ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านแฮด
ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านแฮด
เรื่อง การขุดดินและถมดิน
พ.ศ. ๒๕๔๘
โดยที่เป็นการสมควรให้มีข้อบัญญัติว่าด้วยการขุดดินและถมดิน ในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านแฮด
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๗๑ แห่งพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗ (และแก้ไขเพิ่มเติมจนถึงฉบับที่ ๕ พ.ศ. ๒๕๔๖) ประกอบกับมาตรา ๘ (๑) แห่งพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๔๓ จึงตราข้อบัญญัตินี้ไว้โดยได้รับความเห็นชอบจากสภาองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านแฮดและปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอบ้านแฮด ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ข้อบัญญัตินี้ให้เรียกว่า ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านแฮด เรื่อง การขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๔๘
ข้อ ๒ ข้อบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านแฮด ในกรณีที่ยังมิได้มีการออกกฎกระทรวง และถ้าต่อมามีการออกกฎกระทรวงกำหนด และข้อบัญญัตินี้ส่วนใดขัด หรือแย้งกับกฎกระทรวงให้ยกเลิกและให้ข้อกำหนดของข้อบัญญัติท้องถิ่นในส่วนที่ไม่ขัด หรือแย้งกับกฎกระทรวงใช้บังคับต่อไป
ข้อ ๓[๑]
ให้ใช้ข้อบัญญัตินี้นับถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๔ ในข้อบัญญัติ
ดิน หมายความว่า พื้นผิวของที่ดินที่เป็นอยู่ตามธรรมชาติ
พื้นดิน หมายความว่า พื้นผิวของที่ดินที่เป็นอยู่ตามธรรมชาติ
ขุดดิน หมายความว่า กระทำแก่พื้นดินเพื่อนำดินขึ้นจากพื้นดินหรือทำให้พื้นดินเป็นบ่อ
บ่อดิน หมายความว่า แอ่ง บ่อ สระ หรือช่องว่างใต้พื้นดินที่เกิดจากการขุด
ถมดิน หมายความว่า การกระทำใด ๆ ต่อดินหรือพื้นดินเพื่อให้ระดับดินสูงขึ้นกว่าเดิม
เนินดิน หมายความว่า ดินที่สูงขึ้นกว่าระดับพื้นดินโดยการถมดิน
แผนผังบริเวณ หมายความว่า แผนที่แสดงสภาพของที่ดิน ที่ตั้ง และขอบเขตของที่ดินที่จะขุดดิน หรือถมดิน รวมทั้งที่ดิน และสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ข้างเคียง
แบบแปลน หมายความว่า แบบแสดงรายละเอียดในการขุดดินหรือถมดิน
รายการประกอบแบบแปลน หมายความว่า ข้อความชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับชนิดของดินความลึกและขนาดของบ่อดินที่จะขุดดิน หรือความสูงและพื้นที่ของเนินดินที่จะถมดิน ความลาดเอียงของบ่อดินหรือเนินดิน ระยะห่างจากขอบบ่อดินหรือเนินดินถึงเขตที่ดิน หรือสิ่งปลูกสร้างของบุคคลอื่นวิธีการป้องกันการพังทลายของดิน หรือสิ่งปลูกสร้างและวิธีการในการขุดดินหรือถมดิน ตลอดจนสภาพพื้นที่และบริเวณข้างเคียง ระดับดินเดิม คุณสมบัติของดินที่จะขุดหรือถม พร้อมวิธีปฏิบัติหรือวิธีการสำหรับการขุดดิน หรือถมดิน เพื่อให้เป็นไปตามแบบแปลน
รายการคำนวณ หมายความว่า รายการแสดงวิธีการคำนวณหาค่าเสถียรภาพความลาดเอียงที่ปลอดภัยในการขุดดินหรือถมดิน หรือรายการแสดงวิธีการคำนวณความปลอดภัยของกำแพงกันดิน
เจ้าพนักงานท้องถิ่น หมายความว่า นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านแฮด
พนักงานเจ้าหน้าที่ หมายความว่า ผู้ซึ่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามข้อบัญญัตินี้
ข้อ ๕ ในการขุดดินหรือถมดิน ผู้ขุดดินหรือถมดินจะต้องจัดให้มีเครื่องหมายแสดงขอบเขตที่ดินที่จะทำการขุดดินหรือถมดิน และต้องติดตั้งป้ายขนาดกว้างไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยยี่สิบเซนติเมตรยาวไม่น้อยกว่าสองร้อยสี่สิบเซนติเมตร ในบริเวณที่ทำการขุดดินหรือถมดิน และสามารถเห็นได้ง่ายตลอดระยะเวลาทำการขุดดินหรือถมดิน โดยแสดงข้อความดังต่อไปนี้
(๑) เนื้อที่โครงการที่จะทำการขุดดินหรือถมดิน
(๒) ขนาดพื้นที่ปากบ่อดิน เนินดิน ความลึกหรือความสูงของการขุดดินหรือถมดิน
(๓) วัตถุประสงค์ของการขุดดินหรือถมดิน
(๔) เลขที่ใบรับแจ้งและวันสิ้นสุดการขุดดินหรือถมดิน
(๕) ชื่อผู้ควบคุมงาน ผู้ออกแบบแปลน รายการประกอบแบบแปลน และรายการคำนวณรวมทั้งเลขทะเบียนการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกร
(๖) ชื่อและที่อยู่ของผู้แจ้งการขุดดินหรือถมดิน
(๗) ชื่อและที่อยู่ของเจ้าของที่ดิน
(๘) ชื่อและที่อยู่ของผู้ดำเนินการขุดดินหรือถมดิน
(๙) ข้อความอื่นตามที่กรมโยธาธิการและผังเมืองประกาศกำหนดหรือตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
ข้อ ๖ ห้ามผู้ใดทำการขุดดินและถมดิน บริเวณเขตองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านแฮด เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นก่อน
ข้อ ๗ การขุดดินหรือถมดิน ให้มีความสัมพันธ์ของความลาดเอียงของบ่อดินหรือเนินดินระยะดิ่งต่อระยะราบไม่น้อยกว่า ๑ ต่อ ๒
ข้อ ๘ ให้ผู้ที่จะขุดดินและถมดินกำหนดวิธีการให้ความคุ้มครองและความปลอดภัยแก่คนงานและบุคคลภายนอกการขุดดิน
การขุดดิน
ข้อ ๙ การขุดดินมาตรา ๑๗ จะกระทำได้เฉพาะในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตกถ้าจะกระทำในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ตกถึงพระอาทิตย์ขึ้น ต้องได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น
ข้อ ๑๐ ผู้ใดประสงค์จะทำการขุดดินโดยมีความลึกจากระดับพื้นดินเกินสามเมตร หรือมีพื้นที่ปากบ่อดินเกินหนึ่งหมื่นตารางเมตร หรือตามที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศกำหนด ต้องมีแบบแปลนรายการประกอบแบบแปลน และรายการคำนวณของผู้รับอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมสาขาวิศวกรรมโยธา ไม่ต่ำกว่าระดับสามัญวิศวกรรมตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกรรม และให้แจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามแบบที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนด โดยยื่นเอกสารแจ้งข้อมูลดังต่อไปนี้
(๑) แผนผังบริเวณที่ประสงค์จะทำการขุดดิน
(๒) แผนผังแสดงเขตที่ดิน และที่ดินบริเวณข้างเคียง
(๓) รายการที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๖
(๔) วิธีการขุดดิน และการขนดิน
(๕) ระยะเวลาทำการขุดดิน
(๖) ชื่อผู้ควบคุมงานซึ่งจะต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
(๗) ที่ตั้งสำนักงานของผู้แจ้ง
(๘) ภาระผูกพันต่าง ๆ ที่บุคคลอื่นมีส่วนได้เสียเกี่ยวกับที่ดินที่จะทำการขุดดิน
(๙) เอกสารและรายละเอียดอื่น ๆ ที่คณะกรรมการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๑๑ การขุดดินที่มีความลึกเกินยี่สิบเมตร ต้องมีการป้องกันการพังทลายของดิน หรือสิ่งปลูกสร้างโดยมีการติดตั้งอุปกรณ์สำหรับวัดการเคลื่อนตัวของดินและต้องมีแบบแปลน รายการประกอบแบบแปลน และรายการคำนวณของผู้ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมสาขาวิศวกรรมโยธา ระดับวุฒิวิศวกร ตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกร
ข้อ ๑๒ การขุดบ่อน้ำใช้ที่มีพื้นที่ปากบ่อไม่เกินสี่ตารางเมตร ผู้ขุดดินไม่ต้องแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น
ข้อ ๑๓ ในกรณีที่เป็นการขุดดิน เพื่อใช้ประโยชน์ในการฝังกลบขยะ วัสดุกระจายแพร่พิษหรือรังสีให้ผู้ประสงค์จะทำการขุดดินนำหลักฐานการอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น มายื่นประกอบการแจ้งด้วย
ข้อ ๑๔ การขุดดินที่มีความลึกจากระดับพื้นดินไม่เกินสามเมตร หรือมีพื้นที่ปากบ่อดินเกินหนึ่งหมื่นตารางเมตร ปากบ่อดินจะต้องห่างจากแนวเขตที่ดินของผู้อื่นหรือที่สาธารณะเป็นระยะไม่น้อยกว่าสองเท่าของความลึกของบ่อดินที่จะขุดดิน เว้นแต่จะได้มีการป้องกันการพังทลายของดิน หรือสิ่งปลูกสร้าง โดยการรับรองของผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม สาขาวิศวกรรมโยธา ตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกร
ข้อ ๑๕ ในระหว่างการขุดดินผู้ขุดดินตามมาตรา ๑๗ ต้องระบายน้ำบนพื้นดินบริเวณขอบบ่อดินไม่ให้น้ำท่วมขัง และต้องไม่ใช้พื้นที่บริเวณขอบบ่อดินเป็นที่กองดินหรือวัสดุอื่นใดในลักษณะที่อาจทำให้เกิดการพังทลายของดิน หรืออาจเป็นอันตรายกับสิ่งปลูกสร้างในบริเวณนั้น
ข้อ ๑๖ ในระหว่างการขุดดินและภายหลังการขุดดินแล้วเสร็จ ผู้ขุดดินตามมาตรา ๑๗ เจ้าของที่ดิน หรือผู้ครอบครองที่ดิน แล้วแต่กรณี ต้องตรวจสอบเสถียรภาพของบ่อดิน และดำเนินการให้มีความมั่นคงปลอดภัย
ข้อ ๑๗ การขุดดินในบริเวณที่ติดกับที่สาธารณะหรือในที่สาธารณะ ผู้ขุดดินต้องจัดให้มีสิ่งกันตกหรือราวกั้นที่มีความมั่นคงแข็งแรงรอบบริเวณนั้น รวมทั้งติดตั้งไฟฟ้าให้มีแสงสว่างเพียงพอ หรือไฟสัญญาณเตือนอันตรายจำนวนพอสมควรในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ตกถึงพระอาทิตย์ขึ้น ตลอดระยะเวลาทำการขุดดิน
ในการขุดดินตามวรรคหนึ่งในพื้นที่ไม่มีไฟฟ้าแสงสว่าง ต้องทาสีสิ่งกันตกหรือราวกั้นด้วยสีสะท้อนแสงที่มองเห็นได้อย่างชัดเจน
ข้อ ๑๘ ผู้ขุดดินตามมาตรา ๑๗ ต้องติดตั้งป้ายสีสะท้อนแสงเตือนอันตรายขนาดกว้างไม่น้อยกว่าห้าสิบเซนติเมตร และยาวไม่น้อยกว่าหนึ่งเมตร ทำด้วยวัสดุถาวร โดยติดตั้งไว้ทุกระยะไม่เกินสี่สิบเมตรรอบบ่อดินในตำแหน่งที่เห็นได้ง่ายตลอดระยะทำการขุดดิน
ข้อ ๑๙ ในการขุดดิน ถ้าพบโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ซากดึกดำบรรพ์ หรือแร่ที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจหรือทางการศึกษาในด้านธรณีวิทยา ให้ผู้ขุดดินหยุดการขุดดินในบริเวณนั้นไว้ก่อนแล้วรายงานให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่พบ และให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นแจ้งให้กรมศิลปากร หรือกรมทรัพยากรธรณี แล้วแต่กรณี
การถมดิน
ข้อ ๒๐ ให้ผู้ที่จะถมดิน ต้องหาวิธีการป้องกันการพังทลายของดินหรือสิ่งปลูกสร้างไม่ให้รบกวน หรือก่อเหตุเดือดร้อนแก่ที่ดินข้างเคียง
ข้อ ๒๑ ผู้ใดประสงค์จะทำการถมดิน โดยมีความสูงของเนินดินเกินกว่าระดับที่ดินต่างเจ้าของที่อยู่ข้างเคียง และมีพื้นที่ของเนินดินไม่เกินสองพันตารางเมตร หรือพื้นที่ตามเจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศกำหนด ต้องจัดให้มีการระบายน้ำเพียงพอที่จะไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่เจ้าของที่ดินที่อยู่ข้างเคียงหรือบุคคลอื่น
การถมดินที่มีพื้นที่เกินสองพันตารางเมตร หรือมีพื้นที่เกินกว่าที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศกำหนด นอกจากจะต้องจัดให้มีการระบายน้ำตามวรรคหนึ่งแล้ว ต้องแจ้งการถมดินนั้นต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามแบบที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนด โดยยื่นเอกสารแจ้งข้อมูลดังต่อไปนี้
(๑) แผนผังบริเวณที่ประสงค์จะทำการถมดิน
(๒) แผนผังแสดงเขตที่ดินและที่ดินข้างเคียง
(๓) วิธีการถมดินและการระบายน้ำ
(๔) ระยะเวลาในการถมดิน
(๕) ชื่อผู้ควบคุมงาน
(๖) ชื่อและที่อยู่ของผู้แจ้งการถมดิน
(๗) ภาระผูกพันต่าง ๆ ที่บุคคลอื่นมีส่วนได้เสียเกี่ยวกับที่ดินจะทำการถมดิน
ข้อ ๒๒ การถมดินจะกระทำได้เฉพาะในระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก ถ้าจะกระทำในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ตกถึงพระอาทิตย์ขึ้น ต้องได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น
ข้อ ๒๓ การถมดินที่มีพื้นที่ของเนินดินติดต่อเป็นผืนเดียวกันเกินสองพันตารางเมตร และมีความสูงของเนินดินตั้งแต่สองเมตรนับจากระดับที่ดินต่างเจ้าของที่อยู่ข้างเคียง ต้องมีแบบแปลนรายการประกอบแบบแปลน และรายการคำนวณของผู้ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมสาขาวิศวกรรมโยธา ไม่ต่ำกว่าระดับสามัญวิศวกร ตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกร
การถมดินที่มีพื้นที่ของเนินดินติดต่อเป็นผืนเดียวกันเกินสองพันตารางเมตร และมีความสูงของเนินดินเกินห้าเมตรนับจากระดับที่ดินต่างเจ้าของที่อยู่ข้างเคียง ต้องมีแบบแปลน รายการประกอบแบบแปลน และรายการคำนวณของผู้ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม สาขาวิศวกรรมโยธา ระดับวิศวกร ตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกร
ข้อ ๒๔ การถมดินที่มีพื้นที่ของเนินดินติดต่อเป็นผืนเดียวกันเกินสองพันตารางเมตร และมีความสูงของเนินดินตั้งแต่สองเมตรนับจากระดับที่ดินต่างเจ้าของที่อยู่ข้างเคียง ต้องมีผู้ควบคุมงานซึ่งเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม สาขาวิศวกรรมโยธา ตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกร
ข้อ ๒๕ การถมดิน ส่วนฐานของเนินดินจะต้องห่างจากแนวเขตที่ดินของบุคคลอื่น หรือที่สาธารณะเป็นระยะไม่น้อยกว่าความสูงของเนินดินที่จะถมดิน เว้นแต่จะได้มีการจัดการป้องกันการพังทลายของดิน หรือสิ่งปลูกสร้างโดยการรับรองจากผู้ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม สาขาวิศวกรรมโยธา ตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกร
ข้อ ๒๖ การถมดินในบริเวณที่ติดกับทางสาธารณะ ผู้ถมดินต้องติดป้ายสีสะท้อนแสงเตือนอันตรายขนาดกว้างไม่น้อยกว่าห้าสิบเซนติเมตร และยาวไม่น้อยกว่าหนึ่งเมตร ทำด้วยวัสดุถาวรไว้บนเนินดินที่ถมด้านที่ติดกับทางสาธารณะ ในตำแหน่งที่เห็นได้ง่ายตลอดระยะเวลาทำการถมดิน
ข้อ ๒๗ ในระหว่างการถมดินและภายหลังการถมดินแล้วเสร็จ ผู้ถมดิน เจ้าของที่ดิน หรือผู้ครอบครองที่ดิน แล้วแต่กรณี ต้องตรวจสอบเสถียรภาพของเนินดินให้มีความมั่นคงปลอดภัยอยู่เสมอ
ข้อปฏิบัติและบทกำหนดโทษ
ข้อ ๒๘ ผู้ใดได้รับความเสียหายหรือมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าอาจได้รับความเสียหายจากการขุดดินหรือถมดินมีสิทธิร้องขอให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นสั่งให้หยุดการขุดดินหรือถมดินนั้นได้
ข้อ ๒๙ พนักงานเจ้าหน้าที่ มีอำนาจเข้าไปตรวจสอบสถานที่ที่มีการขุดดินหรือถมดินในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก หรือในระหว่างเวลาทำการ และให้ผู้ขุดดิน ผู้ถมดินหรือตัวแทน หรือเจ้าของที่ดินอำนวยความสะดวกตามสมควร
ข้อ ๓๐ ในกรณีพนักงานเจ้าหน้าที่เห็นว่าการขุดดินหรือการถมดินได้ก่อหรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลอื่น ให้พนักงานเจ้าหน้าที่รายงานต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นให้มีคำสั่งให้ผู้ขุดดิน ผู้ถมดิน หรือเจ้าของที่ดินหยุดการขุดดินหรือการถมดิน หรือจัดการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น หรือจัดการแก้ไขการขุดดินหรือการถมดินนั้น แล้วแต่กรณี และให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือตามที่เห็นว่าจำเป็น เพื่อป้องกันหรือระงับความเสียหายนั้นได้
ข้อ ๓๑ ในกรณีที่มีเหตุฉุกเฉินให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีคำสั่งเป็นหนังสือให้ผู้ขุดดิน ผู้ถมดินหรือเจ้าของที่ดินหยุดการขุดดิน หรือการถมดิน หรือจัดการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น หรือจัดการแก้ไขการขุดดินหรือการถมดินนั้นตามที่เห็นว่าจำเป็นได้
ข้อ ๓๒ ผู้ขุดดิน ผู้ถมดิน หรือเจ้าของที่ดินผู้ใดไม่พอใจคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น ให้มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อผู้ว่าราชการจังหวัดภายในสามสิบวันนับแต่วันที่รับทราบคำสั่ง
ข้อ ๓๓ ผู้ใดทำการขุดดินหรือถมดิน ไม่ปฏิบัติตามข้อบัญญัตินี้ให้ได้รับโทษตามที่กฎหมายการขุดดินและถมดินกำหนด
ค่าธรรมเนียม
ข้อ ๓๔ ค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายในการขุดดินและถมดินให้เป็นไปตามกฎกระทรวง
การรักษาการข้อบัญญัติ
ข้อ ๓๕ ให้นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านแฮด เป็นผู้รักษาการตามข้อบัญญัตินี้
บทเฉพาะกาล
ข้อ ๓๖ ผู้ใดขุดดินหรือถมดินอันมีลักษณะที่ต้องแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามข้อบัญญัตินี้ก่อนวันที่พระราชบัญญัติว่าด้วยการขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๔๓ ใช้บังคับ ให้ดำเนินการตามข้อบัญญัตินี้ภายในสิบห้าวันนับแต่มีผลบังคับ
ประกาศ ณ วันที่ ๑๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๘
อุทัย ศรีสวดโม้
นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านแฮด
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้ข้อบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากมาตรา ๘ (๑) แห่งพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๔๓ ได้บัญญัติให้ราชการส่วนท้องถิ่น มีอำนาจออกข้อบัญญัติท้องถิ่น ในเรื่องการขุดดินและถมดิน เพราะปัจจุบันมีการขุดดิน เพื่อนำดินไปถมพื้นที่ที่ทำการก่อสร้างที่อยู่อาศัย หรือเพื่อกิจการอื่นอย่างกว้างขวาง แต่การขุดดินถมดินดังกล่าวยังไม่เป็นไปโดยถูกต้องตามหลักวิชาการ จึงอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ทรัพย์สินและความปลอดภัยของประชาชน ตลอดจนการอื่นใดที่จำเป็น และเป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดไว้ อีกทั้งเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพปัจจุบัน จึงจำเป็นต้องตราข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลนี้
วัชศักดิ์/จัดทำ
๙ เมษายน ๒๕๕๑
รชณัฐ/ปรับปรุง
๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๙
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๕/ตอนพิเศษ ๖๖ ง/หน้า ๕๓/๒ เมษายน ๒๕๕๑
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).