กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
ฉบับที่ ๑๑ (พ.ศ. ๒๕๓๘)
ออกตามความในพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน
พ.ศ. ๒๕๒๘[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕
แห่งพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๒๘
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.
๒๕๓๗ และมาตรา ๓๗ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๓๕๒๘
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑
ให้ยกเลิกกฎกระทรวง ฉบับที่ ๕ (พ.ศ. ๒๕๒๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน
พ.ศ. ๒๕๒๘
ข้อ ๒
ให้กำหนดอัตราการส่งเงินเข้ากองทุนสำหรับคนหางานแต่ละคนดังนี้
(๑) คนหางานซึ่งจะไปทำงานในประเทศในทวีปยุโรป
ทวีปอเมริกาเหนือ ทวีปออสเตรเลีย ประเทศญี่ปุ่น ไต้หวัน และสาธารณรัฐเกาหลี
ให้จัดส่งในอัตราห้าร้อยบาท ต่อคนหางานหนึ่งคน
(๒) คนหางานซึ่งจะไปทำงานในประเทศเนการาบรูไนดารุสซาลามรัฐกาตาร์
รัฐคูเวต รัฐบาร์เรน รัฐสุลต่านโอมาน รัฐอิสราเอล ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย
ราชอาณาจักรโมร็อกโกราชอาณาจักรฮัชไมต์จอร์แดน
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์สาธารณรัฐจิบูตี สาธารณรัฐตูนิเซีย สาธารณรัฐประชาธิปไตยซูดาน
สาธารณรัฐประชาธิปไตยโซมาลี สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนแอลจีเรีย
สาธารณรัฐเลบานอน สาธารณรัฐสังคมนิยมประชาชนอาหรับลิเบีย
สาธารณรัฐสิงค์โปร์สาธารณรัฐอาหรับซีเรีย สาธารณรัฐอาหรับเยเมน
สาธารณรัฐอาหรับอียิปต์สาธารณรัฐอิรัก สาธารณรัฐอิสลามมอริเตเนีย
สาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน และฮ่องกงให้จัดส่งในอัตราสี่ร้อยบาท ต่อคนหางานหนึ่งคน
(๓) คนหางานซึ่งจะไปทำงานในประเทศอื่นนอกจากประเทศตาม (๑)
และ (๒) ให้จัดส่งในอัตราสามร้อยบาท ต่อคนหางานหนึ่งคน
ข้อ ๓
ให้ผู้มีหน้าที่ส่งเงินเข้ากองทุนตามมาตรา ๓๗
ส่งเงินเข้ากองทุนตามอัตราที่กำหนดในข้อ ๒ พร้อมทั้งยื่นแบบ จง. ๑๑
ท้ายกฎกระทรวงนี้ต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายก่อนคนหางานเดินทางออกนอกราชอาณาจักร
ข้อ ๔
ให้คนหางานซึ่งจะเดินทางไปทำงานในต่างประเทศด้วยตนเองตามมาตรา ๔๘
ซึ่งสมัครใจส่งเงินเข้ากองทุนตามมาตรา ๔๘ ทวิ วรรคหนึ่ง ยื่นคำขอส่งเงินเข้ากองทุนตามอัตราที่กำหนดในข้อ
๒ ต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายก่อนคนหางานเดินทางออกนอกราชอาณาจักร
ข้อ ๕
ในกรณีที่คนหางานได้รับสิทธิประโยชน์จากกองทุนอยู่แล้วไปทำสัญญาจ้างกับนายจ้างคนใหม่ตามมาตรา
๔๘ ทวิ วรรคสาม ถ้าคนหางานนั้นประสงค์ที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ตามมาตรา ๕๓
จากกองทุนต่อไป
ให้คนหางานนั้นจัดให้นายจ้างหรือตนเองยื่นคำขอส่งเงินเข้ากองทุนภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ครบระยะเวลาตามสัญญาจ้างเดิม
พร้อมทั้งส่งสำเนาสัญญาจ้างเดิมและสัญญาจ้างใหม่ที่คนหางานทำกับนายจ้างคนใหม่ด้วยการยื่นคำขอตามวรรคหนึ่ง
ให้ยื่นต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย ณ กรมการจัดหางาน
หรือสำนักงานแรงงานไทยในประเทศที่คนหางานไปทำงานในกรณีที่ไม่มีสำนักงานแรงงานไทยในประเทศดังกล่าว
ให้ยื่น ณ สถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยในประเทศนั้น หรือ ณ
สถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยที่รับผิดชอบในการดูแลในเขตประเทศนั้นตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
ข้อ ๖
เงินที่ส่งเข้ากองทุนตามกฎกระทรวงนี้
(๑) ในกรณีที่ส่งเงิน ณ กรมการจัดหางาน ให้ส่งเป็นเงินสด
หรือส่งเป็นเช็คที่ธนาคารในประเทศไทยเป็นผู้ออกให้
ตั๋วแลกเงินของธนาคารในประเทศไทยโดยสั่งจ่ายในนามกองทุน
หรือส่งเป็นธนาณัติโดยระบุนามอธิบดี กรมการจัดหางานเป็นผู้รับเงินตามธนาณัตินั้น
(๒) ในกรณีที่ส่งเงิน ณ สำนักงานแรงงานไทย
สถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยให้ส่งเป็นเงินสด
เมื่อได้รับเงินครบถ้วนตามอัตราที่กำหนดในข้อ ๒ แล้ว
ให้อธิบดีจัดให้มีการออกหลักฐานการรับเงินให้แก่ผู้ที่ส่งเงินเข้ากองทุนไว้เป็นลายลักษณ์อักษรและออกบัตรสมาชิกกองทุนให้แก่คนหางานตามแบบท้ายกฎกระทรวงนี้
ข้อ ๗
ในกรณีที่เงินที่ส่งเข้ากองทุนเป็นเงินตราต่างประเทศ
ให้เทียบตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศนั้นในขณะส่งเงินเข้ากองทุน
ให้ไว้ ณ วันที่ ๓๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๘
พิศาล มูลศาสตรสาทร
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม
[เอกสารแนบท้าย]
๑. แบบ จง. ๑๑
บัญชีรายชื่อคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
เนื่องจากหลักเกณฑ์วิธีการ กำหนดเวลา และอัตราการส่งเงินเข้ากองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศที่เรียกเก็บจากผู้รับอนุญาตจัดหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศนายจ้างในต่างประเทศ
และคนหางานซึ่งจะไปทำงานในต่างประเทศที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง ฉบับที่ ๕ (พ.ศ. ๒๕๒๙)
ออกตามความในพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๒๘
ไม่เหมาะสมและไม่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน และโดยที่มาตรา ๔๘ ทวิ
แห่งพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๒๘
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.
๒๕๓๗ กำหนดให้คนหางานซึ่งเดินทางไปทำงานในต่างประเทศด้วยตนเอง
ซึ่งสมัครใจส่งเงินเข้ากองทุนตามอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวงตามมาตรา ๓๗
ได้รับสิทธิประโยชน์จากกองทุนเป็นระยะเวลาตามสัญญาจ้าง
และคนหางานซึ่งเดินทางไปทำงานในต่างประเทศ
ถ้าไปทำสัญญาจ้างกับนายจ้างคนใหม่และถ้าได้จัดให้นายจ้างหรือตนเองส่งเงินเข้ากองทุนตามอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวงออกตามความในมาตรา
๓๗ ให้คนหางานได้รับสิทธิประโยชน์จากกองทุนต่อไป สมควรปรับปรุงหลักเกณฑ์ วิธีการ
กำหนดเวลา และอัตราการส่งเงินเข้ากองทุนดังกล่าวให้เหมาะสมยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๑๒/ตอนที่ ๓๙ ก/หน้า ๘/๒๒ กันยายน ๒๕๓๘
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).