法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

พระราชกฤษฎีกาการได้รับเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการทหาร พ.ศ. 2553

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
15
มาตรา อารัมภบท

พระราชกฤษฎีกา

การได้รับเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการทหาร

พ.ศ. ๒๕๕๓

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๓

เป็นปีที่ ๖๕ ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรกำหนดประเภทตำแหน่ง และการได้รับเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการทหาร

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๘๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๑๒ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร พ.ศ. ๒๕๒๑ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๕๑ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาการได้รับเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการทหาร พ.ศ. ๒๕๕๓”

มาตรา ๒

มาตรา ๒[๑] พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓ ตำแหน่งข้าราชการทหารที่จะได้รับเงินประจำตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง ได้แก่ ตำแหน่งตั้งแต่ชั้นยศ พ.อ. อัตราเงินเดือน พ.อ. (พิเศษ) หรือ น.อ. อัตราเงินเดือน น.อ. (พิเศษ) ขึ้นไปที่มีฐานะและหน้าที่ในการบริหารงาน ดังต่อไปนี้

(๑) หัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง กองทัพ หน่วยบัญชาการ กองบัญชาการมณฑลทหารบก จังหวัดทหารบก กองพล กองเรือ ฐานทัพเรือ กองพลบิน กรม กอง หมวดเรือ หมู่เรือ อู่เรือ ท่าเรือ กองบิน หน่วยบิน ศูนย์ สำนักงาน สำนัก ฝ่าย สถานี สถาบัน สถานศึกษา สถานพยาบาล โรงงาน หรือเทียบเท่า

(๒) รองหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง กองทัพ หน่วยบัญชาการ กองบัญชาการมณฑลทหารบก จังหวัดทหารบก กองพล กองเรือ ฐานทัพเรือ กองพลบิน กรม กอง หมวดเรือ หมู่เรือ อู่เรือ ท่าเรือ กองบิน ศูนย์ สำนักงาน สำนัก ฝ่าย สถานี สถาบัน สถานศึกษา สถานพยาบาล โรงงาน หรือเทียบเท่า

(๓) ผู้ช่วยหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง กองทัพ หน่วยบัญชาการ กองบัญชาการมณฑลทหารบก จังหวัดทหารบก กองพล กองเรือ ฐานทัพเรือ กองพลบิน กรม กอง หมวดเรือ หมู่เรือ อู่เรือ ท่าเรือ กองบิน ศูนย์ สำนักงาน สำนัก ฝ่าย สถานี สถาบัน สถานศึกษา สถานพยาบาล โรงงาน หรือเทียบเท่า

(๔) ราชองครักษ์ประจำ ผู้บังคับการเรือ

(๕) เสนาธิการ รองเสนาธิการ ผู้ช่วยเสนาธิการ ที่กระทรวงกลาโหมกำหนดให้เป็นตำแหน่งผู้บังคับบัญชาของส่วนราชการ

(๖) ตำแหน่งอื่นที่มีฐานะและหน้าที่ในการบริหารงานเทียบได้ไม่ต่ำกว่าตำแหน่งใน (๑) (๒) หรือ (๓) ตามที่ กขท. กำหนด

มาตรา ๔

มาตรา ๔ ตำแหน่งข้าราชการทหารที่จะได้รับเงินประจำตำแหน่งประเภทบริหารระดับกลาง ได้แก่ ตำแหน่งชั้นยศ พ.อ. หรือ น.อ. ที่มีฐานะและหน้าที่ในการบริหารงาน ดังต่อไปนี้

(๑) หัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัดทหารบก กรม กองพัน กอง หมวดเรือ กองบิน ศูนย์ สำนักงาน สำนัก สถานี ป้อม สถาบัน สถานศึกษา สถานพยาบาล โรงงาน หรือเทียบเท่า

(๒) รองหัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัดทหารบก กรม กองพัน กอง หมวดเรือ กองบิน หน่วยบิน ศูนย์ สำนัก สถานี ป้อม สถาบัน สถานศึกษา สถานพยาบาล โรงงาน หรือเทียบเท่า

(๓) ผู้ช่วยหัวหน้าส่วนราชการระดับกรม กองพัน กอง หมวดเรือ กองบิน ศูนย์ สำนัก สถานี ป้อม สถาบัน สถานศึกษา สถานพยาบาล โรงงาน หรือเทียบเท่า

(๔) ราชองครักษ์ประจำ ผู้บังคับการเรือ ต้นเรือ

(๕) เสนาธิการ รองเสนาธิการ ที่กระทรวงกลาโหมกำหนดให้เป็นตำแหน่งผู้บังคับบัญชาของส่วนราชการ

(๖) ตำแหน่งอื่นที่มีฐานะและหน้าที่ในการบริหารงานเทียบได้ไม่ต่ำกว่าตำแหน่งใน (๑) (๒) หรือ (๓) ตามที่ กขท. กำหนด

มาตรา ๕

มาตรา ๕ ตำแหน่งข้าราชการทหารที่จะได้รับเงินประจำตำแหน่งประเภทวิชาชีพเฉพาะ (วช.) ได้แก่ ตำแหน่งตั้งแต่ชั้นยศ พ.ท. หรือ น.ท. ขึ้นไป ดังต่อไปนี้

(๑) ตำแหน่งที่มีลักษณะงานวิชาชีพที่ต้องปฏิบัติโดยผู้สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาที่ไม่อาจมอบหมายให้ผู้มีคุณวุฒิอย่างอื่นปฏิบัติงานแทนได้ และเป็นงานที่มีผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างเห็นได้ชัด โดยมีองค์กรตามกฎหมายทำหน้าที่ตรวจสอบกลั่นกรองและรับรองการประกอบวิชาชีพ รวมทั้งลงโทษผู้กระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพดังกล่าวซึ่งได้แก่ตำแหน่งที่ปฏิบัติหน้าที่ในวิชาชีพเฉพาะ ดังต่อไปนี้

(ก) วิชาชีพเฉพาะกายภาพบำบัด

(ข) วิชาชีพเฉพาะการเดินเรือ

(ค) วิชาชีพเฉพาะการทันตแพทย์

(ง) วิชาชีพเฉพาะการพยาบาล

(จ) วิชาชีพเฉพาะการแพทย์

(ฉ) วิชาชีพเฉพาะการสัตวแพทย์

(ช) วิชาชีพเฉพาะเทคนิคการแพทย์

(ซ) วิชาชีพเฉพาะเภสัชกรรม

(ฌ) วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมเครื่องกล

(ญ) วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมไฟฟ้า

(ฎ) วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมไฟฟ้าสื่อสาร

(ฏ) วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมโยธา

(ฐ) วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมเหมืองแร่

(ฑ) วิชาชีพเฉพาะสถาปัตยกรรม

(๒) ตำแหน่งที่มีลักษณะงานวิชาชีพที่ต้องปฏิบัติโดยผู้สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาที่ไม่อาจมอบหมายให้ผู้มีคุณวุฒิอย่างอื่นปฏิบัติงานแทนได้ และเป็นงานที่มีผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งเป็นงานที่ขาดแคลนกำลังคนในภาคราชการ ซึ่งได้แก่ตำแหน่งที่ปฏิบัติหน้าที่ในวิชาชีพเฉพาะ ดังต่อไปนี้

(ก) วิชาชีพเฉพาะฟิสิกส์รังสี

(ข) วิชาชีพเฉพาะรังสีการแพทย์

(ค) วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมชลประทาน

(ง) วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมนิวเคลียร์

(จ) วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมปิโตรเลียม

(ฉ) วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมโลหการ

(๓) ตำแหน่งที่มีลักษณะงานวิชาชีพที่ต้องปฏิบัติโดยผู้สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาที่ไม่อาจมอบหมายให้ผู้มีคุณวุฒิอย่างอื่นปฏิบัติงานแทนได้ และเป็นงานทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มีลักษณะในเชิงวิจัยและพัฒนา อีกทั้งเป็นงานที่ขาดแคลนกำลังคนในภาคราชการ ซึ่งได้แก่ตำแหน่งที่ปฏิบัติหน้าที่ในวิชาชีพเฉพาะ ดังต่อไปนี้

(ก) วิชาชีพเฉพาะการผลิตไอโซโทป

(ข) วิชาชีพเฉพาะกีฏวิทยารังสี

(ค) วิชาชีพเฉพาะชีววิทยารังสี

(ง) วิชาชีพเฉพาะนิวเคลียร์เคมี

(จ) วิชาชีพเฉพาะนิวเคลียร์ฟิสิกส์

(ฉ) วิชาชีพเฉพาะวิทยาการคอมพิวเตอร์

(ช) วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมการเกษตร

(ซ) วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมแผนที่

(ฌ) วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมอากาศยาน

(ญ) วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมอุทกศาสตร์

มาตรา ๖

มาตรา ๖ ตำแหน่งข้าราชการทหารที่จะได้รับเงินประจำตำแหน่งประเภทเชี่ยวชาญเฉพาะ (ชช.) ได้แก่ ตำแหน่งตั้งแต่ชั้นยศ พ.อ. อัตราเงินเดือน พ.อ. (พิเศษ) หรือ น.อ. อัตราเงินเดือน น.อ. (พิเศษ) ขึ้นไป ที่ต้องปฏิบัติงานที่เป็นงานหลักของหน่วยงานโดยอาศัยพื้นฐานของความรู้ ประสบการณ์ การฝึกฝนทฤษฎีหรือหลักวิชาอันเกี่ยวข้องกับงานและเป็นงานเชิงพัฒนาระบบหรือมาตรฐานของงาน งานอนุรักษ์ตามภารกิจหรืองานที่ต้องปฏิบัติโดยผู้มีความรู้ ความสามารถ หรือประสบการณ์เป็นอย่างสูงเฉพาะด้าน อันเป็นที่ยอมรับในวงการวิชาการ หรือวงการด้านนั้น ๆ และต้องใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านโดยมีคุณวุฒิการศึกษาตรงกับความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ดังต่อไปนี้

(๑) ด้านการข่าว

(๒) ด้านการบิน

(๓) ด้านการฝึกอบรม

(๔) ด้านการสืบสวนสอบสวน

(๕) ด้านขีปนาวุธ

(๖) ด้านตรวจสอบบัญชี

(๗) ด้านนิติการ

(๘) ด้านวิเคราะห์งบประมาณ

(๙) ด้านวิเคราะห์งานบุคคล

(๑๐) ด้านวิเคราะห์นโยบายและแผน

(๑๑) ด้านวิจัยสังคมศาสตร์

(๑๒) ด้านวิชาการเกษตร

(๑๓) ด้านวิชาการขนส่ง

(๑๔) ด้านวิชาการควบคุมโรค

(๑๕) ด้านวิชาการตรวจสอบบัญชี

(๑๖) ด้านวิชาการธรณีวิทยา

(๑๗) ด้านวิชาการบัญชี

(๑๘) ด้านวิชาการประชาสัมพันธ์

(๑๙) ด้านวิชาการพัฒนาชุมชน

(๒๐) ด้านวิชาการละครและดนตรี

(๒๑) ด้านวิชาการวิทยาศาสตร์การแพทย์

(๒๒) ด้านวิชาการศึกษา

(๒๓) ด้านวิชาการเศรษฐกิจ

(๒๔) ด้านวิชาการสถิติ

(๒๕) ด้านวิชาการสัตวบาล

(๒๖) ด้านวิชาการสาธารณสุข

(๒๗) ด้านวิชาการสุขศึกษา

(๒๘) ด้านวิชาการสุขาภิบาล

(๒๙) ด้านวิชาการอาหารและยา

(๓๐) ด้านวิทยาศาสตร์

(๓๑) ด้านวิศวกรรม

(๓๒) ด้านเสนาธิการ

(๓๓) ด้านสัตววิทยา

(๓๔) ด้านอักษรศาสตร์

(๓๕) ด้านอุตุนิยมวิทยา

มาตรา ๗

มาตรา ๗ ตำแหน่งข้าราชการทหารที่จะได้รับเงินประจำตำแหน่งประเภทตุลาการพระธรรมนูญและอัยการทหาร ได้แก่ ตำแหน่งตั้งแต่ชั้นยศ พ.ท. หรือ น.ท. ขึ้นไป ดังต่อไปนี้

(๑) ตุลาการพระธรรมนูญ

(๒) อัยการ

(๓) อัยการผู้ช่วย

มาตรา ๘

มาตรา ๘ ตำแหน่งข้าราชการทหารที่จะได้รับเงินประจำตำแหน่งประเภทวิชาการในโรงเรียนทหาร ได้แก่ ตำแหน่งตั้งแต่ชั้นยศ พ.ต. หรือ น.ต. ขึ้นไป ดังต่อไปนี้

(๑) ศาสตราจารย์

(๒) รองศาสตราจารย์

(๓) ผู้ช่วยศาสตราจารย์

มาตรา ๙

มาตรา ๙ ข้าราชการทหารผู้ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งตามมาตรา ๓ มาตรา ๔ มาตรา ๕ มาตรา ๖ มาตรา ๗ และมาตรา ๘ ตำแหน่งใด ชั้นยศใด หรือชั้นยศและอัตราเงินเดือนใดและปฏิบัติหน้าที่หลักของตำแหน่งดังกล่าว ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่งในอัตราสำหรับตำแหน่งนั้นชั้นยศนั้น หรือชั้นยศและอัตราเงินเดือนนั้นของประเภทบริหารระดับสูง ประเภทบริหารระดับกลาง ประเภทวิชาชีพเฉพาะ (วช.) ประเภทเชี่ยวชาญเฉพาะ (ชช.) ประเภทตุลาการพระธรรมนูญและอัยการทหาร หรือประเภทวิชาการในโรงเรียนทหาร แล้วแต่กรณี ตามบัญชีอัตราเงินประจำตำแหน่งข้าราชการทหารท้ายพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร พ.ศ. ๒๕๒๑ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๕๑

ข้าราชการทหารผู้ได้รับเงินประจำตำแหน่งอยู่แล้ว ถ้าต่อมาได้รับแต่งตั้งและปฏิบัติหน้าที่หลักในตำแหน่งสูงขึ้น โดยเป็นตำแหน่งที่มีเงินประจำตำแหน่งในอัตรามากกว่าที่ได้รับอยู่ แต่ยังไม่ได้รับชั้นยศสูงขึ้นให้ได้รับเงินประจำตำแหน่งตามอัตราเดิมต่อไปจนกว่าจะได้รับยศสูงขึ้น

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐ ข้าราชการทหารซึ่งได้รับเงินประจำตำแหน่งสำหรับตำแหน่งที่ได้รับแต่งตั้งตำแหน่งใด หากได้รับคำสั่งให้ไปปฏิบัติหน้าที่อื่น และมิได้ปฏิบัติหน้าที่หลักของตำแหน่งที่ตนดำรงอยู่ไม่มีสิทธิได้รับเงินประจำตำแหน่งนั้นตั้งแต่วันที่ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่หลักของตำแหน่งที่ตนดำรงอยู่ เว้นแต่ในกรณีที่ได้รับคำสั่งให้ไปปฏิบัติหน้าที่อื่นที่มีลักษณะงานวิชาชีพ หรือเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเหมือนหน้าที่หลักของตำแหน่งที่ตนดำรงอยู่เดิม ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่งในอัตราของตำแหน่งเดิมต่อไป

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑ ข้าราชการทหารซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่ได้รับเงินประจำตำแหน่งและปฏิบัติหน้าที่หลักของตำแหน่งนั้นไม่เต็มเดือนในเดือนใดให้ได้รับเงินประจำตำแหน่งสำหรับเดือนนั้นตามส่วนจำนวนวันที่ได้ดำรงตำแหน่งและปฏิบัติหน้าที่หลักของตำแหน่งดังกล่าว

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒ ข้าราชการทหารซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่มีสิทธิได้รับเงินประจำตำแหน่งและได้ปฏิบัติหน้าที่หลักของตำแหน่งนั้นเกินหนึ่งตำแหน่ง ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่งสำหรับตำแหน่งที่มีสิทธิได้รับเงินประจำตำแหน่งสูงสุดเพียงตำแหน่งเดียว

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓ ข้าราชการทหารซึ่งดำรงตำแหน่งที่มีสิทธิได้รับเงินประจำตำแหน่งและได้รับคำสั่งให้ไปปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งประเภทเดียวกันที่มีสิทธิได้รับเงินประจำตำแหน่งและได้ปฏิบัติหน้าที่หลักในตำแหน่งที่ตนไปปฏิบัติหน้าที่ ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่งตามอัตราเดิมของตนต่อไป

ในกรณีที่ข้าราชการทหารซึ่งดำรงตำแหน่งที่มีสิทธิได้รับเงินประจำตำแหน่งได้รับคำสั่งให้ไปปฏิบัติหน้าที่ หรือรักษาราชการแทน หรือรักษาการในตำแหน่งที่มีสิทธิได้รับเงินประจำตำแหน่งต่างประเภทกัน ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่งในอัตราของตำแหน่งเดิมต่อไปนับแต่วันที่เข้าปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งที่ได้รับแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่ หรือรักษาราชการแทน หรือรักษาการในตำแหน่ง แล้วแต่กรณี แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินหกเดือน

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔ ให้ตำแหน่งข้าราชการทหารตามมาตรา ๒๓ (๖) และมาตรา ๒๓ ทวิ (๖) แห่งพระราชกฤษฎีกาการได้รับเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการและผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหาร ซึ่งไม่เป็นข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๓๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาการได้รับเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการและผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารซึ่งไม่เป็นข้าราชการ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๐ ที่ กขท. กำหนดก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้มีผลใช้บังคับ เป็นตำแหน่งข้าราชการทหารตามมาตรา ๓ (๖) และมาตรา ๔ (๖) แห่งพระราชกฤษฎีกานี้ แล้วแต่กรณี

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

นายกรัฐมนตรี

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๑๒ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร พ.ศ. ๒๕๒๑ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๕๑ บัญญัติให้ข้าราชการทหารตำแหน่งใดจะได้รับเงินประจำตำแหน่งท้ายพระราชบัญญัติดังกล่าวในอัตราใดให้เป็นไปตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

พิมพ์มาดา/ปรับปรุง

๑๘ เมษายน ๒๕๖๑

นุสรา/ตรวจ

๑๙ เมษายน ๒๕๖๑

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๗/ตอนที่ ๔๑ ก/หน้า ๑๐/๒ กรกฎาคม ๒๕๕๓

15 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชกฤษฎีกาการได้รับเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการทหาร พ.ศ. 2553 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_e2334d482fd189c9

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com