มาตรา ๔๕
มาตรา ๔๕ มูลค่าของสินทรัพย์ด้อยคุณภาพตามบัญชี ให้ถือเอาจำนวนหนี้เงินต้นค้างชำระ ณ วันโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ รวมกับดอกเบี้ยค้างชำระเป็นระยะเวลาไม่เกินสามเดือนก่อนวันโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ ราคาที่ บสท. จะชำระให้แก่สถาบันการเงินหรือบริษัทบริหารสินทรัพย์สำหรับสินทรัพย์ด้อยคุณภาพแต่ละรายที่รับโอนมา ให้เป็นดังนี้ (๑) ในกรณีเป็นการโอนตามมาตรา ๓๐ ให้มีราคาเท่ากับมูลค่าทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันของสินทรัพย์ด้อยคุณภาพดังกล่าว โดยไม่รวมการประกันด้วยบุคคล ในกรณีไม่มีทรัพย์สินเป็นหลักประกันให้มีราคาตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนด (๒) ในกรณีเป็นการโอนตามมาตรา ๓๑ ให้มีราคาเท่ากับมูลค่าทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันของสินทรัพย์ด้อยคุณภาพดังกล่าว โดยไม่รวมการค้ำประกันด้วยบุคคล แต่ทั้งนี้ราคาดังกล่าวต้องไม่เกินมูลค่าสินทรัพย์ด้อยคุณภาพตามบัญชีตามวรรคหนึ่งหักด้วยเงินสำรองที่ต้องตั้งไว้ตามกฎหมายหรือตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย การประเมินมูลค่าทรัพย์สินที่เป็นหลักประกัน ในกรณีสถาบันการเงินเป็นผู้โอน ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์การประเมินมูลค่าหลักประกันที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด และในกรณีบริษัทบริหารสินทรัพย์เป็นผู้โอน ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนด[๒] สถาบันการเงิน บริษัทบริหารสินทรัพย์ หรือ บสท. อาจขอให้มีการประเมินราคาตามวรรคสามใหม่โดยยื่นเป็นหนังสือต่อคณะกรรมการภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งราคา และคณะกรรมการจะกำหนดให้ทำการประเมินราคาใหม่โดยผู้ประเมินราคาอิสระที่ บสท. เห็นชอบก็ได้ โดยให้ผู้ขอให้มีการประเมินราคาเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการประเมิน