พระราชบัญญัติ
พระราชบัญญัติ
เครื่องราชอิสสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า
พุทธศักราช ๒๔๘๔
ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล
คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
(ตามประกาศประธานสภาผู้แทนราษฏร
ลงวันที่ ๔ สิงหาคม
พุทธศักราช ๒๔๘๐)
อาทิตย์ ทิพอาภา
พล.อ. พิชเยนทรโยธิน
ตราไว้ ณ วันที่ ๒๔ ตุลาคม
พุทธศักราช ๒๔๘๔
เป็นปีที่ ๘
ในรัชกาลปัจจุบัน
โดยที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติว่า
สมควรแก้ไขกฎหมายว่าด้วยเครื่องราชอิสริยาภรณ์สำหรับตระกูลจุลจอมเกล้า
จึงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาผู้แทนราษฎร
ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑
พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า พระราชบัญญัติเครื่องราชอิสสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า
พุทธศักราช ๒๔๘๔
มาตรา ๒[๑] ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้
ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓
ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติเครื่องราชอิสริยาภรณ์สำหรับตระกูลจุลจอมเกล้า รัตนโกสินทรศก
๑๑๒ และบรรดากฎหมาย กฎ และข้อบังคับอื่น ๆ
ในส่วนที่มีบัญญัติไว้แล้วในพระราชบัญญัตินี้
หรือซึ่งขัดแย้งกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๔
พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประธานของเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า
และทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจที่จะพระราชทานและเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์นี้
มาตรา ๕
เครื่องราชอิสริยาภรณ์นี้สำหรับพระราชทานแก่ผู้ที่ทรงพระราชดำริเห็นสมควร
มาตรา ๖
เครื่องราชอิสริยาภรณ์นี้แบ่งเป็นชั้น นามและจำนวน ดังต่อไปนี้
สำหรับพระราชทานฝ่ายหน้า
ชั้นที่ ๑
ปฐมจุลจอมเกล้าวิเศษ
ไม่จำกัดจำนวน อักษรย่อ ป.จ.ว.
ปฐมจุลจอมเกล้า
๓๐ ดวง อักษรย่อ ป.จ.
ชั้นที่ ๒
ทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ
๑๐๐ ดวง อักษรย่อ ท.จ.ว.
ทุติจุลจอมเกล้า
๑๕๐ ดวง อักษรย่อ ท.จ.
ชั้นที่ ๓
ตติยจุลจอมเกล้าวิเศษ
๑๕๐ ดวง อักษรย่อ ต.จ.ว.
ตติยจุลจอมเกล้า
๑๐๐ ดวง อักษรย่อ ต.จ.
ตติยานุจุลจอมเกล้า
๑๐๐ ดวง อักษรย่อ ต.อ.จ.
สำหรับพระราชทานฝ่ายใน
ชั้นที่ ๑
ปฐมจุลจอมเกล้า
๒๐ ดวง อักษรย่อ ป.จ.
ชั้นที่ ๒
ทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ
๑๐๐ ดวง อักษรย่อ ท.จ.ว.
ทุติยจุลจอมเกล้า
๑๐๐ ดวง อักษรย่อ ท.จ.
ชั้นที่ ๓
ตติยจุลจอมเกล้า
๑๕๐ ดวง อักษรย่อ ต.จ.
ชั้นที่ ๔
จตุตถจุลจอมเกล้า
๑๕๐ ดวง อักษรย่อ จ.จ.
มาตรา ๗
เจ้านายหรือผู้มีเกียรติของต่างประเทศอาจได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์นี้เป็นจำนวนต่างหากจากที่กำหนดไว้ในมาตรา
๖
มาตรา ๘
เครื่องราชอิสริยาภรณ์นี้มีลักษณะ ดังต่อไปนี้ คือ
สำหรับพระมหากษัตริย์และสมเด็จพระบรมราชินี
สำหรับพระมหากษัตริย์
มีลักษณะอย่างสำหรับพระราชทานฝ่ายหน้า แต่ดวงตรา ดารา
และสายสร้อยนั้นประดับเพชรทั้งสิ้น
ส่วนสำหรับสมเด็จพระบรมราชินี
มีลักษณะอย่างสำหรับพระราชทานฝ่ายใน แต่ดวงตราและดารานั้นประดับเพชรทั้งสิ้น
สำหรับพระราชทานฝ่ายหน้า
ชั้นที่ ๑
ปฐมจุลจอมเกล้าวิเศษ
มีดวงตราด้านหน้าเป็นแฉก ๘ แฉก ลงยาสีชมพู มีรัศมีทองตามระหว่างแฉก มีใบชัยพฤกษ์สองข้างลงยาสีเขียว
กลางดวงมีพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ขอบลงยาสีขาบมีอักษรทองว่า เราจะบำรุงตระกูลวงศ์ให้เจริญ เบื้องบนมีจุลมงกุฎรัศมี ลงยาสีเขียว สีแดง สีขาบ สีขาว
ด้านหลังดวงตราเหมือนอย่างด้านหน้า แต่ที่กลางดวงตราเป็นรูปช้างไอราพต ลงยาสีขาว
บนหลังช้างมีรูปตรีศูล ลงยาสีขาว ที่ขอบมีอักษรทองว่า ปีระกาเบญจศก
ศักราช ๑๒๓๕ รอบขอบเป็นรูปจักรลงยาสีขาว พื้นแดง
ห้อยกับแพรแถบสีชมพู กว้าง ๑๐ เซ็นติเมตร สะพายบ่าซ้ายเฉียงลงมาทางขวา
กับมีดาราเป็นรัศมีทอง ๘ แฉก เงิน ๘ แฉก
กลางดาราพื้นสีชมพูมีอักษรพระปรมาภิไธยย่อ จ.จ.จ. ทองประดับเพชร ขอบลงยาสีขาบ
และมีอักษรทองว่า เราจะบำรุงตระกูลงวงค์ให้เจริญ
รอบขอบเป็นเพชรสร่งเงินประดับที่อกเสื้อเบื้องซ้าย
และมีสายสร้อยลงยาหรือสายสร้อยทอง
เป็นรูปอักษรพระปรมาภิไธยย่อ จ.ป.ร. ไขว้ ๑๖ องค์
ดอกบัว ๑๗ ดอก สลับกันไปตลอดสาย กลางสายสร้อยเป็นรูปช้างไอราพตมีจุลมงกุฎรัศมี
มีเครื่องสูง ๒ ข้าง และมีราชสีห์คชสีห์เชิญ สำหรับห้อยดวงตราสวมแทนสายสะพาย
กับให้มีแพรจีบสีขาวกลัดทับสายสร้อยเหนือบ่าทั้ง ๒ ข้าง
สายสร้อยลงยาหรือทองคำนี้
จะพระราชทานอย่างใด และสำหรับชาวต่างประเทศจะพระราชทานหรือไม่
สุดแต่จะทรงพระราชดำริเห็นสมควร
นอกจากนี้ให้มีดวงตราตติยานุจุลจอมเกล้า
๑ ดวง ประดับที่อกเสื้อเบื้องซ้าย
ปฐมจุลจอมเกล้า มีลักษณะอย่างปฐมจุลจอมเกล้าวิเศษ
แต่ไม่มีดวงตราตติยานุจุลจอมเกล้า
ชั้นที่ ๒
ทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ มีดวงตราเหมือนชั้นที่ ๑ ห้อยกับแพรแถบสีชมพู กว้าง ๕ เซ็นติเมตร สวมคอ
และมีดาราเป็นรัศมีเงิน ๘ แฉก กลางดารามีอักษรพระปรมาภิไธยย่อ จ.จ.จ. ทอง อยู่บนพื้นลงยาสีชมพู ขอบลงยาสีขาบ มีอักษรทองว่า เราจะบำรุงตระกูลวงศ์ให้เจริญ
ประดับที่อกเสื้อเบื้องซ้าย
ทุติยจุลจอมเกล้า
มีลักษณะอย่างทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ แต่ไม่มีดารา
ชั้นที่ ๓
ตติยจุลจอมเกล้าวิเศษ
มีดวงตราเหมือนทุติยจุลจอมเกล้า แต่ย่อมกว่า ห้อยกับแพรแถบสีชมพู กว้าง ๔
เซ็นติเมตร มีดอกไม้จีบติดบนแพรแถบและมีเข็มทองประดับที่อกเสื้อเบื้องซ้าย
ตติยจุลจอมเกล้า
มีลักษณะอย่างตติยจุลจอมเกล้าวิเศษ แต่ไม่มีดอกไม้จีบ
ตติยานุจุลจอมเกล้า
มีลักษณะอย่างตติยจุลจอมเกล้า แต่เป็นตราเงินไม่มีแฉกและรัศมี
สำหรับพระราชทานฝ่ายใน
ชั้นที่ ๑
ปฐมจุลจอมเกล้า มีลักษณะอย่างปฐมจุลจอมเกล้าสำหรับพระราชทานฝ่ายหน้า แต่ย่อมกว่าและที่จุลมงกุฎและใบชัยพฤกษ์ประดับเพชรกับที่ด้านหลังมีอักษรทองว่า
รัตนโกสินทรศก ๑๑๒ ห้อยกับแพรแถบสีชมพู กว้าง ๗.๕
เซ็นติเมตร สะพายบ่าซ้ายเฉียงลงทางขวา หรือห้อยกับแพรแถบสีชมพู กว้าง ๕ เซ็นติเมตร
ผูกเป็นรูปแมลงปอ ประดับเสื้อที่หน้าบ่าซ้าย
กับมีดาราเหมือนชั้นที่
๑ สำหรับพระราชทานฝ่ายหน้า แต่ย่อมกว่า ประดับที่อกเสื้อเบื้องซ้าย
ชั้นที่ ๒
ทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ
มีดวงตราเหมือนชั้นที่ ๑ แต่ไม่ประดับเพชร ห้อยกับแพรแถบสีชมพู กว้าง ๗.๕
เซนติเมตร สะพายบ่าซ้ายเฉียงลงทางขวา หรือห้อยกับแพรแถบสีชมพู กว้าง ๕ เซ็นติเมตร
ผูกเป็นรูปแมลงปอ ประดับเสื้อที่หน้าบ่าซ้าย
ทุติยจุลจอมเกล้า
มีดวงตราห้อยกับแพรแถบผูกเป็นรูปแมลงปอ เหมือนทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ
แต่ห้อยกับแพรแถบสะพายไม่ได้
ชั้นที่ ๓
ตติยจุลจอมเกล้า มีดวงตราเหมือนทุติยจุลจอมเกล้า
แต่ย่อมกว่า ห้อยกับแพรแถบสีชมพู กว้าง ๔ เซ็นติเมตร ผูกเป็นรูปแมลงปอ
ประดับเสื้อที่หน้าบ่าซ้าย
ชั้นที่ ๔
จตุตถจุลจอมเกล้า
มีดวงตราเหมือนตติยาจุลจอมเกล้าสำหรับพระราชทานฝ่ายหน้า แต่กาไหล่ทองลงยาสีขาบ ห้อยกับแพรแถบสีชมพู กว้าง ๔ เซ็นติเมตร
ผูกเป็นรูปแมลงปอ ประดับเสื้อที่หน้าบ่าซ้าย
มาตรา ๙
ให้มีการสืบตระกูลเครื่องราชอิสริยาภรณ์นี้ ดังต่อไปนี้
๑.
เมื่อบิดาได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ปฐมจุลจอมเกล้าวิเศษ
บุตรชายจะได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์สืบตระกูลตั้งแต่บิดายังมีชีวิตอยู่
และการสืบตระกูลตามข้อนี้ให้มีตลอดไปจนกว่าจะหาตัวผู้สืบสายโลหิตที่เป็นชายไม่ได้
๒.
เมื่อบิดาได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ปฐมจุลจอมเกล้า
บุตรชายจะได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์สืบตระกูลตั้งแต่บิดายังมีชีวิตอยู่
แต่การสืบตระกูลตามข้อนี้ เป็นอันสิ้นสุดแต่เพียงนี้
๓.
เมื่อบิดาได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ
หรือทุติยจุลจอมเกล้า
บุตรชายจะได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์สืบตระกูลเมื่อบิดาล่วงลับไปแล้ว
การสืบตระกูลตามข้อนี้เป็นอันสิ้นสุดแต่เพียงนี้
การสืบตระกูลดังเช่นว่ามาทั้งหมดนี้
บุตรชายใหญ่ของจำนวนบุตรที่มีชีวิตอยู่ในขณะนั้น เป็นผู้จะได้รับพระราชทาน แต่ต้องเป็นบุตรซึ่งบิดามารดาหรือญาติผู้ใหญ่ในตระกูลรับรองยกย่อง
ประกอบกับมีความประพฤติและหลักฐานดี
สมควรที่จะรักษาเกียรติแห่งเครื่องราชอิสริยาภรณ์นี้ หากบุตรชายใหญ่นั้นไม่สมควรจะได้รับพระราชทาน
บิดาจะขอพระราชทานให้บุตรชายรองลงไปตามลำดับก็ได้
เมื่อทรงพระราชดำริเห็นสมควรจะได้รับพระราชทานเป็นพิเศษ
การสืบตระกูลโดยพระราชทานเป็นพิเศษเช่นนี้ เป็นอันสิ้นสุด
แต่เพียงผู้ได้รับพระราชทานนั้นเท่านั้น
เมื่อบุตรชายที่จะได้รับพระราชทานวิกลจริตหรือตายเสียก่อนได้รับพระราชทานก็จะพระราชทานแก่หลานซึ่งเป็นบุตรของบุตรชายนั้น
โดยพิจารณาตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวมาในวรรคก่อน ถ้าไม่มีหลานดังกล่าวแล้ว
จะได้พระราชทานแก่บุตรชายคนถัดไป
ถ้าบุตรชายคนถัดไปวิกลจริตหรือตายก็จะได้พระราชทานแก่หลานซึ่งเป็นบุตรของบุตรชายคนถัดไปนั้น
โดยพิจารณาตามหลักเกณฑ์เช่นเดียวกัน ถ้าไม่มีหลานซึ่งเป็นบุตรชายคนถัดไปนั้น
ให้ได้แก่บุตรชายคนใดคนหนึ่งที่สมควร
มาตรา ๑๐
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่จะพระราชทานในการสืบตระกูล ถ้าเป็นบุตรสืบตระกูลบิดา
ให้ได้รับตติยจุลจอมเกล้า ถ้าเป็นหลานสืบตระกูลปู่ ให้ได้รับตติยานุจุลจอมเกล้า
มาตรา ๑๑
ผู้ซึ่งได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์นี้
ให้มีประกาศนียบัตรทรงลงพระปรมาภิไธยและประทับพระราชลัญฉกร
เว้นแต่ฝ่ายหน้าที่ได้รับปฐมจุลจอมเกล้า แล้วเลื่อนขั้นรับปฐมจุลจอมเกล้าวิเศษ
หรือได้รับทุติยจุลจอมเกล้า แล้วเลื่อนขึ้นรับทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ
ไม่มีประกาศนียบัตร
มาตรา ๑๒
เมื่อผู้ซึ่งได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์นี้วายชนม์ ผู้รับมรดกจะต้องส่งเครื่องราชอิสริยาภรณ์นี้คืนภายในกำหนดสามสิบวัน
ถ้าส่งคืนไม่ได้ด้วยประการใด ๆ กองมรดกจะต้องรับผิดชอบ
มาตรา ๑๓
เมื่อผู้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์นี้ได้รับพระราชทานชั้นสูงขึ้น
ผู้รับพระราชทานต้องส่งคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นรองหรือในกรณีที่ทรงเรียกเครื่องราชอิสริยาภรณ์นี้คืนตามความในมาตรา ๔
ถ้าผู้รับพระราชทานส่งคืนไม่ได้ด้วยประการใด ๆ ผู้รับพระราชทานจะต้องใช้ราคาเครื่องราชอิสริยาภรณ์นั้น
มาตรา ๑๔
บรรดาผู้ซึ่งได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์นี้อยู่แล้ว
ในวันใช้พระราชบัญญัตินี้ มีสิทธิและหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ทุกประการ
มาตรา ๑๕
ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พิบูลสงคราม
นายกรัฐมนตรี
สัญชัย/ผู้จัดทำ
๗ กันยายน ๒๕๕๒
วิมล/ปรับปรุง
๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๖
ณัฐพร/ตรวจ
๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๖
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม๕๘/-/หน้า ๑๕๕๓/๑๒ พฤศจิกายน ๒๔๘๔
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).