มาตรา ๑๒
ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า คณะกรรมการบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย ประกอบด้วยประธานกรรมการคนหนึ่ง
กรรมการอื่นอีกไม่เกินสิบเอ็ดคนซึ่งรัฐมนตรีเป็นผู้แต่งตั้งโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี
โดยในจำนวนนี้ต้องแต่งตั้งจากผู้แทนของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยหนึ่งคน
สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยหนึ่งคน สมาคมธนาคารไทยหนึ่งคน
และประธานกรรมการบริหารเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง
คณะกรรมการจะแต่งตั้งบุคคลใดทำหน้าที่เลขานุการของคณะกรรมการก็ได้
มาตรา ๑๓
ผู้มีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ ต้องห้ามมิให้เป็นกรรมการ
(๑) เป็นหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลาย
(๒) เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก
เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(๓) เป็นข้าราชการการเมือง หรือเป็นผู้มีตำแหน่งใด ๆ
ในพรรคการเมือง หรือเป็นสมาชิกหรือเจ้าหน้าที่ของพรรคการเมือง
(๔)
เป็นหรือเคยเป็นลูกหนี้ในสินทรัพย์ด้อยคุณภาพและยังไม่พ้นสิบปีนับแต่สถานะเช่นนั้นยุติลง
(๕) เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ
มาตรา ๑๔
กรรมการมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละหกปี
ในวาระเริ่มแรกเมื่อกรรมการดำรงตำแหน่งครบสามปี
ให้ออกจากตำแหน่งกึ่งหนึ่ง โดยวิธีจับสลาก
ถ้าจำนวนกรรมการจะแบ่งออกให้ตรงเป็นกึ่งหนึ่งไม่ได้
ให้ออกโดยจำนวนใกล้เคียงที่สุดแต่ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง
ในกรณีที่กรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ
ให้ผู้ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทน
อยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการ ซึ่งได้รับแต่งตั้งไว้แล้ว
เมื่อครบกำหนดตามวาระดังกล่าวในวรรคหนึ่ง
หากยังมิได้มีการแต่งตั้งกรรมการขึ้นใหม่
ให้กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระนั้นอยู่ในตำแหน่งเพื่อดำเนินงานต่อไปจนกว่ากรรมการซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่
กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้
แต่ต้องไม่เกินสองวาระติดต่อกัน
มาตรา ๑๕
นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ กรรมการพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) รัฐมนตรีให้ออกเพราะบกพร่อง หรือไม่สุจริตต่อหน้าที่
หรือหย่อนความสามารถ
(๔) มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๓
มาตรา ๑๖
การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม
ถ้าประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้
ให้กรรมการเลือกกรรมการคนหนึ่งทำหน้าที่ประธานชั่วคราว
การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก
กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน
ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
มาตรา ๑๗
กรรมการผู้ใดมีส่วนได้เสียไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมในเรื่องซึ่งที่ประชุมพิจารณา
ให้แจ้งการมีส่วนได้เสียของตนให้คณะกรรมการทราบล่วงหน้าก่อนการประชุม
และห้ามมิให้ผู้นั้นเข้าร่วมประชุมพิจารณาในเรื่องดังกล่าว
มาตรา ๑๘
คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่วางนโยบายและกำกับดูแลโดยทั่วไป ซึ่งกิจการของ
บสท. ภายในขอบวัตถุประสงค์ตามมาตรา ๗ อำนาจหน้าที่เช่นว่านี้ ให้รวมถึง
(๑) กำหนดข้อบังคับเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล เงินตอบแทน
และค่าใช้จ่ายอื่นของ บสท.
(๒) กำหนดข้อบังคับเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง การเงิน
ทรัพย์สิน และการบัญชี รวมทั้ง การตรวจสอบและสอบบัญชีภายในของ บสท.
(๓)
กำหนดข้อบังคับเกี่ยวกับการบริหารงานและการดำเนินกิจการของ บสท.
(๔) กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการเข้าร่วมกิจการกับบุคคลอื่น
หรือถือหุ้นในบริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด หรือนิติบุคคลอื่น
(๕) กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข
และกระบวนการในการบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ
(๖) กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ
และเงื่อนไขในการรับรู้และคำนวณผลกำไรหรือผลขาดทุนของการบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพของ
บสท.
(๗) พิจารณาให้ความเห็นชอบงบประมาณของ บสท.
(๘) แต่งตั้งที่ปรึกษา
คณะที่ปรึกษาหรืออนุกรรมการเพื่อดำเนินการใด ๆ แทนคณะกรรมการ
(๙) ออกข้อบังคับหรือหลักเกณฑ์ วิธีการ
และเงื่อนไขในเรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องหรือเกี่ยวเนื่องกับการบริหารงานหรือดำเนินกิจการของ
บสท.
มาตรา ๑๙
ให้คณะกรรมการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารคณะหนึ่งประกอบด้วย
ประธานกรรมการบริหารและกรรมการบริหารอื่นอีกไม่เกินสามคน
และให้กรรมการผู้จัดการเป็นกรรมการบริหารโดยตำแหน่ง
ในการดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหาร
ให้กระทรวงการคลังเสนอชื่อผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งสองคน ธนาคารแห่งประเทศไทย
กองทุนฟื้นฟู สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย
เสนอชื่อหน่วยงานละหนึ่งคน และสถาบันการเงินเอกชนร่วมกันเสนอชื่อสองคน
ผู้ได้รับการเสนอชื่อต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๓
มาตรา ๒๐
ให้คณะกรรมการพิจารณาแต่งตั้งกรรมการบริหารจากรายชื่อของผู้ได้รับการเสนอตามมาตรา
๑๙ โดยจะต้องแต่งตั้งตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
(๑) ประธานกรรมการบริหารหนึ่งคน
ให้แต่งตั้งจากผู้ได้รับการเสนอชื่อจากกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือกองทุนฟื้นฟู
(๒) กรรมการบริหารอื่น
(ก) ให้แต่งตั้งจากผู้ได้รับการเสนอชื่อจากกระทรวงการคลัง
ธนาคารแห่งประเทศไทย และกองทุนฟื้นฟูหนึ่งคน
(ข)
ให้แต่งตั้งจากผู้ได้รับการเสนอชื่อจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยหนึ่งคน และ
(ค) ให้แต่งตั้งจากผู้ได้รับการเสนอชื่อจากสถาบันการเงินเอกชนหนึ่งคน
ให้กรรมการบริหารที่คณะกรรมการแต่งตั้งตามวรรคสามมีวาระการดำรงตำแหน่งสี่ปี
และให้นำบทบัญญัติมาตรา ๑๔ วรรคสาม และวรรคสี่ มาตรา ๑๕ มาตรา ๑๖ และมาตรา ๑๗
มาใช้บังคับกับการดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง การปฏิบัติหน้าที่
และการประชุมของคณะกรรมการบริหารด้วยโดยอนุโลม
นอกจากประธานกรรมการบริหารซึ่งเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง
ผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการในคณะกรรมการ
จะดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารหรือกรรมการผู้จัดการในเวลาเดียวกันมิได้
การแต่งตั้งกรรมการผู้จัดการให้เป็นไปตามมาตรา ๒๑
มาตรา ๒๑
ให้คณะกรรมการดำเนินการคัดเลือกผู้ซึ่งมีความรู้ความชำนาญในกิจการของ บสท.
เพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ
กรรมการผู้จัดการตามวรรคหนึ่ง
นอกจากจะต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๓ แล้ว ต้องไม่เป็นพนักงาน ลูกจ้าง
หรือกรรมการของสถาบันการเงินหรือบริษัทบริหารสินทรัพย์ที่โอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพให้แก่
บสท. ตามพระราชกำหนดนี้ และต้องไม่เป็นข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ กรรมการ
พนักงานหรือลูกจ้างของบุคคลใด
การดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง
การกำหนดเงื่อนไขอื่นในการทดลองปฏิบัติงานหรือการทำงาน และการประเมินผลการทำงานในหน้าที่กรรมการผู้จัดการให้เป็นไปตามสัญญาจ้างที่คณะกรรมการกำหนดโดยให้มีอายุการจ้างคราวละไม่เกินสี่ปี
และเมื่อครบกำหนดอายุสัญญาจ้าง คณะกรรมการจะต่ออายุสัญญาจ้างอีกก็ได้
แต่ต้องไม่เกินสองคราวติดต่อกัน
ในการว่าจ้างกรรมการผู้จัดการ ให้ประธานกรรมการเป็นผู้ลงนามในสัญญาจ้างในนามของ
บสท.
มาตรา ๒๒
ให้คณะกรรมการบริหารมีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบในการดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ
ตลอดจนกำหนดกรอบและวิธีการในการบริหารงานตามนโยบายของคณะกรรมการในเรื่องต่าง ๆ
ดังต่อไปนี้
(๑) อนุมัติหรือวินิจฉัยสั่งการในการดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้และการปรับโครงสร้างกิจการของลูกหนี้
การจำหน่ายทรัพย์สินที่เป็นหลักประกัน การชำระบัญชีของลูกหนี้ ทั้งนี้
ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด
(๒)
ติดตามและประเมินผลการบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพและการดำเนินงานทั่วไป
เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบาย กรอบและวิธีการที่วางไว้
(๓) แต่งตั้งที่ปรึกษา คณะที่ปรึกษาหรืออนุกรรมการ
เพื่อปฏิบัติการใด ๆ แทนคณะกรรมการบริหาร
(๔) อนุมัติการแต่งตั้งพนักงานระดับบริหาร
(๕)
ว่าจ้างบุคคลอื่นเพื่อดำเนินการในการบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ
(๖)
จัดให้มีระบบข้อมูลและจัดหาข้อมูลที่จำเป็นให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง
(๗) จัดหาแหล่งเงินทุนและพันธมิตรร่วมทุน
เพื่อประโยชน์ในการปรับโครงสร้างกิจการของลูกหนี้
(๘)
รายงานผลการดำเนินงานในการบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพต่อคณะกรรมการ ทุกรอบสามเดือน
(๙) รับผิดชอบและดำเนินการต่าง ๆ
ตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ
มาตรา ๒๓
ให้กรรมการผู้จัดการรับผิดชอบในการบริหารงานของ บสท.
และมีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบตามที่กำหนดในระเบียบหรือข้อบังคับของคณะกรรมการ
รวมทั้งปฏิบัติการอื่นใดตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการหรือคณะกรรมการบริหาร
มาตรา ๒๔
ให้กรรมการผู้จัดการเป็นผู้บังคับบัญชาของพนักงานและลูกจ้างของ บสท.
และมีอำนาจบรรจุ แต่งตั้ง ถอดถอน เลื่อนขั้นเงินเดือน ตัดเงินเดือน
หรือลดเงินเดือน ตลอดจนลงโทษทางวินัยแก่พนักงานและลูกจ้าง ทั้งนี้
ตามข้อบังคับที่คณะกรรมการบริหารกำหนด
มาตรา ๒๕
ในกิจการของ บสท. ที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก
ให้กรรมการผู้จัดการเป็นผู้แทนของ บสท. และเพื่อการนี้
กรรมการผู้จัดการจะมอบอำนาจให้พนักงานหรือลูกจ้างของ บสท.
กระทำกิจการเป็นการทั่วไปหรือเฉพาะอย่างแทนก็ได้ แต่ต้องเป็นไปตามข้อบังคับที่คณะกรรมการกำหนด
มาตรา ๒๖
เพื่อประโยชน์แก่การกำกับควบคุมและการตรวจสอบกิจการภายในของ บสท.
ให้คณะกรรมการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบไม่เกินห้าคน
เพื่อตรวจสอบการดำเนินกิจการของ บสท. และการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการผู้จัดการ ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการมอบหมาย
มาตรา ๒๗
ให้ประธานกรรมการ กรรมการ ประธานกรรมการบริหาร กรรมการบริหาร
กรรมการผู้จัดการ กรรมการตรวจสอบ ที่ปรึกษาและอนุกรรมการ
ได้รับเงินเดือนหรือประโยชน์ตอบแทนอื่นตามที่รัฐมนตรีกำหนด
มาตรา ๒๘
ให้บุคคลตามมาตรา ๒๗ ตลอดจนพนักงานและลูกจ้างของ บสท.
ซึ่งดำเนินการตามพระราชกำหนดนี้ ไม่ต้องรับผิดในการกระทำของตน
เมื่อได้ใช้ความระมัดระวังตามวิสัยของผู้ประกอบวิชาชีพดังกล่าวแล้ว
เว้นแต่เป็นกรณีฝ่าฝืนกฎหมาย ทุจริตหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง
มาตรา ๒๙
การดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการและคณะกรรมการบริหารรวมตลอดทั้งกรรมการผู้จัดการ
ต้องคำนึงถึงความรวดเร็วในการแก้ไขปัญหาสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ
ต้นทุนในการดำเนินการของ บสท.
ประกอบกับความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ที่สุจริต
และการเสริมสร้างให้ผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถเริ่มต้นประกอบกิจการใหม่
หรือประกอบกิจการเดิมต่อไป เพื่อประโยชน์ในการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศเป็นส่วนรวม
เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง
และนอกจากที่ได้บัญญัติไว้เป็นการเฉพาะในพระราชกำหนดนี้แล้ว
การโอนทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องของ บสท.
ให้แก่บุคคลใดหรือรับโอนทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องของบุคคลใดมาเป็นของ บสท.
การที่ บสท. มีรายได้จากการใด ๆ หรือการดำเนินการของ บสท.
ก่อให้เกิดรายได้แก่บุคคลใด อันมิได้มีลักษณะเป็นเงินเดือน
ค่าจ้างหรือรายได้อื่นตามที่คณะกรรมการกำหนด ถ้ามีกฎหมาย เทศบัญญัติ ข้อบัญญัติ
ระเบียบ ข้อบังคับ หรือประกาศใด ๆ กำหนดให้ต้องเสียภาษีอากร
ค่าธรรมเนียมหรือค่าฤชาธรรมเนียมใด ๆ ให้ บสท. และบุคคลดังกล่าว
ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีอากร ค่าธรรมเนียมหรือค่าฤชาธรรมเนียมนั้น
การโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพให้แก่
บสท.
หลักเกณฑ์การโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).