กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
กำหนดบัญชีอัตราเงินเดือน
เพื่อใช้ในการคำนวณเงินสะสม
เงินสมทบ เงินชดเชย และบำเหน็จบำนาญ
ของพนักงานมหาวิทยาลัย
พ.ศ. ๒๕๕๔
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔
แห่งพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๓๙ และมาตรา ๗๐/๘
แห่งพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๓๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
(ฉบับที่ ๔ ) พ.ศ. ๒๕๔๙ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑[๑]
กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๒ ในกฎกระทรวงนี้
พนักงาน หมายความว่า
พนักงานมหาวิทยาลัยซึ่งประสงค์จะเป็นสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการต่อไปตามมาตรา
๗๐/๖
ปี หมายความว่า ปีงบประมาณ
เงินเดือนอ้างอิง หมายความว่า
อัตราเงินเดือนที่ใช้ในการคำนวณเงินสะสม เงินสมทบ เงินชดเชยและบำเหน็จบำนาญของพนักงาน
บัญชีอัตราเงินเดือนอ้างอิง หมายความว่า
บัญชีอัตราเงินเดือนที่ใช้ในการคำนวณเงินสะสม เงินสมทบ เงินชดเชย
และบำเหน็จบำนาญของพนักงาน
ข้อ ๓ ให้ใช้บัญชีอัตราเงินเดือนท้ายกฎกระทรวงนี้เป็นบัญชีอัตราเงินเดือนอ้างอิง
ในกรณีที่มีการปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการพลเรือนเพิ่มขึ้น
ให้กระทรวงการคลังปรับบัญชีอัตราเงินเดือนอ้างอิงให้สอดคล้องกับการปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการพลเรือน
ข้อ ๔ การเทียบอัตราเงินเดือนของพนักงานเข้าสู่บัญชีอัตราเงินเดือนอ้างอิง
ให้เทียบอัตราเงินเดือนที่พนักงานได้รับอยู่ในวันก่อนเปลี่ยนสถานภาพหรือในวันก่อนปรับบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการพลเรือนเข้าสู่บัญชีอัตราเงินเดือนอ้างอิงในอัตราและอันดับที่ตรงกัน
ในกรณีที่อัตราเงินเดือนที่พนักงานได้รับอยู่ในวันก่อนเปลี่ยนสถานภาพหรือในวันก่อนปรับบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการพลเรือนไม่ตรงตามบัญชีอัตราเงินเดือนอ้างอิง
ให้เทียบเข้าสู่บัญชีอัตราเงินเดือนอ้างอิงในอัตราและอันดับที่ใกล้เคียงที่สุดแต่ไม่ต่ำกว่าอัตราเงินเดือนที่ได้รับอยู่ในวันก่อนเปลี่ยนสถานภาพหรือในวันก่อนปรับบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการพลเรือน
ข้อ ๕ กรณีที่มหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐได้พิจารณาเลื่อนเงินเดือนแก่พนักงานในปีใด
ให้เลื่อนเงินเดือนอ้างอิงของพนักงานผู้นั้นเพิ่มขึ้น ๑.๕
ขั้นของบัญชีอัตราเงินเดือนอ้างอิงโดยเลื่อนเงินเดือนอ้างอิงในวันที่ ๑
ตุลาคมของปีถัดไป เว้นแต่ในกรณีเลื่อนเงินเดือนเพราะเหตุเกษียณอายุราชการหรือถึงแก่ความตาย
ให้เลื่อนเงินเดือนอ้างอิงในวันที่ ๓๐ กันยายนของปีนั้นหรือในวันที่ถึงแก่ความตาย
แล้วแต่กรณี
ในกรณีที่มีกฎหมายบัญญัติให้มหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาของรัฐแห่งใดเป็นหน่วยงานในกำกับของรัฐหลังวันที่
๑ เมษายน และได้มีการเลื่อนเงินเดือนให้แก่พนักงานในวันก่อนเปลี่ยนสถานภาพไปแล้ว
หากหน่วยงานในกำกับของรัฐได้เลื่อนเงินเดือนให้พนักงานในปีนั้นอีก
ให้เลื่อนเงินเดือนอ้างอิงในวันที่ ๑ ตุลาคมได้อีก ๑ ขั้น
ในปีใดหากพนักงานรายใดไม่ได้รับการพิจารณาเลื่อนเงินเดือนก็จะไม่ได้รับการเลื่อนเงินเดือนอ้างอิงในปีนั้น
ข้อ ๖ กรณีพนักงานรายใดได้รับการเลื่อนเงินเดือนอ้างอิงถึงขั้นสูงสุดของอันดับนั้นแล้วให้สามารถเลื่อนเงินเดือนอ้างอิงในอันดับถัดไปได้ในอัตราที่ตรงกันหรือในอัตราที่ใกล้เคียงที่สุดแต่ไม่ต่ำกว่าเงินเดือนอ้างอิงขั้นสูงสุดของอันดับเดิม
เว้นแต่พนักงานรายนั้นจะได้รับการเลื่อนเงินเดือนอ้างอิงถึงขั้นสูงสุดของอันดับ ท.
๑๑ แล้ว
ข้อ ๗ ให้มหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐที่พนักงานผู้นั้นสังกัดอยู่บันทึกการเลื่อนหรือไม่ได้เลื่อนเงินเดือนอ้างอิงของพนักงานไว้ในสมุดประวัติหรือแฟ้มประวัติ
ข้อ ๘ การหักเงินและการส่งเงินสะสม
เงินสมทบ และเงินชดเชยของพนักงานเข้ากองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
ให้ปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการหักเงินสะสมการเบิกจ่าย เงินสมทบ
เงินชดเชย
และการนำส่งเงินเข้ากองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการโดยอนุโลมโดยให้หักเงินและส่งเงินเข้ากองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการตามระเบียบนั้นได้
นับแต่วันที่มีกฎหมายบัญญัติให้มหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาของรัฐแห่งใดเป็นหน่วยงานในกำกับของรัฐ
ให้ไว้
ณ วันที่ ๒๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๔
กรณ์ จาติกวณิช
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
[เอกสารแนบท้าย]
๑. บัญชีอัตราเงินเดือนอ้างอิงของพนักงานมหาวิทยาลัย
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๗๐/๘
แห่งพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๓๙
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.
๒๕๔๙ บัญญัติให้สมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการซึ่งเปลี่ยนสถานภาพไปเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยในกรณีที่มีกฎหมายกำหนดให้มหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาของรัฐเป็นหน่วยงานในกำกับของรัฐและประสงค์จะเป็นสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการต่อไปตามมาตรา
๗๐/๖ ส่งเงินสะสมเข้ากองทุน
และให้มหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐที่สมาชิกผู้นั้นสังกัดส่งเงินชดเชยเข้ากองทุน
โดยคำนวณตามบัญชีอัตราเงินเดือนและตามอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๒ พฤษภาคม ๒๕๕๔
ณัฐวดี/ตรวจ
๒ พฤษภาคม ๒๕๕๔
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๘/ตอนที่ ๓๐ ก/หน้า ๑/๒๙ เมษายน ๒๕๕๔
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).