กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
ให้ใช้บังคับผังเมืองรวมเมืองพระนครศรีอยุธยา
พ.ศ.
๒๕๕๒[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕
แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘ และมาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง
แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการผังเมือง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๕
อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล
ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ มาตรา ๔๑ มาตรา ๔๒ และมาตรา ๔๓
ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้
ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑
กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับได้มีกำหนดห้าปี
ข้อ ๒
ให้ใช้บังคับผังเมืองรวม
ในท้องที่ตำบลบ้านใหม่ ตำบลวัดตูม ตำบลบ้านเกาะ ตำบลหันตรา ตำบลสวนพริก ตำบลลุมพลี
ตำบลคลองสระบัว ตำบลภูเขาทอง ตำบลหัวรอ ตำบลบ้านป้อม ตำบลหอรัตนไชย ตำบลไผ่ลิง
ตำบลท่าวาสุกรี ตำบลประตูชัย ตำบลกะมัง ตำบลคลองสวนพลู ตำบลสำเภาล่ม ตำบลปากกราน
ตำบลเกาะเรียน อำเภอพระนครศรีอยุธยา และตำบลข้าวเม่า ตำบลธนู ตำบลคานหาม
อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายกฎกระทรวงนี้
ข้อ ๓
การวางและจัดทำผังเมืองรวมตามกฎกระทรวงนี้
มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาและการดำรงรักษาเมืองและบริเวณที่เกี่ยวข้องหรือชนบท
ในด้านการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน การคมนาคมและการขนส่ง การสาธารณูปโภค
บริการสาธารณะและสภาพแวดล้อมในบริเวณแนวเขตตามข้อ ๒ ให้สอดคล้องกับการพัฒนาระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ข้อ ๔
ผังเมืองรวมตามกฎกระทรวงนี้
มีนโยบายและมาตรการเพื่อจัดระบบการใช้ประโยชน์ที่ดิน
โครงข่ายคมนาคมขนส่งและบริการสาธารณะให้มีประสิทธิภาพ
สามารถรองรับและสอดคล้องกับการขยายตัวของชุมชนในอนาคต
รวมทั้งส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจโดยมีสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้
(๑)
ส่งเสริมและพัฒนาชุมชนเมืองให้เป็นศูนย์กลางการบริหาร
การปกครองและการศึกษาของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
(๒)
ส่งเสริมและพัฒนาให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญด้านประวัติศาสตร์
(๓) ส่งเสริมและอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและสภาพแวดล้อมที่มีคุณค่าทางศิลปกรรม
สถาปัตยกรรม ประวัติศาสตร์และโบราณคดี ให้เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
(๔) พัฒนาการบริการทางสังคม
โดยพัฒนาระบบสาธารณูปโภคและสาธารณูปการให้เพียงพอและได้มาตรฐาน
(๕) อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ข้อ ๕
การใช้ประโยชน์ที่ดินภายในเขตผังเมืองรวม
ให้เป็นไปตามแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภท
แผนผังแสดงโครงการคมนาคมและขนส่ง และรายการประกอบแผนผังท้ายกฎกระทรวงนี้
ข้อ ๖
การใช้ประโยชน์ที่ดินตามแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทท้ายกฎกระทรวงนี้
ให้เป็นไป ดังต่อไปนี้
(๑) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๑.๑ ถึงหมายเลข ๑.๒๔
ที่กำหนดไว้เป็นสีเหลือง ให้เป็นที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย
(๒) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๒.๑ ถึงหมายเลข ๒.๑๐
ที่กำหนดไว้เป็นสีส้ม ให้เป็นที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง
(๓) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๓.๑ ถึงหมายเลข ๓.๘
ที่กำหนดไว้เป็นสีแดง ให้เป็นที่ดินประเภทพาณิชยกรรมและที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก
(๔) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๔.๑ ถึงหมายเลข ๔.๙
ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียว ให้เป็นที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม
(๕) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๕.๑ ถึงหมายเลข ๕.๕
ที่กำหนดไว้เป็นสีขาวมีกรอบและเส้นทแยงสีเขียว
ให้เป็นที่ดินประเภทอนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรม
(๖) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๖.๑ ถึงหมายเลข ๖.๖
ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวมีกรอบและเส้นทแยงสีน้ำตาล
ให้เป็นที่ดินประเภทปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
(๗) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๗.๑ ถึงหมายเลข ๗.๗
ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวอ่อน
ให้เป็นที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อนันทนาการและการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม
(๘) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๘.๑ ถึงหมายเลข ๘.๔๓
ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวมะกอก ให้เป็นที่ดินประเภทสถาบันการศึกษา
(๙) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๙.๑ ถึงหมายเลข ๙.๗
ที่กำหนดไว้เป็นสีน้ำตาลอ่อน
ให้เป็นที่ดินประเภทอนุรักษ์เพื่อส่งเสริมเอกลักษณ์ศิลปวัฒนธรรมไทย
(๑๐) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๑๐.๑ ถึงหมายเลข
๑๐.๖๘ ที่กำหนดไว้เป็นสีเทาอ่อน ให้เป็นที่ดินประเภทสถาบันศาสนา
(๑๑) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๑๑.๑ ถึงหมายเลข
๑๑.๓๓ ที่กำหนดไว้เป็นสีน้ำเงิน ให้เป็นที่ดินประเภทสถาบันราชการ
การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ
ข้อ ๗
ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยสถาบันราชการ
การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่
สำหรับการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่นให้ใช้ได้ไม่เกินร้อยละสิบของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ
ที่ดินประเภทนี้
ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้
(๑) โรงงานทุกจำพวกตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน
เว้นแต่โรงงานตามประเภท ชนิด และจำพวกที่กำหนดให้ดำเนินการได้ตามบัญชีท้ายกฎกระทรวงนี้
และโรงงานบำบัดน้ำเสียรวมของชุมชน
(๒) สถานที่บรรจุก๊าซ สถานที่เก็บก๊าซ
และห้องบรรจุก๊าซ
สำหรับก๊าซปิโตรเลียมเหลวตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง
แต่ไม่หมายความรวมถึงสถานีบริการ ร้านจำหน่ายก๊าซ สถานที่ใช้ก๊าซ
และสถานที่จำหน่ายอาหารที่ใช้ก๊าซ
(๓)
คลังน้ำมันเชื้อเพลิงและสถานที่ที่ใช้ในการเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง
ที่ไม่ใช่ก๊าซปิโตรเลียมเหลวและก๊าซธรรมชาติ
เพื่อจำหน่ายที่ต้องขออนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง
เว้นแต่เป็นสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง
(๔) เลี้ยงสัตว์ทุกชนิดเพื่อการค้า
(๕) โรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม
เว้นแต่เป็นที่ดินในบริเวณหมายเลข ๑.๑๒
(๖) สถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ
(๗) การจัดสรรที่ดินทุกประเภท
เว้นแต่การจัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยหรือเกษตรกรรม
(๘) กิจการใด ๆ ที่ดำเนินการหรือประกอบกิจการประเภทอาคารขนาดใหญ่
(๙) โรงฆ่าสัตว์
(๑๐) ไซโลเก็บผลิตผลทางการเกษตร
(๑๑) กำจัดมูลฝอยหรือสิ่งปฏิกูล
(๑๒) ซื้อขายหรือเก็บเศษวัสดุ
การใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทนี้
ให้เป็นไปดังต่อไปนี้
(๑) ที่ดินเพื่อกิจการใด ๆ
กำหนดให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละสี่สิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต
(๒) การใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทอาคารชุด
อาคารอยู่อาศัยรวม หรือหอพัก
ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำป่าสัก
แม่น้ำลพบุรี ลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า ๒๕ เมตร เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมทางน้ำหรือการสาธารณูปโภค
(๓) ที่ดินริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำป่าสัก
และแม่น้ำลพบุรี ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำเจ้าพระยา
แม่น้ำป่าสัก และแม่น้ำลพบุรีไม่น้อยกว่า ๖ เมตร
และที่ดินริมฝั่งลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะอื่น
ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า
๓ เมตร ทั้งนี้ เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมทางน้ำหรือสาธารณูปโภค
ข้อ ๘
ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยสถาบันราชการ
การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่
สำหรับการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่น
ให้ใช้ได้ไม่เกินร้อยละสิบของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ
เว้นแต่เป็นที่ดินในบริเวณหมายเลข ๒.๘ และหมายเลข ๒.๑๐
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่นได้ไม่เกินร้อยละสิบห้าของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ
ที่ดินประเภทนี้
ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้
(๑) โรงงานทุกจำพวกตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน
เว้นแต่โรงงานตามประเภท ชนิด
และจำพวกที่กำหนดให้ดำเนินการได้ตามบัญชีท้ายกฎกระทรวงนี้
และโรงงานบำบัดน้ำเสียรวมของชุมชน
(๒) สถานที่บรรจุก๊าซ สถานที่เก็บก๊าซ
และห้องบรรจุก๊าซ
สำหรับก๊าซปิโตรเลียมเหลวตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง
แต่ไม่หมายความรวมถึงสถานีบริการ ร้านจำหน่ายก๊าซ สถานที่ใช้ก๊าซ
และสถานที่จำหน่ายอาหารที่ใช้ก๊าซ
(๓) คลังน้ำมันเชื้อเพลิงและสถานที่ที่ใช้ในการเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง
ที่ไม่ใช่ก๊าซปิโตรเลียมเหลวและก๊าซธรรมชาติ
เพื่อจำหน่ายที่ต้องขออนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง
เว้นแต่เป็นสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง
(๔) เลี้ยงสัตว์ทุกชนิดเพื่อการค้า
(๕) สุสานและฌาปนสถานตามกฎหมายว่าด้วยสุสานและฌาปนสถาน
(๖) สถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ
(๗) การจัดสรรที่ดินทุกประเภท
เว้นแต่การจัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยหรือเกษตรกรรม
(๘) กิจการใด ๆ
ที่ดำเนินการหรือประกอบกิจการประเภทอาคารขนาดใหญ่
(๙) สถานสงเคราะห์หรือรับเลี้ยงสัตว์
(๑๐) โรงฆ่าสัตว์
(๑๑) ไซโลเก็บผลิตผลทางการเกษตร
(๑๒) กำจัดมูลฝอยหรือสิ่งปฏิกูล
(๑๓) ซื้อขายหรือเก็บเศษวัสดุ
การใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทนี้
ให้เป็นไปดังต่อไปนี้
(๑) ที่ดินเพื่อกิจการใด ๆ
กำหนดให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละสี่สิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต
(๒) การใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทอาคารชุด
อาคารอยู่อาศัยรวม หรือหอพัก
ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำป่าสัก
ลำคลอง หรือแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า ๒๕ เมตร
เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมทางน้ำหรือการสาธารณูปโภค
(๓) ที่ดินริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำป่าสัก
ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำป่าสักไม่น้อยกว่า
๖ เมตร และที่ดินริมฝั่ง ลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะอื่น
ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า
๓ เมตร ทั้งนี้ เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมทางน้ำหรือสาธารณูปโภค
ข้อ ๙
ที่ดินประเภทพาณิชยกรรมและที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อพาณิชยกรรม การอยู่อาศัย สถาบันราชการ
การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่สำหรับการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่น
ให้ใช้ได้ไม่เกินร้อยละสิบของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ
ที่ดินประเภทนี้
ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้
(๑) โรงงานทุกจำพวกตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน
เว้นแต่โรงงานตามประเภท ชนิด และจำพวกที่กำหนดให้ดำเนินการได้ตามบัญชีท้ายกฎกระทรวงนี้
และโรงงานบำบัดน้ำเสียรวมของชุมชน
(๒) สถานที่บรรจุก๊าซ สถานที่เก็บก๊าซ
และห้องบรรจุก๊าซ
สำหรับก๊าซปิโตรเลียมเหลวตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง
แต่ไม่หมายความรวมถึงร้านจำหน่ายก๊าซ สถานที่ใช้ก๊าซ
และสถานที่จำหน่ายอาหารที่ใช้ก๊าซ
(๓) คลังน้ำมันเชื้อเพลิงและสถานที่ที่ใช้ในการเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง
ที่ไม่ใช่ก๊าซปิโตรเลียมเหลวและก๊าซธรรมชาติ
เพื่อจำหน่ายที่ต้องขออนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง
(๔) เลี้ยงสัตว์ทุกชนิดเพื่อการค้า
(๕)
สุสานและฌาปนสถานตามกฎหมายว่าด้วยสุสานและฌาปนสถาน
(๖) สถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ
(๗) การจัดสรรที่ดินทุกประเภท
เว้นแต่การจัดสรรที่ดินเพื่อประกอบพาณิชยกรรม
(๘) กิจการใด ๆ
ที่ดำเนินการหรือประกอบกิจการประเภทอาคารขนาดใหญ่
(๙) สถานสงเคราะห์หรือรับเลี้ยงสัตว์
(๑๐) โรงฆ่าสัตว์
(๑๑) ไซโลเก็บผลิตผลทางการเกษตร
(๑๒) กำจัดมูลฝอยหรือสิ่งปฏิกูล
(๑๓) ซื้อขายหรือเก็บเศษวัสดุ
การใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทนี้ ให้เป็นไป ดังต่อไปนี้
(๑) ที่ดินเพื่อกิจการใด ๆ
กำหนดให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละสี่สิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต
(๒) การใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทโรงแรม อาคารชุด
อาคารอยู่อาศัยรวม
หรือหอพักให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำป่าสัก
แม่น้ำลพบุรี ลำคลอง หรือแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า ๒๕ เมตร
เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมทางน้ำหรือการสาธารณูปโภค
(๓) ที่ดินริมฝั่งแม่น้ำป่าสักและแม่น้ำลพบุรี ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำป่าสักและแม่น้ำลพบุรีไม่น้อยกว่า
๖ เมตร และที่ดินริมฝั่งลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะอื่น
ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า
๓ เมตร ทั้งนี้ เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมทางน้ำหรือสาธารณูปโภค
ข้อ ๑๐
ที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม สถาบันราชการ
การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่
สำหรับการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่น ให้ใช้ได้ไม่เกินร้อยละสิบของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ
ที่ดินประเภทนี้
ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้
(๑) โรงงานทุกจำพวกตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน
เว้นแต่โรงงานตามประเภท ชนิด
และจำพวกที่กำหนดให้ดำเนินการได้ตามบัญชีท้ายกฎกระทรวงนี้ และโรงงานบำบัดน้ำเสียรวมของชุมชน
(๒) สถานที่บรรจุก๊าซ สถานที่เก็บก๊าซ
และห้องบรรจุก๊าซ
สำหรับก๊าซปิโตรเลียมเหลวตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง
แต่ไม่หมายความรวมถึงสถานีบริการ ร้านจำหน่ายก๊าซ สถานที่ใช้ก๊าซ
และสถานที่จำหน่ายอาหารที่ใช้ก๊าซ
(๓) คลังน้ำมันเชื้อเพลิงและสถานที่ที่ใช้ในการเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง
ที่ไม่ใช่ก๊าซปิโตรเลียมเหลวและก๊าซธรรมชาติ
เพื่อจำหน่ายที่ต้องขออนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง
เว้นแต่เป็นสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง
(๔) โรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม
(๕) สถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ
(๖) การจัดสรรที่ดินทุกประเภท
เว้นแต่การจัดสรรที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
(๗) กิจการใด ๆ
ที่ดำเนินการหรือประกอบกิจการประเภทอาคารขนาดใหญ่
(๘)
การอยู่อาศัยหรือประกอบพาณิชยกรรมประเภทห้องแถว ตึกแถว หรือบ้านแถว
(๙) การอยู่อาศัยประเภทห้องชุด อาคารชุด หอพัก หรืออาคารอยู่อาศัยรวม
(๑๐)
สถานที่เก็บสินค้าที่ใช้เป็นที่เก็บพักหรือขนถ่ายสินค้าหรือสิ่งของเพื่อประโยชน์ทางการค้าหรืออุตสาหกรรม
(๑๑) ซื้อขายหรือเก็บเศษวัสดุในระยะ ๑๐๐ เมตร
จากเขตทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๒ สายบางปะอิน - พยุหคีรี ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๔๗
สายแยกทางหลวงหมายเลข ๓๔๖ (ปทุมธานี) - บรรจบทางหลวงเทศบาลเมืองลพบุรีควบคุม
ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๒๖๓ สายอยุธยา - บรรจบทางหลวงหมายเลข ๓๔๐ (บ้านสาลี)
ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๔๖๙ สายแยกทางหลวงหมายเลข ๓๒๖๓ (อยุธยา) - บางปะอิน
ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๐๖๐ สายวัดภูเขาทอง - เกาะเมือง ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข
๓๐๕๓ สายแยกทางหลวงหมายเลข ๓๐๙ (สะพานปรีดีธำรง) - บรรจบทางหลวงหมายเลข ๓๒
และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๐๖๑ สายแยกทางหลวงหมายเลข ๓๐๕๙ - บ้านเกาะ
การใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทนี้ ให้เป็นไป ดังต่อไปนี้
(๑) ที่ดินเพื่อกิจการใด ๆ กำหนดให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละสี่สิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต
(๒) ที่ดินริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๒
สายบางปะอิน - พยุหคีรี ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๐๕๓ สายแยกทางหลวงหมายเลข ๓๐๙
(สะพานปรีดีธำรง) - บรรจบทางหลวงหมายเลข ๓๒ และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๔๖๙
สายแยกทางหลวงหมายเลข ๓๒๖๓ (อยุธยา) -
บางปะอินให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมเขตทางไม่น้อยกว่า ๑๕ เมตร
(๓) ที่ดินริมฝั่งแม่น้ำป่าสักและแม่น้ำลพบุรี
ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำป่าสักและแม่น้ำลพบุรีไม่น้อยกว่า
๖ เมตร และที่ดินริมฝั่งลำคลอง หรือแหล่งน้ำสาธารณะอื่น
ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของลำคลอง
หรือแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า ๓ เมตร ทั้งนี้
เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมทางน้ำหรือสาธารณูปโภค
ข้อ ๑๑
ที่ดินประเภทอนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรม
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม สถาบันราชการ
การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่สำหรับการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่น
ให้ใช้ได้ไม่เกินร้อยละห้าของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ
ที่ดินประเภทนี้ ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด
ดังต่อไปนี้
(๑) โรงงานทุกจำพวกตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน
(๒) สถานที่บรรจุก๊าซ สถานที่เก็บก๊าซ
และห้องบรรจุก๊าซ
สำหรับก๊าซปิโตรเลียมเหลวตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง
(๓)
คลังน้ำมันเชื้อเพลิงและสถานที่ที่ใช้ในการเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง
ที่ไม่ใช่ก๊าซปิโตรเลียมเหลวและก๊าซธรรมชาติ
เพื่อจำหน่ายที่ต้องขออนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง
(๔)
สุสานและฌาปนสถานตามกฎหมายว่าด้วยสุสานและฌาปนสถาน
(๕) โรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม
(๖) สถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ
(๗) การจัดสรรที่ดินทุกประเภท
เว้นแต่การจัดสรรที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
(๘) กิจการใด ๆ
ที่ดำเนินการหรือประกอบกิจการประเภทอาคารขนาดใหญ่
(๙) การอยู่อาศัยประเภทบ้านแถว
(๑๐) การอยู่อาศัยประเภทห้องชุด อาคารชุด หอพัก
หรืออาคารอยู่อาศัยรวม
(๑๑) คลังสินค้าทุกชนิด
(๑๒) สถานที่เก็บสินค้าที่ใช้เป็นที่เก็บพักหรือขนถ่ายสินค้าหรือสิ่งของเพื่อประโยชน์ทางการค้าหรืออุตสาหกรรม
(๑๓) ไซโลเก็บผลิตผลทางการเกษตร
(๑๔) กำจัดขยะมูลฝอยหรือสิ่งปฏิกูล
(๑๕) ซื้อขายหรือเก็บเศษวัสดุ
การใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทนี้ ให้เป็นไป ดังต่อไปนี้
(๑) ที่ดินเพื่อกิจการใด ๆ
กำหนดให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละสี่สิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต
(๒) ที่ดินริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๐๙
สายแยกทางหลวงหมายเลข ๑ (วังน้อย) - สิงห์บุรี และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๔๗
สายแยกทางหลวงหมายเลข ๓๔๖ (ปทุมธานี) - บรรจบทางของเทศบาลเมืองลพบุรีควบคุม
ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมเขตทางไม่น้อยกว่า ๑๕ เมตร
(๓)
ที่ดินริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาและคลองมหาพราหมณ์
ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำเจ้าพระยาและคลองมหาพราหมณ์ไม่น้อยกว่า
๖ เมตร และที่ดินริมฝั่งลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะอื่น ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า
๓ เมตร ทั้งนี้ เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมทางน้ำหรือสาธารณูปโภค
ข้อ ๑๒
ที่ดินประเภทปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
ข้อ ๑๓
ที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อนันทนาการและการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมเฉพาะที่ดินซึ่งเป็นของรัฐ
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อนันทนาการหรือเกี่ยวข้องกับนันทนาการ
การรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมทางน้ำที่เป็นของรัฐ
ที่ดินประเภทนี้ซึ่งเอกชนเป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อนันทนาการหรือเกี่ยวข้องกับนันทนาการ
การรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม การอยู่อาศัยเกษตรกรรม ประกอบกิจการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว
หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น
ที่ดินประเภทนี้
ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้
(๑) โรงงานทุกจำพวกตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน
(๒) โรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม
(๓) สถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ
(๔) การจัดสรรที่ดินทุกประเภท
เว้นแต่การจัดสรรที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
(๕) กิจการใด ๆ
ที่ดำเนินการหรือประกอบกิจการประเภทอาคารขนาดใหญ่
(๖) การอยู่อาศัยประเภทห้องแถว ตึกแถว
หรือบ้านแถว
(๗) การอยู่อาศัยประเภทห้องชุด อาคารชุด หอพัก
หรืออาคารอยู่อาศัยรวม
(๘) สถานที่เก็บสินค้าที่ใช้เป็นที่เก็บพักหรือขนถ่ายสินค้าหรือสิ่งของเพื่อประโยชน์ทางการค้าหรืออุตสาหกรรม
(๙) ไซโลเก็บผลิตผลทางการเกษตร
(๑๐) กำจัดขยะมูลฝอยหรือสิ่งปฏิกูล
(๑๑) ซื้อขายหรือเก็บเศษวัสดุ
การใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทนี้
ให้เป็นไปดังต่อไปนี้
(๑) ที่ดินเพื่อกิจการใด ๆ กำหนดให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละสี่สิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต
(๒) ที่ดินริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำป่าสัก
และแม่น้ำลพบุรี ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำเจ้าพระยา
แม่น้ำป่าสัก และแม่น้ำลพบุรีไม่น้อยกว่า ๖ เมตร
และที่ดินริมฝั่งลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะอื่น
ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า
๓ เมตร ทั้งนี้ เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมทางน้ำหรือสาธารณูปโภค
ข้อ ๑๔
ที่ดินประเภทสถาบันการศึกษา
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการศึกษาหรือเกี่ยวข้องกับการศึกษา สถาบันราชการ
หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น
การใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทนี้
ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละสี่สิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต
ข้อ ๑๕
ที่ดินประเภทอนุรักษ์เพื่อส่งเสริมเอกลักษณ์ศิลปวัฒนธรรมไทย
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอนุรักษ์โบราณสถาน โบราณคดี ประวัติศาสตร์
และเพื่อส่งเสริมเอกลักษณ์ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น อุตสาหกรรมในครัวเรือน หัตถกรรม
การท่องเที่ยว การอยู่อาศัย พาณิชยกรรม เกษตรกรรม การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ
หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น
สำหรับการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่นให้ใช้ได้ไม่เกินร้อยละห้าของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ
ที่ดินประเภทนี้
ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้
(๑) โรงงานทุกจำพวกตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน
(๒) สถานที่บรรจุก๊าซ สถานที่เก็บก๊าซ
และห้องบรรจุก๊าซ สำหรับก๊าซปิโตรเลียมเหลวตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง
(๓)
คลังน้ำมันเชื้อเพลิงและสถานที่ที่ใช้ในการเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง
ที่ไม่ใช่ก๊าซปิโตรเลียมเหลวและก๊าซธรรมชาติ
เพื่อจำหน่ายที่ต้องขออนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง
(๔) เลี้ยงสัตว์ทุกชนิดเพื่อการค้า
(๕) สุสานและฌาปนสถานตามกฎหมายว่าด้วยสุสานและฌาปนสถาน
(๖) โรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม
(๗) สถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ
(๘) การจัดสรรที่ดินทุกประเภท
(๙) การอยู่อาศัยประเภทห้องชุด อาคารชุด หอพัก
หรืออาคารอยู่อาศัยรวม
(๑๐) คลังสินค้าทุกชนิด
(๑๑) สถานที่เก็บสินค้าซึ่งเป็นที่เก็บพักหรือขนถ่ายสินค้าหรือสิ่งของเพื่อประโยชน์ทางการค้าหรืออุตสาหกรรม
(๑๒) ไซโลเก็บผลิตผลทางการเกษตร
(๑๓) กำจัดขยะมูลฝอยหรือสิ่งปฏิกูล
(๑๔) ซื้อขายหรือเก็บเศษวัสดุ
การใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทนี้ ให้เป็นไป ดังต่อไปนี้
(๑) ที่ดินเพื่อกิจการใด ๆ กำหนดให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละสี่สิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต
(๒) ที่ดินริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา
ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำเจ้าพระยาไม่น้อยกว่า ๖
เมตร และที่ดินริมฝั่งลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะอื่น
ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า
๓ เมตร ทั้งนี้ เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมทางน้ำหรือสาธารณูปโภค
ข้อ ๑๖
ที่ดินประเภทสถาบันศาสนา
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการศาสนาหรือเกี่ยวข้องกับการศาสนา การศึกษา
สถาบันราชการ หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น
การใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทนี้ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละสี่สิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต
ข้อ ๑๗
ที่ดินประเภทสถาบันราชการ
การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการของรัฐ
กิจการเกี่ยวกับการสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น
การใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทนี้ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละสี่สิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต
ข้อ ๑๘
ให้ผู้มีอำนาจหน้าที่ในการควบคุมการก่อสร้างอาคารหรือการประกอบกิจการในเขตผังเมืองรวมปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎกระทรวงนี้
ให้ไว้
ณ วันที่ ๒๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๒
ชวรัตน์
ชาญวีรกูล
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
[เอกสารแนบท้าย]
๑. บัญชีท้ายกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมเมืองพระนครศรีอยุธยา
พ.ศ. ๒๕๕๒
๒.
แผนที่ท้ายกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมเมืองพระนครศรีอยุธยา พ.ศ. ๒๕๕๒
๓.
แผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทท้ายกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมเมืองพระนครศรีอยุธยา
พ.ศ. ๒๕๕๒
๔.
รายการประกอบแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทท้ายกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมเมืองพระนครศรีอยุธยา
พ.ศ. ๒๕๕๒
๕.
รายการประกอบแผนผังแสดงการคมนาคมและขนส่งท้ายกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมเมืองพระนครศรีอยุธยา
พ.ศ. ๒๕๕๒
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
โดยที่สมควรกำหนดให้ใช้บังคับผังเมืองรวมในท้องที่ตำบลบ้านใหม่ ตำบลวัดตูม
ตำบลบ้านเกาะ ตำบลหันตรา ตำบลสวนพริก ตำบลลุมพลี ตำบลคลองสระบัว ตำบลภูเขาทอง
ตำบลหัวรอ ตำบลบ้านป้อม ตำบลหอรัตนไชย ตำบลไผ่ลิง ตำบลท่าวาสุกรี ตำบลประตูชัย ตำบลกะมัง
ตำบลคลองสวนพลู ตำบลสำเภาล่ม ตำบลปากกราน ตำบลเกาะเรียน
อำเภอพระนครศรีอยุธยาและตำบลข้าวเม่า ตำบลธนู ตำบลคานหาม อำเภออุทัย
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาและการดำรงรักษาเมืองและบริเวณที่เกี่ยวข้องหรือชนบท
ในด้านการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินการคมนาคมและการขนส่ง การสาธารณูปโภค
บริการสาธารณะ และสภาพแวดล้อม ทั้งนี้ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการผังเมือง และโดยที่มาตรา
๒๖ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการผังเมือง
(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๕ บัญญัติว่า การใช้บังคับผังเมืองรวมให้กระทำโดยกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๙
กรกฎาคม ๒๕๕๒
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๖/ตอนที่ ๔๒ ก/หน้า ๙/๒๙ มิถุนายน ๒๕๕๒
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).