เทศบัญญัติเทศบาลนครรังสิต
เทศบัญญัติเทศบาลนครรังสิต
เรื่อง
การจัดการสิ่งปฏิกูล
พ.ศ. ๒๕๕๖[๑]
โดยที่เป็นการสมควรตราเทศบัญญัติเทศบาลนครรังสิต ว่าด้วยการจัดการสิ่งปฏิกูล
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๐ มาตรา ๕๔ มาตรา ๕๕ มาตรา ๕๘ มาตรา ๖๓ และมาตรา
๖๕ แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕
อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล
ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับ มาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ มาตรา ๔๑ และมาตรา ๔๓
ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
ประกอบกับ มาตรา ๖๐ แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม
โดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๑๐
เทศบาลนครรังสิตโดยความเห็นชอบของสภาเทศบาลนครรังสิต
และผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี จึงตราเทศบัญญัติไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ เทศบัญญัตินี้เรียกว่า
เทศบัญญัติเทศบาลนครรังสิต เรื่อง การจัดการสิ่งปฏิกูล พ.ศ. ๒๕๕๖
ข้อ ๒ เทศบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับในเขตเทศบาลนครรังสิตตั้งแต่เมื่อได้ประกาศไว้โดยเปิดเผย
ณ สำนักงานเทศบาลนครรังสิตแล้วเจ็ดวัน
บรรดาเทศบัญญัติ กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ
หรือคำสั่งอื่นใดในส่วนที่ได้ตราไว้แล้วก่อนเทศบัญญัตินี้ หรือซึ่งขัดแย้งกับเทศบัญญัตินี้ให้ใช้เทศบัญญัตินี้แทน
ข้อ ๓ ในเทศบัญญัตินี้
สิ่งปฏิกูล หมายความว่า
อุจจาระหรือปัสสาวะ
และหมายความรวมถึงสิ่งอื่นใดซึ่งเป็นสิ่งโสโครกหรือมีกลิ่นเหม็น
ที่หรือทางสาธารณะ หมายความว่า
สถานที่หรือทางซึ่งมิใช่เป็นของเอกชน และประชาชนสามารถใช้ประโยชน์หรือใช้สัญจรได้
อาคาร หมายความว่า ตึก บ้าน
เรือน โรง ร้าน แพ คลังสินค้า สำนักงาน
หรือสิ่งที่สร้างขึ้นอย่างอื่นซึ่งบุคคลอาจเข้าอยู่หรือเข้าใช้สอยได้
เจ้าพนักงานท้องถิ่น หมายความว่า
นายกเทศมนตรีนครรังสิต
เจ้าพนักงานสาธารณสุข หมายความว่า
เจ้าพนักงานซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข
พ.ศ. ๒๕๓๕
ข้อ ๔ ให้นายกเทศมนตรีนครรังสิตรักษาการให้เป็นไปตามเทศบัญญัตินี้
และให้มีอำนาจออกข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ หรือคำสั่งเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามเทศบัญญัตินี้
บททั่วไป
บททั่วไปเกี่ยวกับการจัดการสิ่งปฏิกูล
ข้อ ๕ ห้ามมิให้ผู้ใดทำการถ่าย เท ทิ้ง
หรือทำให้มีขึ้นซึ่งสิ่งปฏิกูลในที่หรือทางสาธารณะ
นอกจากในที่ที่เทศบาลนครรังสิตจัดไว้ให้
ข้อ ๖ เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารหรือสถานที่ใด
ๆ
ต้องจัดให้มีที่รองรับสิ่งปฏิกูลอย่างเพียงพอที่รองรับสิ่งปฏิกูลตามวรรคหนึ่งต้องเป็นภาชนะปิดมิดชิด
ไม่รั่ว ไม่ซึม
และป้องกันกลิ่นเหม็นออกมาข้างนอกตามแบบคำแนะนำของเจ้าพนักงานสาธารณสุข
ข้อ ๗ ห้ามมิให้ผู้ใด
ทำการขน ถ่าย เท หรือเคลื่อนย้ายสิ่งปฏิกูลในถังรองรับ รถขน เรือขน สถานที่เก็บ
หรือสถานที่พักสิ่งปฏิกูลของเทศบาลนครรังสิต
เว้นแต่เป็นการกระทำตามหน้าที่ของพนักงานเทศบาลหรือเจ้าหน้าที่ของเทศบาลนครรังสิต
ข้อ ๘ ถ้าเจ้าพนักงานท้องถิ่นเห็นว่า
อาคาร สถานที่หรือบริเวณใด ควรทำการเก็บขนไปทำการกำจัดให้ถูกต้องด้วยสุขลักษณะยิ่งขึ้น
เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะแจ้งเป็นหนังสือไปยังเจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคาร
สถานที่หรือบริเวณนั้น ๆ ให้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน
หรือเมื่อได้ทำการปิดประกาศไว้ในที่เปิดเผยเป็นเวลาไม่น้อยกว่าเจ็ดวันนับตั้งแต่วันปิดประกาศแล้ว
เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารสถานที่ หรือบริเวณใด ๆ
จะต้องให้เจ้าหน้าที่หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น
เก็บขนสิ่งปฏิกูลจากอาคารสถานที่ หรือบริเวณนั้น
ซึ่งตนเป็นเจ้าของหรือครอบครองอยู่ โดยเสียค่าธรรมเนียมเก็บขนตามอัตราที่ได้กำหนดไว้ตามข้อ
๑๐
ข้อ ๙ ห้ามมิให้ผู้ใดทำการกำจัดสิ่งปฏิกูลที่ทำให้เกิดมลภาวะที่เป็นพิษ
ค่าธรรมเนียมการเก็บ
ขนสิ่งปฏิกูล
ข้อ ๑๐ เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารหรือสถานที่ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่การให้บริการเก็บ
ขน หรือกำจัดสิ่งปฏิกูลของเทศบาลนครรังสิตหรือเขตพื้นที่ที่เทศบาลนครรังสิตมอบให้บุคคลอื่นดำเนินการแทนจะต้องเสียค่าธรรมเนียมการให้บริการแก่เทศบาลนครรังสิตตามอัตราที่กำหนดไว้ท้ายเทศบัญญัตินี้
การดำเนินกิจการรับทำการเก็บ
ขน หรือกำจัดสิ่งปฏิกูล
หลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขการขอ
และการออก
ใบอนุญาตดำเนินกิจการรับทำการเก็บ
ขน หรือกำจัดสิ่งปฏิกูล
ข้อ ๑๑ ผู้ใดประสงค์จะเป็นผู้ดำเนินกิจการรับทำการเก็บ
ขน หรือกำจัดสิ่งปฏิกูล
โดยทำเป็นธุรกิจหรือโดยรับประโยชน์ตอบแทนด้วยการคิดค่าบริการในเขตเทศบาลนครรังสิต
จะต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตตามแบบ สม. ๑ ต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น
พร้อมกับหลักฐานต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
(๑)
สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือรับรองนิติบุคคลในกรณีที่เป็นนิติบุคคล
(๒) แผนการดำเนินกิจการซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วยวิธีดำเนินการเก็บ
ขนหรือกำจัดสิ่งปฏิกูล เครื่องมือ อุปกรณ์ สถานที่และบุคลากรที่ใช้ในการดำเนินการเก็บขนหรือกำจัดสิ่งปฏิกูล
(๓) หลักฐานเกี่ยวกับอุปกรณ์ที่ใช้ในการปฏิบัติงานตามข้อ ๑๒ เช่น
ภาพถ่ายอุปกรณ์เครื่องมือปฏิบัติงาน สำเนาคู่มือการจดทะเบียนรถ เป็นต้น
(๔) สำเนาใบอนุญาตตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
(๕) อื่น ๆ ตามที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศกำหนด
ข้อ ๑๒ ผู้ขอรับใบอนุญาตตามข้อ ๑๑
จะต้องมีลักษณะตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้
ผู้ขอรับใบอนุญาตดำเนินกิจการรับทำการเก็บ
ขนสิ่งปฏิกูลต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้
(๑) เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล
หากเป็นบุคคลธรรมดาต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า ๒๐ ปีบริบูรณ์
(๒) ไม่เป็นบุคคลไร้ความสามารถ ไม่เป็นผู้วิกลจริต
หรือเป็นบุคคลล้มละลาย
(๓) ต้องมีพาหนะและวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการเก็บขนที่ถูกสุขลักษณะ
ตามที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นโดยคำแนะนำของเจ้าพนักงานสาธารณสุขประกาศกำหนด
(๔) ต้องมีอุปกรณ์ทำความสะอาดประจำรถ เช่น ถังตักน้ำ ไม้กวาด
น้ำยาฆ่าเชื้อโรค เป็นต้น
(๕)
ต้องจัดให้มีการแสดงข้อความที่ตัวพาหนะขนถ่ายสิ่งปฏิกูลให้รู้ว่าเป็นพาหนะเก็บขนสิ่งปฏิกูล
และต้องแสดงเลขทะเบียนใบอนุญาตประกอบกิจการ ชื่อหน่วยงานที่เป็นผู้ออกใบอนุญาต
ชื่อบริษัทหรือเจ้าของกิจการ ด้วยตัวอักษรไทยซึ่งมีขนาดเห็นได้ชัดเจนตามที่เทศบาลนครรังสิตประกาศกำหนด
(๖) ต้องจัดให้มีเสื้อคลุม ถุงมือ
รองเท้าหนังยางหุ้มสูงถึงแข้งและผ้าปิดปากและจมูกสำหรับผู้ปฏิบัติงานที่เหมาะสมกับสถานที่ปฏิบัติงาน
(๗) ต้องแสดงหลักฐานว่าจะนำสิ่งปฏิกูลไปกำจัด ณ
แหล่งกำจัดที่ถูกสุขลักษณะแห่งใด
ผู้ขอรับใบอนุญาตดำเนินกิจการรับทำการกำจัดสิ่งปฏิกูลจะต้องมีคุณลักษณะดังต่อไปนี้
(๑) มีคุณลักษณะตามข้อ ๑๓ วรรคหนึ่ง (๑) และ (๒)
(๒)
มีระบบกำจัดสิ่งปฏิกูลที่ถูกสุขลักษณะและไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมหรือก่อให้เกิดเหตุรำคาญต่อประชาชน
ข้อ ๑๓ ผู้ได้รับอนุญาตต้องมารับใบอนุญาตภายในกำหนดสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งการอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น
หากไม่มารับภายในกำหนดเวลาดังกล่าวโดยไม่มีเหตุอันสมควร ให้ถือว่าสละสิทธิ์
เงื่อนไขที่ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องปฏิบัติ
ข้อ ๑๔ ในการดำเนินกิจการผู้ได้รับใบอนุญาตต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข
ดังต่อไปนี้
ผู้ได้รับใบอนุญาตดำเนินกิจการรับทำการเก็บ ขนสิ่งปฏิกูล
(๑) ขณะทำการดูดสิ่งปฏิกูล
ต้องควบคุมให้ผู้ปฏิบัติงานแต่งกายให้ถูกสุขลักษณะ สวมผ้าปิดปาก จมูก ถุงมือยาง
และรองเท้ายางหุ้มสูงถึงแข้ง และทำความสะอาดเสื้อคลุม ถุงมือยาง และรองเท้าหนังยาง
หลังจากเสร็จสิ้นการปฏิบัติงานประจำวัน
(๒) ทำความสะอาดท่อหรือสายที่ใช้ดูดสิ่งปฏิกูล
โดยหลังจากดูดสิ่งปฏิกูลเสร็จแล้วให้ทำการดูดน้ำสะอาดจากถังเพื่อล้างภายในท่อหรือสายที่ใช้ดูดสิ่งปฏิกูล
และทำความสะอาดท่อหรือสายที่ใช้ดูดสิ่งปฏิกูลด้านนอกที่สัมผัสสิ่งปฏิกูลด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรค
(๓) ทำความสะอาดพาหนะเก็บขนสิ่งปฏิกูลอย่างน้อยวันละ ๑ ครั้ง
หลังจากที่ออกปฏิบัติงานเก็บขนสิ่งปฏิกูลแล้ว
สำหรับน้ำเสียที่เกิดจากการล้างต้องได้รับการบำบัดหรือกำจัดด้วยวิธีการที่ถูกสุขลักษณะก่อนปล่อยทิ้งสู่สาธารณะ
(๔) กรณีที่มีสิ่งปฏิกูลหกเรี่ยราด
ให้ดำเนินการเก็บและทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรค แล้วทำการล้างด้วยน้ำสะอาดในทันที
(๕) มีการตรวจสุขภาพแก่ผู้ปฏิบัติงานเก็บขนสิ่งปฏิกูลอย่างน้อยปีละ ๑
ครั้ง
ผู้ได้รับใบอนุญาตดำเนินกิจการรับทำการกำจัดสิ่งปฏิกูล
(๑) ต้องระบุวิธีการกำจัดสิ่งปฏิกูล
สถานที่กำจัดสิ่งปฏิกูลต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น
(๒) สถานที่กำจัดสิ่งปฏิกูลต้องไม่ขัดต่อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
(๓)
ต้องดำเนินการกำจัดสิ่งปฏิกูลอย่างถูกสุขลักษณะตามที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นโดยคำแนะนำของเจ้าพนักงานสาธารณสุขประกาศกำหนด
ข้อ ๑๕ ผู้ได้รับใบอนุญาตให้เป็นผู้ดำเนินกิจการตามเทศบัญญัตินี้จะพึงเรียกเก็บค่าบริการจากผู้รับบริการได้ไม่เกินอัตราค่าบริการขั้นสูงตามที่กำหนดไว้ท้ายเทศบัญญัตินี้
ข้อ ๑๖ ในการให้บริการตามใบอนุญาต
ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องทำสัญญาเป็นหนังสือกับผู้รับบริการทุกรายโดยสัญญาดังกล่าวอย่างน้อยต้องระบุถึงอัตราค่าบริการ
ระยะเวลาในการให้บริการและความรับผิดชอบในกรณีผิดสัญญา
โดยส่งสำเนาสัญญาภายในระยะเวลาที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศกำหนด
ข้อ ๑๗ เมื่อผู้รับได้ใบอนุญาตเลิกการให้บริการแก่ผู้รับบริการรายใด
จะต้องทำเป็นหนังสือแจ้งพนักงานท้องถิ่นล่วงหน้าก่อนเลิกการให้บริการอย่างน้อยสิบห้าวัน
ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดในสัญญาที่ทำขึ้นระหว่างผู้รับใบอนุญาตกับผู้รับบริการ
เช่น การเปลี่ยนอัตราค่าบริการ
ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องสำเนาสัญญาที่แก้ไขแล้วนั้นให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นภายในกำหนดสามสิบวัน
ก่อนวันที่ได้เริ่มการให้บริการตามสัญญาใหม่
ข้อ ๑๘ เมื่อผู้ได้รับใบอนุญาตไม่ประสงค์จะประกอบกิจการต่อไปให้ยื่นคำขอเลิกการดำเนินกิจการต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามแบบ
สม. ๔
หากผู้รับใบอนุญาตประสงค์จะแก้ไขรายการในใบอนุญาตให้ยื่นคำขอต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามแบบ
สม. ๔
หลักเกณฑ์
วิธีการ และเงื่อนไขการต่ออายุใบอนุญาต การขอรับใบแทน
ใบอนุญาตดำเนินกิจการรับทำการเก็บ
ขน หรือกำจัดสิ่งปฏิกูล
ข้อ ๑๙ บรรดาใบอนุญาตที่ออกให้ตามเทศบัญญัตินี้ให้มีอายุหนึ่งปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาตและให้ใช้ได้เพียงในเขตอำนาจของเทศบาลนครรังสิตเท่านั้น
การขอต่ออายุใบอนุญาตจะต้องยื่นคำขอก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ
เมื่อได้ยื่นคำขอพร้อมกับเสียค่าธรรมเนียมแล้วให้ประกอบกิจการต่อไปได้จนกว่าเจ้าพนักงานท้องถิ่นจะสั่งไม่ต่ออายุใบอนุญาต
การขอต่ออายุใบอนุญาตและการอนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตให้นำหลักเกณฑ์ในส่วนที่
๒ ของหมวดนี้มาบังคับใช้โดยอนุโลม
ข้อ ๒๐ ในกรณีที่ใบอนุญาตสูญหาย ถูกทำลาย
หรือชำรุดในสาระที่สำคัญ
ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้ทราบถึงการสูญหาย
ถูกทำลาย หรือชำรุดตามแบบที่กำหนดไว้ท้ายเทศบัญญัตินี้
การขอรับใบแทนใบอนุญาตและการออกใบแทนใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์
วิธีการ และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีใบอนุญาตสูญหาย
ให้ผู้ยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตนำสำเนาบันทึกการแจ้งความต่อเจ้าพนักงานตำรวจแห่งท้องที่ที่ใบอนุญาตสูญหายมาแสดงต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นด้วย
(๒) ในกรณีใบอนุญาตถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ
ให้ผู้ยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตนำใบอนุญาตเดิมเท่าที่เหลืออยู่มาแสดงต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นด้วย
ข้อ ๒๑ การออกใบแทนใบอนุญาตให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นดำเนินการตามหลักเกณฑ์
วิธีการ และเงื่อนไขดังนี้
(๑) การออกใบแทนใบอนุญาตให้ประทับตราสีแดงคำว่า ใบแทน กำกับไว้ด้วย และให้มีวัน เดือน ปี
ที่ออกใบแทนพร้อมทั้งลงลายมือชื่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นในใบแทนและต้นขั้วใบแทน
(๒) ให้ใช้ใบแทนใบอนุญาตได้เท่าเวลาที่เหลือของอายุใบอนุญาตเดิมนั้น
(๓) บันทึกด้านหลังต้นขั้วใบอนุญาตเดิม ระบุสาเหตุการสูญเสีย
ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญของใบอนุญาตเดิม แล้วแต่กรณี และลง เล่มที่ เลขที่
ปี ของใบแทนใบอนุญาต
ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตดำเนินกิจการรับทำการเก็บ
ขน หรือกำจัดสิ่งปฏิกูล
ข้อ ๒๒ ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องเสียค่าธรรมเนียมการออกใบอนุญาตตามอัตราที่กำหนดไว้ท้ายเทศบัญญัตินี้ในวันที่มารับใบอนุญาตสำหรับกรณีที่เป็นการขอรับใบอนุญาตครั้งแรกหรือก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุสำหรับกรณีที่เป็นการขอต่ออายุใบอนุญาต
ให้ยื่นคำขอต่อถ้ามิได้เสียค่าธรรมเนียมภายในเวลาที่กำหนด
ให้ชำระค่าปรับเพิ่มขึ้นอีกร้อยละยี่สิบของจำนวนค่าธรรมเนียมที่ค้างชำระ
เว้นแต่ผู้ได้รับอนุญาตจะได้บอกเลิกการดำเนินกิจการนั้นก่อนถึงกำหนดการเสียค่าธรรมเนียมครั้งต่อไป
ข้อ ๒๓ บรรดาค่าธรรมเนียมและค่าปรับตามเทศบัญญัตินี้
ให้เป็นรายได้ของเทศบาลนครรังสิต
แบบพิมพ์และบทกำหนดโทษ
ข้อ ๒๔ ให้ใช้แบบพิมพ์ต่าง ๆ
ตามที่กำหนดไว้ท้ายเทศบัญญัตินี้ ดังต่อไปนี้
(๑) คำขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการรับทำการเก็บ ขน
หรือกำจัดสิ่งปฏิกูลโดยทำเป็นธุรกิจหรือโดยรับประโยชน์ตอบแทนด้วยการคิดค่าบริการ
ให้ใช้แบบ สม. ๑
(๒) ใบอนุญาตประกอบกิจการรับทำการเก็บ ขน
หรือกำจัดสิ่งปฏิกูลโดยทำเป็นธุรกิจ หรือโดยรับประโยชน์ตอบแทนด้วยการคิดค่าบริการให้ใช้แบบ
สม. ๒
(๓) คำขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการรับทำการเก็บ ขน
หรือกำจัดสิ่งปฏิกูลโดยทำเป็นธุรกิจ หรือโดยรับประโยชน์ตอบแทนด้วยการคิดค่าบริการ
ให้ใช้แบบ สม. ๓
(๔) คำขออนุญาตการต่าง ๆ ให้ใช้แบบ สม. ๔
ข้อ ๒๕ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเทศบัญญัตินี้
ต้องระวางโทษตามมาตรา ๗๓ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕
ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อ ๑๔ ข้อ ๑๕ ข้อ ๑๖ ข้อ ๑๗ และข้อ ๑๘
ต้องระวางโทษตามมาตรา ๗๓ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕
ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อ ๖ ข้อ ๗ ข้อ ๘ ข้อ ๙ และข้อ ๑๐
ต้องระวางโทษตามมาตรา ๗๓/๑ แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕
บทเฉพาะกาล
ข้อ ๒๖ ในระหว่างที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นยังไม่ออกประกาศตามข้อ
๑๖
ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตสามารถประกอบกิจการรับทำการเก็บขนหรือกำจัดสิ่งปฏิกูลได้ทันทีภายหลังได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการ
แล้วแต่กรณี
ประกาศ
ณ วันที่ ๒๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๖
ธีรวุฒิ
กลิ่นกุสุม
นายกเทศมนตรีนครรังสิต
[เอกสารแนบท้าย]
๑. คำขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการรับทำการเก็บ ขน หรือกำจัดสิ่งปฏิกูล
(แบบ สม. ๑ (สิ่งปฏิกูล))
๒. ใบอนุญาตประกอบกิจการรับทำการเก็บ ขน หรือกำจัดสิ่งปฏิกูล (แบบ
สม. ๒ (สิ่งปฏิกูล))
๓. คำขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการรับทำการเก็บ ขน
หรือกำจัดสิ่งปฏิกูล (แบบ สม. ๓ (สิ่งปฏิกูล))
๔. คำขออนุญาตต่าง ๆ เกี่ยวกับการประกอบกิจการรับทำการเก็บ ขน
หรือกำจัดสิ่งปฏิกูล (แบบ สม. ๔ (สิ่งปฏิกูล))
๕. บัญชีอัตราค่าธรรมเนียมท้ายเทศบัญญัติเทศบาลนครรังสิต เรื่อง
การจัดการสิ่งปฏิกูล พ.ศ. ๒๕๕๖
๖. บัญชีอัตราค่าบริการขั้นสูงท้ายเทศบัญญัติเทศบาลนครรังสิต เรื่อง
การจัดการสิ่งปฏิกูล พ.ศ. ๒๕๕๖ สำหรับการบริการรับทำการเก็บ ขน
หรือกำจัดสิ่งปฏิกูล โดยทำเป็นธุรกิจหรือโดยได้รับประโยชน์ตอบแทนด้วยการคิดค่าบริการ
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗
อุษมล/ผู้ตรวจ
๑๕ พฤษภาคม
๒๕๕๗
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๑/ตอนที่ ๔๕ ง/หน้า ๑๘๙/๑ พฤษภาคม ๒๕๕๗
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).