ข้อ ๔๗ ในการคำนวณกำลังต้านทานแรงอัดส่วนอาคาร ประกอบด้วยอิฐประสานด้วยปูนผสมส่วนต่าง ๆ ให้กำหนดใช้ไม่เกินอัตราต่อไปนี้
ชนิดอิฐ
ส่วนปูนขาว
ตามปริมาตร
ส่วนซีเมนต์
ตามปริมาตร
ส่วนทราย
ตามปริมาตร
กำลังอัดต่อ ๑ ตารางเซนติเมตร
ธรรมดา
๑
๓
๒ กิโลกรัม
๑
๑
๖
๓ กิโลกรัม
๑
๔
๔ กิโลกรัม
๑
๓
๕ กิโลกรัม
อัด
๑
๓
๔ กิโลกรัม
๑
๑
๖
๖ กิโลกรัม
๑
๔
๘ กิโลกรัม
๑
๓
๑๐ กิโลกรัม
ข้อ ๔๘ ในการคำนวณกำลังต้านทานแรงประเภทต่าง ๆ ของส่วนอาคาร ประกอบด้วยเหล็กต่าง ๆ ให้ใช้ส่วนปลอดภัย โดยใช้กำลังไม่เกิน ๑ ใน ๒ ของแรงที่จุดยืด (Yield Point) แห่งเหล็ก และถ้าไม่มีเอกสารแสดงการทดสอบโดยผู้ชำนาญ ก็ให้ใช้แรงไม่เกินอัตราต่อไปนี้
ชนิดเหล็ก
แรงดึงต่อ ๑ ตารางเซนติเมตร
แรงอัดต่อ ๑ ตารางเซนติเมตร
แรงเฉือนต่อ ๑ ตารางเซนติเมตร
เหล็กหล่อ
๒๐๐ กิโลกรัม
๑,๒๐๐ กิโลกรัม
๒๐๐ กิโลกรัม
เหล็กล้วน
๗๐๐ กิโลกรัม
๗๐๐ กิโลกรัม
๖๐๐ กิโลกรัม
เหล็กถ่านอ่อน
๑,๐๐๐ กิโลกรัม
๑,๐๐๐ กิโลกรัม
๘๐๐ กิโลกรัม
เหล็กเสริมคอนกรีต
๑,๒๐๐ กิโลกรัม
๑,๒๐๐ กิโลกรัม
๘๕๐ กิโลกรัม
เหล็กโครงสร้าง
๑,๒๐๐ กิโลกรัม
๑,๒๐๐ กิโลกรัม
๘๕๐ กิโลกรัม
ข้อ ๔๙ ในการคำนวณกำลังต้นทานแรงประเภทต่าง ๆ ของไม้ชนิดต่าง ๆ ให้ใช้ส่วนปลอดภัย โดยใช้กำลังไม่เกิน ๑ ใน ๖ ของแรงประลัยแห่งไม้ แต่ไม่ให้ความแอ่นของไม้เกิน ของช่วงคาน ถ้าไม่มีเอกสารของผู้ชำนาญแสดงผลทดสอบให้เชื่อถือได้เป็นอย่างอื่นให้ใช้แรงไม่เกินอัตราต่อไปนี้
ชนิดไม้
แรงดึงและแรงอัดตามเสี้ยนต่อ ๑ ตารางเซนติเมตรสำหรับคาน
แรงดึงและแรงอัดตามเสี้ยนต่อ ๑ ตารางเซนติเมตรสำหรับเสา
แรงอัดขวางเสี้ยนต่อ ๑ ตารางเซนติเมตร
แรงเฉือนตามเสี้ยนต่อ ๑ ตารางเซนติเมตร
ไม้อ่อน
๑๐๐ กิโลกรัม
๘๐ กิโลกรัม
๒๔ กิโลกรัม
๖ กิโลกรัม
ไม้สัก
๑๑๐ กิโลกรัม
๙๐ กิโลกรัม
๒๗ กิโลกรัม
๑๐ กิโลกรัม
ไม้แข็ง
๑๒๕ กิโลกรัม
๑๐๐ กิโลกรัม
๓๐ กิโลกรัม
๑๕ กิโลกรัม
ข้อ ๕๐ ในการคำนวณกำลังต้านทานแรงอัดของคอนกรีตธรรมดาไม่มีเหล็กเสริมตามส่วนต่าง ๆ นั้น ให้ใช้ส่วนปลอดภัย โดยใช้กำลังไม่เกิน ๑ ใน ๓ ของแรงประลัยแห่งคอนกรีตเมื่อครบอายุ ๒๘ วัน แต่ถ้าไม่มีเอกสารแสดงผลทดลองของผู้ชำนาญ ก็ให้ใช้อัตราแรงไม่เกินดังต่อไปนี้
ส่วนซีเมนต์ตามปริมาตร
ส่วนทรายตามปริมาตร
ส่วนหินตามปริมาตร
แรงอัดต่าง ๆ กิโลกรัมต่อ ๑ ตารางเซนติเมตร
แรงอัดสำหรับคาน
แรงอัดสำหรับเสา
แรงเฉือน
แรงยึด
๑
๑
๓
๕๐
๔๐
๕
๗
๑
๒
๔
๔๕
๓๖
๔.๕
๖
๑
๒
๕
๔๐
๓๒
๔
๖
๑
๓
๖
๓๕
๒๘
๓.๕
๕
๑
๓
๗
๓๐
๒๔
๓
๔
๑
๔
๘
๑๕
๑๒
๑.๕
๓
ถ้าความยาวของเสามากกว่า ๑๕ เท่าของด้านที่แคบหรือของเส้นผ่าศูนย์กลาง (Diameter) ให้ใช้ค่าในตารางข้างบนคูณด้วย (๑.๕ - )
หมายเหตุ ส = ความยาวของเสาเป็นเซนติเมตร
บ = ด้านที่แคบของเสาเป็นเซนติเมตร
กฎนี้ให้ใช้ได้ทั้งเสาคอนกรีตและเสาไม้
ข้อ ๕๑ ในการคำนวณกำลังแรงของส่วนอาคารประกอบด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ให้ผู้คำนวณแสดงรายการคำนวณจนเป็นที่พอใจคณะเทศมนตรีว่าอยู่ในลักษณะปลอดภัย ถ้าไม่มีเอกสารของผู้ชำนาญแสดงผลทดลองให้เชื่อถือเป็นอย่างอื่นได้ ให้ถือหลักการคำนวณดังต่อไปนี้
ก. พิกัดยืดของคอนกรีต = ๑.๔ x ๑๐๖ เมตริกตัน ต่อ ๑ ตารางเมตร
ข. พิกัดยืดของเหล็กเสริม = ๒๑ x ๑๐๖ เมตริกตัน ต่อ ๑ ตารางเมตร
ค. ส่วนผสมของคอนกรีตไม่อ่อนกว่าซีเมนต์ ๑ ทราย ๒ และหิน ๔ ตามปริมาตร
ง. แรงอัดของคอนกรีตไม่เกิน ๔๕ กิโลกรัมต่อ ๑ ตารางเซนติเมตร
จ. แรงดึงของเหล็กเสริมไม่เกิน ๑,๒๐๐ กิโลกรัม ต่อ ๑ ตารางเซนติเมตร
ฉ. แรงเฉือนของเหล็กเสริมไม่เกิน ๘๕๐ กิโลกรัม ต่อ ๑ ตารางเซนติเมตร
ช. สำหรับคานคอนกรีตเสริมเหล็ก ให้มีคอนกรีตหุ้มเหล็กหนาไม่น้อยกว่า ๒.๕ เซนติเมตร และไม่น้อยกว่าขนาดของเหล็กเสริมเส้นใหญ่ที่สุด
ซ. สำหรับพื้นคอนกรีตเสริมเหล็ก ให้มีคอนกรีตหุ้มเหล็กหนาไม่น้อยกว่า ๑.๕ เซนติเมตร และไม่น้อยกว่าขนาดของเหล็กเสริมเส้นใหญ่ที่สุด
ฌ. ให้มีช่องว่างระหว่างเหล็กที่ขนานกันไม่น้อยกว่า ๒.๕ เซนติเมตร และไม่ต่ำกว่าขนาดของเหล็กเสริม อย่างไรก็ดีต้องโตกว่าขนาดของหินที่โตที่สุดที่ใช้อยู่ ๐.๕ เซนติเมตร
ญ. คานคอนกรีตเสริมเหล็กต้องมีส่วนยาวไม่เกิน ๒๔ เท่าของส่วนหนา เว้นแต่จะมีเหตุผลเป็นพิเศษ และไม่ใช้เหล็กเสริมแนวนอนเล็กกว่า ๖ มิลลิเมตร
ฎ. สำหรับเสาคอนกรีตเสริมเหล็กรับน้ำหนัก ต้องมีเหล็กเสริมตามลำไม่น้อยกว่า ๔ เส้น ถ้าเป็นเสากลมต้องไม่น้อยกว่า ๖ เส้น และส่วนเหล็กไม่น้อยกว่า ๐.๘ ใน ๑๐๐ ของคอนกรีตและขนาดของเหล็กเสริมต้องไม่เล็กกว่า ๑๒.๗ มิลลิเมตร ปริมาตรของเหล็กปลอกต้องไม่น้อยกว่า ๐.๔ ใน ๑๐๐ ของปริมาตรของคอนกรีต และระยะห่างของเหล็กปลอกต้องไม่เกิน ๑๖ เท่าของขนาดเหล็กแกน หรือ ๔๘ เท่าของขนาดเหล็กปลอกหรือไม่เกินด้านแคบที่สุดของเสา
ข้อ ๕๒ น้ำหนักบรรทุกบนพื้นที่จะใช้ในการคำนวณออกแบบอาคารประเภทต่าง ๆ นอกจากเครื่องจักรกลและอุปกรณ์อย่างอื่นซึ่งทราบน้ำหนักแน่นอนอยู่แล้ว ต้องไม่ต่ำกว่าอัตราที่กำหนดไว้ดังต่อไปนี้
ก. อาคารที่พักอาศัย ๑๕๐ กิโลกรัม ต่อ ๑ ตารางเมตร
ข. โรงเรียนชั้นประถมและมัธยม ๒๐๐ กิโลกรัม ต่อ ๑ ตารางเมตร
ค. โรงเรียนชั้นเตรียมอุดมขึ้นไป โรงพยาบาล โรงแรม อาคาร สำนักงาน ๓๐๐ กิโลกรัม ต่อ ๑ ตารางเมตร
ง. โรงงาน โรงพิมพ์ ร้านขายของ โรงมหรสพ หอประชุม ภัตตาคาร ๔๐๐ กิโลกรัม ต่อ ๑ ตารางเมตร
จ. คลังสินค้า ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ โรงกีฬา ๕๐๐ กิโลกรัม ต่อ ๑ ตารางเมตร
ฉ. โรงเก็บรถยนต์ นอกจากโรงเก็บรถยนต์ส่วนบุคคล โรงเก็บเครื่องจักร โรงงานอุตสาหกรรม ตั้งแต่ ๕๐๐ กิโลกรัม ต่อ ๑ ตารางเมตรขึ้นไป
แต่ถ้าเนื้อที่ส่วนใดแห่งอาคารนั้นจะรับบรรทุกสิ่งที่มีน้ำหนักมากกว่าอัตราที่กล่าวแล้ว เช่น เครื่องจักร ก็ให้คำนวณน้ำหนักบรรทุกเพิ่มขึ้นให้พอที่จะรับน้ำหนักนั้นได้
ข้อ ๕๓ แรงลมอย่างสูงขนานกับพื้นดินสำหรับส่วนอาคารที่สูงกว่าสองชั้นขึ้นไป ให้ถือกำหนดแรงอย่างน้อยเท่ากับ ๑๐๐ กิโลกรัม ต่อ ๑ ตารางเมตร ส่วนที่ต่ำกว่าอาคารสองชั้นนี้ลงมาให้ลดอัตราแรงลมเป็น ๕๐ กิโลกรัม ต่อ ๑ ตารางเมตร
ข้อ ๕๔ น้ำหนักบรรทุกบนดินที่รากฐานของอาคารนั้น ต้องคำนวณให้เหมาะสมเพื่อความมั่นคงและปลอดภัย ซึ่งถ้าไม่มีเอกสารของผู้ชำนาญแสดงผลทดลองให้เชื่อถือได้เป็นอย่างอื่น จะต้องไม่เกินอัตรากำหนดสำหรับดินประเภทต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
ก. ดินอ่อนหรือดินถมไว้แน่นตัวเต็มที่ ๒ เมตริกตัน ต่อ ๑ ตารางเมตร
ข. ดินปานกลางหรือทรายร่วน ๑๐ เมตริกตัน ต่อ ๑ ตารางเมตร
ค. ดินแน่นหรือทรายหยาบ ๒๐ เมตริกตัน ต่อ ๑ ตารางเมตร
ง. กรวดหรือดินดาน ๔๐ เมตริกตัน ต่อ ๑ ตารางเมตร
จ. หินปูนหรือทราย ๘๐ เมตริกตัน ต่อ ๑ ตารางเมตร
ฉ. หินอัคนี ๑๕๐ เมตริกตัน ต่อ ๑ ตารางเมตร
ทั้งนี้ เว้นไว้แต่จะได้แสดงให้เป็นที่เชื่อถือได้ว่าจะจัดการเพิ่มอัตรารับน้ำหนักบรรทุกแห่งรากฐานของอาคารได้เป็นอย่างอื่น
ข้อ ๕๕ ในการคำนวณน้ำหนักที่ลงบนรากฐานและเสาของอาคารสูงไม่เกินสองชั้น ให้คำนวณน้ำหนักของอาคารรวมทั้งน้ำหนักบรรทุกเต็มอัตรา ส่วนน้ำหนักบรรทุกของอาคารสูงเกินสองชั้นขึ้นไปซึ่งมิใช่เป็นอาคารพิเศษ คลังสินค้า ห้องสมุด หรือโรงงานอุตสาหกรรม ให้ลดส่วนลงได้ตามชั้นของอาคารดังนี้
๑. ชั้นถัดจากชั้นยอด ลดอัตราลง ๑๐ ใน ๑๐๐
๒. ชั้นถัดลงมา ลดอัตราลง ๒๐ ใน ๑๐๐
๓. ชั้นถัดลงมา ลดอัตราลง ๒๐ ใน ๑๐๐
๔. ชั้นถัดลงมา ลดอัตราลง ๒๐ ใน ๑๐๐
ทุก ๆ ชั้นที่ถัดลงมาจากนี้ ลดอัตราลง ๕๐ ใน ๑๐๐
ข้อ ๕๖ ในการคำนวณกำลังต้านทานของรากฐานให้คำนวณน้ำหนักของอาคารเต็มอัตรา และ (เข็มรากฐานบนดินอ่อน) ให้เข็มรับน้ำหนักทั้งหมดโดยไม่คิดเอาแรงต้านของดินรอบ ๆ เข็มมาช่วยรับน้ำหนัก สำหรับปลายเข็มจดดินแข็ง ดินดานหรือวัตถุพื้นแข็งให้คำนวณเข็มนั้นเป็นลักษณะเสา แต่ถ้าเข็มอยู่ในดินอ่อนอาศัยแรงฝืดพยุงให้ใช้เข็มไม่สั้นกว่า ๓.๐๐ เมตร และให้ใช้แรงฝืดดินตามสูตรต่อไปนี้
ฝ. = ๔๐๐ x ๓๕ ย.
ฝ. = แรงฝืดดินเป็นกิโลกรัมต่อตารางเมตรของเนื้อที่ผิวเข็ม
ย. = ความยาวของเสาเข็มเป็นเมตร
ถ้าความยาวของเสาเข็มเกิน ๑๒ เมตร ต้องมีการทดลองกำลังน้ำหนักบรรทุกของเสาเข็ม
เนื้อที่ของรากฐานทั้งหมดจะต้องไม่น้อยกว่า ของเนื้อที่ผิวของเสาเข็มทั้งหมดซึ่งอยู่ภายใต้รากฐานนั้น
ในกรณีที่ไม่สามารถตอกเข็มได้ เพราะพื้นดินแข็งเป็นดินปานกลางหรือทรายร่วน ในการคำนวณความต้านทานของดินใต้แผ่นฐานรากจะต้องไม่เกิน ๑๐ ตันต่อ ๑ ตารางเมตร ถ้าจะใช้มากกว่านี้ จะต้องแสดงหลักฐานให้เป็นที่เชื่อถือได้
สำหรับเครื่องตอกเข็มด้วยแรงคน
บ. =
ถ้าตอกด้วยเครื่องจักรซึ่งตอกได้ไม่น้อยกว่า ๔๐ ครั้งต่อ ๑ นาที
บ. =
บ. = น้ำหนักบรรทุกได้โดยปลอดภัยเป็นกิโลกรัม
น. = น้ำหนักลูกตุ้มเป็นกิโลกรัม
จ. = ระยะที่เข็มจมครั้งสุดท้ายเป็นเซนติเมตร
ส. = ระยะลูกตุ้มตกเป็นเซนติเมตร
แนวอาคารและระยะต่าง ๆ
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).