการเงินระหว่างประเทศ (๓) หลักทรัพย์ต่างประเทศที่จะมีการชำระหนี้เป็นเงินตราต่างประเทศที่ระบุไว้ใน (๒) (๔) ทองคำหรือสินทรัพย์ต่างประเทศที่นำส่งสมทบกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (๕) ใบสำคัญสิทธิพิเศษถอนเงิน (๖) หลักทรัพย์รัฐบาลไทยที่จะมีการชำระหนี้เป็นเงินตราต่างประเทศที่ระบุไว้ใน (๒) หรือเป็นบาท (๗) ตั๋วเงินในประเทศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยพึงซื้อหรือรับช่วงซื้อลดได้ แต่ต้องมีค่ารวมกันไม่เกินร้อยละยี่สิบของจำนวนธนบัตรออกใช้ สินทรัพย์ตาม (๑) (๒) (๓) (๔) และ (๕) นั้น ธนาคารแห่งประเทศไทยจะต้องจัดดำรงไว้ให้มีค่ารวมกันทั้งสิ้นไม่ต่ำกว่าร้อยละหกสิบของจำนวนธนบัตรออกใช้ สินทรัพย์ตาม (๒) และ (๓) ซึ่งกำหนดไว้ในวรรคสองต้องมีอายุคงเหลือตามกำหนดฝากหรือไถ่ถอนไม่เกินสามปี

มาตรา ๓๑

มาตรา ๓๑ ค่าแห่งสินทรัพย์ที่เป็นหรือจะรับเข้าเป็นทุนสำรองเงินตรานั้นให้คำนวณเป็นบาทดังนี้ (๑) ทองคำตามค่าเสมอภาค (๒) เงินตราต่างประเทศตามอัตราแลกเปลี่ยนตามค่าเสมอภาค (๓) หลักทรัพย์ต่างประเทศตามราคาตลาดเมื่อสิ้นปีหรือถ้าเป็นหลักทรัพย์ที่ซื้อในระหว่างปีตามราคาที่ซื้อจนถึงเวลาตีราคาเมื่อสิ้นปี และให้เปลี่ยนเป็นบาทตามอัตราแลกเปลี่ยนตามค่าเสมอภาค (๔) ทองคำและสินทรัพย์ต่างประเทศที่นำส่งสมทบกองทุนการเงินระหว่างประเทศตามค่าเสมอภาคหรือตามอัตราแลกเปลี่ยนตามค่าเสมอภาค แล้วแต่กรณี (๕) ใบสำคัญสิทธิพิเศษถอนเงินตามอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างบาทตามค่าเสมอภาคกับหน่วยต้นเงินของใบสำคัญสิทธิพิเศษถอนเงิน (๖) หลักทรัพย์รัฐบาลไทยตามราคาที่ซื้อหรือรับช่วงซื้อลด หรือตามราคาที่ตราไว้แล้วแต่ราคาใดจะต่ำกว่า (๗) ตั๋วเงินในประเทศตามราคาที่ซื้อหรือรับช่วงซื้อลดไว้ ในกรณีที่เงินตราสกุลใดไม่มีค่าเสมอภาค หรือค่าเสมอภาคไม่มีผลใช้บังคับ ให้คำนวณค่าของเงินตราสกุลนั้นเป็นบาทตามราคาที่ซื้อจนถึงเวลาตีราคาเมื่อสิ้นปี การตีราคาเมื่อสิ้นปีให้คำนวณตามอัตรากลางระหว่างอัตราซื้อและอัตราขายในตลาดต่างประเทศ”

附則

มาตรา ๙附則

มาตรา ๙ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๓๓ แห่งพระราชบัญญัติเงินตรา พ.ศ. ๒๕๐๑ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเงินตรา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๑๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “มาตรา ๓๓ ผลประโยชน์อันเกิดจากสินทรัพย์ในบัญชีทุนสำรองเงินตราแต่ละปี ให้รับขึ้นบัญชีผลประโยชน์ประจำปี สินทรัพย์ในบัญชีผลประโยชน์ประจำปีให้ใช้จ่ายได้เพื่อการดังต่อไปนี้ (๑) การพิมพ์ธนบัตร รวมตลอดถึงการใด ๆ เกี่ยวกับการจัดตั้งโรงพิมพ์ของธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อพิมพ์ธนบัตรและสิ่งพิมพ์อื่นที่รัฐมนตรีเห็นชอบ และการตั้งเป็นทุนหมุนเวียนตามความจำเป็น เพื่อดำเนินกิจการโรงพิมพ์ดังกล่าว (๒) การออกและจัดการธนบัตร หรือการอื่นใดอันเกี่ยวกับกิจการธนบัตรซึ่งรัฐมนตรีอนุมัติ (๓) การชดใช้ค่าแห่งสินทรัพย์ในบัญชีทุนสำรองเงินตราที่ลดลง (๔) การจัดการเกี่ยวกับสินทรัพย์ในบัญชีทุนสำรองเงินตรา บัญชีผลประโยชน์ประจำปี และบัญชีสำรองพิเศษ เงินคงเหลือหลังจากการจ่ายตามวรรคสองเมื่อสิ้นปี ให้โอนเข้าบัญชีสำรองพิเศษ ผลประโยชน์อันเกิดจากสินทรัพย์ในบัญชีผลประโยชน์ประจำปีหรือบัญชีสำรองพิเศษ ให้รับขึ้นบัญชีผลประโยชน์ประจำปี ถ้าสินทรัพย์ในบัญชีผลประโยชน์ประจำปีในปีใดมีจำนวนไม่พอแก่การจ่ายดังกล่าว ให้จ่ายจากบัญชีสำรองพิเศษเท่าจำนวนที่ขาด และถ้าสินทรัพย์ในบัญชีสำรองพิเศษมีไม่พอจ่าย ให้จ่ายจากเงินคงคลังเท่าจำนวนที่ขาด ในปีต่อ ๆ ไปถ้าสินทรัพย์ในบัญชีผลประโยชน์ประจำปีมีเหลือจากการจ่ายดังกล่าว ให้ใช้คืนเงินคงคลังจนครบจำนวนที่ได้จ่ายไป และเมื่อเหลือเท่าใดจึงให้โอนเข้าบัญชีสำรองพิเศษไว้”

มาตรา ๑๐附則

มาตรา ๑๐ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๓๔ แห่งพระราชบัญญัติเงินตรา พ.ศ. ๒๕๐๑ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “มาตรา ๓๔ ในกรณีที่สินทรัพย์ในบัญชีทุนสำรองเงินตรามีค่าเพิ่มขึ้น ให้โอนส่วนที่เพิ่มขึ้นนั้นเข้าบัญชีสำรองพิเศษ”

มาตรา ๑๑附則

มาตรา ๑๑ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๓๖ แห่งพระราชบัญญัติเงินตรา พ.ศ. ๒๕๐๑ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “มาตรา ๓๖ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศของรัฐมนตรีตามมาตรา ๒๕ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท ถ้าความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นความผิดโดยซื้อหรือขายทันทีซึ่งเงินตราต่างประเทศผิดไปจากอัตราที่ประกาศกำหนดหรือรับเงิน หรือเรียกเก็บเงินนอกเหนือหรือผิดไปจากที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๕ ผู้กระทำความผิดต้องระวางโทษปรับเป็นเงินไม่เกินห้าเท่าของจำนวนเงิน อันเป็นผลต่างระหว่างอัตราที่ซื้อหรือขายกับอัตราที่ประกาศกำหนด หรือของจำนวนเงินซึ่งได้รับหรือเรียกเก็บนอกเหนือหรือผิดไปจากที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๕ แล้วแต่กรณี หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาทแล้วแต่จำนวนใดจะมากกว่า ความผิดตามมาตรานี้ ให้คณะกรรมการที่รัฐมนตรีแต่งตั้งมีอำนาจเปรียบเทียบได้ คณะกรรมการที่รัฐมนตรีแต่งตั้งตามวรรคสาม ให้มีจำนวนสามคนซึ่งคนหนึ่งต้องเป็นพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา” ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ จอมพล ถนอม กิตติขจร นายกรัฐมนตรี หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องด้วยการเงินระหว่างประเทศได้วิวัฒนาการไปเป็นอันมาก ทำให้บทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยเงินตราไม่เหมาะสม และสมควรปรับปรุงวิธีการเกี่ยวกับการกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนให้คล่องตัวและเหมาะสมกับเหตุการณ์ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้น วศิน/ผู้จัดทำ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๕๑ สุกัญญา/ผู้จัดทำ ๒๑ มีนาคม ๒๕๕๔ สุนันทา/ตรวจ ๒๕ มีนาคม ๒๕๕๔ จุฑามาศ/ปรับปรุง ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๐/ตอนที่ ๖๘/ฉบับพิเศษ หน้า ๙/๑๔ มิถุนายน ๒๕๑๖

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีCC BY 4.0

接下來可以查