พระราชกฤษฎีกา
พระราชกฤษฎีกา
โอนกรรมสิทธิ์ที่ธรณีสงฆ์
วัดพานิชรัตนานุกูล
ตำบลเหนือคลอง
อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่
ให้แก่กรมการบินพลเรือน
พ.ศ. ๒๕๕๘
ภูมิพลอดุลยเดช
ป.ร.
ให้ไว้ ณ
วันที่ ๒๘ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๘
เป็นปีที่ ๗๐
ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรโอนกรรมสิทธิ์ที่ธรณีสงฆ์ วัดพานิชรัตนานุกูล
ตำบลเหนือคลอง อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ ให้แก่กรมการบินพลเรือน
เพื่อขยายท่าอากาศยานกระบี่ ตามโครงการพัฒนาท่าอากาศยานกระบี่
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
(ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ และมาตรา ๓๔ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์
พ.ศ. ๒๕๐๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า พระราชกฤษฎีกาโอนกรรมสิทธิ์ที่ธรณีสงฆ์ วัดพานิชรัตนานุกูล ตำบลเหนือคลอง
อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ ให้แก่กรมการบินพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๘
มาตรา ๒[๑] พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้โอนกรรมสิทธิ์ที่ธรณีสงฆ์
วัดพานิชรัตนานุกูล ตำบลเหนือคลอง อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ เนื้อที่ ๒๑ ไร่ ๓
งาน ๖๓ ตารางวา
ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้ ให้แก่กรมการบินพลเรือน
มาตรา ๔ ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก
ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี
[เอกสารแนบท้าย]
๑. แผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกาโอนกรรมสิทธิ์ที่ธรณีสงฆ์
วัดพานิชรัตนานุกูล ตำบลเหนือคลอง อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่
ให้แก่กรมการบินพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๘
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ
เนื่องจากกรมการบินพลเรือนได้ทำการสำรวจที่ดินที่จะต้องเวนคืนเพื่อขยายท่าอากาศยานกระบี่ตามโครงการพัฒนาท่าอากาศยานกระบี่
ตามที่ได้กำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนไว้ตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน
ในท้องที่ตำบลเหนือคลอง อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ พ.ศ. ๒๕๔๗ เสร็จแล้ว
และปรากฏว่าแนวเขตที่จะขยายท่าอากาศยานกระบี่ ถูกที่ธรณีสงฆ์ วัดพานิชรัตนานุกูล
ตำบลเหนือคลอง อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ เนื้อที่ ๒๑ ไร่ ๓ งาน ๖๓ตารางวา ตามโฉนดที่ดิน เลขที่ ๖๖๙๐
ซึ่งกรมการบินพลเรือนได้ติดต่อกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
เพื่อขอโอนกรรมสิทธิ์ที่ธรณีสงฆ์ดังกล่าวให้แก่กรมการบินพลเรือน
และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้นำเสนอมหาเถรสมาคมพิจารณาแล้วไม่ขัดข้อง
และวัดพานิชรัตนานุกูลได้รับค่าผาติกรรมจากกรมการบินพลเรือนแล้ว
สมควรโอนกรรมสิทธิ์ที่ธรณีสงฆ์ดังกล่าวให้แก่กรมการบินพลเรือน จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๘
วิศนี/ผู้ตรวจ
๑๙ ตุลาคม ๒๕๕๘
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๒/ตอนที่ ๙๗ ก/หน้า ๑๐/๕ ตุลาคม ๒๕๕๘
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).