กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการยื่นอุทธรณ์ และวิธีการพิจารณาอุทธรณ์
พ.ศ. ๒๕๔๖[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ และมาตรา
๓๙ แห่งพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.
๒๕๔๕
อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล
ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๕ มาตรา ๒๓๗ และมาตรา ๒๓๘
ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑
การอุทธรณ์ต้องทำเป็นหนังสือและอย่างน้อยต้องประกอบด้วย
(๑) วัน เดือน ปี ที่ยื่นอุทธรณ์
(๒) ชื่อตัว นามสกุล และที่อยู่ของผู้อุทธรณ์
(๓) ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องที่อุทธรณ์
ข้อโต้แย้งหรือข้อกฎหมายและเหตุผลที่ยกขึ้นอ้างอิงในอุทธรณ์โดยชัดแจ้ง
พร้อมทั้งความประสงค์หรือคำขอของผู้อุทธรณ์
(๔) ลายมือชื่อของผู้อุทธรณ์
ผู้อุทธรณ์จะยื่นสำเนาคำวินิจฉัยหรือคำสั่งของคณะอนุกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดพร้อมด้วยเอกสารหลักฐานอื่นประกอบการอุทธรณ์ด้วยก็ได้
ในกรณีที่ผู้อุทธรณ์ประสงค์จะแถลงการณ์ด้วยวาจาในชั้นพิจารณาของคณะกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดให้แสดงความประสงค์ไว้ในหนังสืออุทธรณ์ด้วย
ข้อ ๒
เพื่อประโยชน์ในการอุทธรณ์
ให้ผู้ได้รับผลกระทบจากคำวินิจฉัยหรือคำสั่งมีสิทธิขอตรวจดูหรือขอสำเนาเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้อง
และให้เป็นดุลพินิจของผู้อำนวยการศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดหรือผู้ควบคุมสถานที่ตามมาตรา
๑๘ ที่เก็บรักษาคำวินิจฉัยหรือคำสั่งแล้วแต่กรณี ที่จะอนุญาต
ข้อ ๓ อุทธรณ์ตามข้อ ๑
ให้ยื่นต่อผู้อำนวยการศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดหรือผู้ควบคุมสถานที่ตามมาตรา
๑๘ ที่เก็บรักษาคำวินิจฉัยหรือคำสั่ง แล้วแต่กรณี และให้ผู้ที่รับหนังสือนั้นออกใบรับอุทธรณ์ไว้เป็นหลักฐาน
ข้อ ๔
ภายในกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์ ผู้อุทธรณ์อาจขอแก้ไขเพิ่มเติมอุทธรณ์ได้
โดยทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้อุทธรณ์ ชี้แจงข้อเท็จจริง วัตถุประสงค์
และเหตุผลในการแก้ไขเพิ่มเติมอุทธรณ์
ข้อ ๕
ในการพิจารณาอุทธรณ์อย่างน้อยให้คณะกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดพิจารณาจากคำวินิจฉัยหรือคำสั่งที่ถูกอุทธรณ์
คำอุทธรณ์ คำแถลงการณ์ด้วยวาจาของผู้อุทธรณ์ และเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
ในกรณีที่เห็นสมควรคณะกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดอาจให้มีการจัดทำคำแก้อุทธรณ์หรือจะแสวงหาข้อเท็จจริงหรือเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมเพื่อนำมาประกอบการพิจารณาก็ได้
ในกรณีที่ผู้อุทธรณ์ขอแถลงการณ์ด้วยวาจา
ให้เป็นดุลพินิจของคณะกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดที่จะอนุญาตให้มีการแถลงการณ์ด้วยวาจาหรือไม่ก็ได้
และหากอนุญาตให้แถลงการณ์ด้วยวาจา ให้คณะกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดเปิดโอกาสให้คณะอนุกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดได้รับทราบและแถลงการณ์แก้ด้วยวาจา
โดยอาจมอบหมายเป็นหนังสือให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นผู้แถลงแทนก็ได้ ทั้งนี้
คณะกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดต้องแจ้งกำหนดวันแถลงการณ์ให้คู่กรณีทราบล่วงหน้าตามสมควร
และต้องเปิดโอกาสให้คู่กรณีได้รับฟังแถลงการณ์ด้วยวาจาของอีกฝ่ายหนึ่งด้วย
ข้อ ๖ ในการพิจารณาอุทธรณ์
นอกจากจะต้องดำเนินการตามข้อ ๕
แล้วให้คณะกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดดำเนินการดังต่อไปนี้ด้วย
(๑) ถ้าเป็นการพิจารณาอุทธรณ์คำวินิจฉัยว่าเป็นผู้เสพหรือติดยาเสพติด
ให้นำข้อมูลดังต่อไปนี้มาประกอบการพิจารณา
(ก) ประวัติและข้อมูลส่วนตัวของผู้อุทธรณ์ เช่น ข้อมูลทางด้านการศึกษา
สุขภาพ นิสัยและความประพฤติ ประวัติการใช้ยาเสพติด ประวัติการกระทำผิด
เป็นต้น
(ข) ผลการตรวจพิสูจน์ปัสสาวะหรือตัวอย่างของเหลวของผู้อุทธรณ์
(๒) ถ้าเป็นการพิจารณาอุทธรณ์คำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว
ให้นำข้อมูลดังต่อไปนี้มาประกอบการพิจารณา
(ก) สภาพร่างกายและสุขภาพโดยทั่วไปของผู้อุทธรณ์
(ข) ความน่าเชื่อถือของผู้ร้องขอประกันหรือหลักประกัน
(ค) ความเสี่ยงหรือพฤติกรรมของผู้อุทธรณ์เกี่ยวกับการหลบหนี
(ง) ภัยอันตรายหรือความเสียหายที่อาจเกิดจากการอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว
ข้อ ๗
เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาอุทธรณ์ให้คณะกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดมีอำนาจสั่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่สืบเสาะและพินิจเพิ่มเติมในประเด็นที่กำหนดเพื่อประกอบการพิจารณา
ข้อ ๘
บรรดาเอกสารและหลักฐานที่คณะกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดได้รับ
เช่น บัตรประจำตัวประชาชน บัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ ทะเบียนบ้าน ทะเบียนสมรส
เป็นต้น นอกจากอุทธรณ์และคำแก้อุทธรณ์ ให้จัดทำสำเนาและให้ผู้ที่ยื่นเอกสารและหลักฐานนั้น
ลงนามรับรองแล้วคืนต้นฉบับให้ผู้นั้นไป
ข้อ ๙
ในการสอบถามผู้อุทธรณ์หรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง
ให้มีการบันทึกถ้อยคำไว้เป็นหนังสือแล้วให้อ่านข้อความที่บันทึกไว้ให้ผู้ให้ถ้อยคำฟังและลงลายมือชื่อของบุคคลดังกล่าวไว้เป็นหลักฐาน
หากผู้นั้นลงลายมือชื่อไม่ได้หรือไม่ยอมลงลายมือชื่อ
ให้จดบันทึกแจ้งเหตุที่ไม่มีการลงลายมือชื่อไว้
ข้อ ๑๐
อุทธรณ์ในเรื่องใดหรือประเด็นใดที่ได้มีการทิ้งอุทธรณ์หรือถอนอุทธรณ์แล้ว
ห้ามมิให้อุทธรณ์ซ้ำในเรื่องนั้นหรือประเด็นนั้นอีก
ข้อ ๑๑
ผู้อุทธรณ์อาจขอถอนอุทธรณ์เมื่อใดก็ได้ แต่ต้องก่อนที่คณะกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดจะมีคำวินิจิฉัยอุทธรณ์
และเมื่อได้ถอนอุทธรณ์แล้ว
ให้การพิจารณาอุทธรณ์นั้นเป็นอันระงับและให้คณะกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดจำหน่ายอุทธรณ์นั้นเสีย
การถอนอุทธรณ์
ให้ทำเป็นหนังสือยื่นต่อผู้อำนวยการศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดหรือผู้ควบคุมสถานที่ตามมาตรา
๑๘ ที่รับอุทธรณ์ไว้ตามข้อ ๓
ข้อ ๑๒
คำวินิจฉัยอุทธรณ์ให้ทำเป็นหนังสือ
และอย่างน้อยต้องประกอบด้วยรายการดังต่อไปนี้
(๑) วัน เดือน ปี ที่มีคำวินิจฉัยอุทธรณ์
(๒) ข้อเท็จจริงที่นำมาใช้ประกอบการวินิจฉัยอุทธรณ์
(๓) ข้อกฎหมายหรือเหตุผลในการวินิจฉัยอุทธรณ์
(๔) ลายมือชื่อของกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดทุกคนที่ร่วมพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์นั้น
ข้อ ๑๓
เมื่อได้มีคำวินิจฉัยอุทธรณ์แล้ว
ให้แจ้งให้ผู้อำนวยการศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดหรือผู้ควบคุมสถานที่ตามมาตรา
๑๘ ที่รับอุทธรณ์ไว้ตามข้อ ๓ ทราบโดยเร็ว
และให้ผู้อำนวยการศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดหรือผู้ควบคุมสถานที่ดังกล่าวแจ้งผลการวินิจฉัยอุทธรณ์นั้นให้ผู้อุทธรณ์ทราบภายในสามวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๖
พงศ์เทพ เทพกาญจนา
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๓๙
แห่งพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๔๕ บัญญัติให้การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการยื่นอุทธรณ์
และวิธีการพิจารณาอุทธรณ์ในกรณีที่คณะอนุกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดมีคำวินิจฉัยว่าผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์ได้เสพหรือติดยาเสพติดหรือมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์หรือผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดชั่วคราว
หรือมีคำสั่งขยายระยะเวลาการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด
ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ศุภสรณ์ รุ่งโรจน์วุฒิกุล
อภิสิทธิ์ ไชยหาญ
ผู้จัดทำ
รัศศ์วรรณวลัย/ตรวจ
๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๐/ตอนที่ ๑๗ ก/หน้า ๘/๒ มีนาคม ๒๕๕๖
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).