พระราชบัญญัติ
พระราชบัญญัติ
กองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง
พ.ศ. ๒๕๐๓
ในพระปรมาภิไธย
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
สังวาลย์
ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๕ สิงหาคม
พ.ศ. ๒๕๐๓
เป็นปีที่ ๑๕
ในรัชกาลปัจจุบัน
โดยที่เป็นการสมควรจัดให้มีกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง
เพื่อช่วยเหลือเจ้าของสวนยางปรับปรุงสวนยางให้ดีขึ้น
พระมหากษัตริย์โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาร่างรัฐธรรมนูญในฐานะรัฐสภา
จึงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑
พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง
พ.ศ. ๒๕๐๓
มาตรา ๒[๑]
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓
ในพระราชบัญญัตินี้
ต้นยาง หมายความว่า ต้นยางพารา (Hevea spp.)
ยางพันธุ์ดี หมายความว่า
ต้นยางพันธุ์ที่ให้เนื้อยางมีปริมาณสูงกว่าต้นยางพันธุ์ธรรมดา
ซึ่งอธิบดีกรมกสิกรรมรับรองว่าเป็นยางพันธุ์ดี
สวนยาง หมายความว่า
ที่ดินปลูกต้นยางมีเนื้อที่ไม่น้อยกว่าสองไร่
แต่ละไร่มีต้นยางปลูกไม่น้อยกว่าสิบต้น
และโดยส่วนเฉลี่ยไม่น้อยกว่าไร่ละยี่สิบห้าต้น
สวนขนาดเล็ก หมายความว่า สวนยางที่มีเนื้อที่ไม่เกินห้าสิบไร่
สวนขนาดกลาง หมายความว่า
สวนยางที่มีเนื้อที่เกินห้าสิบไร่ แต่ไม่ถึงสองร้อยห้าสิบไร่
สวนขนาดใหญ่ หมายความว่า
สวนยางที่มีเนื้อที่ตั้งแต่สองร้อยห้าสิบไร่ขึ้นไป
เจ้าของสวนยาง หมายความว่า ผู้ทำสวนยาง
และมีสิทธิได้รับผลิตผลจากต้นยางในสวนยางที่ทำนั้น
ยาง หมายความว่า น้ำยาง ยางแผ่น ยางเครพ ยางก้อน
เศษยาง หรือยางในลักษณะอื่นใดอันผลิตขึ้นหรือได้มาจากส่วนใด ๆ
ของต้นยางแต่ไม่รวมถึงวัตถุประดิษฐ์จากยาง
การปลูกแทน หมายความว่า
การปลูกยางพันธุ์ดีหรือไม้ยืนต้นชนิดอื่นแทนต้นยางเก่าทั้งหมดหรือบางส่วน
เจ้าพนักงานสงเคราะห์ หมายความว่า
บุคคลซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้เป็นเจ้าพนักงานสงเคราะห์
คณะกรรมการ หมายความว่า
คณะกรรมการสงเคราะห์การทำสวนยาง
ผู้อำนวยการ หมายความว่า
ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง
รัฐมนตรี หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๔
ให้จัดตั้งกองทุนขึ้นกองทุนหนึ่งประกอบด้วยเงินสงเคราะห์ซึ่งส่งสมทบตามพระราชบัญญัตินี้
เรียกว่า กองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง
เพื่อเป็นทุนใช้จ่ายในการจัดทำสวนยางที่ได้ผลน้อยให้ได้ผลดียิ่งขึ้น
ให้กองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางเป็นนิติบุคคล
มีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินกิจการสงเคราะห์การทำสวนยางตามพระราชบัญญัตินี้
และให้มีอำนาจกระทำการใด ๆ
ที่จำเป็นหรือเป็นอุปกรณ์แก่วัตถุประสงค์ดังกล่าวนั้นได้
ให้กองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางมีสำนักงานแห่งใหญ่ในจังหวัดพระนครเรียกว่า
สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง
มาตรา ๕
บุคคลใดส่งยางออกนอกราชอาณาจักร
ต้องเสียเงินสงเคราะห์ตามระเบียบและวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวงและตามอัตราที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดเป็นครั้งคราวในราชกิจจานุเบกษา
โดยถือเกณฑ์ยางแผ่นรมควันเป็นมาตรฐาน ดังต่อไปนี้
(๑)
ถ้าราคามาตรฐานของยางแผ่นรมควันอยู่ในระดับไม่เกินกิโลกรัมละสิบบาท ให้กำหนดอัตราเงินสงเคราะห์ไม่เกินกิโลกรัมละห้าสิบสตางค์
(๒)
ถ้าราคามาตรฐานของยางแผ่นรมควันสูงกว่ากิโลกรัมละสิบบาท
จะกำหนดอัตราเงินสงเคราะห์ไม่เกินกิโลกรัมละห้าสิบสตางค์หรือสูงกว่ากิโลกรัมละห้าสิบสตางค์
โดยเพิ่มขึ้นอีกไม่เกินร้อยละสิบส่วนของราคาที่สูงกว่าสิบบาทนั้นก็ได้
ราคามาตรฐานของยางแผ่นรมควันดังกล่าวข้างต้น
หมายถึงราคาที่ซื้อขายกันภายในประเทศ ประกอบกับราคาที่ซื้อขายกันในต่างประเทศ
หรือราคาที่อธิบดีกรมศุลกากรประกาศกำหนดตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากรอย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งสองอย่างประกอบกัน
ยางอื่น นอกจากยางแผ่นรมควันและน้ำยาง เช่น ยางเครพ ยางก้อน เศษยาง
รัฐมนตรีจะประกาศกำหนดอัตราเงินสงเคราะห์ที่ผู้ส่งออกต้องเสียโดยเฉพาะ ต่ำกว่าหรือสูงกว่าอัตราเงินสงเคราะห์ที่ผู้ส่งยางแผ่นรมควันออกต้องเสียก็ได้
แต่ในกรณีที่จะประกาศกำหนดอัตราสูงกว่า
ห้ามมิให้กำหนดสูงกว่าร้อยละยี่สิบของอัตราเงินสงเคราะห์สำหรับยางแผ่นรมควัน
หากมิได้ประกาศระบุกำหนดอัตราไว้โดยเฉพาะ ให้ผู้ส่งออกเสียเงินสงเคราะห์ในอัตราเดียวกับยางแผ่นรมควัน
เงินสงเคราะห์ที่ผู้ส่งน้ำยางออกนอกราชอาณาจักรต้องเสียให้กำหนดตามเกณฑ์ดังต่อไปนี้
(๑)
น้ำยางสดให้ถือเสมือนเป็นยางแผ่นรมควัน
โดยให้ลดน้ำหนักลงร้อยละหกสิบห้าของน้ำหนักน้ำยาง
(๒)
น้ำยางข้นให้ถือเสมือนเป็นยางแผ่นรมควัน
โดยลดน้ำหนักลงร้อยละสี่สิบของน้ำหนักน้ำยาง
ยางที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรเพื่อเป็นตัวอย่าง
ซึ่งมีน้ำหนักไม่เกินห้ากิโลกรัม หรือยางที่กระทรวง ทบวง กรม
เป็นผู้ส่งเพื่อประโยชน์ใด ๆ อันมิใช่เพื่อการค้า จะมีน้ำหนักเท่าใดก็ตาม
ไม่ต้องเสียเงินสงเคราะห์
มาตรา ๖
ให้รัฐมนตรีมีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ให้งดการเรียกเก็บเงินสงเคราะห์จากบุคคลผู้ส่งยางออกนอกราชอาณาจักรซึ่งต้องเสียตามมาตรา
๕ ได้โดยกำหนดระยะเวลาตามที่เห็นสมควร
ทั้งนี้จะงดเว้นการเรียกเก็บสำหรับยางทุกชนิดหรือเฉพาะบางชนิดก็ได้
มาตรา ๗
เงินสงเคราะห์ที่เก็บได้ตามมาตรา ๕ ให้ส่งสมทบกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง
และให้ใช้จ่ายในกิจการที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้โดยเฉพาะ
มาตรา ๘
ผู้จะได้รับการสงเคราะห์ตามพระราชบัญญัตินี้ต้องเป็นเจ้าของสวนยางที่มีต้นยางอายุกว่ายี่สิบห้าปีขึ้นไป
หรือต้นยางทรุดโทรมเสียหาย หรือต้นยางที่ได้ผลน้อย
การสงเคราะห์ต้องจัดทำด้วยการปลูกแทน
และจะสงเคราะห์ประการอื่นเพื่อประโยชน์ในการปลูกแทน โดยจ่ายให้แก่เจ้าของสวนยางซึ่งยางพันธุ์ดี
พันธุ์ไม้ยืนต้น พันธุ์พืช ปุ๋ย เครื่องมือเครื่องใช้ จัดบริการอย่างอื่นช่วยเหลือ
หรือจ่ายเงินให้ก็ได้ ทั้งนี้ จะจัดให้อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างก็ได้
มาตรา ๙
ให้มีคณะกรรมการเพื่อดำเนินกิจการกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางคณะหนึ่ง
เรียกโดยย่อว่า ก.ส.ย. ประกอบด้วยประธานกรรมการ ผู้อำนวยการ
อธิบดีกรมกสิกรรม และผู้อำนวยการกองการยาง เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง
และกรรมการอื่นอีกมีจำนวนไม่น้อยกว่าห้าคน แต่ไม่เกินสิบเอ็ดคน
คณะรัฐมนตรีเป็นผู้แต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการอื่น
คณะกรรมการจะแต่งตั้งกรรมการคนใดคนหนึ่งหรือบุคคลอื่นเป็นเลขานุการคณะกรรมการก็ได้
มาตรา ๑๐
ประธานกรรมการและกรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง
อยู่ในตำแหน่งได้คราวละสองปี ประธานกรรมการหรือกรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่ง
คณะรัฐมนตรีอาจแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการหรือกรรมการอีกได้
มาตรา ๑๑
นอกจากพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา ๑๐
ประธานกรรมการและกรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(๑)
ตาย
(๒)
ลาออก
(๓)
คณะรัฐมนตรีลงมติให้ออก
(๔)
เป็นบุคคลล้มละลาย
(๕)
เป็นบุคคลไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ
(๖)
ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่คดีความผิดที่เป็นลหุโทษ
หรือความผิดอันได้กระทำโดยประมาท
เมื่อประธานกรรมการหรือกรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ
คณะรัฐมนตรีอาจแต่งตั้งผู้อื่นเป็นประธานกรรมการหรือกรรมการแทน
ประธานกรรมการหรือกรรมการซึ่งได้รับแต่งตั้งตามวรรคก่อน
อยู่ในตำแหน่งตามวาระของผู้ซึ่งตนแทน
มาตรา ๑๒
การประชุมคณะกรรมการ
ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่ต่ำกว่ากึ่งจำนวนของกรรมการทั้งหมดจึงเป็นองค์ประชุม
ถ้าประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้
ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการด้วยกันคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุมแทน
การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก
กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน
ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
มาตรา ๑๓
ให้คณะกรรมการมีอำนาจและหน้าที่ควบคุมดูแลโดยทั่วไป ซึ่งกิจการกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง
และโดยเฉพาะให้มีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้ คือ
(๑)
ดำเนินกิจการสงเคราะห์การทำสวนยาง
(๒)
วางข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการบริหารงานและการเงิน
เพื่อดำเนินการสงเคราะห์การทำสวนยางโดยอนุมัติรัฐมนตรี
(๓)
วางข้อบังคับโดยอนุมัติรัฐมนตรี ว่าด้วยการบรรจุ การแต่งตั้ง การถอดถอน การเลื่อนขั้นเงินเดือน
การตัดเงินเดือน การลดขั้นเงินเดือน วินัยของพนักงาน ตลอดจนกำหนดอัตรา ตำแหน่ง
เงินเดือน ค่าจ้าง ค่าพาหนะ เบี้ยเลี้ยง ค่าเช่าบ้านหรือที่พัก ค่าทดแทน
และเงินที่ควรจ่ายอย่างอื่น
คณะกรรมการจะมอบอำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างให้ผู้อำนวยการดำเนินการก็ได้
โดยกำหนดไว้ในข้อบังคับหรือระเบียบตาม (๒)
มาตรา ๑๔
ประธานกรรมการ กรรมการ และเลขานุการคณะกรรมการ อาจได้รับค่าพาหนะ
เบี้ยเลี้ยง ค่าเช่าที่พัก ค่าใช้จ่าย และค่าตอบแทน หรือเบี้ยประชุม
ตามที่รัฐมนตรีกำหนด
มาตรา ๑๕
ให้รัฐมนตรีมีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนผู้อำนวยการด้วยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี
ให้ผู้อำนวยการได้รับประโยชน์ตอบแทนเป็นเงินเดือนมีอัตราตามที่คณะกรรมการกำหนดด้วยความเห็นชอบของรัฐมนตรี
และได้รับประโยชน์อื่นที่พนักงานของสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางพึงได้รับนั้นด้วย
มาตรา ๑๖
ให้ผู้อำนวยการมีอำนาจหน้าที่ดำเนินกิจการให้เป็นไปตามมติของคณะกรรมการ
และให้มีอำนาจบังคับบัญชาพนักงานทุกตำแหน่ง
ในเมื่อผู้อำนวยการไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้
ให้คณะกรรมการแต่งตั้งผู้รักษาการแทน
ให้ผู้รักษาการแทนผู้อำนวยการมีอำนาจและหน้าที่อย่างเดียวกับผู้อำนวยการ
เว้นแต่อำนาจและหน้าที่ของผู้อำนวยการในฐานะกรรมการ
มาตรา ๑๗
ในกิจการเกี่ยวแก่บุคคลภายนอก
ให้ผู้อำนวยการเป็นตัวแทนของกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง และเพื่อการนี้
ผู้อำนวยการจะมอบให้บุคคลใด ๆ
ปฏิบัติการบางอย่างแทนด้วยความเห็นชอบของคณะกรรมการก็ได้
มาตรา ๑๘
ให้คณะกรรมการจัดสรรเงินสงเคราะห์ที่เก็บได้ตามมาตรา ๕ ดังต่อไปนี้
(๑)
จำนวนร้อยละห้าสำหรับใช้จ่ายในการดำเนินงานค้นคว้าทดลองเกี่ยวกับกิจการยาง
ในอันที่จะเป็นประโยชน์แก่เจ้าของสวนยางโดยเฉพาะ มอบไว้ให้แก่กรมกสิกรรมเป็นงวด ๆ
ตามที่รัฐมนตรีกำหนด
เงินที่กรมกสิกรรมได้รับนี้มิให้ถือว่าเป็นรายรับตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ
(๒)
จำนวนไม่เกินอีกร้อยละห้า เป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารงานการสงเคราะห์การทำสวนยาง
หากเงินจำนวนที่ตั้งไว้นี้ไม่พอจ่ายในงานต่าง ๆ ดังกล่าว
ให้รัฐบาลตั้งรายจ่ายเพิ่มเติมในงบประมาณประจำปีตามความจำเป็น
(๓)
จำนวนเงินนอกจาก (๑) และ (๒)
เป็นเงินที่จัดสรรไว้เพื่อสงเคราะห์เจ้าของสวนยางตามพระราชบัญญัตินี้ทั้งสิ้น
และจะจ่ายเพื่อการอื่นใดมิได้
มาตรา ๑๙
เงินสงเคราะห์ที่ได้จัดสรรไว้เพื่อสงเคราะห์เจ้าของสวนยางตามมาตรา ๑๘ (๓)
นั้น แต่ละปี ให้แบ่งส่วนสงเคราะห์เจ้าของสวนยางตามประเภทของสวนยางดังต่อไปนี้
ประเภทสวนขนาดใหญ่ ร้อยละสิบ
ประเภทสวนขนาดกลาง ร้อยละยี่สิบ
ประเภทสวนขนาดเล็ก ร้อยละเจ็ดสิบ
แต่ถ้าสวนประเภทใดประเภทหนึ่ง
มีผู้ได้รับการสงเคราะห์น้อยกว่าส่วนที่กำหนด
ให้คณะกรรมการมีอำนาจพิจารณานำส่วนที่เหลือไปเพิ่มให้แก่สวนประเภทอื่นได้
ในกรณีเช่นว่านี้ มิให้นำอัตราส่วนเงินสงเคราะห์ที่กำหนดไว้ข้างต้นมาใช้บังคับ
เจ้าของสวนยางประเภทเดียวกันอาจได้รับการสงเคราะห์มากน้อยกว่ากัน
หรืออาจได้รับการสงเคราะห์ก่อนหลังกัน หรืออาจไม่ได้รับการสงเคราะห์ก็ได้ ทั้งนี้ ให้คณะกรรมการจัดสรรตามกำลังเงินสงเคราะห์ที่จัดสรรไว้
และโดยคำนึงถึงประโยชน์ที่จะพึงได้จากการเพิ่มปริมาณผลจากต้นยางเป็นส่วนรวม
การที่เจ้าของสวนยางรายใดไม่ได้รับการสงเคราะห์ตามวรรคก่อน
ย่อมไม่เป็นเหตุให้เสียสิทธิในการที่จะได้รับการสงเคราะห์ในปีต่อ ๆ ไป
มาตรา ๒๐
เจ้าของสวนยางผู้ใดประสงค์จะขอรับการสงเคราะห์ตามพระราชบัญญัตินี้
ให้ยื่นคำขอรับการสงเคราะห์ต่อเจ้าพนักงานสงเคราะห์ประจำท้องที่ที่สวนยางนั้นตั้งอยู่
ตามแบบและวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
ในกรณีที่ผู้ขอรับการสงเคราะห์เป็นผู้ทำสวนยางในที่ดินที่ตนเช่าหรืออาศัยบุคคลอื่น
ผู้ขอรับการสงเคราะห์ต้องแสดงต่อเจ้าพนักงานสงเคราะห์ให้เป็นที่พอใจด้วยว่า
ผู้ให้เช่าหรือผู้ให้อาศัยได้ให้ความยินยอมในการที่ตนขอรับการสงเคราะห์ด้วยแล้ว
เพื่อประโยชน์ในการสำรวจตรวจสอบของคณะกรรมการในการพิจารณาให้การสงเคราะห์
ผู้รับการสงเคราะห์ต้องอำนวยความสะดวกและปฏิบัติการตามคำสั่งของคณะกรรมการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามความจำเป็น
มาตรา ๒๑
เจ้าของสวนยางซึ่งสวนยางนั้นมีขนาดไม่เกินสิบห้าไร่
อาจขอรับการสงเคราะห์ด้วยการสร้างสวนยางขึ้นใหม่ด้วยยางพันธุ์ดีมีขนาดเกินสิบห้าไร่ก็ได้
ในกรณีดังว่านี้
ให้ถือว่าเป็นการขอรับการสงเคราะห์เพื่อการปลูกแทนตามพระราชบัญญัตินี้
แต่การสงเคราะห์ที่จะพึงได้รับให้มีปริมาณเพียงเท่าที่พึงได้รับสำหรับสวนยางที่มีอยู่แล้วเท่านั้น
มาตรา ๒๒
เจ้าของสวนยางผู้ได้รับการสงเคราะห์ตามพระราชบัญญัตินี้ไม่ปฏิบัติตาม
หรือฝ่าฝืนกฎกระทรวง ข้อบังคับ
ระเบียบหรือคำสั่งของคณะกรรมการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งสั่งการตามพระราชบัญญัตินี้
คณะกรรมการมีอำนาจสั่งให้ระงับการสงเคราะห์เสียได้
มาตรา ๒๓
เงินสงเคราะห์ที่เจ้าของสวนยางได้รับสงเคราะห์ตามพระราชบัญญัตินี้
ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีอากรและค่าธรรมเนียมใด ๆ
มาตรา ๒๔
เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ให้กรรมการ เจ้าพนักงานสงเคราะห์
และบุคคลที่ได้รับมอบหมายเป็นหนังสือจากคณะกรรมการ มีอำนาจดังต่อไปนี้
(๑)
เข้าไปในสวนยางที่เจ้าของสวนยางขอรับการสงเคราะห์ และที่ดินต่อเนื่องกับสวนยางนั้น
เพื่อทำการสำรวจตรวจสอบและรังวัด
(๒)
มีหนังสือเรียกเจ้าของสวนยางผู้ขอรับการสงเคราะห์และบุคคลใด ๆ
ที่มีเหตุควรเชื่อว่าอาจให้ข้อเท็จจริงใด ๆ
เกี่ยวแก่การที่จะเป็นประโยชน์แก่การปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ มาให้ถ้อยคำ
(๓)
มีหนังสือเรียกให้บุคคลดังกล่าวใน (๒) ส่งหรือแสดงเอกสารใด ๆ
อันมีเหตุควรเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์แก่การปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๒๕
ภายในกำหนดเวลาหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันสิ้นปีปฏิทินทุกปี ให้คณะกรรมการจัดทำงบดุลย์แสดงฐานะการเงิน
โดยมีคำรับรองการตรวจสอบของคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน
และทำรายงานแสดงผลการปฏิบัติงานเสนอต่อรัฐมนตรี
ให้รัฐมนตรีจัดให้มีการประกาศงบดุลย์
และรายงานดังกล่าวในวรรคก่อน ในราชกิจจานุเบกษาโดยมิชักช้า
มาตรา ๒๖
ผู้ใดกระทำด้วยประการใด ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่เสียเงินสงเคราะห์ตามมาตรา ๕
หรือเพื่อเสียเงินสงเคราะห์น้อยกว่าที่ควรเสีย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน
หรือปรับไม่เกินสิบเท่าของเงินสงเคราะห์ที่ยังต้องชำระ
แต่ต้องไม่น้อยกว่าหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
เงินค่าปรับตามมาตรานี้
ให้ถือว่าเป็นเงินสงเคราะห์ที่เก็บได้ตามมาตรา ๕
และให้นำส่งสมทบกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง
มาตรา ๒๗
ผู้ใดขัดขวางหรือไม่ให้ความสะดวกแก่กรรมการ เจ้าพนักงานสงเคราะห์ หรือบุคคลที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการในการปฏิบัติการตามมาตรา
๒๔ (๑) หรือไม่ปฏิบัติตามหนังสือเรียกซึ่งบุคคลดังกล่าวได้เรียกตามมาตรา ๒๔ (๒)
หรือ (๓) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบวัน หรือปรับไม่เกินห้าร้อยบาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๒๘
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
และให้มีอำนาจแต่งตั้งเจ้าพนักงานสงเคราะห์และออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
กฎกระทรวงนั้น
เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
จอมพล ส. ธนะรัชต์
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :-
เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ
โดยที่สวนยางในประเทศไทยส่วนมากเป็นสวนเก่า และเป็นยางที่มิใช่ยางพันธุ์ดี
เป็นเหตุให้การผลิตยางไม่ได้ผลตามที่ควรจะได้
และโดยที่การแก้ไขสภาพที่เป็นอยู่ดังกล่าวให้ดีขึ้น ต้องกระทำด้วยการปลูกยางพันธุ์ดีแทนยางเก่า
จึงสมควรให้มีกฎหมายจัดตั้งกองทุนขึ้นเพื่อใช้จ่ายในการนี้
พรพิมล/แก้ไข
๒๖/๙/๒๕๔๔
พัชรินทร์/แก้ไข
๒๓ ธันวาคม ๒๕๔๗
วศิน/แก้ไข
๖ มีนาคม ๒๕๕๒
พัชรี/จัดทำ
๒๕ มกราคม ๒๕๕๖
วิชพงษ์/ตรวจ
๒๘ มกราคม ๒๕๕๖
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๗๗/ตอนที่ ๗๓/หน้า ๖๘๘/๖ กันยายน ๒๕๐๓
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).