法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

พระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยประจำตำแหน่ง ครุยวิทยฐานะ และเข็มวิทยฐานะ ของมหาวิทยาลัยศิลปกร (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2544

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
5
มาตรา อารัมภบท

พระราชกฤษฎีกา

พระราชกฤษฎีกา

ว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา

อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา

ครุยประจำตำแหน่ง

ครุยวิทยฐานะ และเข็มวิทยฐานะ

ของมหาวิทยาลัยศิลปากร

(ฉบับที่ ๓)

พ.ศ. ๒๕๔๔

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที ๒๘

สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๔

เป็นปีที่ ๕๖

ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ

ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา

อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยประจำตำแหน่ง ครุยวิทยฐานะ และเข็มวิทยฐานะ ของมหาวิทยาลัยศิลปากร

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๒๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งอาณาจักรไทย

กับมาตรา ๔๘ วรรคสอง และมาตรา ๕๒ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยศิลปากร

พ.ศ. ๒๕๓๐ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑

พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา

อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยประจำตำแหน่ง ครุยวิทยฐานะ และเข็มวิทยฐานะ ของมหาวิทยาลัยศิลปากร

(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๔”

มาตรา ๒

มาตรา ๒[๑]

พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓

ให้ยกเลิกความในมาตรา ๓ แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา

อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยประจำตำแหน่ง ครุยวิทยฐานะ และเข็มวิทยฐานะ ของมหาวิทยาลัยศิลปากร

พ.ศ. ๒๕๓๔ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๓

ให้กำหนดปริญญาในสาขาวิชา และอักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ของมหาวิทยาลัยศิลปากร

ดังนี้

(๑) สาขาวิชาดุริยางคศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “ดุริยางคศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ดศ.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “ดุริยางคศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ดศ.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “ดุริยางคศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ดศ.บ.”

(๒) สาขาวิชาเภสัชศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “เภสัชศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ภ.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “เภสัชศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ภ.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “เภสัชศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ภ.บ”

(๓) สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “วิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วท.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วท.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “วิทยาศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วท.บ.”

(๔) สาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “วิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วศ.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วศ.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วศ.บ.”

(๕) สาขาวิชาศิลปะ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “ศิลปดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศ.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “ศิลปมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศ.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “ศิลปบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศ.บ.”

(๖) สาขาวิชาศิลปศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศศ.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศศ.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “ศิลปศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศศ.บ.”

(๗) สาขาวิชาศึกษาศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “ศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศษ.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต ใช้อักษรย่อ “ศษ.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “ศึกษาศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศษ.บ.”

(๘) สาขาวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “สถาปัตยกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต”

ใชัอักษรย่อ “สถ.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “สถาปัตยกรรมศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “สถ.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “สถาปัตยกรรมศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “สถ.บ.”

(๙) สาขาวิชาอักษรศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “อักษรศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใชัอักษรย่อ “อ.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “อักษรศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “อ.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “อักษรศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “อ.บ.”

ทั้งนี้ ให้ระบุชื่อวิชาเอกหรือสาขาวิชา แล้วแต่กรณี

ในวงเล็บต่อท้ายปริญญา

ด้วย ถ้ามี”

มาตรา ๔

มาตรา ๔

ให้ยกเลิกความในมาตรา ๕ แห่งพระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา

อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยประจำตำแหน่ง ครุยวิทยฐานะ และเข็มวิทยฐานะ ของมหาวิทยาลัยศิลปากร

พ.ศ. ๒๕๓๔ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๕

ครุยวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยศิลปากร มีสามชั้น ดังนี้

(๑) ครุยดุษฎีบัณฑิต เป็นเสื้อคลุมทำด้วยผ้าสีดำ ผ่าอกตลอด

หลังจีบ ยาวเหนือข้อเท้า ประมาณ ๑๕ เซนติเมตร มีแถบกำมะหยี่สีดำโอบรอบคอ กว้าง ๕

เซนติเมตร ยาวตลอดด้านหน้าทั้งสองข้าง แขนเสื้อจีบพองยาวถึงข้อมือ

ปลายแขนพับตลบเข้าข้างในเป็นสองชั้น ตอนกลางแขนทั้งสองข้างมีแถบกำมะหยี่สีดำ กว้าง

๕ เซนติเมตร ยาวพาดด้านข้าง จำนวนสามแถบติดเรียงกัน ระยะห่าง ๔ เซนติเมตร

มีผ้าคล้องคอ ด้านนอกทำด้วยกำมะหยี่สีดำ ด้านในทำด้วยผ้าสีตามสีประจำคณะหรือสีประจำสาขาวิชาและขลิบด้วยกำมะหยี่สีดำ

กว้าง ๒ เซนติเมตรโดยรอบ ประกอบด้วยหมวกแผ่นสี่เหลี่ยมจัตุรัสผ้าสีดำติดกระดุมสีดำที่กลางหมวกหนึ่งเม็ด

จากกระดุมมีไหมสีทองโยงมาที่ขอบหมวกต่อปลายด้วยพู่ไหมสีทอง ยาว ๒๐ เซนติเมตร

จากขอบหมวก

(๒) ครุยมหาบัณฑิต เช่นเดียวกับครุยดุษฎีบัณฑิต

แต่ที่แขนเสื้อทั้งสองข้างมีแถบกำมะหยี่สีดำเพียงข้างละสองแถบ มีผ้าคล้องคอ

ด้านในทำด้วยกำมะหยี่สีดำ ด้านนอกทำด้วยผ้าสีดำ

และขลิบริมด้วยผ้าสีตามสีประจำคณะหรือสีประจำสาขาวิชา กว้าง ๔ เซนติเมตรโดยรอบ ประกอบด้วยหมวกเช่นเดียวกับหมวกดุษฎีบัณฑิต

แต่เส้นโยงและพู่ทำด้วยไหมสีดำ

(๓) ครุยบัณฑิต เช่นเดียวกับครุยมหาบัณฑิต

แต่ใช้ผ้าสีดำโอบรอบคอ แขนเสื้อทั้งสองข้างไม่มีแถบ

ผ้าคล้องคอขลิบริมด้วยผ้าสีตามประจำคณะหรือประจำสาขาวิชา กว้าง ๒ เซนติเมตร โดยรอบ

ประกอบด้วยหมวกเช่นเดียวกับหมวกมหาบัณฑิต”

มาตรา ๕

มาตรา ๕

ให้ยกเลิกความในมาตรา ๖ แห่งพระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา

อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยประจำตำแหน่ง ครุยวิทยฐานะ และเข็มวิทยฐานะ ของมหาวิทยาลัยศิลปากร

พ.ศ. ๒๕๓๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา

อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยประจำตำแหน่ง ครุยวิทยฐานะ และเข็มวิทยฐานะ ของมหาวิทยาลัยศิลปากร

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๗ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๖

สีประจำคณะและสีประจำสาขาวิชา มีดังนี้

(๑) คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ สีเหลือง

(๒) คณะโบราณคดี สีม่วง

(๓) คณะเภสัชศาสตร์ สีเขียวมะกอก

(๔) คณะมัณฑนศิลป์ สีแสด

(๕) คณะวิทยาศาสตร์ สีเหลืองทอง

(๖) คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม สีแดงเข้ม

(๗) คณะศึกษาศาสตร์ สีน้ำเงิน

(๘) คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สีเทาอ่อน

(๙) คณะอักษรศาสตร์ สีฟ้า

(๑๐) สาขาวิชาดุริยางคศาสตร์ สีชมพู”

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร

นายกรัฐมนตรี

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ

เนื่องจากมหาวิทยาลัยศิลปากร ได้เปิดสอนสาขาวิชาดุริยางคศาสตร์

และสาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ เพิ่มขึ้น ในการนี้สมควรแก้ไขเพิ่มเติมปริญญาในสาขาวิชา

อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ลักษณะของครุยวิทยฐานะ และสีประจำคณะหรือสีประจำสาขาวิชา

ของมหาวิทยาลัยศิลปากรตามที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา

อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยประจำตำแหน่ง ครุยวิทยฐานะ และเข็มวิทยฐานะ

ของมหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. ๒๕๓๔ เพื่อกำหนดชื่อปริญญาในสาขาวิชา และอักษรย่อสำหรับสาขาวิชาดังกล่าว

และแก้ไขเพิ่มเติมลักษณะของครุยวิทยฐานะ โดยให้ใช้สีประจำคณะหรือสีประจำสาขาวิชาเป็นส่วนประกอบของครุยวิทยฐานะ

รวมทั้งกำหนดสีประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม

และสีประจำสาขาวิชาดุริยางคศาสตร์เพิ่มขึ้น

จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

กนกพร/ผู้จัดทำ

พฤศจิกายน ๒๕๕๓

กวินทราดา/ผู้ตรวจ

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๑๘/ตอนที่ ๗๘ ก/หน้า ๑/๑๐ กันยายน ๒๕๔๔

5 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยประจำตำแหน่ง ครุยวิทยฐานะ และเข็มวิทยฐานะ ของมหาวิทยาลัยศิลปกร (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2544 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_eb72a35ec92575f0

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com