มาตรา ๑๓* ให้มีคณะกรรมการข้าราชการตำรวจคณะหนึ่ง เรียกโดยย่อว่า
ก.ตร. ประกอบด้วย
(๑) รัฐมนตรีเป็นประธาน อธิบดีเป็นรองประธาน เลขาธิการคณะกรรมการ
ข้าราชการพลเรือน และรองอธิบดี
เป็นกรรมการข้าราชการตำรวจโดยตำแหน่ง
(๒) กรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิเก้าคน ดังนี้
(ก)
ผู้ซึ่งเคยรับราชการเป็นข้าราชการตำรวจในตำแหน่งตั้งแต่
รองผู้บัญชาการหรือตำแหน่งที่เทียบเท่าขึ้นไปมาแล้ว
และมิได้เป็นข้าราชการการเมือง สมาชิก
รัฐสภา กรรมการพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง
จำนวนหกคน ซึ่งมาจากการเลือก
ของข้าราชการตำรวจตำแหน่งตั้งแต่ผู้กำกับการหรือเทียบผู้กำกับการขึ้นไป
(ข)
ผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนสามคน
ซึ่งได้รับเลือกโดยกรรมการข้าราชการ
ตำรวจตาม (๑) และ (๒) (ก)
ให้ ก. ตร. แต่งตั้งข้าราชการตำรวจเป็นเลขานุการ ก. ตร. หนึ่งคน และ
ผู้ช่วยเลขานุการ ก. ตร. สองคน
*[มาตรา ๑๓ แก้ไขโดยประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ
ฉบับที่ ๓๘ ลงวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๔]
มาตรา ๑๓ ทวิ* การเลือกกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตาม
มาตรา ๑๓ (๒) (ก)
ให้กรรมการข้าราชการตำรวจโดยตำแหน่งตามมาตรา๑๓(๑)คัดเลือกบุคคล
ซึ่งมีคุณสมบัติตามมาตรา ๑๓ (๒) (ก) จำนวนสิบแปดคน
แล้วส่งให้ข้าราชการตำรวจซึ่งมีสิทธิ
เลือกภายในสิบวันนับแต่วันที่คัดเลือกเสร็จ
การคัดเลือกบุคคลตามวรรคหนึ่งให้กระทำก่อนวันเลือกตั้งเป็นเวลาไม่น้อยกว่า
สิบสี่วันและไม่เกินยี่สิบเอ็ดวัน โดยให้กระทำเป็นการลับ
หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการเลือกกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิ
ตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามที่ ก.ตร. กำหนด
ให้รัฐมนตรีประกาศชื่อกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิในราชกิจจานุ
เบกษา
*[มาตรา ๑๓ ทวิ เพิ่มเติมโดยประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ
ฉบับที่ ๓๘ ลงวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๔]
มาตรา ๑๔* กรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิให้อยู่ในตำแหน่งคราวละ
สามปี และอาจได้รับเลือกใหม่ได้อีก
แต่จะอยู่ในตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระมิได้
ถ้าตำแหน่งกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิว่างลงเมื่อครบวาระหรือ
ก่อนถึงกำหนดวาระ
ให้ดำเนินการเลือกใหม่หรือเลือกซ่อมภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีตำแหน่ง
ว่าง
แต่ถ้าวาระการอยู่ในตำแหน่งของกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิจะเหลือไม่ถึง
เก้าสิบวันจะไม่ดำเนินการเลือกซ่อมก็ได้
กรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับการเลือกซ่อมอยู่ในตำแหน่ง
ได้เพียงวาระของผู้ซึ่งตนแทน
*[มาตรา ๑๔ แก้ไขโดยประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ
ฉบับที่ ๓๘ ลงวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๔]
มาตรา ๑๕
ในกรณีที่ตำแหน่งกรรมการข้าราชการตำรวจว่างลงและมีความ
จำเป็นที่จะต้องดำเนินการโดยรีบด่วน
ก็ให้กรรมการข้าราชการตำรวจที่เหลือดำเนินการไปได้ แต่
ต้องมีกรรมการข้าราชการตำรวจพอที่จะเป็นองค์ประชุม
มาตรา ๑๖
กรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ
(๑) ครบกำหนดวาระ
(๒) ตาย
(๓) ลาออก
(๔) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(๕) เป็นบุคคลล้มละลาย
(๖) เป็นผู้ได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็น
โทษสำหรับความผิดที่กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ
(๗) เป็นกรรมการข้าราชการตำรวจโดยตำแหน่ง หรือพ้นจากการเป็นข้าราชการ
ตำรวจ ในกรณีที่เป็นกรรมการข้าราชการตำรวจตามมาตรา ๑๓ (๒)
(ก)
(๘) กลับเข้ารับราชการเป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำในกรณี
ที่เป็นกรรมการข้าราชการตำรวจตามมาตรา ๑๓ (๒) (ข)
(๙) เป็นข้าราชการการเมือง
(๑๐) เป็นสมาชิกรัฐสภาซึ่งมาจากการเลือกตั้ง
(๑๑) เป็นกรรมการพรรคการเมืองหรือเจ้าหน้าที่พรรคการเมือง
ในกรณีเป็นที่สงสัยว่ากรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิผู้ใดพ้นจาก
ตำแหน่งกรรมการข้าราชการตำรวจหรือไม่ ให้ ก.ตร.
วินิจฉัยชี้ขาด
มาตรา ๑๗ การประชุมของ ก.ตร.
ต้องมีกรรมการข้าราชการตำรวจมาประชุม
ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง จึงเป็นองค์ประชุม
ถ้าประธานไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธานเป็นประธาน
ในที่ประชุม
ถ้าประธานและรองประธานไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการ
ข้าราชการตำรวจในที่ประชุมเลือกกรรมการข้าราชการตำรวจคนหนึ่งที่มาประชุมเป็นประธานในที่
ประชุม
ในการประชุมของ ก.ตร. ถ้ามีการพิจารณาเรื่องเกี่ยวกับกรรมการข้าราชการ
ตำรวจผู้ใดโดยเฉพาะ ผู้นั้นไม่มีสิทธิเข้าประชุม
การวินิจฉัยชี้ขาดให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการข้าราชการตำรวจคนหนึ่งมีเสียง
หนึ่งในการลงคะแนน ถ้ามีคะแนนเสียงเท่ากัน
ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียง
หนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
ก.ตร. มีอำนาจออกข้อบังคับว่าด้วยการประชุมและการลงมติของ ก.ตร. และ
ของคณะอนุกรรมการ
มาตรา ๑๘ ในกรณีที่ ก.ตร.
มีหน้าที่ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ ให้
อธิบดีเป็นผู้เสนอเรื่องต่อ ก.ตร.
แต่ทั้งนี้ไม่ตัดสิทธิกรรมการข้าราชการตำรวจคนหนึ่งคนใดที่
จะเสนอ
มาตรา ๑๙ ก.ตร. มีอำนาจแต่งตั้งอนุกรรมการให้ทำการใด
ๆ แทนได้ และให้
นำมาตรา ๑๗ มาใช้บังคับแก่การประชุมของอนุกรรมการโดยอนุโลม
มาตรา ๒๐
ตำแหน่งข้าราชการตำรวจจะมีตำแหน่งใด อยู่ในส่วนราชการใด
จำนวนเท่าใด
และต้องใช้ผู้มีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งอย่างใด ยศชั้นใด ให้เป็นไปตามที่
ก.ตร. กำหนด โดยให้คำนึงถึงลักษณะ หน้าที่และความรับผิดชอบ
ปริมาณและคุณภาพของงาน
*การเพิ่มจำนวนตำแหน่งข้าราชการตำรวจตั้งแต่ตำแหน่งผู้กำกับการหรือเทียบ
ผู้กำกับการขึ้นไป ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีก่อน
เว้นแต่เป็นการตัดโอน
ตำแหน่งจากส่วนราชการหนึ่งไปเพิ่มให้อีกส่วนราชการหนึ่ง
*[มาตรา ๒๐ วรรคสอง แก้ไขโดยประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ
ฉบับที่ ๓๘ ลงวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๔]
การบรรจุ
การแต่งตั้ง และการเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือน
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).