我的書籤免費註冊

ระเบียบกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ว่าด้วยแนวปฏิบัติกรณีผู้มีสิทธิรับเงินจากกองทุนไม่รับเงินภายในกำหนดอายุความ พ.ศ. 2554

行政規則・公布 2014-12-11・全 15 條

อารัมภบท

ระเบียบกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ระเบียบกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ว่าด้วยแนวปฏิบัติกรณีผู้มีสิทธิรับเงินจากกองทุนไม่รับเงินภายในกำหนดอายุความ พ.ศ. ๒๕๕๔[๑] โดยที่ปรากฏว่าผู้มีสิทธิรับเงินจากกองทุนไม่รับเงินจากกองทุนภายในกำหนดสิบปีทำให้สิทธิเรียกร้องของผู้มีสิทธิรับเงินจากกองทุนต้องสิ้นสุดลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และถือเป็นเงินตามบัญชีเงินรายบุคคลที่ไม่มีผู้รับซึ่งกองทุนจะต้องนำเข้าบัญชีเงินกองกลางต่อไป จึงสมควรกำหนดแนวปฏิบัติกรณีผู้มีสิทธิรับเงินจากกองทุนไม่รับเงินภายในกำหนดอายุความ เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องถือปฏิบัติไปในแนวทางเดียวกัน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๔ แห่งพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๓๙ เลขาธิการออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ว่าด้วยแนวปฏิบัติกรณีผู้มีสิทธิรับเงินจากกองทุนไม่รับเงินภายในกำหนดอายุความ พ.ศ. ๒๕๕๔”

ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๕๔ เป็นต้นไป

ข้อ ๓

ข้อ ๓ ผู้มีสิทธิรับเงินจากกองทุนอาจสิ้นสิทธิเรียกร้องในการรับเงินจากกองทุนเนื่องจากครบกำหนดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ในกรณีดังต่อไปนี้ (๑) ไม่ยื่นแบบขอรับเงินจากกองทุนภายในระยะเวลาสิบปี นับแต่วันสิ้นสุดสมาชิกภาพ (๒) ยื่นแบบขอรับเงินจากกองทุนแล้ว และกองทุนทำการจ่ายเงินให้แก่ผู้มีสิทธิรับเงินตามวิธีการที่ผู้มีสิทธิรับเงินแสดงความประสงค์ไว้แล้ว แต่ไม่สามารถดำเนินการได้ ต่อมากองทุนได้มีหนังสือแจ้งเหตุขัดข้องในการจ่ายเงินตามวิธีการที่ผู้มีสิทธิรับเงินแสดงความประสงค์ไว้ให้ผู้มีสิทธิรับเงินทราบแล้ว และผู้มีสิทธิรับเงินไม่ได้ติดต่อขอรับเงินจากกองทุนภายในระยะเวลาสิบปี นับแต่วันที่หนังสือแจ้งเหตุขัดข้องได้ไปถึงผู้มีสิทธิรับเงิน

ข้อ ๔

ข้อ ๔ สมาชิกที่สิ้นสุดสมาชิกภาพในกรณีดังต่อไปนี้ ยังไม่ถือเป็นผู้มีสิทธิรับเงินจากกองทุนที่จะเริ่มนับอายุความสิ้นสิทธิเรียกร้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (๑) สมาชิกที่สิ้นสุดสมาชิกภาพเนื่องจากออกจากราชการซึ่งขอฝากเงินที่มีสิทธิได้รับให้กองทุนบริหารต่อ (๒) สมาชิกที่สิ้นสุดสมาชิกภาพและมีกรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดวินัยหรือคดีอาญา และการพิจารณายังไม่ถึงที่สุด เฉพาะส่วนของเงินประเดิม เงินชดเชย และผลประโยชน์ของเงินดังกล่าว (๓) สมาชิกที่สิ้นสุดสมาชิกภาพซึ่งเป็นข้าราชการทหารรับเบี้ยหวัดและอยู่ระหว่างรอย้ายประเภทรับบำเหน็จบำนาญ ให้นำแนวปฏิบัติตามที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้มาใช้บังคับกับสมาชิกที่สิ้นสุดสมาชิกภาพตาม (๑) (๒) และ (๓) เมื่อเกิดสิทธิในการขอรับเงินจากกองทุนแล้ว

ข้อ ๕

ข้อ ๕ เมื่อกองทุนได้รับแจ้งว่าสมาชิกภาพของสมาชิกสิ้นสุดลงแล้ว แต่ผู้มีสิทธิรับเงิน ไม่ยื่นแบบขอรับเงินจากกองทุน ให้กองทุนมีหนังสือถึงผู้มีสิทธิรับเงินเพื่อแจ้งให้ผู้มีสิทธิรับเงินยื่นแบบขอรับเงินจากกองทุน โดยในปีที่หนึ่งให้มีหนังสือแจ้งผู้มีสิทธิรับเงินหนึ่งครั้ง และในปีที่สองให้มีหนังสือแจ้งผู้มีสิทธิรับเงินอีกหนึ่งครั้ง

ข้อ ๖

ข้อ ๖ เมื่อปรากฏว่าผู้มีสิทธิรับเงินยื่นแบบขอรับเงินจากกองทุนและกองทุนทำการจ่ายเงินให้แก่ผู้มีสิทธิรับเงินตามวิธีการที่ผู้มีสิทธิรับเงินแสดงความประสงค์ไว้แล้ว แต่ไม่สามารถดำเนินการได้ ให้กองทุนดำเนินการดังต่อไปนี้ (๑) ติดตามผู้มีสิทธิรับเงินทางโทรศัพท์ตามข้อมูลที่ได้รับแจ้งจากผู้มีสิทธิรับเงินหรือที่ตรวจพบจากฐานข้อมูลของกรมบัญชีกลาง (๒) มีหนังสือแจ้งเตือนให้ผู้มีสิทธิรับเงินนำเช็คไปเรียกเก็บเงินจากธนาคารเมื่อพ้นระยะเวลาสามเดือนนับแต่วันที่กองทุนออกเช็คสั่งจ่ายให้แก่ผู้มีสิทธิรับเงิน (๓) มีหนังสือแจ้งเหตุขัดข้องในการจ่ายเงินตามวิธีการที่ผู้มีสิทธิรับเงินแสดงความประสงค์ไว้ ให้ผู้มีสิทธิรับเงินทราบ โดยในปีที่หนึ่ง ให้มีหนังสือแจ้งผู้มีสิทธิรับเงินหนึ่งครั้ง และในปีที่สอง ให้มีหนังสือแจ้งผู้มีสิทธิรับเงินเฉพาะรายที่มีจำนวนเงินค้างจ่ายเกินกว่าหนึ่งหมื่นบาทหนึ่งครั้ง

ข้อ ๗

ข้อ ๗ เมื่อครบระยะเวลาเก้าปีนับแต่วันที่สมาชิกสิ้นสุดสมาชิกภาพหรือวันที่ผู้มีสิทธิรับเงินได้รับหนังสือตามข้อ ๖ (๓) แล้ว ให้กองทุนมีหนังสือแจ้งให้ผู้มีสิทธิรับเงินติดต่อขอรับเงินจากกองทุนอีกครั้งหนึ่ง

ข้อ ๘

ข้อ ๘ เมื่อผู้มีสิทธิรับเงินสิ้นสิทธิเรียกร้องเงินจากกองทุนเนื่องจากครบกำหนดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์แล้ว ให้กองทุนดำเนินการดังต่อไปนี้ (๑) กรณีเป็นผู้มีสิทธิรับเงินที่ไม่ยื่นแบบคำขอรับเงินจากกองทุน ให้ปิดบัญชีเงินรายบุคคลของสมาชิกที่สิ้นสุดสมาชิกภาพและโอนเงินทุกประเภทเข้าบัญชีเงินกองกลางภายในเดือนถัดจากเดือนที่ ครบกำหนดอายุความสิ้นสิทธิเรียกร้อง (๒) กรณีเป็นผู้มีสิทธิรับเงินตามข้อ ๖ ให้โอนเงินจากบัญชีเงินรอจ่ายคืนสมาชิกเข้าบัญชี เงินกองกลางภายในเดือนถัดจากเดือนที่ครบกำหนดอายุความสิ้นสิทธิเรียกร้อง

ข้อ ๙

ข้อ ๙ หนังสือต่าง ๆ ที่กองทุนมีถึงผู้มีสิทธิรับเงินตามแนวปฏิบัติที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้ให้ส่งไปตามที่อยู่ของผู้มีสิทธิรับเงินซึ่งปรากฏในฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์ของกรมการปกครองทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ โดยระบุข้อความแจ้งเตือนการสิ้นสิทธิเรียกร้องเงินจากกองทุนเนื่องจากครบกำหนดอายุความตามกฎหมายให้ทราบด้วย ในกรณีที่ผู้มีสิทธิรับเงินยื่นแบบขอรับเงินจากกองทุนและกองทุนทำการจ่ายเงินให้แก่ผู้มีสิทธิรับเงินตามวิธีการที่ผู้มีสิทธิรับเงินแสดงความประสงค์ไว้แล้ว แต่ไม่สามารถดำเนินการได้ ให้จัดส่งแบบแจ้งความประสงค์ขอบริจาคเงินเข้าบัญชีเงินกองกลางหรือสภากาชาดไทยไปพร้อมกับหนังสือตามวรรคหนึ่งด้วย

ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ หากผู้มีสิทธิรับเงินแจ้งความประสงค์ขอบริจาคเงินเข้าบัญชีเงินกองกลาง ให้กองทุนโอนเงินเข้าบัญชีเงินกองกลางตามความประสงค์ของผู้มีสิทธิรับเงินที่กองทุนได้รับแจ้งในแต่ละเดือนภายในสามวันทำการของเดือนถัดไป หากผู้มีสิทธิรับเงินแจ้งความประสงค์ขอบริจาคเงินให้แก่สภากาชาดไทย ให้กองทุนจัดทำเช็คสั่งจ่าย “สภากาชาดไทย” เมื่อมีจำนวนเงินบริจาครวมกันไม่น้อยกว่าหนึ่งหมื่นบาท และตามจำนวนเงินบริจาคที่ปรากฏในวันทำการสุดท้ายของแต่ละปี

ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ เพื่อประโยชน์ในการติดตามให้ผู้มีสิทธิรับเงินได้รับเงินจากกองทุนนอกเหนือจากการมีหนังสือติดตามไปยังผู้มีสิทธิรับเงินแล้ว ให้กองทุน (๑) ตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับการรับบำนาญของผู้มีสิทธิรับเงินจากฐานข้อมูลของกรมบัญชีกลางอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง เพื่อให้ทราบแนวทางการติดต่อกับผู้มีสิทธิรับเงินตามข้อมูลที่ปรากฏอยู่ในฐานข้อมูลดังกล่าว (๒) ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่าง ๆ เช่น รายการวิทยุหรือโทรทัศน์ เว็บไซต์ของกองทุนและส่วนราชการ การประชุมสัมมนาร่วมกับสมาชิกหรือผู้แทนส่วนราชการ เพื่อให้ผู้มีสิทธิรับเงินทราบแนวทางการติดต่อขอรับเงินจากกองทุนภายในกำหนดอายุความ

ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ เมื่อกองทุนดำเนินการตามข้อ ๘ แล้ว ภายหลังปรากฏว่ามีผู้ติดต่อขอรับเงินจากกองทุน ให้พิจารณาสิทธิของผู้ขอรับเงินจากกองทุนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หากปรากฏว่า (๑) เป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินจากกองทุน ให้ดำเนินการในแต่ละกรณี ดังต่อไปนี้ (ก) กรณีเป็นผู้มีสิทธิรับเงินที่ไม่ยื่นแบบคำขอรับเงินจากกองทุน ให้นำเงินทุกประเภทที่ผู้มีสิทธิรับเงินจะได้รับจากกองทุนออกจากบัญชีเงินกองกลางโดยคำนวณตามจำนวนหน่วยที่เคยมีอยู่ในบัญชีเงินรายบุคคลของสมาชิก และคำนวณจ่ายเงินให้แก่ผู้มีสิทธิรับเงินตามสิทธิโดยใช้มูลค่าต่อหน่วยของแผนการลงทุนที่สมาชิกเลือกไว้ก่อนพ้นสมาชิกภาพ ณ วันที่ทำรายการจ่ายเงินให้แก่ผู้มีสิทธิรับเงิน โดยให้ทำการจ่ายเงินตามวิธีการที่ผู้มีสิทธิรับเงินแสดงความประสงค์ไว้ (ข) กรณีที่เป็นผู้มีสิทธิรับเงินที่กองทุนไม่สามารถจ่ายเงินให้ได้ตามวิธีการที่ผู้มีสิทธิรับเงินแสดงความประสงค์ไว้ ให้นำเงินออกจากบัญชีเงินกองกลางตามจำนวนที่โอนเข้าบัญชีเงินกองกลาง ตามข้อ ๘ (๒) และให้ทำการจ่ายเงินตามวิธีการที่ผู้มีสิทธิรับเงินแสดงความประสงค์ไว้ (๒) เป็นผู้ไม่มีสิทธิได้รับเงินจากกองทุน ให้มีหนังสือแจ้งปฏิเสธการจ่ายเงิน โดยระบุเหตุผลและขั้นตอนการติดตามผู้มีสิทธิรับเงินกองทุนให้ทราบด้วย

ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ กรณีมีผู้มีสิทธิรับเงินจากกองทุนที่สิ้นสิทธิการรับเงินจากกองทุนตามข้อ ๓ อยู่ก่อนวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ ให้มีหนังสือแจ้งผู้มีสิทธิรับเงินให้ติดต่อขอรับเงินจากกองทุนภายในสองปี นับแต่วันที่ได้รับหนังสือจากกองทุน โดยระบุข้อความแจ้งเตือนการสิ้นสิทธิเรียกร้องเงินจากกองทุนเนื่องจากครบกำหนดอายุความตามกฎหมายให้ทราบด้วย หากผู้มีสิทธิรับเงินไม่ติดต่อขอรับเงินจากกองทุนภายในกำหนดระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้ดำเนินการตามข้อ ๘ ให้เสร็จสิ้นภายในเก้าสิบวัน นับแต่พ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าว

ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ให้เลขาธิการเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้ และให้มีอำนาจตีความวินิจฉัยปัญหาที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้ ประกาศ ณ วันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๔ โสภาวดี เลิศมนัสชัย เลขาธิการคณะกรรมการ กบข. ปริยานุช/ผู้จัดทำ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๗ ปริญสินีย์/ผู้ตรวจ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๗ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๑/ตอนที่ ๑๓๓ ง/หน้า ๒๙/๑๑ ธันวาคม ๒๕๕๗

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีCC BY 4.0

接下來可以查