พระราชบัญญัติ
พระราชบัญญัติ
กักพืช
พ.ศ. ๒๕๐๗
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๓ มีนาคม
พ.ศ. ๒๕๐๗
เป็นปีที่ ๑๙
ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการกักพืช
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาร่างรัฐธรรมนูญในฐานะรัฐสภา
ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑
พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ. ๒๕๐๗
มาตรา ๒[๑]
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓
ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติป้องกันโรคและศัตรูพืช พ.ศ. ๒๔๙๕
มาตรา ๔
ในพระราชบัญญัตินี้
พืช หมายความว่า
พรรณพืชทุกชนิดและส่วนหนึ่งส่วนใดของพืช เช่น ต้น ตอ หน่อ กิ่ง ใบ ราก หัว ดอก ลูก
เมล็ด ไม่ว่าที่ยังใช้ทำพันธุ์ได้หรือตายแล้ว
ศัตรูพืช หมายความว่า สิ่งซึ่งเป็นอันตรายแก่พืช
เช่น แมลง สัตว์ หรือพืชที่อาจก่อความเสียหายแก่พืชและเชื้อโรคพืช
พาหะ หมายความว่า เครื่องปลูก ดิน ทราย ภาชนะ
หรือสิ่งอื่นที่ใช้ห่อหุ้มมาพร้อมกับพืช ปุ๋ยอินทรีย์หรือสิ่งต่าง ๆ
ที่อาจเป็นสื่อนำศัตรูพืช
สิ่งต้องห้าม หมายความว่า พืช ศัตรูพืช และพาหะที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
สิ่งกำกัด หมายความว่า พืช ศัตรูพืช และพาหะที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
สิ่งไม่ต้องห้าม หมายความว่า
พืชอย่างอื่นที่ไม่เป็นสิ่งต้องห้ามหรือสิ่งกำกัด
เจ้าของ หมายความรวมถึง ตัวแทนเจ้าของ
ผู้ครอบครองสิ่งของและผู้ควบคุมยานพาหนะขนส่งสิ่งของนั้นด้วย
นำเข้า หมายความว่า
การนำเข้ามาหรือสั่งให้ส่งเข้ามาในราชอาณาจักรไม่ว่าด้วยวิธีใด ๆ
นำผ่าน หมายความว่า
การนำหรือส่งผ่านราชอาณาจักรโดยมีการขนลงหรือขนถ่ายยานพาหนะ
ด่านตรวจพืช หมายความว่า
ด่านสำหรับตรวจสิ่งต้องห้ามและสิ่งกำกัดที่จะนำเข้าหรือนำผ่าน
ซึ่งรัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
สถานกักพืช หมายความว่า
สถานที่ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษาเป็นที่สำหรับกักพืชและสิ่งต้องห้ามเพื่อสังเกตและวิจัย
เขตควบคุมศัตรูพืช หมายความว่า
ท้องที่ที่อธิบดีประกาศกำหนดให้เป็นเขตป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืช
พนักงานเจ้าหน้าที่ หมายความว่า
อธิบดีและผู้ซึ่งรัฐมนตรีประกาศแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
อธิบดี หมายความว่า อธิบดีกรมกสิกรรม
รัฐมนตรี หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๕
พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องมีบัตรประจำตัวตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง
และในการปฏิบัติตามความในพระราชบัญญัตินี้
ต้องแสดงบัตรประจำตัวเมื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องร้องขอ
มาตรา ๖
เมื่อมีกรณีจำเป็นจะต้องป้องกันศัตรูพืชอย่างหนึ่งอย่างใดมิให้ระบาดเข้ามาในราชอาณาจักร
ให้รัฐมนตรีมีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษา กำหนดชื่อพืช ศัตรูพืช
หรือพาหะชนิดใดเป็นสิ่งต้องห้ามหรือสิ่งกำกัดตามพระราชบัญญัตินี้ แล้วแต่กรณี
และในประกาศนั้น จะระบุกำหนดชื่อพืช ศัตรูพืช หรือพาหะชนิดใดจากแหล่งใด
หรือจะกำหนดข้อยกเว้นหรือเงื่อนไขใด ๆ ไว้ด้วยก็ได้
สิ่งต้องห้ามหรือสิ่งกำกัดดังกล่าวในวรรคหนึ่ง
เมื่อหมดความจำเป็นแล้วให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพิกถอนเสีย
มาตรา ๗
ให้รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษากำหนดท่าเรือ ท่าอากาศยาน
หรือสถานที่แห่งใดอันมีเขตกำหนดเป็นด่านตรวจพืชหรือเป็นสถานที่กักพืช แล้วแต่กรณี
มาตรา ๘
ห้ามมิให้บุคคลใดนำเข้าหรือนำผ่านซึ่งสิ่งต้องห้าม
เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากอธิบดี
และมีใบรับรองปลอดศัตรูพืชของเจ้าหน้าที่ของประเทศที่ส่งสิ่งต้องห้ามนั้น
หรือหนังสือสำคัญอย่างอื่นอันเป็นที่เชื่อถือได้สำหรับประเทศที่ไม่มีการออกใบรับรองปลอดศัตรูพืชกำกับมาด้วย
และในกรณีนำเข้านี้
อธิบดีจะอนุญาตได้เฉพาะเพื่อประโยชน์ในการทดลองหรือการวิจัยเท่านั้น
มาตรา ๙
ห้ามมิให้บุคคลใดนำเข้าหรือนำผ่านซึ่งสิ่งกำกัด
เว้นแต่จะมีใบรับรองปลอดศัตรูพืชของเจ้าหน้าที่ของประเทศซึ่งส่งสิ่งกำกัดนั้นออก
หรือหนังสือสำคัญอย่างอื่นอันเป็นที่เชื่อถือได้สำหรับประเทศที่ไม่มีการออกใบรับรองปลอดศัตรูพืชกำกับมาด้วย
มาตรา ๑๐
การนำเข้าหรือนำผ่านซึ่งสิ่งต้องห้ามหรือสิ่งกำกัดนั้น จะต้องนำเข้าหรือ นำผ่านทางด่านตรวจพืชเพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจ
และต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขและข้อกำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๑๑
ผู้ใดนำเข้าหรือนำผ่านซึ่งสิ่งไม่ต้องห้าม
ให้แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๑๒
พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจตรวจค้นคลังสินค้า ยานพาหนะ หีบห่อ
ตลอดจนตัวบุคคลภายในเขตด่านตรวจพืช หรือเขตควบคุมศัตรูพืชได้
เมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่านำเข้าหรือนำผ่านซึ่งพืช สิ่งต้องห้ามหรือสิ่งกำกัด
อันเป็นการฝ่าฝืนต่อพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๑๓
เพื่อป้องกันศัตรูพืชมิให้ระบาดเข้ามาในราชอาณาจักร ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจปฏิบัติการกับพืช
สิ่งต้องห้าม สิ่งกำกัดที่นำเข้าหรือนำผ่าน ดังต่อไปนี้
(๑)
รมยา พ่นยา หรือใช้วิธีการอื่นใดตามที่เห็นจำเป็น โดยเจ้าของเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย
(๒)
ยึดหรือกักไว้ ณ สถานกักพืชหรือ ณ ที่ใด ๆ ตามกำหนดเวลาที่เห็นจำเป็น
(๓)
ทำลายเท่าที่เห็นจำเป็น ในกรณีที่มีเหตุอันควรเชื่อว่ามีศัตรูพืช
มาตรา ๑๔
ห้ามมิให้บุคคลใดนำพืช สิ่งต้องห้าม สิ่งกำกัดออกไปจากด่านตรวจพืช
สถานกักพืช หรือยานพาหนะในกรณีนำผ่านราชอาณาจักร
หรือจากที่ใดซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ได้สั่งยึดหรือกักไว้
เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากพนักงานเจ้าหน้าที่
มาตรา ๑๕
บุคคลใดประสงค์จะขอใบรับรองซึ่งแสดงว่าพืชหรือผลิตผลของพืชที่จะส่งออกนอกราชอาณาจักรนั้นปลอดศัตรูพืช
ให้ยื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อตรวจ
โดยปฏิบัติตามเงื่อนไขและเสียค่าธรรมเนียมตามที่กำหนดในกฎกระทรวงและจ่ายค่าพาหนะเดินทางให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่
ค่าใช้จ่ายในการกำจัดศัตรูพืชและค่าบรรจุหีบห่อเท่าที่จำเป็นและใช้จ่ายไปจริง
มาตรา ๑๖
บุคคลใดประสงค์จะให้พนักงานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานตามพระราชบัญญัตินี้ในวันหยุดราชการหรือนอกเวลาราชการ
หรือนอกสถานที่ราชการไม่ว่าในหรือนอกเวลาราชการ จะต้องเสียค่าธรรมเนียมตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
และจ่ายค่าพาหนะเดินทางให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่เท่าที่จำเป็นและใช้จ่ายไปจริง
มาตรา ๑๗
เมื่อมีศัตรูพืชชนิดที่อาจก่อความเสียหายร้ายแรงปรากฏขึ้นในท้องที่ใด
หรือมีเหตุอันสมควรควบคุมศัตรูพืชในท้องที่ใด
ให้อธิบดีมีอำนาจประกาศกำหนดท้องที่นั้นเป็นเขตควบคุมศัตรูพืชและประกาศระบุชื่อ
ชนิดของพืช ศัตรูพืชและพาหะที่ควบคุม
และให้กำหนดสถานตรวจพืชเฉพาะถิ่นขึ้นเท่าที่จำเป็น ประกาศดังกล่าวให้ปิดไว้ ณ
ศาลากลางจังหวัด ที่ว่าการอำเภอ
ที่ทำการของกำนันและที่ทำการของผู้ใหญ่บ้านในท้องที่นั้น
มาตรา ๑๘
เมื่อได้ประกาศกำหนดเขตควบคุมศัตรูพืชตามมาตรา ๑๗ แล้ว
ห้ามมิให้บุคคลใดนำพืช ศัตรูพืช หรือพาหะออกไปนอกหรือนำเข้ามาในเขตควบคุมศัตรูพืช
ตามที่ประกาศระบุไว้
เว้นแต่จะได้ผ่านการตรวจและได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากพนักงานเจ้าหน้าที่
มาตรา ๑๙
บทบัญญัติในมาตรา ๑๒ และมาตรา ๑๓ ให้ใช้บังคับในกรณีพืช ศัตรูพืช และพาหะตามที่ระบุไว้ในมาตรา
๑๗ ภายในเขตควบคุมพืช
หรือที่จะนำออกไปนอกหรือนำเข้ามาในเขตควบคุมศัตรูพืชโดยอนุโลม
ในกรณีที่มีศัตรูพืชชนิดที่อาจก่อความเสียหายร้ายแรงมาก
ซึ่งหากไม่รีบทำลายเสียอาจระบาดลุกลามทำความเสียหายได้มาก
พนักงานเจ้าหน้าที่จะสั่งให้เจ้าของทำลายพืช
ศัตรูพืชและพาหะนั้นเสียหรือพนักงานเจ้าหน้าที่จะจัดการทำลายเสียเองก็ได้
มาตรา ๒๐
เมื่ออธิบดีเห็นว่าศัตรูพืชที่ได้ประกาศตามมาตรา ๑๗ ถูกทำลายหมดสิ้นแล้ว
หรือเห็นว่าหมดความจำเป็นแล้ว ให้อธิบดีประกาศเพิกถอนประกาศตามมาตรา ๑๗ นั้นเสีย
มาตรา ๒๑
ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๘ มาตรา ๙ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๔ หรือมาตรา ๑๘
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๒๒
ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๑๑ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าสิบบาท
มาตรา ๒๓
ผู้ใดขัดขืนหรือขัดขวางมิให้พนักงานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๒
หรือมาตรา ๑๓ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินสองพันบาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๒๔
ผู้ใดขัดคำสั่งหรือขัดขวางการกระทำของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๑๙
วรรคสอง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินห้าร้อยบาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๒๕
การกระทำความผิดตามมาตรา ๑๑
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเปรียบเทียบปรับได้
มาตรา ๒๖
บรรดาพืช
ศัตรูพืชหรือพาหะภายใต้บังคับแห่งพระราชบัญญัตินี้ที่มิได้นำเข้ามาทางด่านตรวจพืชก็ดี
หรือนำเข้าหรือนำผ่านราชอาณาจักรโดยไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัตินี้ด้วยประการใด ๆ ก็ดี
หรือพืช ศัตรูพืชหรือพาหะ
ซึ่งเป็นวัตถุแห่งการกระทำผิดเกี่ยวกับเขตควบคุมศัตรูพืชตามที่ระบุไว้ในมาตรา ๘
附則
มาตรา ๙ มาตรา ๑๔ หรือมาตรา ๑๘ ให้ริบเสียทั้งสิ้น
ไม่ว่าจะมีผู้ถูกลงโทษตามคำพิพากษาหรือไม่
มาตรา ๒๗
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ ออกกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราท้ายพระราชบัญญัตินี้
ยกเว้นค่าธรรมเนียม และกำหนดกิจการอื่นเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
กฎกระทรวงนั้น
เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
จอมพล ถนอม กิตติขจร
นายกรัฐมนตรี
อัตราค่าธรรมเนียม
รายการ
บาท
๑. ใบอนุญาตนำเข้าหรือนำผ่านซึ่งสิ่งต้องห้าม ฉบับละ
๒. ใบรับรองแสดงการปลอดศัตรูพืช ฉบับละ
๓. ค่าป่วยการของพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติงานในวันหยุดราชการ
หรือนอกเวลาราชการ หรือนอกสถานที่ราชการ
ให้จ่ายแก่พนักงาน
เจ้าหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(ก) ตั้งแต่เวลา ๖ ถึง ๑๘ นาฬิกา
(๑)
พนักงานเจ้าหน้าที่ตำแหน่งต่ำกว่าประจำแผนก
หรือเทียบเท่า
ชั่วโมงแรกรวมทั้งเวลาเดินทาง ให้คิดคนละ
ชั่วโมงต่อไป ชั่วโมงละ
(๒)
พนักงานเจ้าหน้าที่ตำแหน่งตั้งแต่ประจำแผนกขึ้นไป
หรือเทียบเท่า
ชั่วโมงแรกรวมทั้งเวลาเดินทาง ให้คิดคนละ
ชั่วโมงต่อไป ชั่วโมงละ
(ข) ตั้งแต่เวลา ๑๘ ถึง ๖ นาฬิกา
(๑)
พนักงานเจ้าหน้าที่ตำแหน่งต่ำกว่าประจำแผนก
หรือเทียบเท่า
ชั่วโมงแรกรวมทั้งเวลาเดินทาง ให้คิดคนละ
ชั่วโมงต่อไป ชั่วโมงละ
(๒)
พนักงานเจ้าหน้าที่ตำแหน่งตั้งแต่ประจำแผนกขึ้นไป
หรือเทียบเท่า
ชั่วโมงแรกรวมทั้งเวลาเดินทาง ให้คิดคนละ
ชั่วโมงต่อไป ชั่วโมงละ
๒๕
๕๐
๓๐
๑๐
๖๐
๒๐
๔๐
๒๐
๘๐
๔๐
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้
คือ โดยที่พระราชบัญญัติป้องกันโรคและศัตรูพืช พ.ศ. ๒๔๙๕
ได้บัญญัติให้อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่ทำการควบคุมและกักพืชได้ต่อเมื่อพืชที่ได้นำเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นศัตรูพืชตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
ซึ่งอาจจะทำให้โรคพืชต่าง ๆ ระบาดแพร่หลายได้ในระหว่างนำพืชนั้นเข้ามาในราชอาณาจักรก่อนที่จะมีการควบคุมและกักพืชไว้
ไม่บังเกิดผลสมความมุ่งหมายที่จะป้องกันโรคและศัตรูพืชให้มีประสิทธิภาพตามข้อตกลงที่ประเทศไทยเป็นภาคีสมาชิกร่วมอยู่ในอนุสัญญาระหว่างประเทศสมควรที่จะขยายการควบคุมและกักพืชให้กว้างขวางออกไปอีกทั้งการนำเข้าหรือนำผ่านราชอาณาจักรไม่ว่าทางบก
ทางทะเล หรือทางอากาศ เพื่อให้การป้องกันโรคและศัตรูพืชได้ผลสมตามเจตนา ฉะนั้น จึงจำเป็นที่จะต้องยกเลิกพระราชบัญญัติป้องกันโรคและศัตรูพืช
พ.ศ. ๒๔๙๕ และตราพระราชบัญญัติกักพืชขึ้นใหม่ใช้บังคับแทน
พรพิมล/แก้ไข
๒๙/๘/๒๕๔๔
พัชรินทร์/แก้ไข
๕ มกราคม ๒๕๔๘
วศิน/แก้ไข
๙ มีนาคม ๒๕๕๒
จุฑามาศ/ปรับปรุง
๒ ธันวาคม ๒๕๕๙
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๘๑/ตอนที่ ๒๗/ฉบับพิเศษ หน้า ๑/๒๑ มีนาคม ๒๕๐๗
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).