法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน สำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. 2552

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
18
มาตรา อารัมภบท

กฎกระทรวง

กฎกระทรวง

แบ่งส่วนราชการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน

สำนักนายกรัฐมนตรี

พ.ศ. ๒๕๕๒[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๘ ฉ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.

๒๕๔๓ นายกรัฐมนตรีออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ให้ยกเลิกกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน

สำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. ๒๕๔๕

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน มีภารกิจเกี่ยวกับการเสนอแนะนโยบาย

ให้คำปรึกษาแก่คณะรัฐมนตรีตลอดจนส่วนราชการในการบริหารทรัพยากรบุคคลภาครัฐ

เป็นหน่วยงานประเมินผลการบริหารงานของส่วนราชการ

รวมทั้งเป็นองค์กรกลางในการพิทักษ์ระบบคุณธรรม ทั้งนี้

เพื่อให้ภาครัฐมีกำลังคนที่มีประสิทธิภาพและทำงานให้มุ่งผลสัมฤทธิ์ โดยให้มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑)

เป็นเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการดำเนินงานในหน้าที่ของคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนและคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม

และดำเนินการตามที่ ก.พ. หรือ ก.พ.ค. มอบหมาย

(๒)

เสนอแนะและให้คำปรึกษาแก่กระทรวง ทบวง กรม เกี่ยวกับหลักเกณฑ์ วิธีการ

และแนวทางการบริหารทรัพยากรบุคคลภาครัฐ

(๓)

พัฒนา ส่งเสริม วิเคราะห์ และวิจัยเกี่ยวกับนโยบาย ยุทธศาสตร์ ระบบ หลักเกณฑ์

วิธีการ และมาตรฐานด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลของข้าราชการพลเรือน

(๔)

ติดตามและประเมินผลการบริหารทรัพยากรบุคคลของข้าราชการพลเรือน

(๕)

ดำเนินการเกี่ยวกับแผนกำลังคนของข้าราชการพลเรือน

(๖)

เป็นศูนย์กลางข้อมูลทรัพยากรบุคคลภาครัฐ

(๗)

จัดทำยุทธศาสตร์

ประสานและดำเนินการเกี่ยวกับการพัฒนาทรัพยากรบุคคลของข้าราชการฝ่ายพลเรือน

(๘)

ส่งเสริม ประสานงาน เผยแพร่ ให้คำปรึกษาแนะนำ

และดำเนินการเกี่ยวกับการจัดสวัสดิการและการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตสำหรับทรัพยากรบุคคลภาครัฐ

(๙)

ดำเนินการเกี่ยวกับทุนเล่าเรียนหลวงและทุนของรัฐบาลตามนโยบายและระเบียบที่ ก.พ.

กำหนด ให้สอดคล้องกับนโยบายการบริหารทรัพยากรบุคคลของข้าราชการฝ่ายพลเรือน

ตลอดจนจัดสรรผู้รับทุนที่สำเร็จการศึกษาแล้วเข้ารับราชการในกระทรวง ทบวง กรม

หรือหน่วยงานของรัฐ

(๑๐)

ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดการการศึกษา การควบคุมดูแล

และการให้ความช่วยเหลือบุคลากรภาครัฐและนักเรียนทุนที่อยู่ในความดูแลของ ก.พ.

ตลอดจนการเก็บเงินชดเชยค่าใช้จ่ายในการดูแลจัดการการศึกษาตามข้อบังคับหรือระเบียบที่

ก.พ. กำหนด

(๑๑)

ดำเนินการเกี่ยวกับการรับรองคุณวุฒิของผู้ได้รับปริญญา ประกาศนียบัตรวิชาชีพ

หรือคุณวุฒิอย่างอื่นเพื่อประโยชน์ในการบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการพลเรือน

และการกำหนดอัตราเงินเดือนหรือค่าตอบแทน

รวมทั้งระดับตำแหน่งและประเภทตำแหน่งสำหรับคุณวุฒิดังกล่าว

(๑๒)

ดำเนินการเกี่ยวกับการรักษาทะเบียนประวัติและการควบคุมเกษียณอายุของข้าราชการพลเรือน

(๑๓)

จัดทำรายงานประจำปีเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรบุคคลในราชการพลเรือนเสนอต่อ ก.พ.

และคณะรัฐมนตรี

(๑๔)

ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของสำนักงาน ก.พ.

หรือตามที่คณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี หรือ ก.พ. มอบหมาย

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ให้แบ่งส่วนราชการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ดังต่อไปนี้

(๑)

สำนักงานเลขาธิการ

(๒)

ศูนย์จัดการศึกษาในต่างประเทศและบริหารความรู้

(๓)

ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

(๔)

ศูนย์นักบริหารระดับสูง

(๕)

ศูนย์สรรหาและเลือกสรร

(๖)

สถาบันพัฒนาข้าราชการพลเรือน

(๗)

สำนักกฎหมาย

(๘)

สำนักงานผู้ดูแลนักเรียนในต่างประเทศ

(๙)

สำนักตรวจสอบและประเมินผลกำลังคน

(๑๐)

สำนักพัฒนาระบบจำแนกตำแหน่งและค่าตอบแทน

(๑๑)

สำนักพิทักษ์ระบบคุณธรรม

(๑๒)

สำนักมาตรฐานวินัย

(๑๓)

สำนักวิจัยและพัฒนาระบบงานบุคคล

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ในสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ให้มีกลุ่มพัฒนาระบบบริหาร

เพื่อทำหน้าที่หลักในการพัฒนาการบริหารของสำนักงาน ก.พ. ให้เกิดผลสัมฤทธิ์

มีประสิทธิภาพ และคุ้มค่า รับผิดชอบงานขึ้นตรงต่อเลขาธิการ ก.พ. โดยมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑)

เสนอแนะให้คำปรึกษาแก่เลขาธิการ ก.พ.

เกี่ยวกับยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบราชการภายในสำนักงาน ก.พ.

(๒)

ติดตาม ประเมินผล และจัดทำรายงานเกี่ยวกับการพัฒนาระบบราชการในสำนักงาน ก.พ.

(๓)

ประสานและดำเนินการเกี่ยวกับการพัฒนาระบบราชการร่วมกับหน่วยงานกลางต่าง ๆ

และหน่วยงานภายในสำนักงาน ก.พ.

(๔)

ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

หรือที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ในสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ให้มีกลุ่มตรวจสอบภายใน

เพื่อทำหน้าที่หลักในการตรวจสอบการดำเนินงานภายในสำนักงาน ก.พ.

และสนับสนุนการปฏิบัติงานของสำนักงาน ก.พ. รับผิดชอบงานขึ้นตรงต่อเลขาธิการ ก.พ.

โดยมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑)

ดำเนินการเกี่ยวกับการตรวจสอบด้านการบริหาร การเงิน และการบัญชี ของสำนักงาน ก.พ.

(๒)

ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

หรือที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

สำนักงานเลขาธิการ มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑)

ปฏิบัติงานสารบรรณของสำนักงาน ก.พ.

(๒)

ดำเนินการเกี่ยวกับงานโรงพิมพ์ งานห้องสมุด งานรักษาความปลอดภัย

และงานประสานและอำนวยการในพิธีการต่าง ๆ

(๓)

ดำเนินการเกี่ยวกับการเงิน การบัญชี การงบประมาณ การพัสดุ อาคารสถานที่

และยานพาหนะ

(๔)

จัดระบบงานและบริหารทรัพยากรบุคคลของสำนักงาน ก.พ.

(๕)

ดำเนินการประสานสัมพันธ์ เผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร

และเสริมสร้างให้ประชาชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีความรู้และความเข้าใจในการปฏิบัติงานของสำนักงาน

ก.พ.

(๖)

ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

หรือที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ศูนย์จัดการศึกษาในต่างประเทศและบริหารความรู้ มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑)

ศึกษา วิเคราะห์

และพัฒนาระบบการดูแลและการจัดการการศึกษาของนักเรียนทุนเล่าเรียนหลวง

นักเรียนทุนของรัฐบาล นักเรียนทุนอื่น ๆ และบุคลากรภาครัฐ

(๒)

ดูแลและจัดการการศึกษาให้แก่นักเรียนทุนเล่าเรียนหลวง นักเรียนทุนของรัฐบาล

นักเรียนทุนอื่น ๆ และบุคลากรภาครัฐที่ลาศึกษาหรือฝึกอบรมในต่างประเทศ

(๓)

ดำเนินการเกี่ยวกับการส่งเสริม สนับสนุน

และติดตามผลการศึกษาของนักเรียนทุนเล่าเรียนหลวง นักเรียนทุนของรัฐบาล

นักเรียนทุนอื่น ๆ และบุคลากรภาครัฐที่ลาศึกษาหรือฝึกอบรมในต่างประเทศ

(๔)

ให้คำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับระบบการศึกษาในต่างประเทศ

และเป็นศูนย์ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการศึกษาในต่างประเทศ

(๕)

เป็นศูนย์รวมข้อมูลกำลังคนภาครัฐซึ่งกำลังศึกษาในสาขาวิชาต่าง ๆ ในต่างประเทศ

(๖)

เป็นศูนย์รวบรวมองค์ความรู้ของนักเรียนทุนเล่าเรียนหลวง นักเรียนทุนของรัฐบาล

นักเรียนทุนอื่น ๆ และบุคลากรภาครัฐที่ลาศึกษาหรือฝึกอบรมในต่างประเทศ

(๗)

ส่งเสริม สนับสนุน และประสานงานกับภาคเอกชนและส่วนราชการของต่างประเทศในการจัดระบบการดูแลและการจัดการการศึกษา

การแนะแนวการศึกษา

และการป้องปรามการแสวงหาประโยชน์ในการดูแลและการจัดการการศึกษาของหน่วยงานเอกชน

(๘)

ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

หรือที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑)

ศึกษา วิเคราะห์ และพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารกำลังคนภาครัฐ

(๒)

ส่งเสริม ประสานงาน เผยแพร่

และให้คำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับการพัฒนาระบบสารสนเทศและการบริหารข้อมูลกำลังคนภาครัฐ

(๓)

ดำเนินการเกี่ยวกับการวางระบบหรือพัฒนาระบบข้อมูลและประมวลผลข้อมูลและข้อสนเทศต่าง

(๔)

ดำเนินการเกี่ยวกับการวางระบบหรือพัฒนาระบบงานคอมพิวเตอร์และการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์

(๕)

ดำเนินการเกี่ยวกับการเผยแพร่ การให้บริการข้อมูลและข้อสนเทศต่าง ๆ

รวมทั้งการให้คำปรึกษาแนะนำ หรือฝึกอบรมการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์และการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์

(๖)

ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

หรือที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

ศูนย์นักบริหารระดับสูง มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑)

ศึกษา วิเคราะห์ และพัฒนาระบบการกำหนดตำแหน่งและค่าตอบแทนของนักบริหารระดับสูง

(๒)

ดำเนินการประเมินสมรรถนะ จัดทำข้อมูลกำลังคน และบริหารบัญชี

(๓)

ดำเนินการเกี่ยวกับการประเมินผลงานทางวิชาการของตำแหน่งระดับสูง

(๔)

ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

หรือที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

ศูนย์สรรหาและเลือกสรร มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑)

พัฒนาและกำหนดนโยบาย ระบบ และรูปแบบการสรรหาและเลือกสรรบุคคลเข้ารับราชการ

(๒)

ให้คำปรึกษาแนะนำแก่ส่วนราชการเกี่ยวกับการดำเนินการสรรหาและเลือกสรรบุคคลเข้ารับราชการ

(๓)

ดำเนินการเกี่ยวกับการสร้างและพัฒนาเครื่องมือการสรรหาและการสอบรวมทั้งการเป็นศูนย์กลางในการประสานการสรรหาบุคคลเข้ารับราชการในส่วนราชการและวิสาหกิจ

(๔)

ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดสรรทุนของรัฐบาล และการสอบแข่งขัน

หรือคัดเลือกบุคคลเพื่อรับทุนเล่าเรียนหลวงและทุนของรัฐบาล

(๕)

จัดทำมาตรฐาน หลักเกณฑ์ แนวทาง และการพิจารณารับรองคุณวุฒิเพื่อการบรรจุและแต่งตั้ง

(๖)

ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

หรือที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

สถาบันพัฒนาข้าราชการพลเรือน มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑)

ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย และพัฒนาเกี่ยวกับการพัฒนาและฝึกอบรมทรัพยากรบุคคลภาครัฐ

รวมทั้งการพัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรม การผลิต

และให้บริการสื่อหรือเทคโนโลยีการฝึกอบรม

(๒)

ศึกษา วิเคราะห์ และวิจัยเกี่ยวกับนโยบาย ระบบ หรือแนวทางการพัฒนาข้าราชการพลเรือน

รวมทั้งการติดตามและประเมินผลการพัฒนาทรัพยากรบุคคลในราชการฝ่ายพลเรือน

(๓)

ดำเนินการจัดและสนับสนุนการจัดการฝึกอบรมและการพัฒนาข้าราชการ

(๔)

ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

หรือที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

สำนักกฎหมาย มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑)

ศึกษา วิเคราะห์ และดำเนินการเกี่ยวกับการพัฒนากฎหมายต่าง ๆ ของสำนักงาน ก.พ.

ให้ทันสมัย

(๒)

ดำเนินการเกี่ยวกับการให้คำปรึกษาแนะนำ ตลอดจนการเสนอความเห็นเกี่ยวกับกฎหมาย กฎ

ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง และหนังสือเวียนที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงาน ก.พ.

แก่คณะรัฐมนตรี หน่วยงานของรัฐ และองค์กรกลางบริหารงานบุคคลอื่น ๆ

(๓)

ดำเนินการเกี่ยวกับงานนิติกรรมและสัญญา งานเกี่ยวกับความรับผิดทางแพ่ง อาญา

งานคดีปกครอง และงานคดีอื่นที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของสำนักงาน ก.พ.

(๔)

ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดทำร่างกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง

และหนังสือเวียนที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงาน ก.พ.

(๕)

ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

หรือที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

สำนักงานผู้ดูแลนักเรียนในต่างประเทศ มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑)

ส่งเสริม สนับสนุน และประสานงานเกี่ยวกับการจัดการศึกษา ฝึกอบรม หรือดูงานในต่างประเทศสำหรับนักเรียนทุนเล่าเรียนหลวง

นักเรียนทุนของรัฐบาล นักเรียนทุนอื่น ๆ และบุคลากรภาครัฐที่ลาศึกษา ฝึกอบรม

หรือดูงานในต่างประเทศ

(๒)

ดูแล จัดการ และให้ความช่วยเหลือเกี่ยวกับการศึกษา

ความเป็นอยู่และการเงินแก่นักเรียนทุนเล่าเรียนหลวง นักเรียนทุนของรัฐบาล

นักเรียนทุนอื่น ๆ และบุคลากรภาครัฐที่ลาศึกษาหรือฝึกอบรมในต่างประเทศ

(๓)

ส่งเสริม สนับสนุน ประสานงาน

และสร้างแรงจูงใจให้คนไทยที่ศึกษาในต่างประเทศกลับมาทำงานในประเทศไทย

(๔)

ดำเนินการเกี่ยวกับการเป็นศูนย์เผยแพร่ข้อมูลการศึกษาและวัฒนธรรมของไทยในต่างประเทศ

รวมทั้งการประสานงานและจัดหาข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษาในต่างประเทศ

เพื่อประโยชน์ในการบริหารทรัพยากรบุคคลในราชการฝ่ายพลเรือน

(๕)

ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

หรือที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

สำนักตรวจสอบและประเมินผลกำลังคน มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑)

ตรวจสอบ วิเคราะห์ และประเมินผลการบริหารตำแหน่งของส่วนราชการต่าง ๆ

(๒)

วิเคราะห์ความเหมาะสมการใช้กำลังคนของส่วนราชการต่าง ๆ

(๓)

ตรวจสอบและให้ความเห็นเกี่ยวกับคำสั่งการบริหารทรัพยากรบุคคลของส่วนราชการต่าง ๆ

เพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.พ. กำหนด

(๔)

รักษาทะเบียนประวัติข้าราชการพลเรือน ควบคุมเกษียณอายุราชการ และข้อมูลกำลังคน

(๕)

ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

หรือที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

สำนักพัฒนาระบบจำแนกตำแหน่งและค่าตอบแทน มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑)

ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย

และพัฒนาระบบค่าตอบแทนและประโยชน์เกื้อกูลให้สอดคล้องกับผลงานและค่าครองชีพ

(๒)

ศึกษาและวิเคราะห์เพื่อจำแนกตำแหน่ง ประเมินค่างาน

และจัดทำบัญชีอัตราเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง

(๓)

ศึกษาและพัฒนาระบบจูงใจในการทำงานเพื่อยกระดับคุณภาพและประเมินกำลังคน

(๔)

ศึกษา วิเคราะห์ และวิจัยเกี่ยวกับนโยบาย ระบบ

หรือมาตรฐานการจัดและพัฒนาการกำหนดตำแหน่งในราชการฝ่ายพลเรือน

(๕)

ศึกษา วิเคราะห์ และวิจัยเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ วิธีการ หรือแนวทางปฏิบัติ

รวมทั้งการติดตาม ประเมินผลการจัดกรอบอัตรากำลัง

และการกำหนดตำแหน่งในราชการฝ่ายพลเรือน

(๖)

ศึกษาและวิเคราะห์เกี่ยวกับการกำหนดชื่อตำแหน่ง

หน้าที่ความรับผิดชอบและกรอบอัตรากำลังลูกจ้างประจำและลูกจ้างชั่วคราวต่างประเทศ

(๗)

ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

หรือที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

สำนักพิทักษ์ระบบคุณธรรม มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑)

ศึกษา วิเคราะห์

และวิจัยเพื่อสนับสนุนการบริหารทรัพยากรบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาหลักเกณฑ์

วิธีการ กฎ ระเบียบ แนวทางการดำเนินการด้านอุทธรณ์ ร้องทุกข์ และการคุ้มครองระบบคุณธรรม

(๒)

ดำเนินการสืบสวน รวบรวมข้อมูล รวมทั้งการวิเคราะห์การจัดทำสำนวน และจัดทำความเห็น

(๓)

ดำเนินการเกี่ยวกับการให้คำปรึกษาแนะนำ สนับสนุน

ติดตามและประเมินผลเกี่ยวกับการอุทธรณ์และร้องทุกข์

และการรักษาระบบคุณธรรมในกระทรวง ทบวง กรม

(๔)

ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

หรือที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

สำนักมาตรฐานวินัย มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑)

ดำเนินการสืบสวน รวบรวมข้อมูล รวมทั้งการวิเคราะห์การจัดทำสำนวน และจัดทำความเห็น

(๒)

ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย และพัฒนาหลักเกณฑ์ วิธีการ กฎ ระเบียบ

และแนวทางการดำเนินการด้านวินัย

(๓)

ดำเนินการเกี่ยวกับการให้คำปรึกษาแนะนำ สนับสนุน

ติดตามและประเมินผลเกี่ยวกับการเสริมสร้างวินัย การพัฒนาคุณธรรม

จริยธรรมและจรรยาบรรณของข้าราชการ การดำเนินการทางวินัย

และมาตรฐานการลงโทษในกระทรวง ทบวง กรม

(๔)

ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

หรือที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

สำนักวิจัยและพัฒนาระบบงานบุคคล มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑)

ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย

และเสนอแนะนโยบายและกลยุทธ์ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลในราชการฝ่ายพลเรือนต่อคณะรัฐมนตรีและคณะกรรมการระดับชาติที่เกี่ยวข้อง

(๒)

ศึกษา วิเคราะห์ และวิจัยเกี่ยวกับองค์ความรู้และหลักการบริหารทรัพยากรบุคคลใหม่ ๆ

(๓)

ศึกษา วิเคราะห์ และพัฒนาระบบ กลยุทธ์ หลักเกณฑ์

และวิธีการบริหารทรัพยากรบุคคลในราชการฝ่ายพลเรือนและทรัพยากรบุคคลพิเศษ เช่น

นักเรียนทุนของรัฐบาล คนพิการ หรือกำลังคนในพื้นที่เฉพาะ

(๔)

ส่งเสริม สนับสนุน

และให้คำปรึกษาแนะนำแก่ส่วนราชการในการจัดทำแผนกลยุทธ์การบริหารทรัพยากรบุคคล

(๕)

ศึกษาและวิเคราะห์เกี่ยวกับมาตรฐานการบริหารทรัพยากรบุคคลของข้าราชการฝ่ายพลเรือน

(๖)

ส่งเสริม สนับสนุน ให้คำปรึกษาแนะนำ

และติดตามประเมินผลให้การบริหารทรัพยากรบุคคลในส่วนราชการเป็นไปตามระบบคุณธรรมและหลักการบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่

(๗)

ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

หรือที่ได้รับมอบหมาย

ให้ไว้ ณ วันที่ ๙

มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

นายกรัฐมนตรี

หมายเหตุ :-

เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงการแบ่งส่วนราชการและอำนาจหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน

สำนักนายกรัฐมนตรี ตลอดจนปรับปรุงอำนาจหน้าที่ของแต่ละส่วนราชการเพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจที่เพิ่มขึ้นและเหมาะสมกับสภาพของงานที่เปลี่ยนแปลงไป

อันจะทำให้การปฏิบัติภารกิจตามอำนาจหน้าที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๓๐ มีนาคม ๒๕๕๒

ปณตภร/ปรับปรุง

๗ สิงหาคม ๒๕๕๖

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๖/ตอนที่ ๑๘ ก/หน้า ๑/๒๗ มีนาคม ๒๕๕๒

18 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน สำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. 2552 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_ecae625332243908

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com