พระราชบัญญัติ
พระราชบัญญัติ
การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง
(ฉบับที่ ๒)
พ.ศ.
๒๕๕๐
ภูมิพลอดุลยเดช
ป.ร.
ให้ไว้
ณ วันที่ ๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๐
เป็นปีที่
๖๒ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑
พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐
มาตรา ๒[๑]
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เป็นต้นไป
มาตรา ๓
ให้ยกเลิกความในมาตรา ๘ แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๓
และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๘ ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นเพื่อประโยชน์แห่งความมั่นคงของประเทศ
การป้องกันและแก้ไขการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง
รวมทั้งการกำหนดและควบคุมคุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิง
รัฐมนตรีจะออกประกาศกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับการดำเนินการค้าใด ๆ ตามที่เห็นสมควร
เพื่อให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา ๗ ปฏิบัติตามก็ได้
มาตรา ๔
ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของมาตรา ๒๐
แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๒๐ ให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา ๗
สำรองน้ำมันเชื้อเพลิงไว้ทุกขณะในสถานที่เก็บตามวรรคสี่
โดยชนิดและอัตราของน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต้องสำรอง และหลักเกณฑ์ วิธีการ
และเงื่อนไขในการคำนวณปริมาณสำรอง ให้เป็นไปตามที่อธิบดีประกาศกำหนด ทั้งนี้
การกำหนดอัตราของน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต้องสำรองต้องไม่เกินร้อยละสามสิบของปริมาณการค้าประจำปี
มาตรา ๕
ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของมาตรา ๒๒
แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๒๒ การกำหนดชนิดและอัตราของน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต้องสำรอง
รวมทั้งหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขในการคำนวณปริมาณสำรองตามมาตรา ๒๐ วรรคหนึ่ง
ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
มาตรา ๖
ให้ยกเลิกความในวรรคสองของมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง
พ.ศ. ๒๕๔๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
การเก็บตัวอย่างน้ำมันเชื้อเพลิงของผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา
๗ ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา ๑๐ และผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา ๑๑ มาเพื่อตรวจสอบตาม (๒)
ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาที่อธิบดีประกาศกำหนด
มาตรา ๗
ให้ยกเลิกความใน (๒) ของมาตรา ๓๔ แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง
พ.ศ. ๒๕๔๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
(๒)
ไม่เริ่มทำการค้าภายในสองปีนับแต่วันที่ได้รับใบอนุญาต
หรือหยุดทำการค้าเป็นระยะเวลาต่อเนื่องกันเกินสองปี
มาตรา ๘
ให้ยกเลิกความในมาตรา ๓๕ แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.
๒๕๔๓และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๓๕ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๗
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับตั้งแต่สามแสนบาทถึงสามล้านบาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๙
ให้ยกเลิกความในมาตรา ๓๘ แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.
๒๕๔๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๓๘ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๐ หรือมาตรา ๑๑
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงห้าแสนบาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก
สุรยุทธ์ จุลานนท์
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ
โดยที่พระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๓
มีบทบัญญัติบางประการที่ไม่เหมาะสมกับสภาพการประกอบกิจการในปัจจุบัน
และเป็นปัญหาในการบังคับใช้กฎหมาย สมควรแก้ไขเพิ่มเติมให้เหมาะสม
และสอดคล้องกับแนวทางปฏิบัติ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๓๑
ตุลาคม ๒๕๕๐
วศิน/แก้ไข
๑๗
มีนาคม ๒๕๕๒
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๔/ตอนที่ ๖๘ ก/หน้า ๓๔/๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๐
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).