พระราชกฤษฎีกา
ระเบียบพนักงานเทศบาล
(ฉบับที่ ๑๐)
พ.ศ. ๒๕๔๒
ภูมิพลอดุลยเดช
ป.ร.
ให้ไว้ ณ
วันที่ ๑๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๒
เป็นปีที่
๕๔ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยระเบียบพนักงานเทศบาล
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๒๑
ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๔๓ แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑
พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า พระราชกฤษฎีการะเบียบพนักงานเทศบาล (ฉบับที่ ๑๐)
พ.ศ. ๒๕๔๒
มาตรา ๒[๑]
พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓
ให้ยกเลิกความในมาตรา ๖ แห่งพระราชกฤษฎีการะเบียบพนักงานเทศบาล พ.ศ. ๒๕๑๙
และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๖ ให้มีคณะกรรมการพนักงานเทศบาลคณะหนึ่งเรียกโดยย่อว่า
ก.ท. ประกอบด้วย
(๑) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
หรือรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้รับมอบหมายเป็นประธานกรรมการ
(๒) กรรมการผู้แทนหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงมหาดไทย
อธิบดีกรมการปกครอง รองอธิบดีกรมการปกครองซึ่งอธิบดีกรมการปกครองมอบหมาย เลขาธิการ
ก.พ. และเลขาธิการคุรุสภา
(๓) กรรมการผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดังนี้
(ก) ผู้แทนนายกเทศมนตรี ซึ่งนายกเทศมนตรีของเทศบาลทุกแห่งคัดเลือกกันเอง
จำนวนสองคน
(ข) ผู้แทนพนักงานเทศบาล ซึ่งปลัดเทศบาลของเทศบาลทุกแห่งคัดเลือกกันเอง
จำนวนสองคน
(ค) ผู้แทนประธานกรรมการบริหารองค์การบริหารส่วนตำบล
ซึ่งประธานกรรมการบริหารองค์การบริหารส่วนตำบลขององค์การบริหารส่วนตำบลทุกแห่งคัดเลือกกันเอง
จำนวนหนึ่งคน
(ง) ผู้แทนพนักงานส่วนตำบล ซึ่งปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลขององค์การบริหารส่วนตำบลทุกแห่ง
คัดเลือกกันเอง จำนวนหนึ่งคน
(๔) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยแต่งตั้งจากบุคคลซึ่งมีความรู้ความเชี่ยวชาญในด้านการบริหารงานบุคคล
ด้านการบริหารและการจัดการ ด้านการเงินและการคลัง ด้านการสาธารณสุข ด้านวิศวกรรม
ด้านการศึกษา หรือด้านกฎหมาย ซึ่งมีความรู้ความสามารถหรือผลงานเป็นที่ยอมรับ
จำนวนหกคน
การคัดเลือกกรรมการผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด
ให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยมีหน้าที่ดำเนินการจัดให้มีการคัดเลือกผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ให้รองอธิบดีกรมการปกครองซึ่งอธิบดีกรมการปกครองมอบหมายเป็นเลขานุการ
ก.ท.
มาตรา ๔
ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๖ ทวิ แห่งพระราชกฤษฎีการะเบียบพนักงานเทศบาล
พ.ศ. ๒๕๑๙
มาตรา ๖ ทวิ
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสองปี และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้
กรรมการผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้พ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ
เมื่อลาออกโดยยื่นหนังสือลาออกต่อประธานกรรมการ หรือพ้นจากตำแหน่งนายกเทศมนตรี ปลัดเทศบาล
ประธานกรรมการบริหารองค์การบริหารส่วนตำบล หรือปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล แล้วแต่กรณี
ในกรณีที่กรรมการผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิว่างลง
ให้ดำเนินการคัดเลือกกรรมการผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
แล้วแต่กรณี แทนตำแหน่งที่ว่างภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่กรรมการว่างลง และให้อยู่ในตำแหน่งได้เท่ากับระยะเวลาที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน
มาตรา ๕
ให้ยกเลิกความในมาตรา ๘ แห่งพระราชกฤษฎีการะเบียบพนักงานเทศบาล พ.ศ. ๒๕๑๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีการะเบียบพนักงานเทศบาล
(ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๓๙ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๘ ให้มีคณะอนุกรรมการพนักงานเทศบาลประจำจังหวัด
เรียกโดยย่อว่า อ.ก.ท. จังหวัด โดยออกนามจังหวัดนั้น ประกอบด้วย
(๑) ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือรองผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งได้รับมอบหมายเป็นประธานอนุกรรมการ
(๒) อนุกรรมการผู้แทนหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย
ปลัดจังหวัด นายอำเภอ ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้งจำนวนหนึ่งคน
และผู้ตรวจการส่วนท้องถิ่น
(๓) อนุกรรมการผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดังนี้
(ก) ผู้แทนนายกเทศมนตรี
ซึ่งนายกเทศมนตรีในเขตจังหวัดนั้นคัดเลือกกันเอง จำนวนหนึ่งคน
(ข) ผู้แทนพนักงานเทศบาล ซึ่งปลัดเทศบาลในเขตจังหวัดนั้นคัดเลือกกันเอง
จำนวนหนึ่งคน
(ค) ผู้แทนประธานกรรมการบริหารองค์การบริหารส่วนตำบล
ซึ่งประธานกรรมการบริหารองค์การบริหารส่วนตำบลในเขตจังหวัดนั้นคัดเลือกกันเอง
จำนวนหนึ่งคน
(ง) ผู้แทนพนักงานส่วนตำบล
ซึ่งปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลในเขตจังหวัดนั้นคัดเลือกกันเอง จำนวนหนึ่งคน
(๔) อนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้งจากบุคคลซึ่งมีความรู้ความเชี่ยวชาญในด้านการบริหารงานบุคคล
ด้านการบริหารและการจัดการ ด้านการเงินและการคลัง ด้านการสาธารณสุข ด้านวิศวกรรม
ด้านการศึกษา หรือด้านกฎหมาย ซึ่งมีความรู้ความสามารถหรือผลงานเป็นที่ยอมรับ
จำนวนสี่คน
การคัดเลือกอนุกรรมการผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด
ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมีหน้าที่ดำเนินการจัดให้มีการคัดเลือกผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ให้ผู้ตรวจการส่วนท้องถิ่นเป็นเลขานุการ อ.ก.ท. จังหวัด
ให้อนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสองปี
และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ และให้นำความในวรรคสองและวรรคสามของมาตรา ๖ ทวิ มาใช้บังคับกับการพ้นจากตำแหน่งและการคัดเลือกหรือการแต่งตั้งอนุกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่างด้วยโดยอนุโลม
ให้ อ.ก.ท. จังหวัด มีหน้าที่ช่วย ก.ท.
ปฏิบัติการในจังหวัดนั้น และให้ อ.ก.ท. จังหวัด
มีฐานะและอำนาจหน้าที่ตามที่กฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนกำหนดไว้ สำหรับ
อ.ก.พ. กระทรวง และ อ.ก.พ. กรม
มาตรา ๖
ให้ยกเลิกความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกฤษฎีการะเบียบพนักงานเทศบาล พ.ศ. ๒๕๑๙
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีการะเบียบพนักงานเทศบาล (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๓๙
และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๙
ให้มีคณะอนุกรรมการพนักงานเทศบาลประจำเทศบาลเรียกโดยย่อว่า อ.ก.ท. เทศบาล
โดยออกนามเทศบาลนั้น ประกอบด้วย
(๑) นายกเทศมนตรี เป็นประธานอนุกรรมการ
(๒) อนุกรรมการผู้แทนเทศบาล ประกอบด้วยเทศมนตรีซึ่งนายกเทศมนตรีมอบหมาย
จำนวนหนึ่งคน ปลัดเทศบาล และหัวหน้าสำนักปลัดเทศบาล
(๓) อนุกรรมการผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง
ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้ง จำนวนสี่คน
(๔) อนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้งจากบุคคลซึ่งมีความรู้ความเชี่ยวชาญในด้านการบริหารงานบุคคล
ด้านการบริหารและการจัดการ ด้านการเงินและการคลัง ด้านการสาธารณสุข ด้านวิศวกรรม ด้านการศึกษา
หรือด้านกฎหมาย ซึ่งมีความรู้ความสามารถหรือผลงานเป็นที่ยอมรับ จำนวนสี่คน
ให้หัวหน้าสำนักปลัดเทศบาลเป็นเลขานุการ อ.ก.ท. เทศบาล
ให้อนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสองปี
และอาจได้รับการแต่งตั้งอีกได้ และให้นำความในวรรคสามและวรรคสี่ของมาตรา ๖ ทวิ
มาใช้บังคับกับการพ้นจากตำแหน่งและการแต่งตั้งอนุกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่างด้วยโดยอนุโลม
ให้ อ.ก.ท. เทศบาล มีหน้าที่ช่วย อ.ก.ท. จังหวัด และ ก.ท.
ปฏิบัติการในเทศบาลนั้น และให้ อ.ก.ท. เทศบาล
มีฐานะและอำนาจหน้าที่ตามที่กฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนกำหนดไว้สำหรับ
อ.ก.พ. จังหวัด
มาตรา ๗
ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๑ แห่งพระราชกฤษฎีการะเบียบพนักงานเทศบาล พ.ศ. ๒๕๑๙
และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๑๑
การแต่งตั้งและการให้พนักงานเทศบาลพ้นจากตำแหน่ง ให้นายกเทศมนตรีโดยความเห็นชอบของ
ก.ท. เป็นผู้มีอำนาจสั่งแต่งตั้งและให้พ้นจากตำแหน่ง
ในกรณีการแต่งตั้งและให้ลูกจ้างของเทศบาลพ้นจากตำแหน่ง ให้นายกเทศมนตรีโดยความเห็นชอบของ
อ.ก.ท. จังหวัด ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ท. กำหนด เป็นผู้มีอำนาจสั่งแต่งตั้ง และให้พ้นจากตำแหน่ง
ทั้งนี้ ตามที่ ก.ท. กำหนด
มาตรา ๘ บรรดาคำสั่งเกี่ยวกับการบรรจุแต่งตั้ง
การย้าย การโอน การรับโอน การเลื่อนระดับ การเลื่อนขั้นเงินเดือน การสอบสวน
การลงโทษทางวินัย การให้ออกจากราชการ การอุทธรณ์ และการร้องทุกข์
หรือการอื่นใดที่เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลที่ ก.ท. อ.ก.ท. จังหวัด หรือ อ.ก.ท.
เทศบาลตามพระราชกฤษฎีการะเบียบพนักงานเทศบาล พ.ศ. ๒๕๑๙ ได้ดำเนินการไปแล้วหรือกำลังดำเนินการอยู่โดยชอบด้วยกฎหมายดังกล่าวก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ
ให้เป็นอันใช้ได้
มาตรา ๙
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
ชวน หลีกภัย
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ
โดยที่มาตรา ๒๘๘ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
ได้กำหนดให้การแต่งตั้งและการให้พนักงานและลูกจ้างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพ้นจากตำแหน่งต้องเป็นไปตามความต้องการและความเหมาะสมของแต่ละท้องถิ่น
และต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการพนักงานส่วนท้องถิ่น โดยคณะกรรมการพนักงานส่วนท้องถิ่นจะต้องประกอบด้วย
ผู้แทนของหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
และผู้ทรงคุณวุฒิ โดยมีจำนวนเท่ากัน สมควรปรับปรุงองค์ประกอบของคณะกรรมการพนักงานเทศบาล
(ก.ท.) คณะอนุกรรมการพนักงานเทศบาลประจำจังหวัด (อ.ก.ท. จังหวัด)
และคณะอนุกรรมการพนักงานเทศบาลประจำเทศบาล (อ.ก.ท. เทศบาล)
และอำนาจหน้าที่ในส่วนที่เกี่ยวกับการแต่งตั้งและการให้พนักงานเทศบาลและลูกจ้างพ้นจากตำแหน่ง
ให้สอดคล้องกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
ปิติวรรณ/ปรับปรุง
๙ เมษายน ๒๕๖๓
อรญา/ตรวจ
๙ มิถุนายน ๒๕๖๓
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๑๖/ตอนที่ ๙๕ ก/หน้า ๔/๑๒ ตุลาคม ๒๕๔๒
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).