我的書籤免費註冊

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำ

行政規則・公布 1972-04-16・全 25 條

อารัมภบท

ประกาศกระทรวงมหาดไทย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำ อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๒ และข้อ ๑๔ แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๐๓ กระทรวงมหาดไทยจึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑

ข้อ ๑ ประกาศนี้มิให้ใช้บังคับแก่ (๑) ราชการส่วนกลาง (๒) ราชการส่วนภูมิภาค (๓) ราชการส่วนท้องถิ่น (๔) กิจการอื่นตามที่กระทรวงมหาดไทย จะได้กำหนด

ข้อ ๒

ข้อ ๒ ในประกาศนี้ “นายจ้าง” หมายความว่า ผู้ซึ่งตกลงรับลูกจ้างเข้าทำงานโดยจ่ายค่าจ้างให้ และหมายความรวมถึงผู้ซึ่งได้รับมอบหมายให้ทำงานแทนนายจ้าง ในกรณีที่นายจ้างเป็นนิติบุคคลหมายความว่า ผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลนั้น และหมายความรวมถึงผู้ซึ่งได้รับมอบหมายให้ทำงานแทนผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคล “ลูกจ้าง” หมายความว่า ผู้ซึ่งตกลงทำงานให้แก่นายจ้างเพื่อรับค่าจ้าง แต่ไม่รวมถึงลูกจ้างซึ่งทำงานเกี่ยวกับงานบ้าน “วันทำงาน” หมายความว่า วันที่กำหนดให้ลูกจ้างทำงานตามปกติ “ค่าจ้าง” หมายความว่า เงินที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างเป็นการตอบแทนการทำงานในเวลาทำงานปกติของวันทำงานหรือจ่ายให้โดยคำนวณตามผลงานที่ลูกจ้างทำได้ และให้หมายรวมถึงสิ่งของซึ่งคำนวณเป็นเงินได้โดยนายจ้างกับลูกจ้างได้ตกลงกันล่วงหน้าให้ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของค่าตอบแทนในการทำงาน “อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ”[๑] หมายความว่า อัตราค่าจ้างที่คณะกรรมการค่าจ้างกำหนดและเสนอให้รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษา “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย คณะกรรมการค่าจ้าง

หมวด ๑

ข้อ ๓

ข้อ ๓[๒] ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า คณะกรรมการค่าจ้างประกอบด้วยประธานกรรมการและกรรมการอื่น ซึ่งทั้งคณะมีจำนวนรวมกันไม่น้อยกว่าเก้าคนและไม่เกินสิบห้าคน โดยรัฐมนตรีเป็นผู้แต่งตั้ง การแต่งตั้งคณะกรรมการตามวรรคหนึ่ง ต้องแต่งตั้งจากฝ่ายนายจ้างและฝ่ายลูกจ้างอย่างน้อยฝ่ายละสามคน กรรมการค่าจ้างอยู่ในตำแหน่งคราวละสองปี และเมื่อพ้นจากตำแหน่งอาจได้รับแต่งตั้งใหม่อีกได้

ข้อ ๔

ข้อ ๔ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ กรรมการค่าจ้างพ้นจากตำแหน่งเมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) เป็นบุคคลล้มละลาย (๔) เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ (๕) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เมื่อกรรมการค่าจ้างพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ รัฐมนตรีจะแต่งตั้งกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่างก็ได้ ให้กรรมการค่าจ้างซึ่งได้รับแต่งตั้งตามวรรคสองอยู่ในตำแหน่งตามวาระของกรรมการซึ่งตนแทน

ข้อ ๕

ข้อ ๕ การประชุมคณะกรรมการค่าจ้างต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งจำนวนของกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม ถ้าในการประชุมคราวใดประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม มติของที่ประชุมคณะกรรมการค่าจ้างให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

ข้อ ๖

ข้อ ๖[๓] ให้คณะกรรมการมีหน้าที่พิจารณาเสนอความเห็นเพื่อรัฐบาลกำหนดเป็นนโยบายค่าจ้างของประเทศ และมีอำนาจหน้าที่กำหนดค่าจ้างขั้นต่ำซึ่งลูกจ้างคนเดียวควรจะได้รับและสามารถดำรงชีพอยู่ได้ การพิจารณาดังกล่าว คณะกรรมการจะริเริ่มเองตามมติของที่ประชุมเมื่อปรากฏข้อเท็จจริงหรือความจำเป็นที่จะต้องพิจารณา หรือเมื่อได้รับคำร้องเรียนจากฝ่ายนายจ้างหรือฝ่ายลูกจ้าง ในการพิจารณากำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ คณะกรรมการจะต้องศึกษาและพิจารณาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอัตราค่าจ้างที่ลูกจ้างได้รับอยู่เปรียบเทียบกับค่าจ้างของลูกจ้างอื่นที่ทำงานอยู่ในลักษณะและสภาพเดียวกัน ประกอบกับ ค่าครองชีพ มาตรฐานการครองชีพ ต้นทุนการผลิตราคาของสินค้า ความสามารถของธุรกิจ และสภาพทางเศรษฐกิจและสังคมของแต่ละท้องถิ่นในขณะนั้น

ข้อ ๗

ข้อ ๗ การพิจารณากำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ จะกำหนดให้ใช้เฉพาะงานอุตสาหกรรมประเภทใดประเภทหนึ่งหรือทุกประเภทหนึ่งหรือทุกประเภททั่วราชอาณาจักร หรือเฉพาะงานอุตสาหกรรมประเภทใดประเภทหนึ่งหรือทุกประเภทในท้องถิ่นใดท้องถิ่นหนึ่งก็ได้

ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้คณะกรรมการค่าจ้างมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงาน เพื่อศึกษาพิจารณาและเสนอความเห็นในเรื่องที่ได้รับมอบหมายได้

ข้อ ๙

ข้อ ๙ คณะกรรมการค่าจ้างหรืออนุกรรมการจะมีหนังสือเชิญผู้เชี่ยวชาญผู้ทรงคุณวุฒิ หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งมาแสดงความเห็นก็ได้

ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ในการดำเนินงาน คณะกรรมการมีอำนาจและหน้าที่ในการสำรวจและวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับค่าจ้าง แบบของการใช้จ่าย ค่าใช้จ่าย รายได้และข้อเท็จจริงทางสังคมและเศรษฐกิจ เพื่อนำมาประกอบการพิจารณากำหนดค่าจ้าง

ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ คณะกรรมการค่าจ้างจะต้องทำรายงานเสนอรัฐมนตรีอย่างน้อยปีละครั้งเกี่ยวกับภาวะของค่าจ้าง ตลอดจนเสนอเกี่ยวกับแนวโน้มของค่าจ้างและมาตรการที่ควรจะได้ดำเนินการ

ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้คณะกรรมการค่าจ้างวางข้อกำหนดในการศึกษาและพิจารณาแนวทางที่กำหนดไว้ในข้อ ๖ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรฐานเกี่ยวกับอาหาร เครื่องนุ่มห่ม ที่อยู่อาศัย และปัจจัยอันจำเป็นในการครองชีพอื่น

ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ คณะกรรมการค่าจ้างมีอำนาจกำหนดระเบียบและแบบในการพิจารณา ตลอดจนคำร้องที่นายจ้างและลูกจ้างร้องขอให้มีการพิจารณากำหนดค่าจ้าง การกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ

หมวด ๒

ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔[๔] เมื่อได้ศึกษาข้อเท็จจริงต่างๆ ตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๖ แล้ว ให้คณะกรรมการกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ พร้อมทั้งรายละเอียดต่างๆ ตามที่เห็นสมควร เสนอให้รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษา ให้นายจ้างที่อยู่ในข่ายบังคับของประกาศกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำปิดประกาศดังกล่าวไว้ในที่ซึ่งลูกจ้างคนงานในกิจการของตนเห็นชัดแจ้ง เป็นเวลาไม่น้อยกว่าสิบสองเดือน

ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ในการประชุมเพื่อพิจารณาวินิจฉัยกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจะต้องมีกรรมการเข้าร่วมประชุมอย่างน้อยสองในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมดโดยมีกรรมการซึ่งมาจากฝ่ายนายจ้างและฝ่ายลูกจ้างเข้าประชุมด้วย และต้องได้มติอย่างน้อยสองในสามของกรรมการที่เข้าประชุม

ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ เมื่อได้มีประกาศกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำใช้บังคับในกิจการหรือท้องที่ใดแล้ว ห้ามมิให้นายจ้างในกิจการและท้องที่นั้นหลีกเลี่ยง ละเว้น หรือยกเลิกผลประโยชน์อันเคยจ่ายให้แก่ลูกจ้างอยู่แล้วก่อนวันใช้บังคับประกาศดังกล่าวอันเป็นทางนำให้ลูกจ้างต้องเสียประโยชน์

ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ประกาศกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำตามความในข้อ ๗ ให้ใช้บังคับแก่นายจ้างและลูกจ้างไม่ว่าลูกจ้างนั้นจะมีเชื้อชาติ สัญชาติ หรือเพศใด

ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ในกรณีที่นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างตามผลของงานให้นายจ้างปรับอัตราค่าจ้างเพื่อให้ลูกจ้างได้รับค่าจ้างเท่ากับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ถ้าลูกจ้างนั้นทำงานครบแปดชั่วโมงในวันทำงาน สำนักงานคณะกรรมการค่าจ้าง

หมวด ๓

ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ให้มีสำนักงานคณะกรรมการค่าจ้างขึ้นในกรมแรงงาน กระทรวงมหาดไทย เพื่อทำหน้าที่เป็นเลขานุการของคณะกรรมการ และทำหน้าที่อื่นตามที่คณะกรรมการค่าจ้างจะได้มอบหมาย บทเฉพาะกาล

ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ในระหว่างที่ยังมิได้มีการจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการค่าจ้างตามความในข้อ ๑๘ แห่งประกาศนี้ ให้กองวิชาการและสถิติแรงงาน กรมแรงงาน กระทรวงมหาดไทยทำหน้าที่เป็นสำนักงานคณะกรรมการค่าจ้างไปพลางก่อน ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๑๖ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๑๕ เป็นต้นไป[๕] ประกาศ ณ วันที่ ๑๖ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๑๕ พ่วง สุวรรณรัฐ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้ใช้อำนาจของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำ (ฉบับที่ ๒)[๖] ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำ (ฉบับที่ ๓)[๗] ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำ (ฉบับที่ ๔)[๘] รัศม์วรรณวลัย/ผู้จัดทำ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๑ [๑]

附則

ข้อ ๒附則

ข้อ ๒ นิยามคำว่า “อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำ (ฉบับที่ ๔) [๒]

ข้อ ๓附則

ข้อ ๓ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำ (ฉบับที่ ๒) [๓]

ข้อ ๖附則

ข้อ ๖ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำ (ฉบับที่ ๒) [๔]

ข้อ ๑๔附則

ข้อ ๑๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำ (ฉบับที่ ๔) [๕] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๘๙/ตอนที่ ๖๑/ฉบับพิเศษ หน้า ๑๐๔/๑๖ เมษายน ๒๕๑๕ [๖] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๓/ตอนที่ ๑/ฉบับพิเศษ หน้า ๖/๑ มกราคม ๒๕๑๙ [๗] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๘/ตอนที่ ๑๑/ฉบับพิเศษ หน้า ๑๓/๒๓ มกราคม ๒๕๒๔ [๘] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๘/ตอนที่ ๖๔/ฉบับพิเศษ หน้า ๓๙/๒๙ เมษายน ๒๕๒๔

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีCC BY 4.0

接下來可以查