มาตรา ๓[๒] ทบวงการชำนัญพิเศษ มีดังนี้
(๑) กองทุนการเงินระหว่างประเทศ
(๒) กองทุนระหว่างประเทศเพื่อการพัฒนาเกษตรกรรม
(๓) ธนาคารระหว่างประเทศเพื่อการบูรณะและวิวัฒนาการ
(๔) บรรษัทการเงินระหว่างประเทศ
(๕) สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ
(๖) สหภาพสากลไปรษณีย์
(๗) องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ
(๘) องค์การที่ปรึกษาทางทะเลระหว่างรัฐบาล
(๙) องค์การแรงงานระหว่างประเทศ
(๑๐) องค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ
(๑๑) องค์การอนามัยโลก
(๑๒) องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ
(๑๓) องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก
(๑๔)[๓]
องค์การทรัพย์สินทางปัญญาแห่งโลก
(๑๕)[๔]
องค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
จอมพล ส. ธนะรัชต์
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ
เนื่องจากได้มีการปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับการดำเนินงานของสหประชาชาติและทบวงการชำนัญพิเศษ
โดยได้ตราพระราชบัญญัติคุ้มครองการดำเนินงานของสหประชาชาติ
และทบวงการชำนัญพิเศษในประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๐๔ ขึ้น ฉะนั้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้เพื่อระบุทบวงการชำนัญพิเศษ
ตามความในพระราชบัญญัตินั้น
พระราชกฤษฎีการะบุทบวงการชำนัญพิเศษ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๐๘[๕]
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ
เนื่องจากรัฐบาลได้ทำความตกลงกับสภาความช่วยเหลือทางวิชาการแห่งสหประชาชาติ
เพิ่มชื่อสหภาพสากลไปรษณีย์เข้าในบัญชีรายชื่อขององค์การที่เข้าร่วมในความตกลงมาตรฐานที่ได้แก้ไขใหม่ระหว่างสหประชาชาติ
สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก
องค์การการกรรมกรระหว่างประเทศ องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ
องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ องค์การอนามัยโลก
และทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศกับรัฐบาลแห่งประเทศไทย ฉบับลงวันที่ ๔
มิถุนายน ค.ศ. ๑๙๖๐ ฉะนั้น
เพื่อให้การดำเนินงานของสหภาพสากลไปรษณีย์ได้รับความคุ้มครองในประเทศไทย
จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีการะบุสหภาพสากลไปรษณีย์เป็นทบวงการชำนัญพิเศษขึ้น
ตามความในพระราชบัญญัติคุ้มครองการดำเนินงานของสหประชาชาติและทบวงการชำนัญพิเศษในประเทศไทย
พ.ศ. ๒๕๐๔
พระราชกฤษฎีการะบุทบวงการชำนัญพิเศษ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๑๗[๖]
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ
เนื่องจากประเทศไทยได้เข้าเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยองค์การที่ปรึกษาทางทะเลระหว่างรัฐบาลแล้ว
ฉะนั้น
เพื่อให้การดำเนินงานขององค์การที่ปรึกษาทางทะเลระหว่างรัฐบาลซึ่งเป็นทบวงการชำนัญพิเศษแห่งสหประชาชาติได้รับความคุ้มครองในประเทศไทย จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ขึ้น
พระราชกฤษฎีการะบุทบวงการชำนัญพิเศษ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๑[๗]
หมายเหตุ:-
เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ
โดยที่เป็นการสมควรให้ความคุ้มครองการดำเนินงานในประเทศไทยของกองทุนระหว่างประเทศเพื่อการพัฒนาเกษตรกรรม
ซึ่งเป็นทบวงการชำนัญพิเศษที่ตั้งขึ้นใหม่และประเทศไทยได้เข้าเป็นสมาชิกแล้ว
นอกจากนั้นสมควรแก้ไขชื่อขององค์การกรรมกรระหว่างประเทศเสียใหม่
เป็นองค์การแรงงานระหว่างประเทศ เพื่อให้ถูกต้องตามความหมายที่แท้จริง
และเพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้ขึ้น
พระราชกฤษฎีการะบุทบวงการชำนัญพิเศษ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๓๓[๘]
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ
เนื่องจากประเทศไทยได้เข้าเป็นสมาชิกขององค์การทรัพย์สินทางปัญญาแห่งโลก
ซึ่งเป็นทบวงการชำนัญพิเศษของสหประชาชาติแล้ว ฉะนั้น
เพื่อให้การดำเนินงานขององค์การทรัพย์สินทางปัญญาแห่งโลกได้รับความคุ้มครองในประเทศไทยตามอนุสัญญาว่าด้วยเอกสิทธิและความคุ้มกันของทบวงการชำนัญพิเศษ
สมควรระบุองค์การดังกล่าวเป็นทบวงการชำนัญพิเศษตามความในพระราชบัญญัติคุ้มครองการดำเนินงานของสหประชาชาติและทบวงการชำนัญพิเศษในประเทศไทย
พ.ศ. ๒๕๐๔ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
พระราชกฤษฎีการะบุทบวงการชำนัญพิเศษ (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๔๔[๙]
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากองค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ
ซึ่งมีฐานะเป็นทบวงการชำนัญพิเศษแห่งสหประชาชาติและประเทศไทยเป็นสมาชิก
ได้เข้ามาดำเนินงานในประเทศไทยโดยเป็นสำนักงานภูมิภาคประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินงานในประเทศไทยขององค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติได้รับความคุ้มครอง
สมควรระบุให้องค์การดังกลางเป็นทบวงการชำนัญพิเศษ ตามความในพระราชบัญญัติคุ้มครองการดำเนินงานของสหรปะชาชาติและทบวงชำนัญพิเศษในประเทศไทย
พ.ศ. ๒๕๐๔ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
ณัฐพร/ปรับปรุง
๑ พฤษภาคม ๒๕๕๖
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๗๘/ตอนที่ ๑๑๐/ฉบับพิเศษ หน้า ๑/๒๔ ธันวาคม ๒๕๐๔
[๒]
ข้อ ๓ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีการะบุทบวงการชำนัญพิเศษ
(ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๑
[๓]
ข้อ ๓ (๑๔) เพิ่มโดยพระราชกฤษฎีการะบุทบวงการชำนัญพิเศษ
(ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๔]
ข้อ ๓ (๑๕) เพิ่มโดยพระราชกฤษฎีการะบุทบวงการชำนัญพิเศษ
(ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๔๔
[๕] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๘๒/ตอนที่ ๓๒/หน้า ๒๓๗/๒๐ เมษายน ๒๕๐๘
[๖]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๑/ตอนที่ ๔๔/หน้า ๑๓๙/๑๒ มีนาคม ๒๕๑๗
[๗]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๕/ตอนที่ ๑๑๘/ฉบับพิเศษ หน้า ๓๔/๒๕ ตุลาคม ๒๕๒๑
[๘]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๗/ตอนที่ ๓๒/ฉบับพิเศษ หน้า ๔/๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๓
[๙]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๘/ตอนที่ ๑๒๐ก/ หน้า ๑/๓๐ ธันวาคม ๒๕๔๔