พระราชบัญญัติ
คืนฐานะเดิมแก่ข้าราชการพลเรือน
ทหาร หรือตำรวจ
ซึ่งกระทำการต่อต้านการดำเนินการสงครามของญี่ปุ่น
พุทธศักราช ๒๔๘๙
อานันทมหิดล
ตราไว้ ณ วันที่
๘ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๘๙
เป็นปีที่ ๑๓
ในรัชชกาลปัจจุบัน
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรคืนฐานะเดิมแก่ข้าราชการพลเรือน
ทหาร
หรือตำรวจซึ่งกระทำการต่อต้านการดำเนินการสงครามของญี่ปุ่นอันเป็นนิรโทษกรรมตามพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้กระทำการต่อต้านการดำเนินการสงครามของญี่ปุ่น
พุทธศักราช ๒๔๘๙
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาผู้แทนราษฎร ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า
พระราชบัญญัติคืนฐานะเดิมแก่ข้าราชการพลเรือน ทหาร หรือตำรวจ
ซึ่งกระทำการต่อต้านการดำเนินการสงครามของญี่ปุ่น พุทธศักราช ๒๔๘๙
มาตรา ๒[๑] พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับได้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ข้าราชการพลเรือน ทหาร หรือตำรวจซึ่งกระทำการต่อต้านการดำเนินการสงครามของญี่ปุ่น
หรือดำเนินงานเพื่อการนั้น อันเป็นนิรโทษกรรมตามพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้กระทำการต่อต้านการดำเนินการสงครามของญี่ปุ่น
พุทธศักราช ๒๔๘๙ ถ้าได้ลาออกจากราชการก็ดี หรือถูกปลดออกจากราชการก็ดี
ให้กระทรวงเจ้าสังกัดรับบรรจุกลับเข้าเป็นข้าราชการในตำแหน่งเดิมในเมื่อมีตำแหน่งว่าง
ถ้าจะรับบรรจุกลับเข้าเป็นข้าราชการในตำแหน่งเดิมไม่ได้
ก็ให้บรรจุในตำแหน่ง ชั้น และอันดับอันไม่ต่ำกว่าที่ข้าราชการผู้นั้นเคยได้อยู่เดิม
มาตรา ๔ ให้กระทรวงเจ้าสังกัดสอบสวนให้ได้ความชัดก่อนว่า
ข้าราชการที่ได้ลาออกหรือถูกปลดออกนั้น ได้ลาออกหรือถูกปลดออกเพราะไปทำการต่อต้านการดำเนินการสงครามของญี่ปุ่นหรือดำเนินงานเพื่อการนั้นจริง
แม้เหตุผลในใบลาหรือการปลดจะเป็นอย่างอื่นก็ตาม แล้วจึงรับบรรจุกลับเข้าประจำการตามความในมาตรา
๓
มาตรา ๕ ข้าราชการพลเรือน ทหาร
หรือตำรวจซึ่งได้รับบรรจุกลับเข้าประจำการตามพระราชบัญญัตินี้
ให้ถือว่ามีวันราชการติดต่อกัน คือ เวลาก่อนวันที่ลาออกหรือถูกปลดออกกับวันที่ได้กลับเข้ารับราชการนั้น
ให้นับสำหรับคำนวณเบี้ยหวัดหรือบำเหน็จบำนาญด้วย
มาตรา ๖ ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
ปรีดี พนมยงค์
นายกรัฐมนตรี
อมรรัตน์/ปรับปรุง
๑
เมษายน ๒๕๕๓
โชติกานต์/ปรับปรุง
๕
กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๖๓/ตอนที่ ๒๙/หน้า ๒๙๒/๙ พฤษภาคม ๒๔๘๙
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).