法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวงกำหนดบัญชีอัตราเงินเดือน เพื่อใช้ในการคำนวณเงินสะสม เงินสมทบ เงินชดเชย และบำเหน็จบำนาญ ของพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ. 2554

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
8
มาตรา อารัมภบท

กฎกระทรวง

กฎกระทรวง

กำหนดบัญชีอัตราเงินเดือน

เพื่อใช้ในการคำนวณเงินสะสม

เงินสมทบ เงินชดเชย และบำเหน็จบำนาญ

ของพนักงานมหาวิทยาลัย

พ.ศ. ๒๕๕๔

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔

แห่งพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๓๙ และมาตรา ๗๐/๘

แห่งพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๓๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

(ฉบับที่ ๔ ) พ.ศ. ๒๕๔๙ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑[๑]

กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ในกฎกระทรวงนี้

“พนักงาน” หมายความว่า

พนักงานมหาวิทยาลัยซึ่งประสงค์จะเป็นสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการต่อไปตามมาตรา

๗๐/๖

“ปี” หมายความว่า ปีงบประมาณ

“เงินเดือนอ้างอิง” หมายความว่า

อัตราเงินเดือนที่ใช้ในการคำนวณเงินสะสม เงินสมทบ เงินชดเชยและบำเหน็จบำนาญของพนักงาน

“บัญชีอัตราเงินเดือนอ้างอิง” หมายความว่า

บัญชีอัตราเงินเดือนที่ใช้ในการคำนวณเงินสะสม เงินสมทบ เงินชดเชย

และบำเหน็จบำนาญของพนักงาน

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ใช้บัญชีอัตราเงินเดือนท้ายกฎกระทรวงนี้เป็นบัญชีอัตราเงินเดือนอ้างอิง

ในกรณีที่มีการปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการพลเรือนเพิ่มขึ้น

ให้กระทรวงการคลังปรับบัญชีอัตราเงินเดือนอ้างอิงให้สอดคล้องกับการปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการพลเรือน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ การเทียบอัตราเงินเดือนของพนักงานเข้าสู่บัญชีอัตราเงินเดือนอ้างอิง

ให้เทียบอัตราเงินเดือนที่พนักงานได้รับอยู่ในวันก่อนเปลี่ยนสถานภาพหรือในวันก่อนปรับบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการพลเรือนเข้าสู่บัญชีอัตราเงินเดือนอ้างอิงในอัตราและอันดับที่ตรงกัน

ในกรณีที่อัตราเงินเดือนที่พนักงานได้รับอยู่ในวันก่อนเปลี่ยนสถานภาพหรือในวันก่อนปรับบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการพลเรือนไม่ตรงตามบัญชีอัตราเงินเดือนอ้างอิง

ให้เทียบเข้าสู่บัญชีอัตราเงินเดือนอ้างอิงในอัตราและอันดับที่ใกล้เคียงที่สุดแต่ไม่ต่ำกว่าอัตราเงินเดือนที่ได้รับอยู่ในวันก่อนเปลี่ยนสถานภาพหรือในวันก่อนปรับบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการพลเรือน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ กรณีที่มหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐได้พิจารณาเลื่อนเงินเดือนแก่พนักงานในปีใด

ให้เลื่อนเงินเดือนอ้างอิงของพนักงานผู้นั้นเพิ่มขึ้น ๑.๕

ขั้นของบัญชีอัตราเงินเดือนอ้างอิงโดยเลื่อนเงินเดือนอ้างอิงในวันที่ ๑

ตุลาคมของปีถัดไป เว้นแต่ในกรณีเลื่อนเงินเดือนเพราะเหตุเกษียณอายุราชการหรือถึงแก่ความตาย

ให้เลื่อนเงินเดือนอ้างอิงในวันที่ ๓๐ กันยายนของปีนั้นหรือในวันที่ถึงแก่ความตาย

แล้วแต่กรณี

ในกรณีที่มีกฎหมายบัญญัติให้มหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาของรัฐแห่งใดเป็นหน่วยงานในกำกับของรัฐหลังวันที่

๑ เมษายน และได้มีการเลื่อนเงินเดือนให้แก่พนักงานในวันก่อนเปลี่ยนสถานภาพไปแล้ว

หากหน่วยงานในกำกับของรัฐได้เลื่อนเงินเดือนให้พนักงานในปีนั้นอีก

ให้เลื่อนเงินเดือนอ้างอิงในวันที่ ๑ ตุลาคมได้อีก ๑ ขั้น

ในปีใดหากพนักงานรายใดไม่ได้รับการพิจารณาเลื่อนเงินเดือนก็จะไม่ได้รับการเลื่อนเงินเดือนอ้างอิงในปีนั้น

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ กรณีพนักงานรายใดได้รับการเลื่อนเงินเดือนอ้างอิงถึงขั้นสูงสุดของอันดับนั้นแล้วให้สามารถเลื่อนเงินเดือนอ้างอิงในอันดับถัดไปได้ในอัตราที่ตรงกันหรือในอัตราที่ใกล้เคียงที่สุดแต่ไม่ต่ำกว่าเงินเดือนอ้างอิงขั้นสูงสุดของอันดับเดิม

เว้นแต่พนักงานรายนั้นจะได้รับการเลื่อนเงินเดือนอ้างอิงถึงขั้นสูงสุดของอันดับ ท.

๑๑ แล้ว

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้มหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐที่พนักงานผู้นั้นสังกัดอยู่บันทึกการเลื่อนหรือไม่ได้เลื่อนเงินเดือนอ้างอิงของพนักงานไว้ในสมุดประวัติหรือแฟ้มประวัติ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ การหักเงินและการส่งเงินสะสม

เงินสมทบ และเงินชดเชยของพนักงานเข้ากองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

ให้ปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการหักเงินสะสมการเบิกจ่าย เงินสมทบ

เงินชดเชย

และการนำส่งเงินเข้ากองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการโดยอนุโลมโดยให้หักเงินและส่งเงินเข้ากองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการตามระเบียบนั้นได้

นับแต่วันที่มีกฎหมายบัญญัติให้มหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาของรัฐแห่งใดเป็นหน่วยงานในกำกับของรัฐ

ให้ไว้

ณ วันที่ ๒๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๔

กรณ์ จาติกวณิช

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

[เอกสารแนบท้าย]

๑. บัญชีอัตราเงินเดือนอ้างอิงของพนักงานมหาวิทยาลัย

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

หมายเหตุ

:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๗๐/๘

แห่งพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๓๙

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.

๒๕๔๙ บัญญัติให้สมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการซึ่งเปลี่ยนสถานภาพไปเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยในกรณีที่มีกฎหมายกำหนดให้มหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาของรัฐเป็นหน่วยงานในกำกับของรัฐและประสงค์จะเป็นสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการต่อไปตามมาตรา

๗๐/๖ ส่งเงินสะสมเข้ากองทุน

และให้มหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐที่สมาชิกผู้นั้นสังกัดส่งเงินชดเชยเข้ากองทุน

โดยคำนวณตามบัญชีอัตราเงินเดือนและตามอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๒ พฤษภาคม ๒๕๕๔

ณัฐวดี/ตรวจ

๒ พฤษภาคม ๒๕๕๔

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๘/ตอนที่ ๓๐ ก/หน้า ๑/๒๙ เมษายน ๒๕๕๔

8 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวงกำหนดบัญชีอัตราเงินเดือน เพื่อใช้ในการคำนวณเงินสะสม เงินสมทบ เงินชดเชย และบำเหน็จบำนาญ ของพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ. 2554 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_eabced141e4168b8

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com