กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
ให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดตราด
พ.ศ. ๒๕๕๖[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘
และมาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการผังเมือง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๕ อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล
ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ มาตรา ๔๑ มาตรา ๔๒ และมาตรา ๔๓
ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้
ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับได้มีกำหนดห้าปี
ข้อ ๒ ให้ใช้บังคับผังเมืองรวม
ในท้องที่จังหวัดตราด ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายกฎกระทรวงนี้
ข้อ ๓ กฎกระทรวงนี้มิให้ใช้บังคับในท้องที่ที่มีการประกาศใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวม
ข้อ ๔ การวางและจัดทำผังเมืองรวมตามกฎกระทรวงนี้
มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนา
และการดำรงรักษาเมืองและบริเวณที่เกี่ยวข้องหรือชนบท
ในด้านการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน การคมนาคมและการขนส่ง การสาธารณูปโภค บริการสาธารณะ
และสภาพแวดล้อมในบริเวณแนวเขตตามข้อ ๒
ให้สอดคล้องกับการพัฒนาระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ข้อ ๕ ผังเมืองรวมตามกฎกระทรวงนี้
มีนโยบายและมาตรการเพื่อจัดระบบการใช้ประโยชน์ที่ดินโครงสร้างพื้นฐานและบริการสาธารณะให้มีประสิทธิภาพ
สามารถรองรับและสอดคล้องกับการขยายตัวของชุมชนในอนาคต
รวมทั้งส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจ โดยมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้
(๑) ส่งเสริมและพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางตลาดสินค้าเกษตร
เชื่อมโยงสู่ตลาดสินค้าเกษตรในระดับกลุ่มจังหวัดและระดับประเทศ
รวมทั้งเพื่อการส่งออก
(๒) ส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร
เพื่อรองรับผลผลิตทางการเกษตรภายในจังหวัด
(๓) ส่งเสริมและพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
(๔) ส่งเสริมและพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางการค้าชายแดน
(๕) ส่งเสริมและพัฒนาบริการทางสังคม
การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการให้เพียงพอและได้มาตรฐาน
(๖) ส่งเสริมและพัฒนาการคมนาคม
และการขนส่งสาธารณะให้เพียงพอและได้มาตรฐานเพื่อรองรับการค้า การบริการ
และการท่องเที่ยวภายในจังหวัด
ข้อ ๖ การใช้ประโยชน์ที่ดินภายในเขตผังเมืองรวม
ให้เป็นไปตามแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภท และรายการประกอบแผนผังท้ายกฎกระทรวงนี้
ข้อ ๗ การใช้ประโยชน์ที่ดินตามแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทท้ายกฎกระทรวงนี้
ให้เป็นไปดังต่อไปนี้
(๑) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๑.๑ ถึงหมายเลข ๑.๙ ที่กำหนดไว้เป็นสีชมพู
ให้เป็นที่ดินประเภทชุมชน
(๒) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๒.๑ ถึงหมายเลข ๒.๑๑
ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียว ให้เป็นที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม
(๓) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๓
ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวมีกรอบและเส้นทแยงสีขาว
ให้เป็นที่ดินประเภทอนุรักษ์สภาพแวดล้อมเพื่อการท่องเที่ยว
(๔) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๔.๑ ถึงหมายเลข ๔.๘
ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวอ่อน
ให้เป็นที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อนันทนาการและการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม
(๕) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๕.๑ ถึงหมายเลข ๕.๕
ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวอ่อนมีเส้นทแยงสีขาว ให้เป็นที่ดินประเภทอนุรักษ์ป่าไม้
(๖) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๖.๑ ถึงหมายเลข ๖.๓ ที่กำหนดไว้เป็นสีฟ้า
ให้เป็นที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม
ข้อ ๘ ที่ดินประเภทชุมชน
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย พาณิชยกรรม สถาบันการศึกษา สถาบันศาสนา
สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ สำหรับการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่นให้เป็นไปตามที่กำหนด
ดังต่อไปนี้
(๑) ให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่มีความสูงไม่เกิน ๑๕
เมตร การวัดความสูงของอาคารให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงพื้นดาดฟ้า
สำหรับอาคารทรงจั่วหรือปั้นหยา ให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงยอดผนังของชั้นสูงสุด
(๒)
ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละสิบห้าของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต
ที่ดินประเภทนี้ ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด
ดังต่อไปนี้
(๑) โรงงานทุกจำพวกตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน เว้นแต่โรงงานตามประเภท
ชนิด และจำพวกที่กำหนดให้ดำเนินการได้ตามบัญชีท้ายกฎกระทรวงนี้
และโรงงานบำบัดน้ำเสียรวมของชุมชน
(๒)
คลังน้ำมันเชื้อเพลิงและสถานที่ที่ใช้ในการเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง
ที่ไม่ใช่ก๊าซปิโตรเลียมเหลวและก๊าซธรรมชาติ
เพื่อจำหน่ายที่ต้องขออนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง เว้นแต่เป็นสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง
(๓) สถานที่บรรจุก๊าซ สถานที่เก็บก๊าซ และห้องบรรจุก๊าซ
สำหรับก๊าซปิโตรเลียมเหลวตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง
แต่ไม่หมายความรวมถึงสถานีบริการ ร้านจำหน่ายก๊าซ สถานที่ใช้ก๊าซ
และสถานที่จำหน่ายอาหารที่ใช้ก๊าซ
(๔) สถานที่ผลิตและสถานที่เก็บรักษาวัตถุอันตรายตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตราย
(๕) เลี้ยงม้า โค กระบือ สุกร แพะ แกะ ห่าน เป็ด ไก่ งู จระเข้
หรือสัตว์ป่าตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า เพื่อการค้า
(๖) สุสานและฌาปนสถานตามกฎหมายว่าด้วยสุสานและฌาปนสถาน
(๗) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบอุตสาหกรรม
(๘) ไซโลเก็บผลิตผลทางการเกษตร
(๙) กำจัดมูลฝอย
(๑๐) ซื้อขายหรือเก็บเศษวัสดุ
ที่ดินประเภทนี้ในเขตปฏิรูปที่ดิน
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
การใช้ประโยชน์ที่ดินริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓ (ถนนสุขุมวิท)
ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๑๘ สายตราด - หาดเล็ก ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๑๔๘
สายต่อเขตเทศบาลเมืองตราดควบคุม - แหลมงอบ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๑๕๕
สายแยกทางหลวงหมายเลข ๓๑๔๘ (ตราด) - แหลมศอก ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๑๕๖
สายแยกทางหลวงหมายเลข ๓๑๔๘ (แหลมงอบ) - บรรจบทางหลวงหมายเลข ๓๑๘ (แหลมค้อ)
ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๑๕๗ สายแยกทางหลวงหมายเลข ๓๑๕๘ (ท่าจอด) -
บรรจบทางหลวงหมายเลข ๓๑๘ (แหลมค้อ) ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๑๕๘
สายแยกทางหลวงหมายเลข ๓ (ท่าจอด) - บรรจบทางหลวงหมายเลข ๓๑๕๗ (หนองบัว) ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข
๓๑๕๙ สายแยกทางหลวงหมายเลข ๓ (เขาสมิง) - บรรจบทางหลวงหมายเลข ๓๑๕๗ (นนทรีย์)
ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๒๗๑ สายแยกทางหลวงหมายเลข ๓๑๘ (เนินสูง) -
บรรจบทางหลวงหมายเลข ๓๑๕๗ (ด่านชุมพล) และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข
๓๓๘๙สายแยกทางหลวงหมายเลข ๓๑๕๗ (บ่อไร่) - ปะอา
ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมเขตทางไม่น้อยกว่า ๖ เมตร
การใช้ประโยชน์ที่ดินริมฝั่งแม่น้ำ ลำคลอง หรือแหล่งน้ำสาธารณะ
ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำ ลำคลอง
หรือแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า ๖ เมตร
เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมและขนส่งทางน้ำหรือการสาธารณูปโภค
ข้อ ๙ ที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม การอยู่อาศัย
พาณิชยกรรม สถาบันการศึกษา สถาบันศาสนา สถาบันราชการการสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ
สำหรับการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่น ให้เป็นไปตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้
(๑) ให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่มีความสูงไม่เกิน ๑๒
เมตร การวัดความสูงของอาคารให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงดาดฟ้า
สำหรับอาคารทรงจั่วหรือทรงปั้นหยาให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงยอดผนังของชั้นสูงสุด
(๒)
ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละเจ็ดสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต
ที่ดินประเภทนี้ ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด
ดังต่อไปนี้
(๑) โรงงานทุกจำพวกตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน เว้นแต่โรงงานตามประเภท
ชนิด และจำพวกที่กำหนดให้ดำเนินการได้ตามบัญชีท้ายกฎกระทรวงนี้
และโรงงานบำบัดน้ำเสียรวมของชุมชน
(๒)
คลังน้ำมันเชื้อเพลิงและสถานที่ที่ใช้ในการเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง
ที่ไม่ใช่ก๊าซปิโตรเลียมเหลวและก๊าซธรรมชาติ
เพื่อจำหน่ายที่ต้องขออนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมนํ้ามันเชื้อเพลิง เว้นแต่เป็นสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง
(๓) สถานที่บรรจุก๊าซ สถานที่เก็บก๊าซ และห้องบรรจุก๊าซ
สำหรับก๊าซปิโตรเลียมเหลวตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง
แต่ไม่หมายความรวมถึงสถานีบริการ ร้านจำหน่ายก๊าซ สถานที่ใช้ก๊าซ
และสถานที่จำหน่ายอาหารที่ใช้ก๊าซ
(๔) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบอุตสาหกรรม
(๕) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบพาณิชยกรรม
(๖) จัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย
(๗) การอยู่อาศัยหรือประกอบพาณิชยกรรมประเภทอาคารขนาดใหญ่
ที่ดินประเภทนี้ในเขตปฏิรูปที่ดิน
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
การใช้ประโยชน์ที่ดินริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓ (ถนนสุขุมวิท)
ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๑๘ สายตราด - หาดเล็ก ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๑๔๘
สายต่อเขตเทศบาลเมืองตราดควบคุม - แหลมงอบ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๑๕๕
สายแยกทางหลวงหมายเลข ๓๑๔๘ (ตราด) - แหลมศอก ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๑๕๖
สายแยกทางหลวงหมายเลข ๓๑๔๘ (แหลมงอบ) - บรรจบทางหลวงหมายเลข ๓ (ท่าจอด)
ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๑๕๗ สายแยกทางหลวงหมายเลข ๓๑๕๘ (ท่าจอด) -
บรรจบทางหลวงหมายเลข ๓๑๘ (แหลมค้อ) ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๑๕๘
สายแยกทางหลวงหมายเลข ๓ (ท่าจอด) - บรรจบทางหลวงหมายเลข ๓๑๕๗ (หนองบัว)
ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๑๕๙ สายแยกทางหลวงหมายเลข ๓ (เขาสมิง) -
บรรจบทางหลวงหมายเลข ๓๑๕๗ (นนทรีย์) ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๒๗๑
สายแยกทางหลวงหมายเลข ๓๑๘ (เนินสูง) - บรรจบทางหลวงหมายเลข ๓๑๕๗ (ด่านชุมพล)
ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมเขตทางไม่น้อยกว่า ๖ เมตร
การใช้ประโยชน์ที่ดินริมฝั่งแม่น้ำ ลำคลอง หรือแหล่งน้ำสาธารณะ
ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำ ลำคลอง
หรือแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า ๖ เมตร
เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมและขนส่งทางน้ำหรือการสาธารณูปโภค
ข้อ ๑๐ ที่ดินประเภทอนุรักษ์สภาพแวดล้อมเพื่อการท่องเที่ยว
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่ออนุรักษ์สภาพแวดล้อมเพื่อการท่องเที่ยว การอยู่อาศัย
เกษตรกรรม สถาบันการศึกษา สถาบันศาสนา สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ
สำหรับการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่นให้เป็นไปตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้
(๑) ให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่มีความสูงไม่เกิน ๑๒
เมตร การวัดความสูงของอาคารให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงพื้นดาดฟ้า
สำหรับอาคารทรงจั่ว
หรือทรงปั้นหยาให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงยอดผนังของชั้นสูงสุด
(๒)
ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละสี่สิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต
ที่ดินประเภทนี้ ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด
ดังต่อไปนี้
(๑) โรงงานทุกจำพวกตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน
เว้นแต่โรงงานบำบัดน้ำเสียรวมของชุมชนและโรงงานกำจัดขยะ
(๒) คลังน้ำมันเชื้อเพลิงและสถานที่ที่ใช้ในการเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง
ที่ไม่ใช่ก๊าซปิโตรเลียมเหลวและก๊าซธรรมชาติ
เพื่อจำหน่ายที่ต้องขออนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง เว้นแต่เป็นสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง
(๓) สถานที่บรรจุก๊าซ สถานที่เก็บก๊าซ และห้องบรรจุก๊าซ สำหรับก๊าซปิโตรเลียมเหลวตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง
แต่ไม่หมายความรวมถึงสถานีบริการ ร้านจำหน่ายก๊าซ สถานที่ใช้ก๊าซ
และสถานที่จำหน่ายอาหารที่ใช้ก๊าซ
(๔)
สถานที่ผลิตและสถานที่เก็บวัตถุอันตรายตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตราย
(๕) เลี้ยงม้า โค กระบือ สุกร แพะ แกะ ห่าน เป็ด ไก่ งู จระเข้
หรือสัตว์ป่าตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า เพื่อการค้า
(๖) การทำนากุ้ง
(๗) สุสานและฌาปนสถานตามกฎหมายว่าด้วยสุสานและฌาปนสถาน
(๘) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบอุตสาหกรรม
(๙) การอยู่อาศัยหรือประกอบพาณิชยกรรมที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในหลังเดียวกันเกินกว่า
๕,๐๐๐ ตารางเมตร
(๑๐) โรงฆ่าสัตว์
(๑๑) ไซโลเก็บผลิตผลทางการเกษตร
การใช้ประโยชน์ที่ดินริมฝั่งแม่น้ำ ลำคลอง หรือแหล่งน้ำสาธารณะ
ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำ ลำคลอง
หรือแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า ๖ เมตร
เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมและขนส่งทางน้ำหรือการสาธารณูปโภค
ข้อ ๑๑ ที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อนันทนาการและการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม
เฉพาะที่เป็นของรัฐให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อนันทนาการหรือเกี่ยวข้องกับนันทนาการ
การรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมหรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น
ที่ดินประเภทนี้ซึ่งเอกชนเป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อนันทนาการหรือเกี่ยวข้องกับนันทนาการ
การรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม เกษตรกรรมหรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม
การอยู่อาศัยซึ่งมิใช่การจัดสรรที่ดิน และมีความสูงของอาคารไม่เกิน ๖ เมตร การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเท่านั้น
การใช้ประโยชน์ที่ดินริมฝั่งแม่น้ำ ลำคลอง หรือแหล่งน้ำสาธารณะ
ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำ ลำคลอง
หรือแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า ๖ เมตร เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมและขนส่งทางน้ำหรือการสาธารณูปโภค
ข้อ ๑๒ ที่ดินประเภทอนุรักษ์ป่าไม้
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการสงวนและคุ้มครองดูแลรักษาหรือบำรุงป่าไม้ สัตว์ป่า
ต้นน้ำ ลำธาร และทรัพยากรธรรมชาติอื่น ๆ
ตามมติคณะรัฐมนตรีและกฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้ การสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า
และการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเท่านั้น
ที่ดินประเภทนี้ซึ่งเอกชนเป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
การอยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยวที่มีขนาดพื้นที่อาคารไม่เกิน ๒๐๐ ตารางเมตร
และมิใช่การจัดสรรที่ดิน สถาบันการศึกษา สถาบันศาสนา
การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเท่านั้น เว้นแต่ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๕.๕
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อเกษตรกรรม การท่องเที่ยว
หรือการอยู่อาศัยหรือประกอบพาณิชยกรรมที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในหลังเดียวกันไม่เกิน
๕,๐๐๐ ตารางเมตร
การใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทนี้ตามวรรคสอง ให้เป็นไปตามที่กำหนด
ดังต่อไปนี้
(๑) ให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่มีความสูงไม่เกิน ๑๒
เมตร ทั้งนี้ การวัดความสูงของอาคารให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงพื้นดาดฟ้า
สำหรับอาคารทรงจั่วหรือทรงปั้นหยาให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงยอดผนังของชั้นสูงสุด
(๒)
ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละสี่สิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต
การใช้ประโยชน์ที่ดินริมฝั่งแม่น้ำ ลำคลอง หรือแหล่งน้ำสาธารณะ
ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำ ลำคลอง
หรือแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า ๖ เมตร
เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมและขนส่งทางน้ำหรือการสาธารณูปโภค
ข้อ ๑๓ ที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมหรือเกี่ยวข้องกับการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม
การประมง การท่องเที่ยวหรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น
ข้อ ๑๔ ให้ผู้มีอำนาจหน้าที่ในการควบคุมการก่อสร้างอาคารหรือการควบคุมการประกอบกิจการในเขตผังเมืองรวมปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎกระทรวงนี้
ให้ไว้
ณ วันที่ ๑๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๖
จารุพงศ์
เรืองสุวรรณ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
[เอกสารแนบท้าย]
๑. บัญชีท้ายกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดตราด
พ.ศ. ๒๕๕๖
๒. แผนที่ท้ายกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดตราด
พ.ศ. ๒๕๕๖
๓. แผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทท้ายกฎกระทรวง
ให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดตราด พ.ศ. ๒๕๕๖
๔. รายการประกอบแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทท้ายกฎกระทรวง
ให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดตราด พ.ศ. ๒๕๕๖
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
โดยที่สมควรกำหนดให้ใช้บังคับผังเมืองรวม ในท้องที่จังหวัดตราด
เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนา
และการดำรงรักษาเมืองและบริเวณที่เกี่ยวข้องหรือชนบทในด้านการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน
การคมนาคมและขนส่ง การสาธารณูปโภค บริการสาธารณะ และสภาพแวดล้อม ทั้งนี้
เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการผังเมือง และโดยที่มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง
พ.ศ. ๒๕๑๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการผังเมือง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๕
บัญญัติว่า การใช้บังคับผังเมืองรวมให้กระทำโดยกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๑๑ กันยายน
๒๕๕๖
ชาญ/ผู้ตรวจ
๒๔ กันยายน
๒๕๕๖
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๐/ตอนที่ ๗๙ ก/หน้า ๑๓/๑๐ กันยายน ๒๕๕๖
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).