ระเบียบคณะกรรมการอัยการ ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการสมัคร หลักสูตรและวิธีการทดสอบความรู้ เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการอัยการและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอัยการผู้ช่วย พ.ศ. 2554
ประกาศ ระเบียบ และคำสั่ง · ประกาศ 7 ต.ค. 2554 (2011-10-07) · 25 ข้อ
ระเบียบคณะกรรมการอัยการ
ระเบียบคณะกรรมการอัยการ
ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการสมัคร
หลักสูตรและวิธีการทดสอบความรู้
เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการอัยการและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอัยการผู้ช่วย
พ.ศ. ๒๕๕๔
โดยที่เป็นการสมควรให้มีระเบียบว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการสมัคร
หลักสูตรและวิธีการทดสอบความรู้เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการอัยการและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอัยการผู้ช่วย
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕๑ วรรคสี่ และมาตรา ๕๓ วรรคสอง
แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓
คณะกรรมการอัยการจึงออกระเบียบ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า
ระเบียบคณะกรรมการอัยการ ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการสมัคร หลักสูตรและวิธีการทดสอบความรู้เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการอัยการและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอัยการผู้ช่วย
พ.ศ. ๒๕๕๔
ข้อ ๒[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ในระเบียบนี้
ก.อ. หมายความว่า
คณะกรรมการอัยการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ
คณะอนุกรรมการ หมายความว่า
คณะอนุกรรมการทดสอบความรู้ที่ ก.อ. แต่งตั้งขึ้นเพื่อทำการทดสอบความรู้ผู้สมัคร
ผู้สมัคร หมายความว่า
ผู้สมัครทดสอบความรู้ตามมาตรา ๕๑ ซึ่งมีคุณสมบัติ และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา
๔๙ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓
ผู้สอบ หมายความว่า
ผู้สมัครซึ่งผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติให้มีสิทธิเข้าสอบและได้เข้าสอบ
ข้อ ๔ ให้ ก.อ.
มีอำนาจตีความและวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้
ข้อ ๕ ให้อัยการสูงสุดรักษาการตามระเบียบนี้
และให้มีอำนาจออกประกาศ
คำสั่งหลักเกณฑ์และวิธีการเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามระเบียบนี้
บรรดาระเบียบ ข้อกำหนด ข้อบังคับ ประกาศ และคำสั่งอื่นใด
ซึ่งขัดหรือแย้งระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน
บททั่วไป
ข้อ ๖ เมื่อสมควรจะมีการทดสอบความรู้เมื่อใด
ให้สำนักงานอัยการสูงสุด เสนอ ก.อ.
เพื่อมีมติให้จัดให้มีการทดสอบความรู้เฉพาะผู้มีคุณวุฒิอย่างใดอย่างหนึ่ง
หรือหลายอย่างตามมาตรา ๕๑ (๒) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ.
๒๕๕๓ ให้ ก.อ. กำหนดวัน เวลายื่นใบสมัครทดสอบความรู้
และแต่งตั้งคณะอนุกรรมการทดสอบความรู้ขึ้นคณะหนึ่งประกอบด้วยประธานอนุกรรมการ
รองประธานอนุกรรมการ และอนุกรรมการ ตามจำนวนที่จำเป็น ทั้งนี้ ให้คำนึงถึงคุณสมบัติ
ความรู้ความสามารถ หรือประสบการณ์เกี่ยวกับการสอบของผู้ซึ่งจะได้รับการแต่งตั้งเป็นส่วนสำคัญ
ในการทดสอบความรู้ตามวรรคหนึ่ง ก.อ.
อาจกำหนดจำนวนบุคคลที่จะได้รับการบรรจุก็ได้
ข้อ ๗ ในกรณีที่ระเบียบนี้มิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
คณะอนุกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งบุคคล คณะบุคคล ออกประกาศ
หรือกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการสมัครและการทดสอบความรู้ตามที่เห็นสมควร
ข้อ ๘ ผู้สมัครต้องยื่นใบสมัครทดสอบความรู้ด้วยตนเอง
ต่อเจ้าหน้าที่ผู้รับสมัคร ณ สถานที่และวัน เวลาตามที่กำหนด
พร้อมหลักฐานในการสมัครทดสอบความรู้ ดังนี้
(๑) ภาพถ่ายปริญญาบัตรนิติศาสตรบัณฑิต
หรือภาพถ่ายปริญญาบัตรหรือประกาศนียบัตรทางกฎหมายจากต่างประเทศ ซึ่ง ก.อ.
เทียบไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี โดยแสดงต้นฉบับด้วย
(๒) ภาพถ่ายปริญญาบัตรปริญญาตรีหรือปริญญาโทหรือปริญญาเอก
หรือหลักฐานอื่นซึ่งแสดงว่าเป็นผู้สอบไล่ได้ปริญญาดังกล่าวตามที่สำนักงานอัยการสูงสุดเห็นชอบ
โดยแสดงต้นฉบับด้วย
(๓) ภาพถ่ายใบรับรองคะแนนรายวิชาในกรณีระดับปริญญาตรีทางกฎหมายหรือปริญญาโททางกฎหมายหรือปริญญาเอกทางกฎหมาย
โดยแสดงต้นฉบับด้วย กรณีหลักฐานตาม (๑) (๒) และ (๓)
เป็นภาษาต่างประเทศให้ผู้สมัครจัดทำคำแปลเป็นภาษาไทย
โดยรับรองความถูกต้องของคำแปลนั้นด้วย
(๔) วิทยานิพนธ์ สารนิพนธ์ หรือเอกสารอื่นในทำนองเดียวกัน จำนวน ๑
เล่ม (ถ้ามี)
(๕) ภาพถ่ายประกาศนียบัตรของสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา หรือหนังสือสำคัญของสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา
ซึ่งแสดงว่าเป็นผู้สอบไล่ได้ความรู้ชั้นเนติบัณฑิต
ตามหลักสูตรของสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา โดยแสดงต้นฉบับด้วย
(๖) สำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประจำตัวประชาชน
โดยถ่ายเอกสารทั้งสองหน้าในแผ่นเดียวกันและแสดงต้นฉบับด้วย
(๗) หนังสือรับรองการประกอบวิชาชีพ
กรณีเป็นทนายความต้องมีหนังสือรับรองการเป็นทนายความจากสภาทนายความด้วย
(๘) ใบรับรองสามัญสมาชิกแห่งเนติบัณฑิตยสภา ออกให้ไม่เกิน ๖ เดือน
(๙) รูปถ่ายขนาด ๑ นิ้ว ถ่ายไว้ไม่เกิน ๖ เดือน จำนวน ๔ รูป
เป็นรูปถ่ายหน้าตรง ไม่สวมหมวก ไม่ใส่แว่นดำ
(๑๐) เงินค่าธรรมเนียมการสมัครทดสอบความรู้
(๑๑) หลักฐานอื่น ๆ ตามที่สำนักงานอัยการสูงสุดประกาศกำหนด
คุณวุฒิ
ข้อ ๙ ผู้สมัครตามความในมาตรา
๕๑ (๒) (ก) (ข) หรือ (ง) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓
ต้องได้ศึกษาและสอบไล่ได้ในวิชากฎหมายต่อไปนี้จากต่างประเทศหรือในการศึกษาปริญญาโททางกฎหมายในประเทศไทย
แล้วแต่กรณีด้วย คือ
(๑) กฎหมายอาญา
(๒) กฎหมายแพ่ง ลักษณะสัญญาและลักษณะละเมิด
(๓) กฎหมายพยานหลักฐาน หรือกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
หรือกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง หรือกฎหมายล้มละลาย และ
(๔) กฎหมายแพ่งลักษณะอื่นและกฎหมายพิเศษ ดังนี้
(ก) กฎหมายแพ่งลักษณะอื่น ซึ่งเทียบได้กับลักษณะใดลักษณะหนึ่งในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
จำนวน ๓ วิชา หรือ
(ข) กฎหมายแพ่งลักษณะอื่น
ซึ่งเทียบได้กับลักษณะใดลักษณะหนึ่งในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จำนวน ๑ วิชา
กับกฎหมายพิเศษดังต่อไปนี้ จำนวน ๒ วิชา ได้แก่ กฎหมายรัฐธรรมนูญ กฎหมายปกครอง
กฎหมายมหาชน นิติปรัชญา กฎหมายเกี่ยวกับการบริหารกระบวนการยุติธรรม
กฎหมายพาณิชย์นาวี กฎหมายทะเล กฎหมายอากาศ กฎหมายอวกาศ กฎหมายโทรคมนาคม
กฎหมายสิ่งแวดล้อม กฎหมายทรัพยากรธรรมชาติ กฎหมายเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน
กฎหมายเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ กฎหมายการค้าระหว่างประเทศ
กฎหมายเกี่ยวกับการดำเนินคดีระหว่างประเทศ กฎหมายเครื่องหมายการค้า
กฎหมายสิทธิบัตร กฎหมายลิขสิทธิ์ กฎหมายเด็กและเยาวชน นิติเวชศาสตร์ อาชญาวิทยา
กฎหมายเกี่ยวกับอาชญากรรมทางธุรกิจ กฎหมายแรงงาน กฎหมายภาษีอากร
กฎหมายระหว่างประเทศ กฎหมายอาญาระหว่างประเทศ การขัดกันแห่งกฎหมาย
กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค กฎหมายเกี่ยวกับอนุญาโตตุลาการ กฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศ
กฎหมายธุรกิจ กฎหมายว่าด้วยพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ กฎหมายเกี่ยวกับการลงทุน
กฎหมายเกี่ยวกับการเงินการธนาคาร กฎหมายหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
กฎหมายป้องกันการผูกขาดหรือการแข่งขันทางการค้า กฎหมายการเกษตร และกฎหมายพลังงาน
ผู้สมัครที่ได้ศึกษาและสอบไล่ได้ตามหลักสูตรการศึกษากฎหมายดังต่อไปนี้ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องศึกษาวิชากฎหมายตามวรรคหนึ่ง
(๑)
ผู้สมัครที่ได้ศึกษาและสอบไล่ได้ตามหลักสูตรการศึกษากฎหมายที่จัดไว้เป็นหลักสูตรเฉพาะด้านในวิชากฎหมายเด็กและเยาวชน
กฎหมายแรงงาน กฎหมายสิทธิมนุษยชน กฎหมายภาษีอากร กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา
กฎหมายการค้าระหว่างประเทศ กฎหมายธุรกิจระหว่างประเทศ กฎหมายการเงินการธนาคาร
กฎหมายพาณิชย์นาวี กฎหมายล้มละลาย กฎหมายสิ่งแวดล้อม กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค
และกฎหมายระหว่างประเทศ
(๒) ผู้สมัครที่ได้ศึกษาและสอบไล่ได้ในวิชากฎหมายที่อยู่ในกลุ่มวิชากฎหมายกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งตามวรรคสอง
(๑) ไม่น้อยกว่า ๔ วิชา
และได้ศึกษาและสอบไล่ได้ในวิชากฎหมายตามที่ระบุไว้ในวรรคหนึ่งอีกไม่น้อยกว่า ๒
วิชา โดยในจำนวนนี้อย่างน้อย ๑ วิชา ต้องเป็นวิชาตาม (๑) หรือ (๓) หรือกฎหมายแพ่ง ซึ่งพอเทียบได้กับลักษณะใดลักษณะหนึ่งในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
ความในข้อนี้มิให้ใช้บังคับในกรณีที่ผู้นั้นไปศึกษาวิชากฎหมายจากต่างประเทศด้วยทุนรัฐบาล
ทุนของสำนักงานอัยการสูงสุด หรือผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกทางกฎหมาย
ข้อ ๑๐ เพื่อประโยชน์ในการคำนวณจำนวนวิชาที่กำหนดในข้อ
๙ วรรคหนึ่ง (๔) และวรรคสอง (๒)
ถ้าผู้สมัครคนใดได้ศึกษาและสอบไล่ได้ในวิชากฎหมายในระบบการจัดการศึกษาที่กำหนดให้มีการเรียนการสอนวิชากฎหมายนั้นตลอดปีการศึกษาและมีการวัดผลเมื่อสิ้นปีการศึกษา
ให้ถือว่าผู้นั้นได้ศึกษาและสอบไล่ได้ในวิชากฎหมายตามที่กำหนดไว้ในข้อดังกล่าว ๒
วิชา
ข้อ ๑๑ ผู้สมัครตามความในมาตรา
๕๑ (๒) (ง) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓
ต้องสอบไล่ได้ปริญญาโททางกฎหมายจากมหาวิทยาลัยในประเทศไทยโดยมีหลักสูตรเดียวไม่น้อยกว่าสองปี
หรือหลายหลักสูตรรวมกันไม่น้อยกว่าสองปี
หรือสอบไล่ได้ปริญญาโททางกฎหมายจากมหาวิทยาลัยในประเทศไทยและจากมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ
ซึ่ง ก.พ. รับรอง โดยมีหลายหลักสูตรรวมกันไม่น้อยกว่าสองปี
หลักเกณฑ์การทดสอบความรู้
ข้อ ๑๒ การทดสอบความรู้ให้มีทั้งการสอบข้อเขียนและการสอบปากเปล่า
การออกข้อสอบให้เป็นไปตามที่ประธานอนุกรรมการทดสอบความรู้จะได้กำหนด
ภายใต้บังคับข้อ ๑๔ และข้อ ๒๑ วิชาที่ทดสอบ คือ กฎหมายอาญา
กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
กฎหมายพยานหลักฐาน กฎหมายรัฐธรรมนูญ กฎหมายปกครอง กฎหมายองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ
กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงหรือกฎหมายว่าด้วยศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว
กฎหมายล้มละลายหรือกฎหมายภาษีอากรหรือกฎหมายแรงงาน
กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาหรือกฎหมายการค้าระหว่างประเทศ และภาษาอังกฤษ
ข้อ ๑๓ การสอบข้อเขียนมี
๒ วัน คือ
(๑) วันที่หนึ่ง วิชากฎหมายอาญา จำนวน ๓ ข้อ กฎหมายแพ่งและพาณิชย์
จำนวน ๒ ข้อ กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา จำนวน ๓ ข้อ กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
จำนวน ๒ ข้อ จำนวนข้อสอบรวม ๑๐ ข้อ เวลา ๔ ชั่วโมง คะแนนเต็ม ๑๐๐ คะแนน
(๒) วันที่สอง วิชากฎหมายพยานหลักฐาน จำนวน ๒ ข้อ กฎหมายรัฐธรรมนูญ
จำนวน ๑ ข้อ กฎหมายปกครอง จำนวน ๑ ข้อ กฎหมายองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ จำนวน ๑
ข้อ
กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงหรือกฎหมายว่าด้วยศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว
จำนวน ๑ ข้อ กฎหมายล้มละลายหรือกฎหมายภาษีอากรหรือกฎหมายแรงงาน จำนวน ๑ ข้อ
กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาหรือกฎหมายการค้าระหว่างประเทศ จำนวน ๑ ข้อ จำนวนข้อสอบ
รวม ๘ ข้อ เวลา ๓ ชั่วโมง ๓๐ นาที คะแนนเต็ม ๘๐ คะแนน และวิชาภาษาอังกฤษ จำนวน ๒
ข้อ เวลา ๑ ชั่วโมง คะแนนเต็ม ๒๐ คะแนน
ผู้สอบต้องปฏิบัติตามข้อบังคับการสอบข้อเขียนท้ายระเบียบนี้โดยเคร่งครัด
และให้ประธานอนุกรรมการทดสอบความรู้รับผิดชอบในการจัดทำรหัสสมุดคำตอบของผู้สอบทุกคนแยกตามวันที่สอบโดยไม่ให้รหัสซ้ำกันแล้วเก็บรักษารหัสดังกล่าวไว้ด้วยตนเอง
ข้อ ๑๔ ในกรณีที่ ก.อ.
มีมติให้จัดให้มีการทดสอบความรู้เฉพาะผู้มีคุณวุฒิตามมาตรา ๕๑ (๒) (ก) หรือ (ข)
การสอบข้อเขียนมี ๒ วัน คือ
(๑) วันที่หนึ่ง วิชากฎหมายอาญา จำนวน ๒ ข้อ กฎหมายแพ่งและพาณิชย์
จำนวน ๒ ข้อ กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา จำนวน ๒ ข้อ กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
จำนวน ๒ ข้อ กฎหมายพยานหลักฐาน จำนวน ๑ ข้อ กฎหมายองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ
จำนวน ๑ ข้อ จำนวนข้อสอบ รวม ๑๐ ข้อ เวลา ๔ ชั่วโมง คะแนนเต็ม ๑๐๐ คะแนน
(๒) วันที่สอง วิชาภาษาอังกฤษ จำนวน ๓ ข้อ เวลา ๓ ชั่วโมง คะแนนเต็ม
๖๐ คะแนน
วิชาภาษาอังกฤษตามวรรคหนึ่ง (๒) ให้ออกข้อสอบเป็นคำถามที่ทดสอบการแปล
จำนวน ๑ ข้อ เป็นคำถามที่ทดสอบความเข้าใจในการอ่านบทความกฎหมายภาษาอังกฤษ จำนวน ๑
ข้อ และเป็นคำถามที่ให้ผู้สมัครเขียนอธิบาย หรือวินิจฉัยปัญหากฎหมายเป็นภาษาอังกฤษ
จำนวน ๑ ข้อ
ในการออกข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษตามวรรคหนึ่ง (๒)
ประธานอนุกรรมการทดสอบความรู้อาจกำหนดให้ออกข้อสอบเป็นภาษาต่างประเทศอื่นแทนวิชาภาษาอังกฤษให้ผู้สอบเลือกสอบก็ได้
ในกรณีที่ผู้สมัครเป็นผู้ไปศึกษาต่างประเทศด้วยทุนรัฐบาลตามความต้องการของสำนักงานอัยการสูงสุด
หรือทุนสำนักงานอัยการสูงสุด หรือเป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกทางกฎหมายจากต่างประเทศที่
ก.อ. รับรอง ให้คณะอนุกรรมการทำการทดสอบความรู้โดยการสอบปากเปล่าตามข้อ ๒๑
ข้อ ๑๕ ในการตรวจคำตอบแต่ละข้อ
ให้องค์คณะซึ่งประกอบด้วยผู้ตรวจคำตอบอย่างน้อยสองคนตรวจ
แล้วให้คะแนนคำตอบตามหลักเกณฑ์การตรวจและการให้คะแนนที่กำหนดท้ายระเบียบนี้ และให้ผู้สอบได้คะแนนคำตอบตามค่าเฉลี่ยที่คำนวณจากคะแนนที่ผู้ตรวจคำตอบแต่ละคนกำหนดให้
ในกรณีที่ผู้ตรวจคำตอบสองคนและคะแนนในข้อนั้นๆ ต่างกันตั้งแต่ ๔
คะแนนขึ้นไป ให้ประธานอนุกรรมการทดสอบความรู้หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้ตรวจและให้คะแนนใหม่
และให้ถือเป็นที่สุด
ข้อ ๑๖ ให้ประธานอนุกรรมการทดสอบความรู้กำหนดวัน
เวลา และสถานที่สอบข้อเขียนแล้วประกาศให้ทราบล่วงหน้าก่อนวันเริ่มสอบอย่างน้อย ๑๕
วัน
ข้อ ๑๗[๒]
ผู้สอบต้องได้คะแนนสอบข้อเขียนไม่ต่ำกว่าร้อยละ
๕๐ ของคะแนนสอบข้อเขียนทั้งหมด เว้นแต่ในกรณี ก.อ.
กำหนดจำนวนบุคคลที่จะได้รับการบรรจุไว้ตามข้อ ๖ วรรคสอง
ผู้สอบที่ได้คะแนนสูงซึ่งได้คะแนนสอบข้อเขียนไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๕๐
เรียงตามลำดับเมื่อรวมกันแล้วไม่เกินจำนวนที่ ก.อ.
กำหนดจึงจะได้รับการประกาศให้ทราบ
เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติเพิ่มเติมกลั่นกรองอีกครั้ง
เมื่อดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติเพิ่มเติมกลั่นกรองตามวรรคหนึ่งแล้ว
ให้ประธานอนุกรรมการทดสอบความรู้กำหนดวัน เวลา และสถานที่สอบปากเปล่า
แล้วประกาศรายชื่อผู้ไม่ขาดคุณสมบัติจากการตรวจคุณสมบัติเพิ่มเติมกลั่นกรองเพื่อเข้าสอบปากเปล่า
ให้ทราบล่วงหน้าก่อนวันสอบปากเปล่าอย่างน้อย ๗ วัน
ข้อ ๑๗/๑[๓]
ในกรณี ก.อ.
กำหนดจำนวนบุคคลที่จะได้รับการบรรจุไว้ตามข้อ ๖ วรรคสอง
ถ้าผู้สอบข้อเขียนผ่านที่ได้ลำดับสุดท้ายมีหลายคน
ซึ่งหากจะบรรจุทุกคนจะทำให้เกินจำนวนที่ ก.อ. กำหนด ให้จัดลำดับผู้ที่สอบผ่านในกลุ่มนี้ดังนี้
(๑) ผู้สอบผ่านที่ได้คะแนนสูงกว่าในวิชากฎหมายอาญาอยู่ในลำดับก่อน
(๒) หากคะแนนในวิชากฎหมายอาญาเท่ากัน
ผู้สอบผ่านที่ได้คะแนนสูงกว่าในวิชากฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาอยู่ในลำดับก่อน
(๓) ในกรณีตาม (๒) หากคะแนนในวิชากฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเท่ากัน
ผู้สอบผ่านที่ได้คะแนนสูงกว่าในวิชากฎหมายแพ่งและพาณิชย์อยู่ในลำดับก่อน
(๔) ในกรณีตาม (๓) หากคะแนนในวิชากฎหมายแพ่งและพาณิชย์เท่ากัน
ผู้สอบผ่านที่ได้คะแนนสูงกว่าในวิชากฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งอยู่ในลำดับก่อน
(๕) ในกรณีตาม (๔) หากคะแนนในวิชากฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งเท่ากัน
ผู้สอบผ่านที่ได้คะแนนสูงกว่าในวิชากฎหมายองค์กรอัยการและพนักงานอัยการอยู่ในลำดับก่อน
ให้ใช้วิธีการดังกล่าวจัดลำดับผู้สอบผ่านให้ได้จำนวนเท่ากับที่ ก.อ.
กำหนด
หรือในกรณีหากเทียบคะแนนจนถึงรายวิชาสุดท้ายแล้วยังมีผู้ที่ได้คะแนนเท่ากันเมื่อรวมกันแล้วเกินจำนวนที่
ก.อ. กำหนด ให้ผู้สอบผ่านที่ยังคงมีคะแนนเท่ากันดังกล่าวทุกคนได้รับการประกาศให้ทราบ
เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติเพิ่มเติมกลั่นกรองอีกครั้ง
ข้อ ๑๘ การสอบปากเปล่าตามข้อ ๑๗
ให้กระทำโดยวิธีถามผู้สอบเรียงตัวในลักษณะวิชาดังกล่าวในข้อ ๑๒ หรือข้อ ๑๔
วรรคหนึ่ง แล้วแต่กรณี ตามที่ประธานอนุกรรมการทดสอบความรู้เห็นสมควร
การประเมินผลการสอบปากเปล่า ให้ประเมินผลว่าสอบได้หรือสอบตกเท่านั้น
ผู้สอบที่ผ่านการสอบปากเปล่าในเกณฑ์สอบได้
จึงจะถือว่าเป็นผู้ทดสอบความรู้ได้
ข้อ ๑๙[๔]
เมื่อได้มีการทดสอบความรู้เสร็จแล้ว
ก.อ. จะประกาศรายชื่อผู้ทดสอบความรู้ได้และจะได้รับการบรรจุเรียงตามลำดับคะแนนไว้
ณ สำนักงานอัยการสูงสุด โดย ก.อ.
อาจเรียกบรรจุผู้ทดสอบความรู้ได้ดังกล่าวไม่พร้อมกันก็ได้ ตามที่ ก.อ. เห็นสมควร
ในกรณี ก.อ. กำหนดจำนวนบุคคลที่จะได้รับการบรรจุไว้ตามข้อ ๖ วรรคสอง
ถ้ามีผู้ทดสอบความรู้ได้เกินจำนวนที่ ก.อ. กำหนด ให้เสนอ ก.อ.
เป็นผู้พิจารณารับบรรจุบุคคลดังกล่าวในเวลาที่ ก.อ. เห็นสมควร
ข้อ ๒๐[๕]
ในกรณี ก.อ.
กำหนดจำนวนบุคคลที่จะได้รับการบรรจุไว้ตามข้อ ๖ วรรคสอง แต่มีผู้เข้ารับการบรรจุไม่ครบจำนวนเนื่องจากมีผู้ขาดคุณสมบัติจากการตรวจสอบคุณสมบัติเพิ่มเติมกลั่นกรอง
หรือผู้มีสิทธิเข้าสอบปากเปล่าไม่เข้าสอบปากเปล่าหรือสอบปากเปล่าตก
หรือผู้ทดสอบความรู้ได้ไม่รายงานตัวเพื่อเข้ารับการบรรจุ
ให้ประธานอนุกรรมการทดสอบความรู้เสนอ ก.อ. เพื่อทราบถึงจำนวนที่อาจบรรจุได้อีก
ในการนี้ ก.อ. อาจพิจารณาให้ประธานอนุกรรมการทดสอบความรู้ประกาศผู้สอบที่ได้คะแนนสูงซึ่งได้คะแนนสอบข้อเขียนไม่ต่ำกว่าร้อยละ
๕๐ ในลำดับถัดลงไปให้ทราบเพื่อดำเนินการตามข้อ ๑๗ และตามหลักเกณฑ์ข้อ ๑๗/๑
โดยให้นำความในข้อ ๑๘ มาใช้บังคับ เพื่อให้ได้บุคคลที่จะได้รับการบรรจุตามจำนวนที่
ก.อ. กำหนดไว้
เมื่อดำเนินการตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้นำความในข้อ ๑๙ มาใช้โดยอนุโลม
ข้อ ๒๑ ในกรณีที่ ก.อ.
มีมติให้จัดให้มีการทดสอบความรู้เฉพาะผู้สมัครที่ไปศึกษาวิชากฎหมายจากต่างประเทศด้วยทุนรัฐบาลตามความต้องการของสำนักงานอัยการสูงสุด
หรือทุนของสำนักงานอัยการสูงสุด หรือเป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกทางกฎหมายจากต่างประเทศที่
ก.อ. รับรอง ตามข้อ ๑๔ วรรคสี่
ให้ผู้สมัครไปรับการตรวจร่างกายและจิตใจจากคณะกรรมการแพทย์ ซึ่ง ก.อ.
กำหนดตามความในมาตรา ๔๙ ก.(๖) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ.
๒๕๕๓
เมื่อคณะกรรมการแพทย์ได้ตรวจร่างกายและจิตใจผู้สมัครแล้ว ให้คณะอนุกรรมการดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติตามวิธีการที่กำหนดไว้ในระเบียบคณะกรรมการอัยการ
ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบคุณสมบัติ
เมื่อคณะอนุกรรมการเห็นว่าเป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วน
ให้คณะอนุกรรมการทำการทดสอบความรู้โดยการสอบปากเปล่าตามที่ประธานอนุกรรมการทดสอบความรู้เห็นสมควร
โดยมีคะแนนเต็ม ๕๐ คะแนน และต้องได้คะแนนสอบปากเปล่าไม่น้อยกว่าร้อยละ ๖๐
จึงจะอยู่ในเกณฑ์จะได้รับการบรรจุ เมื่อคณะอนุกรรมการได้ดำเนินการแล้ว
ให้รายงานเสนอความเห็นไปยัง ก.อ. เพื่อพิจารณา
อัตราส่วนในการบรรจุ
ข้อ ๒๒ การบรรจุผู้ทดสอบความรู้ได้ตามมาตรา ๕๑
แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓
เป็นข้าราชการอัยการและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอัยการผู้ช่วยนั้น ให้บรรจุได้ในอัตราส่วนของจำนวนผู้สอบคัดเลือกได้ไม่เกินหนึ่งต่อสี่
แต่ถ้าขณะใดไม่มีผู้สอบคัดเลือกได้อยู่แล้ว ก็ให้บรรจุได้โดยไม่มีอัตราส่วน
ภายใต้บังคับวรรคหนึ่ง การบรรจุข้าราชการอัยการตามมาตรา ๕๑ (๒) (ก)
(ข) (ค) (ง) (จ) (ฉ) (ช) หรือ (ซ) ซึ่งมีคุณวุฒิต่างกัน
ให้บรรจุได้ในอัตราส่วนของผู้ทดสอบความรู้ได้และจะได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการอัยการและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอัยการผู้ช่วยแต่ละคุณวุฒิตามที่
ก.อ. กำหนด
ความในข้อนี้มิให้ใช้บังคับในกรณีที่ ก.อ.
มีมติให้จัดให้มีการทดสอบความรู้ตามข้อ ๒๑
บทเฉพาะกาล
ข้อ ๒๓ การดำเนินการเกี่ยวกับการทดสอบความรู้ซึ่งได้กระทำไปแล้วในขั้นตอนใดก่อนวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับให้เป็นอันใช้ได้
แต่การดำเนินการในขั้นตอนต่อไปให้ปฏิบัติตามระเบียบนี้
ประกาศ
ณ วันที่ ๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๔
จุลสิงห์
วสันตสิงห์
อัยการสูงสุด
ประธานคณะกรรมการอัยการ
ระเบียบคณะกรรมการอัยการ
ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการสมัคร หลักสูตรและวิธีการทดสอบความรู้เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการอัยการและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอัยการผู้ช่วย
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๕[๖]
ปณตภร/ผู้จัดทำ
๑๓ มิถุนายน
๒๕๕๖
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๘/ตอนที่ ๗๓ ก/หน้า ๓/๗ ตุลาคม ๒๕๕๔
[๒] ข้อ ๑๗
แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบคณะกรรมการอัยการ ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการสมัคร หลักสูตรและวิธีการทดสอบความรู้เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการอัยการและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอัยการผู้ช่วย
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๕
[๓] ข้อ ๑๗/๑ เพิ่มโดยระเบียบคณะกรรมการอัยการ
ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการสมัคร หลักสูตรและวิธีการทดสอบความรู้เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการอัยการและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอัยการผู้ช่วย
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๕
[๔] ข้อ ๑๙
แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบคณะกรรมการอัยการ ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการสมัคร หลักสูตรและวิธีการทดสอบความรู้เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการอัยการและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอัยการผู้ช่วย
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๕
[๕] ข้อ ๒๐
แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบคณะกรรมการอัยการ ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการสมัคร หลักสูตรและวิธีการทดสอบความรู้เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการอัยการและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอัยการผู้ช่วย
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๕
[๖] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๙/ตอนที่ ๑๑๖ ก/หน้า ๓๘/๑๑ ธันวาคม ๒๕๕๕
ที่มา: ระบบกลางทางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).