ข้อ ๑๒ การทดสอบความรู้ให้มีทั้งการสอบข้อเขียนและการสอบปากเปล่า
การออกข้อสอบให้เป็นไปตามที่ประธานอนุกรรมการทดสอบความรู้จะได้กำหนด
ภายใต้บังคับข้อ ๑๔ และข้อ ๒๑ วิชาที่ทดสอบ คือ กฎหมายอาญา
กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
กฎหมายพยานหลักฐาน กฎหมายรัฐธรรมนูญ กฎหมายปกครอง กฎหมายองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ
กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงหรือกฎหมายว่าด้วยศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว
กฎหมายล้มละลายหรือกฎหมายภาษีอากรหรือกฎหมายแรงงาน
กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาหรือกฎหมายการค้าระหว่างประเทศ และภาษาอังกฤษ
ข้อ ๑๓ การสอบข้อเขียนมี
๒ วัน คือ
(๑) วันที่หนึ่ง วิชากฎหมายอาญา จำนวน ๓ ข้อ กฎหมายแพ่งและพาณิชย์
จำนวน ๒ ข้อ กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา จำนวน ๓ ข้อ กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
จำนวน ๒ ข้อ จำนวนข้อสอบรวม ๑๐ ข้อ เวลา ๔ ชั่วโมง คะแนนเต็ม ๑๐๐ คะแนน
(๒) วันที่สอง วิชากฎหมายพยานหลักฐาน จำนวน ๒ ข้อ กฎหมายรัฐธรรมนูญ
จำนวน ๑ ข้อ กฎหมายปกครอง จำนวน ๑ ข้อ กฎหมายองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ จำนวน ๑
ข้อ
กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงหรือกฎหมายว่าด้วยศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว
จำนวน ๑ ข้อ กฎหมายล้มละลายหรือกฎหมายภาษีอากรหรือกฎหมายแรงงาน จำนวน ๑ ข้อ
กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาหรือกฎหมายการค้าระหว่างประเทศ จำนวน ๑ ข้อ จำนวนข้อสอบ
รวม ๘ ข้อ เวลา ๓ ชั่วโมง ๓๐ นาที คะแนนเต็ม ๘๐ คะแนน และวิชาภาษาอังกฤษ จำนวน ๒
ข้อ เวลา ๑ ชั่วโมง คะแนนเต็ม ๒๐ คะแนน
ผู้สอบต้องปฏิบัติตามข้อบังคับการสอบข้อเขียนท้ายระเบียบนี้โดยเคร่งครัด
และให้ประธานอนุกรรมการทดสอบความรู้รับผิดชอบในการจัดทำรหัสสมุดคำตอบของผู้สอบทุกคนแยกตามวันที่สอบโดยไม่ให้รหัสซ้ำกันแล้วเก็บรักษารหัสดังกล่าวไว้ด้วยตนเอง
ข้อ ๑๔ ในกรณีที่ ก.อ.
มีมติให้จัดให้มีการทดสอบความรู้เฉพาะผู้มีคุณวุฒิตามมาตรา ๕๑ (๒) (ก) หรือ (ข)
การสอบข้อเขียนมี ๒ วัน คือ
(๑) วันที่หนึ่ง วิชากฎหมายอาญา จำนวน ๒ ข้อ กฎหมายแพ่งและพาณิชย์
จำนวน ๒ ข้อ กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา จำนวน ๒ ข้อ กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
จำนวน ๒ ข้อ กฎหมายพยานหลักฐาน จำนวน ๑ ข้อ กฎหมายองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ
จำนวน ๑ ข้อ จำนวนข้อสอบ รวม ๑๐ ข้อ เวลา ๔ ชั่วโมง คะแนนเต็ม ๑๐๐ คะแนน
(๒) วันที่สอง วิชาภาษาอังกฤษ จำนวน ๓ ข้อ เวลา ๓ ชั่วโมง คะแนนเต็ม
๖๐ คะแนน
วิชาภาษาอังกฤษตามวรรคหนึ่ง (๒) ให้ออกข้อสอบเป็นคำถามที่ทดสอบการแปล
จำนวน ๑ ข้อ เป็นคำถามที่ทดสอบความเข้าใจในการอ่านบทความกฎหมายภาษาอังกฤษ จำนวน ๑
ข้อ และเป็นคำถามที่ให้ผู้สมัครเขียนอธิบาย หรือวินิจฉัยปัญหากฎหมายเป็นภาษาอังกฤษ
จำนวน ๑ ข้อ
ในการออกข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษตามวรรคหนึ่ง (๒)
ประธานอนุกรรมการทดสอบความรู้อาจกำหนดให้ออกข้อสอบเป็นภาษาต่างประเทศอื่นแทนวิชาภาษาอังกฤษให้ผู้สอบเลือกสอบก็ได้
ในกรณีที่ผู้สมัครเป็นผู้ไปศึกษาต่างประเทศด้วยทุนรัฐบาลตามความต้องการของสำนักงานอัยการสูงสุด
หรือทุนสำนักงานอัยการสูงสุด หรือเป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกทางกฎหมายจากต่างประเทศที่
ก.อ. รับรอง ให้คณะอนุกรรมการทำการทดสอบความรู้โดยการสอบปากเปล่าตามข้อ ๒๑
ข้อ ๑๕ ในการตรวจคำตอบแต่ละข้อ
ให้องค์คณะซึ่งประกอบด้วยผู้ตรวจคำตอบอย่างน้อยสองคนตรวจ
แล้วให้คะแนนคำตอบตามหลักเกณฑ์การตรวจและการให้คะแนนที่กำหนดท้ายระเบียบนี้ และให้ผู้สอบได้คะแนนคำตอบตามค่าเฉลี่ยที่คำนวณจากคะแนนที่ผู้ตรวจคำตอบแต่ละคนกำหนดให้
ในกรณีที่ผู้ตรวจคำตอบสองคนและคะแนนในข้อนั้นๆ ต่างกันตั้งแต่ ๔
คะแนนขึ้นไป ให้ประธานอนุกรรมการทดสอบความรู้หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้ตรวจและให้คะแนนใหม่
และให้ถือเป็นที่สุด
ข้อ ๑๖ ให้ประธานอนุกรรมการทดสอบความรู้กำหนดวัน
เวลา และสถานที่สอบข้อเขียนแล้วประกาศให้ทราบล่วงหน้าก่อนวันเริ่มสอบอย่างน้อย ๑๕
วัน
ข้อ ๑๗[๒]
ผู้สอบต้องได้คะแนนสอบข้อเขียนไม่ต่ำกว่าร้อยละ
๕๐ ของคะแนนสอบข้อเขียนทั้งหมด เว้นแต่ในกรณี ก.อ.
กำหนดจำนวนบุคคลที่จะได้รับการบรรจุไว้ตามข้อ ๖ วรรคสอง
ผู้สอบที่ได้คะแนนสูงซึ่งได้คะแนนสอบข้อเขียนไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๕๐
เรียงตามลำดับเมื่อรวมกันแล้วไม่เกินจำนวนที่ ก.อ.
กำหนดจึงจะได้รับการประกาศให้ทราบ
เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติเพิ่มเติมกลั่นกรองอีกครั้ง
เมื่อดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติเพิ่มเติมกลั่นกรองตามวรรคหนึ่งแล้ว
ให้ประธานอนุกรรมการทดสอบความรู้กำหนดวัน เวลา และสถานที่สอบปากเปล่า
แล้วประกาศรายชื่อผู้ไม่ขาดคุณสมบัติจากการตรวจคุณสมบัติเพิ่มเติมกลั่นกรองเพื่อเข้าสอบปากเปล่า
ให้ทราบล่วงหน้าก่อนวันสอบปากเปล่าอย่างน้อย ๗ วัน
ข้อ ๑๗/๑[๓]
ในกรณี ก.อ.
กำหนดจำนวนบุคคลที่จะได้รับการบรรจุไว้ตามข้อ ๖ วรรคสอง
ถ้าผู้สอบข้อเขียนผ่านที่ได้ลำดับสุดท้ายมีหลายคน
ซึ่งหากจะบรรจุทุกคนจะทำให้เกินจำนวนที่ ก.อ. กำหนด ให้จัดลำดับผู้ที่สอบผ่านในกลุ่มนี้ดังนี้
(๑) ผู้สอบผ่านที่ได้คะแนนสูงกว่าในวิชากฎหมายอาญาอยู่ในลำดับก่อน
(๒) หากคะแนนในวิชากฎหมายอาญาเท่ากัน
ผู้สอบผ่านที่ได้คะแนนสูงกว่าในวิชากฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาอยู่ในลำดับก่อน
(๓) ในกรณีตาม (๒) หากคะแนนในวิชากฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเท่ากัน
ผู้สอบผ่านที่ได้คะแนนสูงกว่าในวิชากฎหมายแพ่งและพาณิชย์อยู่ในลำดับก่อน
(๔) ในกรณีตาม (๓) หากคะแนนในวิชากฎหมายแพ่งและพาณิชย์เท่ากัน
ผู้สอบผ่านที่ได้คะแนนสูงกว่าในวิชากฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งอยู่ในลำดับก่อน
(๕) ในกรณีตาม (๔) หากคะแนนในวิชากฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งเท่ากัน
ผู้สอบผ่านที่ได้คะแนนสูงกว่าในวิชากฎหมายองค์กรอัยการและพนักงานอัยการอยู่ในลำดับก่อน
ให้ใช้วิธีการดังกล่าวจัดลำดับผู้สอบผ่านให้ได้จำนวนเท่ากับที่ ก.อ.
กำหนด
หรือในกรณีหากเทียบคะแนนจนถึงรายวิชาสุดท้ายแล้วยังมีผู้ที่ได้คะแนนเท่ากันเมื่อรวมกันแล้วเกินจำนวนที่
ก.อ. กำหนด ให้ผู้สอบผ่านที่ยังคงมีคะแนนเท่ากันดังกล่าวทุกคนได้รับการประกาศให้ทราบ
เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติเพิ่มเติมกลั่นกรองอีกครั้ง
ข้อ ๑๘ การสอบปากเปล่าตามข้อ ๑๗
ให้กระทำโดยวิธีถามผู้สอบเรียงตัวในลักษณะวิชาดังกล่าวในข้อ ๑๒ หรือข้อ ๑๔
วรรคหนึ่ง แล้วแต่กรณี ตามที่ประธานอนุกรรมการทดสอบความรู้เห็นสมควร
การประเมินผลการสอบปากเปล่า ให้ประเมินผลว่าสอบได้หรือสอบตกเท่านั้น
ผู้สอบที่ผ่านการสอบปากเปล่าในเกณฑ์สอบได้
จึงจะถือว่าเป็นผู้ทดสอบความรู้ได้
ข้อ ๑๙[๔]
เมื่อได้มีการทดสอบความรู้เสร็จแล้ว
ก.อ. จะประกาศรายชื่อผู้ทดสอบความรู้ได้และจะได้รับการบรรจุเรียงตามลำดับคะแนนไว้
ณ สำนักงานอัยการสูงสุด โดย ก.อ.
อาจเรียกบรรจุผู้ทดสอบความรู้ได้ดังกล่าวไม่พร้อมกันก็ได้ ตามที่ ก.อ. เห็นสมควร
ในกรณี ก.อ. กำหนดจำนวนบุคคลที่จะได้รับการบรรจุไว้ตามข้อ ๖ วรรคสอง
ถ้ามีผู้ทดสอบความรู้ได้เกินจำนวนที่ ก.อ. กำหนด ให้เสนอ ก.อ.
เป็นผู้พิจารณารับบรรจุบุคคลดังกล่าวในเวลาที่ ก.อ. เห็นสมควร
ข้อ ๒๐[๕]
ในกรณี ก.อ.
กำหนดจำนวนบุคคลที่จะได้รับการบรรจุไว้ตามข้อ ๖ วรรคสอง แต่มีผู้เข้ารับการบรรจุไม่ครบจำนวนเนื่องจากมีผู้ขาดคุณสมบัติจากการตรวจสอบคุณสมบัติเพิ่มเติมกลั่นกรอง
หรือผู้มีสิทธิเข้าสอบปากเปล่าไม่เข้าสอบปากเปล่าหรือสอบปากเปล่าตก
หรือผู้ทดสอบความรู้ได้ไม่รายงานตัวเพื่อเข้ารับการบรรจุ
ให้ประธานอนุกรรมการทดสอบความรู้เสนอ ก.อ. เพื่อทราบถึงจำนวนที่อาจบรรจุได้อีก
ในการนี้ ก.อ. อาจพิจารณาให้ประธานอนุกรรมการทดสอบความรู้ประกาศผู้สอบที่ได้คะแนนสูงซึ่งได้คะแนนสอบข้อเขียนไม่ต่ำกว่าร้อยละ
๕๐ ในลำดับถัดลงไปให้ทราบเพื่อดำเนินการตามข้อ ๑๗ และตามหลักเกณฑ์ข้อ ๑๗/๑
โดยให้นำความในข้อ ๑๘ มาใช้บังคับ เพื่อให้ได้บุคคลที่จะได้รับการบรรจุตามจำนวนที่
ก.อ. กำหนดไว้
เมื่อดำเนินการตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้นำความในข้อ ๑๙ มาใช้โดยอนุโลม
ข้อ ๒๑ ในกรณีที่ ก.อ.
มีมติให้จัดให้มีการทดสอบความรู้เฉพาะผู้สมัครที่ไปศึกษาวิชากฎหมายจากต่างประเทศด้วยทุนรัฐบาลตามความต้องการของสำนักงานอัยการสูงสุด
หรือทุนของสำนักงานอัยการสูงสุด หรือเป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกทางกฎหมายจากต่างประเทศที่
ก.อ. รับรอง ตามข้อ ๑๔ วรรคสี่
ให้ผู้สมัครไปรับการตรวจร่างกายและจิตใจจากคณะกรรมการแพทย์ ซึ่ง ก.อ.
กำหนดตามความในมาตรา ๔๙ ก.(๖) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ.
๒๕๕๓
เมื่อคณะกรรมการแพทย์ได้ตรวจร่างกายและจิตใจผู้สมัครแล้ว ให้คณะอนุกรรมการดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติตามวิธีการที่กำหนดไว้ในระเบียบคณะกรรมการอัยการ
ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบคุณสมบัติ
เมื่อคณะอนุกรรมการเห็นว่าเป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วน
ให้คณะอนุกรรมการทำการทดสอบความรู้โดยการสอบปากเปล่าตามที่ประธานอนุกรรมการทดสอบความรู้เห็นสมควร
โดยมีคะแนนเต็ม ๕๐ คะแนน และต้องได้คะแนนสอบปากเปล่าไม่น้อยกว่าร้อยละ ๖๐
จึงจะอยู่ในเกณฑ์จะได้รับการบรรจุ เมื่อคณะอนุกรรมการได้ดำเนินการแล้ว
ให้รายงานเสนอความเห็นไปยัง ก.อ. เพื่อพิจารณา
อัตราส่วนในการบรรจุ
ที่มา: ระบบกลางทางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).