ประกาศกรมทะเบียนการค้า
ประกาศกรมทะเบียนการค้า
ฉบับที่ ๕ (พ.ศ. ๒๕๒๐)
เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการขอประทับตราบัญชี
อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๘ (๖) แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่
๒๘๕ ลงวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๑๕ อธิบดีกรมทะเบียนการค้าออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑
การขอประทับตราบัญชี ให้ยื่นคำขอตามแบบ ส.บช.๑ ตามที่สำนักงานกลางบัญชีกำหนด
ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานกลางบัญชี กรมทะเบียนการค้า กระทรวงพาณิชย์
ในกรณีตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ วรรคแรก และ ณ ที่ทำการเขตของกรุงเทพมหานครตามที่กำหนดไว้ในข้อ
๔ วรรคสอง
ข้อ ๒ ในกรณีที่เริ่มประกอบธุรกิจใหม่
หรือเปลี่ยนบัญชีแทนบัญชีเล่มเดิมหรือชุดเดิม ที่ได้ประทับตราของสำนักงานกลางบัญชีไว้แล้ว
แต่ลงรายการหมดหรือมีการเปลี่ยนบัญชีเมื่อสิ้นรอบปีบัญชีในวันอื่นที่มิใช่วันที่
๓๑ ธันวาคมของทุกปีหรือมีการเปลี่ยนระบบบัญชี ให้ขอประทับตราบัญชีภายในสามสิบวัน
นับแต่วันเริ่มประกอบธุรกิจหรือนับแต่วันที่ลงรายการบัญชีครั้งแรกในบัญชีเล่มใหม่หรือชุดใหม่
แล้วแต่กรณี
ในกรณีเปลี่ยนบัญชี ให้ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีนำบัญชีเล่มเดิมหรือชุดเดิมมาให้ตรวจสอบและพิจารณาประกอบการประทับตามบัญชีเล่มใหม่หรือชุดใหม่ด้วย
ข้อ ๓
ในกรณีที่บัญชีสูญหายหรือเสียหาย ให้ขอประทับตราบัญชีเล่มใหม่หรือชุดใหม่ก่อนที่จะลงรายการในบัญชีนั้น
การขอประทับตราบัญชีดังกล่าว ให้นำบัญชีเล่มเดิมหรือชุดเดิมมาให้ตรวจสอบและพิจารณาประกอบการประทับตราบัญชีเล่มใหม่หรือชุดใหม่ด้วย
เว้นแต่ไม่อาจทำเช่นนั้นได้ ทั้งนี้ ต้องแสดงข้อเท็จจริงถึงการสูญหายหรือเสียหายพร้อมด้วยนำบัญชีของปีปัจจุบัน
หรือปีที่ล่วงมาแล้วหรือหลักฐานอื่นใดมาแสดงว่าได้จัดทำบัญชีไว้ครบถ้วน
ข้อ ๔
ในกรณีที่เปลี่ยนบัญชีเมื่อสิ้นรอบปีบัญชีในวันที่ ๓๑ ธันวาคมของทุกปี ให้ขอประทับตราบัญชีภายในกำหนดเวลา
ดังต่อไปนี้
(๑)
สำหรับผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีที่มีสถานที่ประกอบธุรกิจอยู่ในเขตพระนคร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย
เขตดุสิต เขตพญาไท และเขตห้วยขวาง ภายในเดือนมิถุนายนของทุกปี
(๒)
สำหรับผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีที่มีสถานที่ประกอบธุรกิจอยู่ในเขตปทุมวัน เขตสัมพันธวงศ์
เขตบางรัก และเขตยานนาวา ภายในเดือนกรกฎาคมของทุกปี
(๓) สำหรับผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีที่มีสถานที่ประกอบธุรกิจอยู่ในเขตธนบุรี
เขตบางกอกน้อย เขตบางกอกใหญ่ และเขตคลองสาน ภายในเดือนสิงหาคมของทุกปี
ในกรณีที่ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีมีสถานที่ประกอบธุรกิจอยู่ในเขตพระโขนง
เขตหนองจอก เขตตลิ่งชัน เขตราษฎร์บูรณะ เขตมีนบุรี เขตลาดกะบัง เขตภาษีเจริญ
เขตบางขุนเทียน เขตบางกะปิ เขตบางเขน และเขตหนองแขม
ให้ขอประทับตราบัญชีต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ ที่ทำการของเขตนั้น ๆ
ภายในเดือนกันยายนของทุกปี หากพ้นกำหนดเวลาดังกล่าวแล้ว ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีต้องขอประทับตราบัญชี
ณ สำนักงานกลางบัญชี กรมทะเบียนการค้า กระทรวงพาณิชย์ ภายในเดือนตุลาคมของทุกปี
ข้อ ๕
ในกรณีที่ลงบัญชีด้วยเครื่องจักรหรือเครื่องคอมพิวเตอร์ทำบัญชี และไม่สามารถนำบัญชีไปประทับตราบัญชีก่อนลงรายการในบัญชีภายในกำหนดเวลาในข้อ
๒ ถึง ข้อ ๔ ได้ ให้ขอผ่อนผันและขยายเวลาต่อสารวัตรใหญ่บัญชีหรือผู้ซึ่งสารวัตรใหญ่บัญชีมอบหมายภายในเวลาที่กำหนดไว้ในแต่ละกรณี
ข้อ ๖
ในกรณีที่บัญชีซึ่งจะต้องประทับตรามีเป็นจำนวนมากและไม่สามารถนำไปประทับตรา
ณ สำนักงานกลางบัญชี หรือที่ทำการเขตต่าง ๆ ได้ จะขอให้พนักงานเจ้าหน้าที่ไปประทับตราบัญชี
ณ สถานที่ของผู้ประกอบธุรกิจก็ได้ โดยยื่นคำขอตามแบบ ส.บช. ๒ ที่สำนักงานกลางบัญชีกำหนด ทั้งนี้ ภายในเวลาที่กำหนดไว้ในแต่ละกรณี
ข้อ ๗
ในกรณีที่ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีไม่นำบัญชีไปให้พนักงานเจ้าหน้าที่ประทับตราของสำนักงานกลางบัญชีภายในเวลาที่กำหนดไว้ในประกาศนี้
ห้ามมิให้พนักงานเจ้าหน้าที่ประทับตราบัญชีนั้น ๆ ไม่ว่ากรณีใด ๆ เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากสารวัตรใหญ่บัญชีหรือผู้ซึ่งสารวัตรใหญ่บัญชีมอบหมาย
หรือเมื่อได้ดำเนินการตามกฎหมายแล้ว
ข้อ ๘[๑] ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๒๐
ประยูร เถลิงศรี
อธิบดีกรมทะเบียนการค้า
พรพิมล/พิมพ์/แก้ไข
๒๘ ตุลาคม ๒๕๔๕
จุฑามาศ/ปรับปรุง
๒๑ มิถุนายน ๒๕๕๙
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๙๔/ตอนที่ ๖๖/ฉบับพิเศษ หน้า ๔/๑๕ กรกฎาคม ๒๕๒๐
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).