我的書籤免費註冊

กฎกระทรวงกำหนดบัญชีอัตราเงินเดือน เพื่อใช้ในการคำนวณเงินสะสม เงินสมทบ เงินชดเชย และบำเหน็จบำนาญ ของพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ. 2554

子法規・公布 2011-04-29・全 9 條

อารัมภบท

กฎกระทรวง กฎกระทรวง กำหนดบัญชีอัตราเงินเดือน เพื่อใช้ในการคำนวณเงินสะสม เงินสมทบ เงินชดเชย และบำเหน็จบำนาญ ของพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๕๔ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๓๙ และมาตรา ๗๐/๘ แห่งพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๓๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ฉบับที่ ๔ ) พ.ศ. ๒๕๔๙ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑

ข้อ ๑[๑] กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ข้อ ๒

ข้อ ๒ ในกฎกระทรวงนี้ “พนักงาน” หมายความว่า พนักงานมหาวิทยาลัยซึ่งประสงค์จะเป็นสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการต่อไปตามมาตรา ๗๐/๖ “ปี” หมายความว่า ปีงบประมาณ “เงินเดือนอ้างอิง” หมายความว่า อัตราเงินเดือนที่ใช้ในการคำนวณเงินสะสม เงินสมทบ เงินชดเชยและบำเหน็จบำนาญของพนักงาน “บัญชีอัตราเงินเดือนอ้างอิง” หมายความว่า บัญชีอัตราเงินเดือนที่ใช้ในการคำนวณเงินสะสม เงินสมทบ เงินชดเชย และบำเหน็จบำนาญของพนักงาน

ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ใช้บัญชีอัตราเงินเดือนท้ายกฎกระทรวงนี้เป็นบัญชีอัตราเงินเดือนอ้างอิง ในกรณีที่มีการปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการพลเรือนเพิ่มขึ้น ให้กระทรวงการคลังปรับบัญชีอัตราเงินเดือนอ้างอิงให้สอดคล้องกับการปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการพลเรือน

ข้อ ๔

ข้อ ๔ การเทียบอัตราเงินเดือนของพนักงานเข้าสู่บัญชีอัตราเงินเดือนอ้างอิง ให้เทียบอัตราเงินเดือนที่พนักงานได้รับอยู่ในวันก่อนเปลี่ยนสถานภาพหรือในวันก่อนปรับบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการพลเรือนเข้าสู่บัญชีอัตราเงินเดือนอ้างอิงในอัตราและอันดับที่ตรงกัน ในกรณีที่อัตราเงินเดือนที่พนักงานได้รับอยู่ในวันก่อนเปลี่ยนสถานภาพหรือในวันก่อนปรับบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการพลเรือนไม่ตรงตามบัญชีอัตราเงินเดือนอ้างอิง ให้เทียบเข้าสู่บัญชีอัตราเงินเดือนอ้างอิงในอัตราและอันดับที่ใกล้เคียงที่สุดแต่ไม่ต่ำกว่าอัตราเงินเดือนที่ได้รับอยู่ในวันก่อนเปลี่ยนสถานภาพหรือในวันก่อนปรับบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการพลเรือน

ข้อ ๕

ข้อ ๕ กรณีที่มหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐได้พิจารณาเลื่อนเงินเดือนแก่พนักงานในปีใด ให้เลื่อนเงินเดือนอ้างอิงของพนักงานผู้นั้นเพิ่มขึ้น ๑.๕ ขั้นของบัญชีอัตราเงินเดือนอ้างอิงโดยเลื่อนเงินเดือนอ้างอิงในวันที่ ๑ ตุลาคมของปีถัดไป เว้นแต่ในกรณีเลื่อนเงินเดือนเพราะเหตุเกษียณอายุราชการหรือถึงแก่ความตาย ให้เลื่อนเงินเดือนอ้างอิงในวันที่ ๓๐ กันยายนของปีนั้นหรือในวันที่ถึงแก่ความตาย แล้วแต่กรณี ในกรณีที่มีกฎหมายบัญญัติให้มหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาของรัฐแห่งใดเป็นหน่วยงานในกำกับของรัฐหลังวันที่ ๑ เมษายน และได้มีการเลื่อนเงินเดือนให้แก่พนักงานในวันก่อนเปลี่ยนสถานภาพไปแล้ว หากหน่วยงานในกำกับของรัฐได้เลื่อนเงินเดือนให้พนักงานในปีนั้นอีก ให้เลื่อนเงินเดือนอ้างอิงในวันที่ ๑ ตุลาคมได้อีก ๑ ขั้น ในปีใดหากพนักงานรายใดไม่ได้รับการพิจารณาเลื่อนเงินเดือนก็จะไม่ได้รับการเลื่อนเงินเดือนอ้างอิงในปีนั้น

ข้อ ๖

ข้อ ๖ กรณีพนักงานรายใดได้รับการเลื่อนเงินเดือนอ้างอิงถึงขั้นสูงสุดของอันดับนั้นแล้วให้สามารถเลื่อนเงินเดือนอ้างอิงในอันดับถัดไปได้ในอัตราที่ตรงกันหรือในอัตราที่ใกล้เคียงที่สุดแต่ไม่ต่ำกว่าเงินเดือนอ้างอิงขั้นสูงสุดของอันดับเดิม เว้นแต่พนักงานรายนั้นจะได้รับการเลื่อนเงินเดือนอ้างอิงถึงขั้นสูงสุดของอันดับ ท. ๑๑ แล้ว

ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้มหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐที่พนักงานผู้นั้นสังกัดอยู่บันทึกการเลื่อนหรือไม่ได้เลื่อนเงินเดือนอ้างอิงของพนักงานไว้ในสมุดประวัติหรือแฟ้มประวัติ

ข้อ ๘

ข้อ ๘ การหักเงินและการส่งเงินสะสม เงินสมทบ และเงินชดเชยของพนักงานเข้ากองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ให้ปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการหักเงินสะสมการเบิกจ่าย เงินสมทบ เงินชดเชย และการนำส่งเงินเข้ากองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการโดยอนุโลมโดยให้หักเงินและส่งเงินเข้ากองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการตามระเบียบนั้นได้ นับแต่วันที่มีกฎหมายบัญญัติให้มหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาของรัฐแห่งใดเป็นหน่วยงานในกำกับของรัฐ ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๔ กรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง [เอกสารแนบท้าย] ๑. บัญชีอัตราเงินเดือนอ้างอิงของพนักงานมหาวิทยาลัย (ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย) หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๗๐/๘ แห่งพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๓๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๙ บัญญัติให้สมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการซึ่งเปลี่ยนสถานภาพไปเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยในกรณีที่มีกฎหมายกำหนดให้มหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาของรัฐเป็นหน่วยงานในกำกับของรัฐและประสงค์จะเป็นสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการต่อไปตามมาตรา ๗๐/๖ ส่งเงินสะสมเข้ากองทุน และให้มหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐที่สมาชิกผู้นั้นสังกัดส่งเงินชดเชยเข้ากองทุน โดยคำนวณตามบัญชีอัตราเงินเดือนและตามอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ ปริยานุช/ผู้จัดทำ ๒ พฤษภาคม ๒๕๕๔ ณัฐวดี/ตรวจ ๒ พฤษภาคม ๒๕๕๔ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๘/ตอนที่ ๓๐ ก/หน้า ๑/๒๙ เมษายน ๒๕๕๔

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีCC BY 4.0

接下來可以查