มาตรา ๘๓
รัฐมนตรีมีอำนาจหน้าที่กำกับโดยทั่วไปซึ่งกิจการของ บสท. เพื่อการนี้
มีอำนาจสั่งให้ บสท. ชี้แจงข้อเท็จจริง แสดงความคิดเห็น ทำรายงาน หรือยับยั้งการกระทำของ
บสท. ที่ขัดต่อนโยบายของรัฐบาลหรือมติคณะรัฐมนตรี
เพื่อประโยชน์แก่การกำกับการดำเนินงานของ บสท.
รัฐมนตรีอาจมอบหมายให้ธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบกิจการ สินทรัพย์และหนี้สินของ
บสท. ได้ ในการนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแต่งตั้งพนักงานของธนาคารแห่งประเทศไทยหรือบุคคลอื่นให้ดำเนินการก็ได้
ให้พนักงานธนาคารแห่งประเทศไทยหรือบุคคลซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยแต่งตั้งตามวรรคสอง
นอกจากจะมีอำนาจตามกฎหมายว่าด้วยธนาคารพาณิชย์และกฎหมายว่าด้วยธุรกิจเงินทุน
ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ แล้ว ให้มีอำนาจดังต่อไปนี้ด้วย
(๑) เข้าไปในสถานที่ทำการของ บสท.
หรือในสถานที่ซึ่งรวบรวมหรือประมวลข้อมูลของ บสท.
ด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์หรือด้วยเครื่องมืออื่นใด ในเวลาทำการของสถานที่นั้น
เพื่อตรวจสอบกิจการ สินทรัพย์ และหนี้สินของ บสท.
รวมทั้งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเกี่ยวกับ บสท.
(๒)
เข้าไปตรวจสอบฐานะการดำเนินงานในสถานที่ทำการของลูกหนี้ในสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ รวมทั้งสั่งให้ลูกหนี้หรือบุคคลผู้เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำหรือส่งสำเนาหรือแสดงสมุดบัญชี
เอกสารหรือหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้องได้
มาตรา ๘๔
ห้ามมิให้ บสท. เข้าทำสัญญาหรือกระทำการใดอันมีผลให้ บสท.
ไม่อาจเปิดเผยข้อมูลใด ๆ ต่อสาธารณะ
เว้นแต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความลับทางการค้าของลูกหนี้
ข้อความในสัญญาหรือการกระทำใดที่มีผลตามวรรคหนึ่ง
ให้เป็นโมฆะ
สัญญาใด ๆ
ที่มีข้อห้ามระหว่างคู่สัญญาไม่ให้มีการเปิดเผยข้อความในสัญญาหรือข้อมูลอื่นใด เว้นแต่ข้อมูลอันมีลักษณะเป็นความลับทางการค้า
ไม่มีผลบังคับกับ บสท. หรือการเปิดเผยต่อ บสท.
มาตรา ๘๕
ในกรณีที่กองทุนฟื้นฟูได้รับความเสียหาย
เนื่องจากการที่ต้องลงทุนในการจัดตั้งหรือดำเนินกิจการของ บสท.
การค้ำประกันหรือรับรองหรือรับอาวัลตราสารที่ บสท. ออก หรือเนื่องจากการจ่ายดอกเบี้ยแทน
บสท.
ให้กระทรวงการคลังชดเชยให้กองทุนฟื้นฟูเท่าจำนวนที่เสียหายภายในเวลาที่กระทรวงการคลังเห็นว่ากองทุนฟื้นฟูมีความจำเป็น
เว้นแต่ฐานะโดยรวมของกองทุนฟื้นฟูอยู่ในเกณฑ์ดีแล้ว
แต่ในกรณีที่กองทุนฟื้นฟูได้กำไรจากการดังกล่าว ให้นำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดินตามจำนวนที่กระทรวงการคลังกำหนด
มาตรา ๘๖
เพื่อปฏิบัติการตามพระราชกำหนดนี้ บสท.
อาจขอทราบชื่อและจำนวนหนี้ของลูกหนี้แต่ละราย
หรือกิจการของสถาบันการเงินหรือบริษัทบริหารสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับลูกหนี้
หรือรายละเอียดเกี่ยวกับสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ จากธนาคารแห่งประเทศไทยได้ ในการนี้
มิให้นำมาตรา ๔๖ สัตต แห่งพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. ๒๕๐๕ และมาตรา ๗๗
แห่งพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์
และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ. ๒๕๒๒ แล้วแต่กรณี
มาใช้บังคับแก่การเปิดเผยรายละเอียดของธนาคารแห่งประเทศไทยในเรื่องดังกล่าวให้แก่
บสท.
การสอบและตรวจบัญชี