ข้อ ๔๐ หมวก มี
๔ ชนิด คือ
(๑) หมวกทรงหม้อตาลสีกากีแกมเขียว มีตราหน้าหมวกขนาดใหญ่และมีเครื่องประกอบ
คือ
(ก) กระบัง ทำด้วยหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ
(ข) สายรัดคาง กว้าง ๑ ซม. ทำด้วยหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ
ปลายสายรัดคางมีดุมโลหะสีทองขนาดเล็กติดที่ริมขอบหมวกข้างละ ๑ ดุม
(ค) ผ้าพันหมวก ใช้สักหลาดสีน้ำเงินเข้ม กว้าง ๔ ซม.
(๒) หมวกหนีบสีกากีแกมเขียว มีสาบโดยรอบป้ายเฉียงจากทางด้านหน้าลงไปทางซ้าย
และด้านซ้ายเหนือขอบหมวกห่างจากมุมพับด้านหน้า ๔ ซม. มีตราหน้าหมวกขนาดเล็ก ริมบนของสาบหมวกมีขลิบ
กว้าง ๐.๕ ซม. ทำด้วยแถบสีน้ำเงินเข้มยกดิ้นทอง
(๓) หมวกทรงอ่อนสีกากีแกมเขียว เป็นหมวกทรงกลม ทำด้วยผ้าสักหลาดหรือเสิร์จหรือวัตถุเทียมเสิร์จสีกากีแกมเขียว
ไม่มีตะเข็บ ขอบหมวกหุ้มด้วยหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ กว้าง ๑ ซม. ด้านหน้าข้างซ้ายเหนือขอบหมวกมีตราหน้าหมวกขนาดใหญ่
(๔) หมวกเหล็กสีกากีแกมเขียว ลักษณะเช่นเดียวกับหมวกเหล็กสีกากีแกมเขียวของทหารบก
ในบางโอกาสจะใช้แต่รองในหมวกเหล็กสีกากีแกมเขียวก็ได้
ข้อ ๔๑ เสื้อ มี
๒ ชนิด คือ
(๑) เสื้อคอพับสีกากีแกมเขียว เป็นเสื้อคอพับ ตัวเสื้อผ่าอกตลอด
มีสาบกว้าง ๓ ซม. ที่คอและแนวสาบมีดุม ๖ ดุม แขนเสื้อยาวรัดข้อมือ ขัดดุมที่ข้อมือข้างละ
๑ ดุม ที่อกมีกระเป๋าปะข้างละ ๑ กระเป๋า ไม่มีแถบ มีปกกระเป๋าขัดดุมข้างละ ๑ ดุม กระเป๋าและปกกระเป๋าเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า
ตัดมุมเป็นรูปตัดพองาม ที่ไหล่ทั้งสองข้างมีอินทรธนูอ่อน ขัดดุมติดกับด้านคอเสื้อข้างละ
๑ ดุม ดุมทั้งสิ้นใช้ดุมกลมแบนขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๑ ซม. ทำด้วยวัตถุสีกากีแกมเขียว
เมื่อสวมเสื้อนี้ให้สอดชายเสื้อไว้ภายในกางเกง และใช้เสื้อยืดคอกลมแขนสั้นสีกากีแกมเขียวหรือสีขาวประกอบด้วย
ในบางโอกาสเสื้อแบบนี้จะใช้แขนสั้นเพียงข้อศอกก็ได้
(๒) เสื้อคอเปิดสีกากีแกมเขียว เป็นเสื้อคอเปิด ปกเสื้อแบะ มุมปกแหลม
ตัวเสื้อด้านหน้าผ่าตลอด ไม่มีสาบ ที่คอและแนวอกมีดุม ๖ ดุม แขนยาวรูปทรงกระบอก ที่อกมีกระเป๋าปะข้างละ
๑ กระเป๋า ไม่มีแถบ มีปกกระเป๋าขัดดุมข้างละ ๑ ดุม กระเป๋าและปกกระเป๋าเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าตัดมุมเป็นรูปตัดพองาม
ดุมทั้งสิ้นใช้ดุมกลมแบนขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๒ ซม. ทำด้วยวัตถุสีกากีแกมเขียว ชายเสื้อตัดตรงไม่มีเว้า
เมื่อสวมเสื้อนี้ให้สอดชายเสื้อไว้ภายในกางเกง และใช้เสื้อยืดคอกลมแขนสั้นสีกากีแกมเขียวประกอบด้วย
ในบางโอกาสที่ไม่เป็นพิธีการจะสวมโดยพับแขนเสื้อทั้งสองขึ้นไว้เหนือข้อศอกก็ได้ โดยพับกว้างประมาณ
๗ ซม.
ข้อ ๔๒ กางเกง
มี ๒ ชนิด คือ
(๑) กางเกงขายาวสีกากีแกมเขียวแบบปกติ ไม่พับปลายขา ปลายขายาวปิดตาตุ่ม
กว้างไม่น้อยกว่า ๒๔ ซม. และไม่เกิน ๒๘ ซม. ขอบเอวมีห่วงสำหรับสอดเข็มขัด กว้างไม่เกิน
๑ ซม. ๗ ห่วง ทำด้วยผ้าสีเดียวกับกางเกง ที่แนวตะเข็บกางเกงด้านข้างมีกระเป๋าเจาะข้างละ
๑ กระเป๋า และมีกระเป๋าหลังเป็นกระเป๋าเจาะข้างละ ๑ กระเป๋า
(๒) กางเกงขายาวสีกากีแกมเขียวแบบฝึก ลักษณะเช่นเดียวกับกางเกงขายาวสีกากีแกมเขียวแบบปกติ
เว้นแต่กระเป๋าที่แนวตะเข็บกางเกงด้านข้างเป็นกระเป๋าปะข้างละ ๑ กระเป๋า ปากกระเป๋าเฉียงไม่มีปก
ก้นกระเป๋าตัดตรง ด้านหลังมีกระเป๋าปะข้างละ ๑ กระเป๋า ก้นกระเป๋าเป็นรูปสามเหลี่ยม
มีปกกระเป๋าเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขัดดุมข้างละ ๑ ดุม เมื่อสวมประกอบกับรองเท้าสูงครึ่งน่องสีดำ
หรือรองเท้าเดินป่า ให้สอดปลายขากางเกงไว้ภายในรองเท้า
ข้อ ๔๓ เข็มขัดสีกากีแกมเขียว
ทำด้วยด้ายหรือไนล่อนถักสีกากีแกมเขียวกว้าง ๓ ซม. หัวเข็มขัดทำด้วยโลหะสีทองเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าทางนอน
ปลายมนกว้าง ๓.๕ ซม. ยาว ๕ ซม. พื้นเกลี้ยง มีรูปเครื่องหมายกรมการรักษาดินแดนอยู่เหนือช่อชัยพฤกษ์ดุนนูนอยู่กึ่งกลางหัวเข็มขัด
ไม่มีเข็มสำหรับสอดรู ปลายสายเข็มขัดหุ้มด้วยโลหะสีทอง กว้าง ๑ ซม. ใช้คาดทับขอบกางเกงโดยให้สายเข็มขัดสอดไว้ภายในห่วงกางเกง
ข้อ ๔๔ รองเท้า
มี ๔ ชนิด คือ
(๑) รองเท้าหุ้มส้นสีดำ ชนิดผูกเชือก ทำด้วยหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ
(๒) รองเท้าหุ้มข้อสีดำ ทำด้วยหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ
(๓) รองเท้าสูงครึ่งน่องสีดำ ลักษณะเช่นเดียวกับรองเท้าหุ้มส้นสีดำชนิดผูกเชือก
เว้นแต่มีหนังหรือวัตถุเทียมหนังหุ้มเลยข้อเท้าประมาณครึ่งน่อง มีรูสำหรับร้อยเชือกมากกว่าหกคู่
(๓) รองเท้าเดินป่า ลักษณะเช่นเดียวกับรองเท้าสูงครึ่งน่องสีดำ
เว้นแต่ทำด้วยหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำประกอบผ้าสีกากีแกมเขียว
รองเท้าทุกชนิดต้องมีส้นและไม่มีลวดลาย
ข้อ ๔๕ ถุงเท้า
มี ๒ ชนิด คือ
(๑) ถุงเท้าสีดำ ใช้ประกอบรองเท้าหุ้มส้นสีดำ ชนิดผูกเชือก รองเท้าหุ้มข้อสีดำ
รองเท้าสูงครึ่งน่องสีดำ หรือรองเท้าเดินป่า
(๒) ถุงเท้าสีกากีแกมเขียว ใช้ประกอบรองเท้าสูงครึ่งน่องสีดำ
หรือรองเท้าเดินป่า
อินทรธนู เครื่องหมาย
และป้ายชื่อ
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).