มาตรา ๕
บุคคลใดส่งยางออกนอกราชอาณาจักร
ต้องเสียเงินสงเคราะห์ตามระเบียบและวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวงและตามอัตราที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดเป็นครั้งคราวในราชกิจจานุเบกษา
โดยถือเกณฑ์ยางแผ่นรมควันเป็นมาตรฐาน ดังต่อไปนี้
(๑)
ถ้าราคามาตรฐานของยางแผ่นรมควันอยู่ในระดับไม่เกินกิโลกรัมละสิบบาท ให้กำหนดอัตราเงินสงเคราะห์ไม่เกินกิโลกรัมละห้าสิบสตางค์
(๒)
ถ้าราคามาตรฐานของยางแผ่นรมควันสูงกว่ากิโลกรัมละสิบบาท
จะกำหนดอัตราเงินสงเคราะห์ไม่เกินกิโลกรัมละห้าสิบสตางค์หรือสูงกว่ากิโลกรัมละห้าสิบสตางค์
โดยเพิ่มขึ้นอีกไม่เกินร้อยละสิบส่วนของราคาที่สูงกว่าสิบบาทนั้นก็ได้
ราคามาตรฐานของยางแผ่นรมควันดังกล่าวข้างต้น
หมายถึงราคาที่ซื้อขายกันภายในประเทศ ประกอบกับราคาที่ซื้อขายกันในต่างประเทศ
หรือราคาที่อธิบดีกรมศุลกากรประกาศกำหนดตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากรอย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งสองอย่างประกอบกัน
ยางอื่น นอกจากยางแผ่นรมควันและน้ำยาง เช่น ยางเครพ ยางก้อน เศษยาง
รัฐมนตรีจะประกาศกำหนดอัตราเงินสงเคราะห์ที่ผู้ส่งออกต้องเสียโดยเฉพาะ ต่ำกว่าหรือสูงกว่าอัตราเงินสงเคราะห์ที่ผู้ส่งยางแผ่นรมควันออกต้องเสียก็ได้
แต่ในกรณีที่จะประกาศกำหนดอัตราสูงกว่า
ห้ามมิให้กำหนดสูงกว่าร้อยละยี่สิบของอัตราเงินสงเคราะห์สำหรับยางแผ่นรมควัน
หากมิได้ประกาศระบุกำหนดอัตราไว้โดยเฉพาะ ให้ผู้ส่งออกเสียเงินสงเคราะห์ในอัตราเดียวกับยางแผ่นรมควัน
เงินสงเคราะห์ที่ผู้ส่งน้ำยางออกนอกราชอาณาจักรต้องเสียให้กำหนดตามเกณฑ์ดังต่อไปนี้
(๑)
น้ำยางสดให้ถือเสมือนเป็นยางแผ่นรมควัน
โดยให้ลดน้ำหนักลงร้อยละหกสิบห้าของน้ำหนักน้ำยาง
(๒)
น้ำยางข้นให้ถือเสมือนเป็นยางแผ่นรมควัน
โดยลดน้ำหนักลงร้อยละสี่สิบของน้ำหนักน้ำยาง
ยางที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรเพื่อเป็นตัวอย่าง
ซึ่งมีน้ำหนักไม่เกินห้ากิโลกรัม หรือยางที่กระทรวง ทบวง กรม
เป็นผู้ส่งเพื่อประโยชน์ใด ๆ อันมิใช่เพื่อการค้า จะมีน้ำหนักเท่าใดก็ตาม
ไม่ต้องเสียเงินสงเคราะห์