我的書籤免費註冊

กฎกระทรวง (พ.ศ. 2511) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช 2477 ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ 13 (ฉบับ Update ณ วันที่ 09/12/2512) หมวด ๓

ข้อ ๑๖–ข้อ ๑๘共 3 條

ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ อินทรธนู มี ๒ แบบ คือ (๑) อินทรธนูอ่อน ทำด้วยสักหลาด เสิร์จหรือผ้าชนิดและสีเดียวกับเสื้อ เป็นแผ่นสี่เหลี่ยมเรียวจากทางด้านไหลไปทองคอ ปลายมน ด้านไหล่กว้าง ๔ เซนติเมตร เย็บติดกับเสื้อเป็นรูปสี่เหลี่ยมมีเส้นทแยงมุม ระยะห่างจากด้านไหล่ไปทางคอ ๔ เซนติเมตร ด้านคอกว้าง ๓ เซนติเมตร ตอนปลายขัดดุม ดังนี้ พลทหาร ใช้ดุมสีเทาขนาดเล็ก นักเรียนดุริยางค์ นักเรียนจ่าอากาศและนายทหารประทวนชั้นจ่าอากาศใช้ดุมสีเทาขนาดเล็ก เว้นแต่เมื่อแต่งเครื่องแบบปกติขาว เครื่องแบบปกติเทาคอแบะ เครื่องแบบปกติเทารัดเอว เครื่องแบบเต็มยศขาวและบบเต็มยศเทา ใช้ดุมสีทองขนาดเล็ก นายทหารประทวนชั้นพันจ่าอากาศ นักเรียนนายเรืออากาศ ละนายทหารสัญญาบัตร ใช้ดุมสีเทาขนาดเล็ก (๒) อินทรธนูแข็ง ทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำ เป็นแผ่นสี่เหลี่ยมเรียวจากทางด้านไหล่ไปทางคอ ปลายมน ด้านไหล่กว้าง ๕ เซนติเมตร ด้านคอกว้าง ๔ เซนติเมตร ตอนปลายติดดุมสีทองขนาดเล็ก และมีเครื่องประกอบ ดังนี้ นักเรียนนายเรืออากาศ มีแถบไหมทองกว้าง ๐.๖ เซนติเมตร พาดกึ่งกลางตามส่วนยาวของอินทรธนู นายทหารประทวนชั้นพันจ่าอากาศ มีดาว ๕ กลีบ ๑ ดาว ทำด้วยโลหะสีทอง เส้นผ่าศูนย์กลาง ๒ เซนติเมตร ให้กลีบหนึ่งอยู่ทางด้านคอ นายทหารสัญญาบัตรชั้นนายเรืออากาศและนายนาวาอากาศ มีดาว ๕ กลีบ ๑ ดาว ปักด้วยดิ้นทอง เส้นผ่าศูนย์กลาง ๒ เซนติเมตร ให้กลีบหนึ่งอยู่ทางด้านคอ นายทหารสัญญาบัตรชั้นนายพลอากาศและจอมพลอากาศ มีดิ้นทองปักเป็นลายถักเต็มแผ่นอินทรธนู

ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ เครื่องหมายยศมี ดังนี้ (๑) นายทหารประทวนชั้นจ่าอากาศ ใช้บั้งรูปหางนกแซงแซวทำด้วยแถบไหมสีเหลือง กว้าง ๑ เซนติเมตร ปลายบั้งทั้ง ๒ ข้างห่างกัน ๘ เซนติเมตร มุมบั้งแหลมเล็ก เหนือบั้งมีดาว ๕ กลีบ ๑ ดาว ทำด้วยไหมสีเหลือง เส้นผ่าศูนย์กลาง ๒ เซนติเมตร ตรึงบนพื้นสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำเหลือชายไว้เป็นขอบ ๐.๓ เซนติเมตร ประดับที่แขนเสื้อข้างซ้ายด้านนอกกึ่งกลางระหว่างไหล่กับข้อศอก ให้มุมแหลมอยู่ทางล่าง มีจำนวนบั้งตามชั้นยศ คือ จ่าอากาศตรี ๑ บั้ง จ่าอากาศโท ๒ บั้ง จ่าอากาศเอก ๓ บั้ง ในกรณีมีบั้งมากกว่า ๑ บั้ง เว้นระยะระหว่างบั้ง ๐.๔ เซนติเมตร (๒) นายทหารประทวนชั้นพันจ่าอากาศ ใช้บั้งรูปหางนกแซงแซวทำด้วยโลหะสีทองกว้าง ๐.๓ เซนติเมตร ปลายบั้งทั้ง ๒ ข้างห่างกัน ๓ เซนติเมตร ประดับบนอินทรธนูแข็งทั้ง ๒ ข้าง ให้มุมแหลมของบั้งอยู่ทางด้านคอ ห่างจากดาว ๐.๓ เซนติเมตร ปลายขาบั้งห่างจากริมอินทรธนูทางด้านไหล่ ๐.๕ เซนติเมตร แต่ละข้างมีจำนวนบั้งตามชั้นยศ คือ พันจ่าอากาศตรี ๑ บั้ง พันจ่าอากาศโท ๒ บั้ง พันจ่าอากาศเอก ๓ บั้ง ในกรณีมีบั้งมากกว่า ๑ บั้ง ให้ติดเรียงกันไปทางด้านคอตามส่วนยาวของอินทรธนู เว้นระยะระหว่างบั้ง ๐.๒ เซนติเมตร (๓) นายทหารสัญญาบัตรชั้นนายเรืออากาศและนายนาวาอากาศ ใช้แถบไหมทองกว้าง ๑.๒ เซนติเมตร เรียกว่า แถบใหญ่ และกว้าง ๐.๖ เซนติเมตร เรียกว่า แถบเล็ก ประดับบนอินทรธนูแข็งตามส่วนกว้างทั้ง ๒ ข้าง ชิดดาวและห่างจากริมอินทรธนูทางด้านไหล่ ๐.๕ เซนติเมตร แต่ละข้างมีจำนวนแถบตามชั้นยศ คือ เรืออากาศตรี แถบใหญ่ ๑ แถบ เรืออากาศโท แถบใหญ่ ๑ แถบ กับแถบเล็ก ๑ แถบ ให้แถบเล็กอยู่ทางด้านไหล่ เรืออากาศเอก แถบใหญ่ ๒ แถบ นาวาอากาศตรี แถบใหญ่ ๒ แถบ กับแถบเล็ก ๑ แถบ แทรกอยู่ระหว่างกลาง นาวาอากาศโท แถบใหญ่ ๓ แถบ นาวาอากาศเอก แถบใหญ่ ๔ แถบ ในกรณีมีแถบมากกว่า ๑ แถบ เว้นระยะระหว่างแถบ ๐.๕ เซนติเมตร (๔) นายทหารสัญญาบัตรชั้นนายพลอากาศ ใช้ดาว ๕ กลีบ ทำด้วยโลหะสีเงิน เส้นผ่าศูนย์กลาง ๑.๕ เซนติเมตร ประดับบนอินทรธนูแข็งทั้ง ๒ ข้าง ห่างจากริมอินทรธนูด้านไหล่ ๐.๕ เซนติเมตร แต่ละข้างมีจำนวนดาวตามชั้นยศ คือ พลอากาศจัตวา ๑ ดาว อยู่กึ่งกลางส่วนกว้างของอินทรธนู พลอากาศตรี ๒ ดาว เรียงตามส่วนกว้างของอินทรธนู พลอากาศโท ๓ ดาว เรียงเป็นรูปสามเหลี่ยมด้านเท่า ให้ด้านฐานอยู่ทางด้านไหล่ พลอากาศเอก ๔ ดาว เรียงเป็นรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน ให้มุมแหลมวางตามส่วนยาวของอินทรธนู ในการประดับดาว ให้กลีบหนึ่งของดาวอยู่ทางด้านคอ (๕) จอมพลอากาศ ใช้ดาว ๕ กลีบ เส้นผ่าศูนย์กลาง ๐.๙ เซนติเมตร ๕ ดาว เรียงเป็นรูปวงกลม เส้นผ่าศูนย์กลาง ๓.๕ เซนติเมตร ภายในวงกลมมีคทากับกระบี่ไขว้ มีช่อชัยพฤกษ์ ๒ ข้าง ข้างละ ๗ ใบ โอบด้ามคทาและปลายกระบี่ ทำด้วยโลหะสีเงิน ประดับบนอินทรธนูแข็งทั้ง ๒ ข้าง ห่างจากริมอินทรธนูทางด้านไหล่ ๐.๕ เซนติเมตร ให้กลีบหนึ่งของดาวปลายคทา และด้ามกระบี่อยู่ทางด้านคอ

ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ เฉพาะนายทหารประทวนชั้นพันจ่าอากาศและนายทหารสัญญาบัตรเมื่อแต่งเครื่องแบบปกติเทาคอพับที่ใช้อินทรธนูอ่อน เครื่องแบบฝึกหรือเครื่องแบบสนามให้ใช้เครื่องหมายยศ ดังนี้ (๑) นายทหารประทวนชั้นพันจ่าอากาศ ใช้บั้งรูปหางนกแซงแซวทำด้วยโลหะสีเงินกว้าง ๐.๒ เซนติเมตร ปลายบั้งทั้ง ๒ ข้าง ห่างกัน ๑.๗๕ เซนติเมตร มุมบั้งแหลมเล็กประดับที่มุมปกคอพับหรือมุมปกคอแบะตอนบนของเสื้อทั้งสองข้างให้มุมแหลมของบั้งอยู่ทางด้านบน แต่ละข้างมีจำนวนบั้งตามชั้นยศ คือ พันจ่าอากาศตรี ๑ บั้ง พันจ่าอากาศโท ๒ บั้ง พันจ่าอากาศเอก ๓ บั้ง ในกรณีมีบั้งมากกว่า ๑ บั้ง ให้ติดเรียงซ้อนกัน เว้นระยะระหว่างบั้ง ๐.๑๕ เซนติเมตร ปลายบั้งทั้ง ๒ ข้าง มีโลหะสีเงินกว้าง ๐.๑ เซนติเมตร เชื่อมติดกัน (๒) นายทหารสัญญาบัตรชั้นนายเรืออากาศและนายนาวาอากาศ ใช้ขีดทำด้วยโลหะสีเงินกว้าง ๐.๖๕ เซนติเมตร ยาว ๑.๗ เซนติเมตร เรียกว่า ขีดใหญ่ และกว้าง ๐.๓๕ เซนติเมตร ยาว ๑.๗ เซนติเมตร เรียกว่า ขีดเล็ก ประดับตามทางดิ่ง ที่มุมปกคอพับหรือมุมปกคอแบะตอนบนของเสื้อทั้ง ๒ ข้าง แต่ละข้างมีจำนวนขีดตามชั้นยศ คือ เรืออากาศตรี ขีดใหญ่ ๑ ขีด เรืออากาศโท ขีดใหญ่ ๑ ขีด กับขีดเล็ก ๑ ขีด ให้ขีดเล็กอยู่ทางด้านหลัง เรืออากาศเอก ขีดใหญ่ ๒ ขีด นาวาอากาศตรี ขีดใหญ่ ๒ ขีด กับขีดเล็ก ๑ ขีด แทรกอยู่ระหว่างกลาง นาวาอากาศโท ขีดใหญ่ ๓ ขีด นาวาอากาศเอก ขีดใหญ่ ๔ ขีด ในกรณีมีขีดมากกว่า ๑ ขีด ให้ติดขนานกันตามส่วนยาว เว้นระยะระหว่างขีด ๐.๓ เซนติเมตร ปลายขีดทั้ง ๒ ข้าง มีโลหะสีเงินกว้าง ๐.๑ เซนติเมตร เชื่อมติดกัน (๓) นายทหารสัญญาบัตรชั้นนายพลอากาศ ใช้ดาว ๕ กลีบ ทำด้วยโลหะสีเงิน ประดับตามทางนอนที่มุมปกคอพับหรือมุมปกคอแบะตอนบนของเสื้อทั้ง ๒ ข้าง แต่ละข้างมีจำนวนดาวและขนาดของดาวตามชั้นยศ คือ พลอากาศจัตวา ๑ ดาว เส้นผ่าศูนย์กลาง ๑.๕ เซนติเมตร พลอากาศตรี ๒ ดาว เส้นผ่าศูนย์กลาง ๑.๕ เซนติเมตร พลอากาศโท ๓ ดาว เส้นผ่าศูนย์กลาง ๑.๑ เซนติเมตร พลอากาศเอก ๔ ดาว เส้นผ่าศูนย์กลาง ๑.๑ เซนติเมตร ในกรณีมีดาวมากกว่า ๑ ดาว ให้ติดเรียงกัน และให้กลีบหนึ่งของดาวอยู่ทางด้านบน (๔) จอมพลอากาศ ใช้ดาว ๕ กลีบ เส้นผ่าศูนย์กลาง ๐.๙ เซนติเมตร ๕ ดาว เรียงเป็นรูปวงกลม เส้นผ่าศูนย์กลาง ๒.๕ เซนติเมตร ภายในวงกลมมีคทากับกระบี่ไขว้ ทำด้วยโลหะสีเงิน ประดับที่มุมปกคอพับหรือมุมปกคอแบะตอนบนของเสื้อทั้ง ๒ ข้าง ให้กลีบหนึ่งของดาว ปลายคทาและด้ามกระบี่อยู่ทางด้านบน เครื่องหมายสังกัด

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).