พระราชกฤษฎีกา
เปลี่ยนแปลงเขตอำนาจศาลอาญาคดีทุจริต
และประพฤติมิชอบกลาง ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค ๑
และศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค ๗
พ.ศ. ๒๕๖๑[๑]
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๑
เป็นปีที่ ๓ ในรัชกาลปัจจุบัน
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรเปลี่ยนแปลงเขตอำนาจศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค ๑ และศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค ๗
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๖ วรรคหนึ่ง แห่งพระธรรมนูญศาลยุติธรรม ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระธรรมนูญศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๕๐ และมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. ๒๕๕๙ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า พระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนแปลงเขตอำนาจศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค ๑ และศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค ๗ พ.ศ. ๒๕๖๑
มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ เป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางมีเขตอำนาจในกรุงเทพมหานคร
มาตรา ๔ ให้ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค ๑ มีเขตอำนาจในจังหวัดชัยนาท จังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดลพบุรี จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดสระบุรี จังหวัดสิงห์บุรี และจังหวัดอ่างทอง
มาตรา ๕ ให้ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค ๗ มีเขตอำนาจในจังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดนครปฐม จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดราชบุรี จังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสาคร และจังหวัดสุพรรณบุรี
มาตรา ๖ บรรดาคดีของท้องที่จังหวัดนครปฐม จังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานีจังหวัดสมุทรปราการ และจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งค้างพิจารณาอยู่ในศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางหรือในศาลชั้นต้นใดในวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ให้คงพิจารณาพิพากษาต่อไปในศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางหรือศาลชั้นต้นนั้น แล้วแต่กรณี
บรรดาคดีของท้องที่ตามที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่งซึ่งอยู่ระหว่างที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางหรือศาลชั้นต้นใดมีคำสั่งให้ผัดฟ้องหรือให้ขังผู้ต้องหาไว้ระหว่างสอบสวน แล้วแต่กรณี ในวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ให้ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางหรือศาลชั้นต้นนั้น แล้วแต่กรณี มีอำนาจพิจารณาเกี่ยวกับการผัดฟ้องหรือขังระหว่างสอบสวนนั้นต่อไป
มาตรา ๗ ให้ประธานศาลฎีการักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระราชโองการ
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่ในปัจจุบันเขตอำนาจศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบยังไม่สอดคล้องกับโครงสร้างและเขตอำนาจของศาลอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์ภาค และเพื่อเป็นการอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชนให้สามารถเดินทางมายังศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบได้โดยสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น สมควรเปลี่ยนแปลงเขตอำนาจศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค ๑ และศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค ๗ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
วิวรรธน์/จัดทำ
๑ สิงหาคม ๒๕๖๑
นุสรา/ตรวจ
๖ สิงหาคม ๒๕๖๑
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๕/ตอนที่ ๕๓ ก/หน้า ๒๑/๒๗ กรกฎาคม ๒๕๖๑
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).