法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง การแบ่งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยศิลปากร (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2534

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
3
มาตรา อารัมภบท

ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย

ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย

เรื่อง

การแบ่งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยศิลปากร (ฉบับที่ ๕)

พ.ศ. ๒๕๓๔[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖ และมาตรา ๙ วรรคสอง

แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. ๒๕๓๐

รัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัยออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ให้ยกเลิกความในข้อ ๕ ทวิ แห่งประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง การแบ่งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยศิลปากร

พ.ศ. ๒๕๒๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง การแบ่งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยศิลปากร

(ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๘

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ ๓ ทวิ และข้อ ๓ ตรี แห่งประกาศทบวงมหาวิทยาลัย

เรื่อง การแบ่งส่วนราชการมหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. ๒๕๓๒

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง

การแบ่งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยศิลปากร (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๔

“ข้อ ๓ ทวิ

ให้แบ่งส่วนราชการของคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ดังนี้

(๑) สำนักงานเลขานุการ

(๒) ภาควิชาเทคโนโลยีชีวภาพ

(๓) ภาควิชาเทคโนโลยีวัสดุ

(๔) ภาควิชาเทคโนโลยีอาหาร

มาตรา ข้อ ๓ ตรี

ข้อ ๓ ตรี

ให้แบ่งส่วนราชการของคณะเภสัชศาสตร์ ดังนี้

(๑) สำนักงานเลขานุการ

(๒) ภาควิชาชีวเภสัชศาสตร์

(๓) ภาควิชาเภสัชกรรม

(๔) ภาควิชาเภสัชกรรมชุมชน

(๕) ภาควิชาเภสัชเคมี

(๖) ภาควิชาเภสัชวิทยาและพิษวิทยา

(๗) ภาควิชาเภสัชเวท

(๘) ภาควิชาเภสัชอุตสาหกรรม”

ประกาศ ณ วันที่ ๒๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๔

เกษม สุวรรณกุล

รัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัย

กนกพร/ผู้จัดทำ

๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๓

กวินทราดา/ผู้ตรวจ

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๐๘/ตอนที่ ๒๑๐/หน้า ๑๑๕๔/๓ ธันวาคม ๒๕๓๔

3 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง การแบ่งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยศิลปากร (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2534 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_ebe54643cc395309

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com