พระราชกฤษฎีกา
เปลี่ยนแปลงเขตเทศบาลตำบลวารินชำราบ
จังหวัดอุบลราชธานี (ฉบับที่ ๒)
พ.ศ. ๒๕๓๔
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๔
เป็นปีที่ ๔๖ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรเปลี่ยนแปลงเขตเทศบาลตำบลวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อประโยชน์ในการบริหารกิจการและการทะนุบำรุงท้องถิ่น
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๑๒ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๔๙๙ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า พระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนแปลงเขตเทศบาลตำบลวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๔
มาตรา ๒[๑] พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้เปลี่ยนแปลงเขตเทศบาลตำบลวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งกำหนดไว้ในมาตรา ๓ แห่งพระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนแปลงเขตเทศบาลตำบลวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี พ.ศ. ๒๕๐๙ เสียใหม่ โดยให้มีเขต ดังต่อไปนี้
หลักเขตที่ ๑ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำมูล ฝั่งใต้ ที่จุดซึ่งริมแม่น้ำมูล ฝั่งใต้ ตัดกับเส้นตั้งฉากกับแนวศูนย์กลางทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ กรุงเทพฯ - อุบลราชธานี ที่จุดซึ่งอยู่ห่างจากแนวศูนย์กลางถนนศรีสะเกษตัดกับแนวศูนย์กลางทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ กรุงเทพฯ - อุบลราชธานี ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ตามแนวศูนย์กลางทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ กรุงเทพฯ - อุบลราชธานี ระยะ ๑๕๐ เมตร
ด้านเหนือ จากหลักเขตที่ ๑ เลียบริมแม่น้ำมูล ฝั่งใต้ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ถึงหลักเขตที่ ๒ ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำมูล ฝั่งใต้ ที่จุดซึ่งริมแม่น้ำมูล ฝั่งใต้ ตัดกับเส้นตั้งฉากกับแนวศูนย์กลางถนนไปบ้านบุ้งมั่ง ที่จุดซึ่งอยู่ห่างจากแนวศูนย์กลางถนนประชาสันติ บรรจบกับแนวศูนย์กลางถนนไปบ้านบุ้งมั่ง ไปทางทิศตะวันออกตามแนวศูนย์กลางถนนไปบ้านบุ้งมั่ง ระยะ ๔๐๐ เมตร
ด้านตะวันออก จากหลักเขตที่ ๒ เป็นเส้นขนานแนวเหนือใต้ ไปทางทิศใต้ ถึงหลักเขตที่ ๓ ซึ่งตั้งอยู่ริมเขตมณฑลทหารบกที่ ๖ ด้านเหนือ
จากหลักเขตที่ ๓ เลียบแนวเขตมณฑลทหารบกที่ ๖ ด้านเหนือ ไปทางทิศตะวันตก จนสุดแนวเขตมณฑลทหารบกที่ ๖ ด้านเหนือ และเลียบแนวเขตมณฑลทหารบกที่ ๖ ด้านตะวันตก ไปทางทิศใต้ ถึงหลักเขตที่ ๔ ซึ่งตั้งอยู่ตรงมุมแนวเขตมณฑลทหารบกที่ ๖ ด้านตะวันตก บรรจบกับแนวเขตมณฑลทหารบกที่ ๖ ด้านใต้
จากหลักเขตที่ ๔ เป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ถึงหลักเขตที่ ๕ ซึ่งตั้งอยู่บนแนวเส้นตั้งฉากกับแนวศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๔ สายโชคชัย - อุบลราชธานี ที่จุดซึ่งอยู่ห่างจากแนวศูนย์กลางถนนเทศบาล ๑๒ บรรจบกับแนวศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๔ สายโชคชัย - อุบลราชธานี ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ตามแนวศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๔ สายโชคชัย - อุบลราชธานี ระยะ ๕๐ เมตร ไปทางทิศตะวันออก ระยะ ๗๐ เมตร
ด้านใต้ จากหลักเขตที่ ๕ เป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันตก ถึงหลักเขตที่ ๖ ซึ่งตั้งอยู่ริมทางหลวงจังหวัดหมายเลข ๒๑๗๘ สายวารินชำราบ - หนองงูเหลือม ฟากตะวันออก ที่จุดซึ่งอยู่ห่างจากแนวศูนย์กลางถนนเทศบาล ๑๒ บรรจบกับริมทางหลวงจังหวัดหมายเลข ๒๑๗๘ สายวารินชำราบ - หนองงูเหลือม ฟากตะวันออก ไปทางทิศใต้ตามแนวริมทางหลวงจังหวัดหมายเลข ๒๑๗๘ สายวารินชำราบ - หนองงูเหลือม ฟากตะวันออก ระยะ ๕๐ เมตร
ด้านตะวันตก จากหลักเขตที่ ๖ เป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ถึงหลักเขตที่ ๗ ซึ่งตั้งอยู่ริมทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ กรุงเทพฯ - อุบลราชธานี ฟากใต้ ที่ กม. ๕๗๓.๒๔๐
จากหลักเขตที่ ๗ เป็นเส้นตรงไปทางทิศเหนือจนบรรจบกับหลักเขตที่ ๑
ดังปรากฏในแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้
ตามเส้นแนวเขตที่กล่าวไว้ในมาตรานี้ ให้มีหลักย่อยปักไว้เพื่อแสดงแนวเขตตามสมควร
มาตรา ๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลตำรวจเอก เภา สารสิน
รองนายกรัฐมนตรี
[เอกสารแนบท้าย]
๑. แผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนแปลงเขตเทศบาลตำบลวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๔
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากท้องที่นอกเขตเทศบาลตำบลวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ได้เจริญขึ้นและมีชุมชนอยู่หนาแน่น สมควรขยายเขตเทศบาลตำบลวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อประโยชน์ในการบริหารกิจการและการทะนุบำรุงท้องถิ่นต่อไป จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
พรพิมล/พิมพ์
๑๐ กันยายน ๒๕๔๖
อรรถชัย/สุมลรัตน์ แก้ไข
๑๗ กันยายน ๒๕๔๖
ปิติวรรณ/ปรับปรุง
๒๔ มีนาคม ๒๕๖๓
อรญา/ตรวจ
๒๓ เมษายน ๒๕๖๓
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๘/ตอนที่ ๒๔๕/ฉบับพิเศษ หน้า ๑๐๗/๓๑ ธันวาคม ๒๕๓๔
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).