法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

พระราชกฤษฎีกา จัดวางระเบียบราชการกองทัพบก ในกระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2491

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
20
มาตรา อารัมภบท

พระราชกฤษฎีกา

จัดวางระเบียบราชการกองทัพบก

ในกระทรวงกลาโหม

พ.ศ. ๒๔๙๑

ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช

คณะอภิรัฐมนตรี

ในหน้าที่คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

รังสิต กรมขุนชัยนาทนเรนทร

อลงกฏ

มานวราชเสวี

อดุลเดชจรัส

ให้ไว้ ณ วันที่

๓ กันยายน พ.ศ. ๒๔๙๑

เป็นปีที่ ๓

ในรัชกาลปัจจุบัน

โดยที่เป็นการสมควรจัดวางระเบียบราชการกองทัพบก

ในกระทรวงกลาโหมให้เหมาะสมแก่กาลสมัย

พระมหากษัตริย์อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๘๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) และมาตรา ๑๕ และมาตรา ๒๕

แห่งพระราชบัญญัติจัดระเบียบป้องกันราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๔๙๑

จึงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาจัดวางระเบียบราชการกองทัพบกในกระทรวงกลาโหม

พ.ศ. ๒๔๙๑”

มาตรา ๒

มาตรา ๒[๑]

พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓ หน้าที่ราชการในกองทัพบก แยกเป็น

ก.

ส่วนกลาง

๑.

กรมเสนาธิการทหารบก

๒.

กรมจเรทหารบก

๓.

โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าฯ

๔.

กรมพลาธิการทหารบก

๕.

กรมสรรพาวุธทหารบก

๖.

กรมแผนที่ทหารบก

๗.

กรมแพทย์ทหารบก

๘.

กรมการเงินทหารบก

๙.

กรมพาหนะทหารบก

๑๐.

กรมสวัสดิการทหารบก

ข.

ส่วนภูมิภาค

๑.

มณฑลทหารบกที่ ๑

๒.

มณฑลทหารบกที่ ๒

๓.

มณฑลทหารบกที่ ๓

๔.

มณฑลทหารบกที่ ๔

๕.

มณฑลทหารบกที่ ๕

ค.

ส่วนกำลังรบ

๑.

กองทัพที่ ๑

๒.

กองทัพที่ ๒

๓.

กองพลที่ ๕

๔.

กรมต่อสู้อากาศยาน

๕.

กรมรถรบ

มาตรา ๔

มาตรา ๔ กรมเสนาธิการทหารบกซึ่งเสนาธิการทหารบกเป็นผู้บังคับบัญชา

มีหน้าที่เกี่ยวกับวิทยาการของทหารบกในการเตรียมการ เพื่อป้องกันราชอาณาจักร

ตรวจการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ทั้งปวงให้ดำเนินไปตามระเบียบและแผนการที่กำหนด

และแบ่งส่วนราชการดังนี้

๑.

แผนกกลาง มีหน้าที่ปฏิบัติในทางธุรการการกฎหมาย

๒.

แผนกที่ ๑ มีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดและกำหนดกำลัง การระดมกำลัง การบรรจุ เลื่อน

ปลด ย้ายตำแหน่ง และการบำเหน็จ กับวิทยาการของสัสดี

๓.

แผนกที่ ๒ มีหน้าที่เกี่ยวกับการข่าว การรหัส

และกิจการอันเกี่ยวกับการทหารบกต่างประเทศ

๔.

แผนกที่ ๓ มีหน้าที่เกี่ยวกับการพิจารณาและวางแผนการยุทธการ วางหลักการยุทธ

การฝึกฝนผสมเหล่าหรือกองทหารขนาดใหญ่

๕.

แผนกที่ ๔ มีหน้าที่เกี่ยวกับการพิจารณาและวางแผนการฝ่ายบำรุงทั้งปวง

วางแผนการคมนาคม การส่งกำลังและการส่งกลับ

๖.

แผนกตำรา มีหน้าที่เกี่ยวกับการค้นคว้า การเรียบเรียงตำรา สำหรับใช้ในกองทัพบก กับการประวัติศาสตร์ทหาร

๗.

โรงเรียนเสนาธิการทหารบก

มีหน้าที่เกี่ยวกับการอำนวยการศึกษาให้นายทหารสัญญาบัตรมีความรู้ในเสนาธิการกิจและวิชาทหารชั้นสูง

มาตรา ๕

มาตรา ๕

กรมจเรทหารบกซึ่งจเรทหารบกเป็นผู้บังคับบัญชา มีหน้าที่เกี่ยวกับวิทยาการของทหารพลรบเหล่าต่าง

ๆ การกำหนดและการจัดกำลังทางเทคนิคของอาวุธยุทโธปกรณ์ การศึกษา การฝึกอบรม

การบรรจุ เลื่อนและย้ายตำแหน่งของแต่ละเหล่า และแบ่งส่วนราชการดังนี้

๑.

กรมจเรทหารราบ มีหน้าที่เกี่ยวกับวิทยาการและกิจการของเหล่าทหารราบ

๒.

กรมจเรทหารม้า มีหน้าที่เกี่ยวกับวิทยาการและกิจการของเหล่าทหารม้าและรถรบ

๓.

กรมจเรทหารปืนใหญ่ มีหน้าที่เกี่ยวกับวิทยาการและกิจการของเหล่าทหารปืนใหญ่

๔.

กรมจเรทหารช่าง มีหน้าที่เกี่ยวกับวิทยาการและกิจการของเหล่าทหารช่าง

๕.

กรมจเรทหารสื่อสาร มีหน้าที่เกี่ยวกับวิทยาการและกิจการของเหล่าทหารสื่อสาร

มาตรา ๖

มาตรา ๖ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าฯ

ซึ่งผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าฯ เป็นผู้บังคับบัญชา

มีหน้าที่อำนวยการศึกษาแก่นักเรียนนายร้อยที่จะเป็นนายทหารสัญญาบัตร

และแบ่งส่วนราชการดังนี้

๑.

กองนักเรียนนายร้อย มีหน้าที่ปกครองและฝึกนักเรียนนายร้อยที่จะเป็นนายทหารสัญญาบัตร

๒.

แผนกศึกษา มีหน้าที่อำนวยการศึกษา

และอบรมนักเรียนนายร้อยที่จะเป็นนายทหารสัญญาบัตร

มาตรา ๗

มาตรา ๗

กรมพลาธิการทหารบกซึ่งพลาธิการทหารบกเป็นผู้บังคับบัญชา

มีหน้าที่เกี่ยวกับวิทยาการและพลาธิการกิจของกองทัพบก และแบ่งส่วนราชการดังนี้

๑.

กรมยกกระบัตรทหารบก มีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดหา เก็บรักษาและจ่ายยุทธภัณฑ์

และสันติภัณฑ์ที่ใช้ในกองทัพบก

๒.

กรมเกียกกายทหารบก มีหน้าที่เกี่ยวกับการเลี้ยงดูทหาร การเสบียง

และการปศุสัตว์ของกองทัพบก

๓.

กรมยุทธโยธาทหารบก มีหน้าที่เกี่ยวกับการซ่อม สร้าง อาคาร การประปา การไฟฟ้า

และถนน ที่ใช้ในกองทัพบก

๔.

กรมการสัตว์พาหนะทหารบก มีหน้าที่ในการศึกษาและจัดหาสัตว์พาหนะ

การสัตวรักษ์และการเสบียงสัตว์

๕.

โรงเรียนพลาธิการทหารบก มีหน้าที่เกี่ยวกับอำนวยการศึกษาเกี่ยวกับพลาธิการกิจ

มาตรา ๘

มาตรา ๘ กรมสรรพาวุธทหารบกซึ่งเจ้ากรมสรรพาวุธทหารบกเป็นผู้บังคับบัญชา

มีหน้าที่เกี่ยวกับวิทยาการและการศึกษาสรรพาวุธและอุปกรณ์ รวมทั้งการสงครามเคมี

และแบ่งส่วนราชการดังนี้

๑.

กรมช่างแสงทหารบก มีหน้าที่จัดหา ซ่อมสร้าง สรรพาวุธ และเครื่องอุปกรณ์ของอาวุธ

ที่ใช้ในกองทัพบก

๒.

กรมคลังแสงทหารบก มีหน้าที่เก็บรักษา และจ่ายสรรพาวุธและเครื่องอุปกรณ์ของอาวุธที่ใช้ในกองทัพบก

รวมทั้งเครื่องอุปกรณ์การสงครามเคมี

๓.

กรมวิทยาศาสตร์ทหารบก มีหน้าที่เกี่ยวกับการค้นคว้า

ตรวจทดลองทางวิทยาศาสตร์และสงครามเคมี รวมทั้งการจัดหา ซ่อม สร้าง

เครื่องอุปกรณ์การสงครามเคมี

มาตรา ๙

มาตรา ๙ กรมแผนที่ทหารบกซึ่งเจ้ากรมแผนที่ทหารบกเป็นผู้บังคับบัญชา

มีหน้าที่เกี่ยวกับการแผนที่ของทหารบกและแบ่งส่วนราชการดังนี้

๑.

แผนกที่ ๑ มีหน้าที่วางหมุดหลักฐาน เพื่อทราบลักษณะของดวงพิภพ

และเพื่อการสำรวจพื้นภูมิประเทศ กับการวัดระดับ

๒.

แผนกที่ ๒ มีหน้าที่สำรวจรายละเอียดภูมิประเทศเขียนแผนที่และแก้แผนที่

๓.

แผนกที่ ๓ มีหน้าที่พิมพ์แผนที่ พิมพ์หนังสือ ถ่ายรูป พิมพ์ภาพ

๔.

แผนกที่ ๔ มีหน้าที่กำหนดตำแหน่งของจุดต่าง ๆ โดยทางดาราศาสตร์

สำรวจสภาพของแม่เหล็กและสำรวจความดูดของพิภพ กับทำแผนที่จากรูปถ่าย

๕.

โรงเรียนแผนที่ทหารบก มีหน้าที่เกี่ยวกับอำนวยการศึกษาให้นายทหาร และนักเรียนแผนที่มีความรู้ในวิชาแผนที่

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐

กรมแพทย์ทหารบกซึ่งนายแพทย์ใหญ่ทหารบกเป็นผู้บังคับบัญชา

มีหน้าที่เกี่ยวกับการแพทย์ของทหารบก และแบ่งส่วนราชการดังนี้

๑.

แผนกที่ ๑ มีหน้าที่เกี่ยวกับตรวจหาสมุฏฐานของโรค โดยการทดลองและค้นคว้า ตรวจวิเคราะห์ทางชีวะเคมี

วิเคราะห์ยา และเคมีสารต่าง ๆ ประดิษฐ์ยาจำพวกชีวะเคมี ทำวัคซีนเซรุ่ม

ตรวจและให้คำแนะนำในเรื่องการสุขาภิบาล อนามัย ทำสถิติในด้านสุขาภิบาล

๒.

แผนกที่ ๒ มีหน้าที่เกี่ยวกับควบคุมกิจการทางวิทยาการทั่วไป และรวบรวมสถิติการเสนารักษ์ทั้งสิ้น

เผยแพร่วิชาแพทย์ วางระเบียบและออกคำแนะนำ การรักษาพยาบาลในยามปกติและยามสงคราม

กำหนดอัตราเจ้าหน้าที่เสนารักษ์ อัตรายาและเวชภัณฑ์ ตรวจการรักษาพยาบาล

และการใช้ยา ประมวลข่าวการแพทย์และแนะนำวิทยาการซึ่งเกิดขึ้นใหม่

๓.

แผนกที่ ๓ มีหน้าที่เกี่ยวกับ จัดหา เก็บ รักษา และจ่ายยาเวชภัณฑ์ทั้งปกติและสนาม

๔.

แผนกศึกษา มีหน้าที่เกี่ยวกับอำนวยการศึกษาวิชาการแพทย์

๕.

โรงพยาบาลทหารบก มีหน้าที่รักษาพยาบาล

๖.

โรงพยาบาลอานันทมหิดล มีหน้าที่รักษาพยาบาล

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑ กรมการเงินทหารบกซึ่งเจ้ากรมการเงินทหารบกเป็นผู้บังคับบัญชา

มีหน้าที่เกี่ยวกับการเงิน การบัญชีเงิน การงบประมาณและการตรวจเงินของกองทัพบกและแบ่งส่วนราชการดังนี้

๑.

แผนกที่ ๑ มีหน้าที่รับ - จ่าย เก็บรักษา และทำบัญชีเงิน

๒.

แผนกที่ ๒ มีหน้าที่เกี่ยวกับการงบประมาณ

๓.

แผนกที่ ๓ มีหน้าที่ตรวจเงิน

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒ กรมพาหนะทหารบกซึ่งเจ้ากรมพาหนะทหารบกเป็นผู้บังคับบัญชา

มีหน้าที่เกี่ยวกับวิทยาการของเหล่าทหารพาหนะ

และการจัดหาเตรียมสะสมยานพาหนะของกองทัพบก และค้นคว้า ตรวจ

ทดลองในสิ่งที่เกี่ยวแก่ยานพาหนะ และซ่อมสร้างยานพาหนะทุกชนิดทั้งทางบกและทางน้ำ

ตลอดจนรักษาเบิกจ่ายสิ่งอุปกรณ์เกี่ยวกับยานพาหนะทั้งทางบกและทางน้ำ และการลำเลียงขนส่งด้วยพาหนะ

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓

กรมสวัสดิการทหารบกซึ่งเจ้ากรมสวัสดิการทหารบกเป็นผู้บังคับบัญชา

มีหน้าที่เกี่ยวกับการส่งเสริมสวัสดิภาพของทหารบก และการฌาปนกิจ

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔ มณฑลทหารบกซึ่งผู้บัญชาการมณฑลทหารบกเป็นผู้บังคับบัญชา

มีหน้าที่เกี่ยวกับการรักษาความสงบเรียบร้อย การวินัยภายนอกโรงทหาร การรักษาการณ์

การคดี การศาล การระดมกำลัง และการสัสดีในเขตมณฑลทหารบก แต่ละมณฑลมีเขตดังต่อไปนี้

เขตมณฑลทหารบกที่

๑ คือ เขตจังหวัดพระนคร จังหวัดธนบุรี จังหวัดชัยนาท จังหวัดนครปฐม จังหวัดนนทบุรี

จังหวัดปทุมธานี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดลพบุรี จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดสระบุรี

จังหวัดสุพรรณบุรี และจังหวัดอ่างทอง

เขตมณฑลทหารบกที่

๒ คือ เขตจังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดนครนายก และจังหวัดปราจีนบุรี

เขตมณฑลทหารบกที่

๓ คือ เขตจังหวัดขอนแก่น จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดนครพนม จังหวัดนครราชสีมา

จังหวัดหนองคาย จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดเลย

จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดสกลนคร จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดอุดรธานี

และจังหวัดอุบลราชธานี

เขตมณฑลทหารบกที่

๔ คือ เขตจังหวัดกำแพงเพชร จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดตาก

จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดน่าน จังหวัดพิจิตร จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดเพชรบูรณ์

จังหวัดแพร่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดลำปาง จังหวัดลำพูน จังหวัดสุโขทัย

จังหวัดอุตรดิตถ์ และจังหวัดอุทัยธานี

เขตมณฑลทหารบกที่

๕ คือ เขตจังหวัดกระบี่ จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดชุมพร จังหวัดตรัง

จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดนราธิวาส จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดปัตตานี

จังหวัดพังงา จังหวัดพัทลุง จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดภูเก็ต จังหวัดยะลา

จังหวัดระนอง จังหวัดราชบุรี จังหวัดสตูล จังหวัดสงขลา และจังหวัดสุราษฎร์ธานี

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕

กองทัพและกองพลซึ่งแม่ทัพหรือผู้บัญชาการกองพลเป็นผู้บังคับบัญชา

มีหน้าที่เกี่ยวกับการปกครองบังคับบัญชา เตรียมกำลัง

อำนวยการฝึกและอบรมหน่วยทหารซึ่งขึ้นอยู่ในบังคับบัญชา

๑.

กองทัพที่ ๑ แยกเป็น

๑.

กองพลที่ ๑

๒.

กองพลที่ ๔

๒.

กองทัพที่ ๒ แยกเป็น

๑.

กองพลที่ ๒

๒.

กองพลที่ ๓

มาตรา ๑๖

มาตรา ๑๖

กรมต่อสู้อากาศยานซึ่งผู้บังคับการกรมต่อสู้อากาศยานเป็นผู้บังคับบัญชา

มีหน้าที่เกี่ยวกับการต่อสู้อากาศยานทางพื้นดิน การเตรียมกำลัง การฝึก

และอบรมหน่วยทหารต่อสู้อากาศยาน

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗

กรมรถรบซึ่งผู้บังคับการกรมรถรบเป็นผู้บังคับบัญชา มีหน้าที่เกี่ยวกับการเตรียมกำลัง

การฝึกและอบรมหน่วยทหารรถรบ

มาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘ สภากองทัพบก

เป็นที่ปรึกษาหารือของผู้บัญชาการทหารบก ในเรื่องต่อไปนี้

๑.

การจัดโครงการส่วนใหญ่ของกองทัพบก

๒.

หลักการเกี่ยวแก่การฝึก การศึกษาอบรม การบำรุงหน่วยทหารบก และฝ่ายบริการต่าง ๆ

๓.

หลักการใช้กำลังทหารบก

๔.

หลักการระดมสรรพกำลัง

๕.

การคมนาคมทั้งปวง ซึ่งมีผลต่อเนื่องถึงแผนการทัพบก

๖.

การจัดหา แก้ไข และปรับปรุงอาวุธยุทโธปกรณ์

๗.

กระบวนการทั้งปวง เกี่ยวกับการป้องกันชายแดน ชายฝั่ง และการป้องกันภัยทางอากาศ

เท่าที่เกี่ยวข้องกับกองทัพบก

๘.

หลักการที่เกี่ยวกับการเตรียมกำลังกองทัพบกเพื่อป้องกันราชอาณาจักร

๙.

การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ร่างพระราชกำหนด

ร่างพระราชกฤษฎีกาและร่างกฎกระทรวงที่เกี่ยวกับการทหารบก

๑๐.

กรณีที่ผู้บัญชาการทหารบกปรึกษาหารือ

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙ สภากองทัพบกประกอบด้วย

๑. ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธาน

๒. รองผู้บัญชาการทหารบก เป็นรองประธาน

๓. ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก

๔. เสนาธิการทหารบก

๕. จเรทหารบก

๖. ผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าฯ

๗. พลาธิการทหารบก

๘. นายแพทย์ใหญ่ทหารบก

๙. เจ้ากรมสรรพาวุธทหารบก

๑๐. เจ้ากรมแผนที่ทหารบก

๑๑. เจ้ากรมการเงินทหารบก

๑๒. แม่ทัพที่ ๑

๑๓. แม่ทัพที่ ๒

๑๔. ผู้บัญชาการกองพลที่ ๕

๑๕. หัวหน้าแผนกกลาง กรมเสนาธิการทหารบก เป็นเลขาธิการ

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐

ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

จอมพล

ป. พิบูลสงคราม

นายกรัฐมนตรี

ศรินรัตน์/ปรับปรุง

ธันวาคม ๒๕๖๓

ภิรมย์พร/ตรวจ

๒๘

มกราคม ๒๕๖๔

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา ตอนที่ ๕๓/เล่ม ๖๕/หน้า ๕๐๗/๑๔ กันยายน

๒๔๙๑

20 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชกฤษฎีกา จัดวางระเบียบราชการกองทัพบก ในกระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2491 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_e52bf526a7053dc3

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com