มาตรา ๑๖ ให้มีสภามหาวิทยาลัย ประกอบด้วย
(๑) นายกสภามหาวิทยาลัย ซึ่งจะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง
(๒) กรรมการสภามหาวิทยาลัยโดยตำแหน่ง ได้แก่ อธิการบดี และประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการ
(๓) กรรมการสภามหาวิทยาลัยจำนวนห้าคน
ซึ่งเลือกจากผู้ดำรงตำแหน่งรองอธิการบดี คณบดีผู้อำนวยการสถาบัน ผู้อำนวยการสำนัก
หรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ
(๔) กรรมการสภามหาวิทยาลัยจำนวนห้าคน ซึ่งเลือกจากคณาจารย์ประจำของมหาวิทยาลัย
และมิใช่ผู้ดำรงตำแหน่งตาม (๓)
(๕) กรรมการสภามหาวิทยาลัยจำนวนหนึ่งคน
ซึ่งเลือกจากข้าราชการหรือพนักงานในสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งมิใช่คณาจารย์ประจำ
(๖) กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนสิบห้าคน
ซึ่งจะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งจากบุคคลภายนอกมหาวิทยาลัย ทั้งนี้
ให้แต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม กฎหมาย
การงบประมาณและการเงิน การบริหารงานบุคคล การศึกษา เศรษฐศาสตร์ และสังคมศาสตร์
อย่างน้อยด้านละหนึ่งคน โดยผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนไม่น้อยกว่าสี่คนต้องมีภูมิลำเนาหรือมีถิ่นที่อยู่ในจังหวัดกาฬสินธุ์
ให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งรองอธิการบดีคนหนึ่ง
ซึ่งมิใช่กรรมการสภามหาวิทยาลัยเป็นเลขานุการสภามหาวิทยาลัย
โดยคำแนะนำของอธิการบดี
ให้สภามหาวิทยาลัยเลือกกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิคนหนึ่งเป็นอุปนายกสภามหาวิทยาลัย
และให้อุปนายกสภามหาวิทยาลัยทำหน้าที่แทนนายกสภามหาวิทยาลัย
เมื่อนายกสภามหาวิทยาลัยไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้
หรือเมื่อไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัย
เมื่ออุปนายกสภามหาวิทยาลัยไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้
หรือเมื่อไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งอุปนายกสภามหาวิทยาลัย
ให้สภามหาวิทยาลัยเลือกกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิคนหนึ่งทำหน้าที่แทนนายกสภามหาวิทยาลัย
คุณสมบัติ หลักเกณฑ์และวิธีการได้มาซึ่งนายกสภามหาวิทยาลัย
และกรรมการสภามหาวิทยาลัยตาม (๓) (๔) (๕) และ (๖)
ให้เป็นไปตามข้อบังคับมหาวิทยาลัย
มาตรา ๑๗ นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสามปี
และจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งหรืออาจได้รับเลือกใหม่อีกได้
ในกรณีที่นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระและได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
แต่งตั้งหรือทำการเลือกผู้ดำรงตำแหน่งแทนแล้ว ให้ผู้ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งหรือได้รับเลือกอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลือของกรรมการสภามหาวิทยาลัยซึ่งได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
แต่งตั้งหรือเลือกไว้ก่อนแล้วนั้น
แต่ถ้าวาระการดำรงตำแหน่งเหลืออยู่น้อยกว่าเก้าสิบวันจะไม่ดำเนินการให้มีผู้ดำรงตำแหน่งแทนก็ได้
ในกรณีที่นายกสภามหาวิทยาลัยหรือกรรมการสภามหาวิทยาลัยพ้นจากตำแหน่งตามวาระและยังมิได้ดำเนินการให้ได้มาซึ่งนายกสภามหาวิทยาลัยหรือกรรมการสภามหาวิทยาลัยใหม่
ให้นายกสภามหาวิทยาลัยหรือกรรมการสภามหาวิทยาลัยซึ่งพ้นจากตำแหน่ง
ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะได้มีนายกสภามหาวิทยาลัยหรือกรรมการสภามหาวิทยาลัยใหม่แล้ว
ในกรณีที่นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยว่างลงไม่ว่าด้วยเหตุใดและยังมิได้ดำเนินการให้ได้มาซึ่งนายกสภามหาวิทยาลัยหรือกรรมการสภามหาวิทยาลัยแทนตำแหน่งที่ว่างอยู่
ให้สภามหาวิทยาลัยประกอบด้วยกรรมการสภามหาวิทยาลัยเท่าที่มีอยู่
มาตรา ๑๘ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา ๑๗
วรรคหนึ่ง นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยตามมาตรา ๑๖
พ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) ขาดคุณสมบัติของการเป็นนายกสภามหาวิทยาลัยหรือกรรมการสภามหาวิทยาลัยประเภทนั้น
(๔) ถูกจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก
(๕) สภามหาวิทยาลัยมีมติให้ออกเพราะมีความประพฤติเสื่อมเสีย
บกพร่องต่อหน้าที่หรือหย่อนความสามารถ
(๖) เป็นบุคคลล้มละลาย
(๗) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
มาตรา ๑๙ สภามหาวิทยาลัยมีอำนาจหน้าที่ควบคุมดูแลกิจการทั่วไปของมหาวิทยาลัย
อำนาจหน้าที่เช่นว่านี้ให้รวมถึง
(๑) วางนโยบายและแนวทางในการพัฒนามหาวิทยาลัย
เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัย
(๒) ออกระเบียบ ข้อบังคับ และประกาศมหาวิทยาลัย
เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติงานของมหาวิทยาลัย และอาจมอบหมายให้ส่วนราชการใดในมหาวิทยาลัยเป็นผู้ออกระเบียบ
ข้อบังคับ และประกาศ สำหรับส่วนราชการนั้นได้
(๓) พิจารณาการจัดตั้ง การรวม
และการยุบเลิกส่วนราชการของมหาวิทยาลัยตามมาตรา ๙ รวมทั้งการแบ่งส่วนราชการของส่วนราชการดังกล่าว
(๔) พิจารณาให้ความเห็นชอบหลักสูตรการศึกษาให้สอดคล้องกับมาตรฐานที่คณะกรรมการการอุดมศึกษากำหนด
(๕)
อนุมัติการรับสถานศึกษาชั้นสูงหรือสถาบันอื่นเข้าสมทบในมหาวิทยาลัย
หรือยกเลิกการสมทบ
(๖) อนุมัติการจัดการศึกษาหรือดำเนินการวิจัยร่วมกับสถานศึกษาชั้นสูง
หรือสถาบันอื่น หรือยกเลิกการจัดการศึกษาหรือดำเนินการวิจัยร่วม
(๗) อนุมัติให้ปริญญา ประกาศนียบัตรบัณฑิตชั้นสูง
ประกาศนียบัตรบัณฑิต อนุปริญญาและประกาศนียบัตร
รวมทั้งอนุมัติการให้ปริญญากิตติมศักดิ์
(๘) พิจารณาดำเนินการเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง
และพิจารณาถอดถอนนายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา
๑๖ (๖) อธิการบดี ศาสตราจารย์และศาสตราจารย์พิเศษ
(๙) แต่งตั้งและถอดถอนรองศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์พิเศษ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ และผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษ
(๑๐) แต่งตั้งและถอดถอนรองอธิการบดี คณบดี ผู้อำนวยการ
และหัวหน้าส่วนราชการตามมาตรา ๙
(๑๑) กำกับมาตรฐานการศึกษา และประกันคุณภาพการศึกษาภายในมหาวิทยาลัย
(๑๒) ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยและอธิการบดี
(๑๓) ออกระเบียบและข้อบังคับเกี่ยวกับการบริหารงาน การเงิน
การจัดหารายได้และผลประโยชน์จากทรัพย์สินของมหาวิทยาลัย
(๑๔) ออกระเบียบและข้อบังคับเกี่ยวกับการระดมทุนและทรัพยากร
ส่งเสริมการจัดตั้งและการบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการศึกษาของชุมชนในท้องถิ่น
(๑๕) อนุมัติงบประมาณรายจ่ายจากเงินรายได้ของมหาวิทยาลัย
(๑๖)
พิจารณาดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของมหาวิทยาลัยตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาและตามที่คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษามอบหมาย
(๑๗) แต่งตั้งคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ
หรือบุคคลเพื่อพิจารณาและเสนอความเห็นในเรื่องหนึ่งเรื่องใด
หรือมอบหมายให้ปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดอันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของสภามหาวิทยาลัย
(๑๘)
พิจารณาและให้ความเห็นชอบในเรื่องที่เกี่ยวกับกิจการของมหาวิทยาลัยตามที่อธิการบดีเสนอ
และอาจมอบหมายให้อธิการบดีปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดอันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของสภามหาวิทยาลัยได้
(๑๙) ปฏิบัติหน้าที่อื่นเกี่ยวกับกิจการของมหาวิทยาลัยที่มิได้ระบุให้เป็นหน้าที่ของผู้ใดโดยเฉพาะ
มาตรา ๒๐ การประชุมสภามหาวิทยาลัย
ให้เป็นไปตามข้อบังคับมหาวิทยาลัย
มาตรา ๒๑ ให้มีสภาวิชาการ ประกอบด้วย
ประธานสภาวิชาการและกรรมการสภาวิชาการ ซึ่งเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ
มีความเชี่ยวชาญหรือประสบการณ์ในทางวิชาการหรือวิชาชีพ
ให้สภาวิชาการแต่งตั้งรองอธิการบดีคนหนึ่งเป็นเลขานุการสภาวิชาการโดยคำแนะนำของอธิการบดี
จำนวน คุณสมบัติ หลักเกณฑ์และวิธีการได้มา วาระการดำรงตำแหน่ง
และการพ้นจากตำแหน่งของประธานสภาวิชาการและกรรมการสภาวิชาการ
ตลอดจนการประชุมสภาวิชาการ ให้เป็นไปตามข้อบังคับมหาวิทยาลัย
มาตรา ๒๒ สภาวิชาการมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(๑)
เสนอแนะการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานทางวิชาการและวิชาชีพชั้นสูงต่อสภามหาวิทยาลัย
(๒) เสนอความเห็นและให้คำปรึกษาด้านวิชาการต่อสภามหาวิทยาลัย
(๓) เสนอความเห็นเกี่ยวกับการเปิดสอน การรวม และการยกเลิกสาขาวิชาของมหาวิทยาลัย
ต่อสภามหาวิทยาลัย
(๔) ส่งเสริมการเรียนรู้ร่วมกันของคณาจารย์ ข้าราชการ
พนักงานในสถาบันอุดมศึกษา พนักงานราชการ และผู้มีความรู้ความสามารถ
มีความเชี่ยวชาญหรือประสบการณ์ในทางวิชาการหรือวิชาชีพ
เพื่อการพัฒนาวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง
(๕) เสนอแนะนโยบายการวิจัยและส่งเสริมการวิจัย
(๖) แต่งตั้งคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ หรือบุคคลเพื่อดำเนินการใด ๆ
อันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของสภาวิชาการ
มาตรา ๒๓ ให้มีสภาคณาจารย์และข้าราชการ ประกอบด้วย
ประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการ และกรรมการสภาคณาจารย์และข้าราชการ
ซึ่งเลือกจากคณาจารย์ประจำ ข้าราชการ และพนักงานในสถาบันอุดมศึกษา
จำนวน คุณสมบัติ หลักเกณฑ์และวิธีการได้มา วาระการดำรงตำแหน่ง
และการพ้นจากตำแหน่งของประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการ
และกรรมการสภาคณาจารย์และข้าราชการ ตลอดจนการประชุมสภาคณาจารย์และข้าราชการ ให้เป็นไปตามข้อบังคับมหาวิทยาลัย
มาตรา ๒๔ สภาคณาจารย์และข้าราชการมีอำนาจหน้าที่
ดังต่อไปนี้
(๑)
ให้คำปรึกษาและข้อแนะนำในกิจการของมหาวิทยาลัยและการพัฒนามหาวิทยาลัยต่ออธิการบดีหรือสภามหาวิทยาลัย
(๒) หาแนวทางร่วมกันเพื่อส่งเสริมการปฏิบัติงานในหน้าที่ จรรยาบรรณวิชาชีพและการพัฒนาศักยภาพของคณาจารย์
ข้าราชการ พนักงานในสถาบันอุดมศึกษา และพนักงานราชการ
(๓) จัดประชุมคณาจารย์ ข้าราชการ พนักงานในสถาบันอุดมศึกษา
และพนักงานราชการ เพื่อพิจารณากิจกรรมของมหาวิทยาลัย
และนำเสนอความคิดเห็นต่อสภามหาวิทยาลัย
(๔) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่อธิการบดีหรือสภามหาวิทยาลัยมอบหมาย
มาตรา ๒๕ ให้มีอธิการบดีคนหนึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดและรับผิดชอบการบริหารงานของมหาวิทยาลัย
และให้มีรองอธิการบดีหรือผู้ช่วยอธิการบดีตามจำนวนที่สภามหาวิทยาลัยกำหนด เพื่อทำหน้าที่และรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการตามที่อธิการบดีมอบหมาย
มาตรา ๒๖ อธิการบดีนั้น จะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
แต่งตั้งโดยคำแนะนำของสภามหาวิทยาลัยจากผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา ๒๘
หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาอธิการบดี ให้เป็นไปตามข้อบังคับมหาวิทยาลัย
ทั้งนี้
ต้องคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของคณาจารย์ ข้าราชการ พนักงานในสถาบันอุดมศึกษา
และพนักงานราชการ
อธิการบดีมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี
และจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งใหม่อีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระมิได้
นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ อธิการบดีพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) ขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๒๘
(๔) สภามหาวิทยาลัยมีมติให้พ้นจากตำแหน่ง
เนื่องจากไม่ผ่านการประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ตามหลักเกณฑ์ที่สภามหาวิทยาลัยกำหนดตามมาตรา
๒๗
(๕)
สภามหาวิทยาลัยมีมติให้ถอดถอนด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่
(๖) ถูกจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก
(๗) เป็นบุคคลล้มละลาย
(๘) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
รองอธิการบดีนั้น
ให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งโดยคำแนะนำของอธิการบดีจากผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา ๒๙
ผู้ช่วยอธิการบดีนั้น ให้อธิการบดีแต่งตั้งจากผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา
๒๙
เมื่ออธิการบดีพ้นจากตำแหน่ง
ให้รองอธิการบดีและผู้ช่วยอธิการบดีพ้นจากตำแหน่งด้วย
มาตรา ๒๗ ให้สภามหาวิทยาลัยจัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของอธิการบดี
เมื่อครบสองปีนับแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง
การประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของอธิการบดีตามวรรคหนึ่ง
ให้เป็นไปตามข้อบังคับมหาวิทยาลัย
ให้สภามหาวิทยาลัยพิจารณาผลการประเมินผลตามวรรคสอง
และถ้าสภามหาวิทยาลัยมีมติให้พ้นจากตำแหน่งด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการสภามหาวิทยาลัยทั้งหมดเท่าที่มีอยู่
ให้อธิการบดีพ้นจากตำแหน่ง
มาตรา ๒๘ อธิการบดีต้องสำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่าจากมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง
และได้ทำการสอนหรือมีประสบการณ์ด้านการบริหารมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปีในมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง
หรือดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ ศาสตราจารย์พิเศษ
หรือเคยดำรงตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัย คณบดีหรือเทียบเท่า
มาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งวาระ
รวมทั้งมีคุณสมบัติอื่นและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในข้อบังคับมหาวิทยาลัย
มาตรา ๒๙ รองอธิการบดีและผู้ช่วยอธิการบดีต้องสำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่าจากมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง
และได้ทำการสอนหรือมีประสบการณ์ด้านการบริหารมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปีในมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง
รวมทั้งมีคุณสมบัติอื่นและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในข้อบังคับมหาวิทยาลัย
รองอธิการบดีและผู้ช่วยอธิการบดีอาจแต่งตั้งจากบุคคลซึ่งมิได้เป็นคณาจารย์ของมหาวิทยาลัยได้
แต่ต้องมีจำนวนไม่เกินหนึ่งในสามของจำนวนรองอธิการบดีหรือผู้ช่วยอธิการบดี
แล้วแต่กรณี
มาตรา ๓๐ ในกรณีที่ผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีไม่อาจปฏิบัติราชการได้
ให้รองอธิการบดีเป็นผู้รักษาราชการแทน ถ้ามีรองอธิการบดีหลายคน
ให้รองอธิการบดีซึ่งอธิการบดีมอบหมายเป็นผู้รักษาราชการแทน
ถ้าอธิการบดีมิได้มอบหมาย ให้รองอธิการบดีซึ่งมีอาวุโสสูงสุดเป็นผู้รักษาราชการแทน
ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีหรือไม่มีผู้รักษาราชการแทนอธิการบดีตามวรรคหนึ่ง
หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้
ให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาพนักงานในสถาบันอุดมศึกษา
หรือผู้มีความรู้ความสามารถ มีความเชี่ยวชาญหรือประสบการณ์ในทางวิชาการหรือวิชาชีพ
โดยความเห็นชอบของสภามหาวิทยาลัยซึ่งมีคุณสมบัติตามมาตรา ๒๙ เป็นผู้รักษาราชการแทน
แต่ต้องไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวัน
มาตรา ๓๑ อธิการบดีมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(๑) บริหารกิจการของมหาวิทยาลัยให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ
ระเบียบและข้อบังคับของทางราชการและของมหาวิทยาลัย
รวมทั้งนโยบายและวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัย
(๒) ควบคุมดูแลบุคลากร การเงิน การพัสดุ สถานที่
และทรัพย์สินอื่นของมหาวิทยาลัยให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ
ระเบียบและข้อบังคับของทางราชการและของมหาวิทยาลัย
(๓) จัดทำแผนพัฒนามหาวิทยาลัย และปฏิบัติตามนโยบายและแผนงาน
รวมทั้งติดตามประเมินผลการดำเนินงานด้านต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย
(๔) รักษาระเบียบวินัย จรรยาบรรณ
และมารยาทแห่งวิชาชีพของข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา
(๕) เป็นผู้แทนมหาวิทยาลัยในกิจการทั่วไป
(๖) เสนอรายงานประจำปีเกี่ยวกับกิจการด้านต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยต่อสภามหาวิทยาลัย
(๗) แต่งตั้งและถอดถอนผู้ช่วยอธิการบดี รองคณบดี
รองผู้อำนวยการสถาบัน รองผู้อำนวยการสำนัก รองหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ
และอาจารย์พิเศษ
(๘) ส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานของสภาวิชาการ
สภาคณาจารย์และข้าราชการและส่งเสริมกิจการนักศึกษา
(๙) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามระเบียบ ข้อบังคับ และประกาศมหาวิทยาลัย
หรือตามที่สภามหาวิทยาลัยมอบหมาย
มาตรา ๓๒ ในคณะหรือวิทยาลัย
ให้มีคณบดีเป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบการบริหารงานของคณะหรือวิทยาลัย
และให้มีรองคณบดีหรือผู้ช่วยคณบดี เพื่อทำหน้าที่และรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการตามที่คณบดีมอบหมาย
คณบดีนั้น ให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งจากบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติตามมาตรา
๓๓ วรรคหนึ่งและวรรคสาม
รองคณบดีนั้น
ให้อธิการบดีแต่งตั้งโดยคำแนะนำของคณบดีจากผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา ๓๓ วรรคสองและวรรคสาม
รองคณบดี อาจแต่งตั้งจากบุคคลซึ่งมิได้เป็นคณาจารย์ของมหาวิทยาลัยได้
แต่ต้องมีจำนวนไม่เกินหนึ่งในสามของจำนวนรองคณบดีที่สภามหาวิทยาลัยกำหนด
คณบดีมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี
และอาจได้รับแต่งตั้งใหม่อีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระมิได้
และให้นำความในมาตรา ๒๖ วรรคสี่
มาใช้บังคับแก่การพ้นจากตำแหน่งคณบดีก่อนครบวาระโดยอนุโลม
เมื่อคณบดีพ้นจากตำแหน่ง
ให้รองคณบดีและผู้ช่วยคณบดีพ้นจากตำแหน่งด้วย
ให้นำมาตรา ๓๐ มาใช้บังคับแก่การรักษาราชการแทนคณบดีโดยอนุโลม
มาตรา ๓๓ คณบดีต้องสำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่าจากมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง
และได้ทำการสอนมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปีในมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง
หรือดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่ารองศาสตราจารย์
รองคณบดีต้องสำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่าจากมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง
และได้ทำการสอนมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปีในมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง
หรือดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้ช่วยศาสตราจารย์
นอกจากคุณสมบัติตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง
คณบดีและรองคณบดีต้องมีคุณสมบัติอื่นและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในข้อบังคับมหาวิทยาลัย
มาตรา ๓๔ ในคณะหรือวิทยาลัย
ให้มีคณะกรรมการประจำคณะหรือวิทยาลัย ประกอบด้วยคณบดีเป็นประธานกรรมการ
และกรรมการอื่นอีกจำนวนหนึ่ง
จำนวน คุณสมบัติ หลักเกณฑ์และวิธีการได้มา วาระการดำรงตำแหน่ง
และการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการ ตลอดจนการประชุมคณะกรรมการประจำคณะหรือวิทยาลัย
ให้เป็นไปตามข้อบังคับมหาวิทยาลัย
มาตรา ๓๕ คณะกรรมการประจำคณะหรือวิทยาลัยมีอำนาจหน้าที่
ดังต่อไปนี้
(๑) วางนโยบายและแผนงานของคณะหรือวิทยาลัยให้สอดคล้องกับนโยบายของมหาวิทยาลัย
(๒)
พิจารณาหลักสูตรและรายละเอียดเกี่ยวกับหลักสูตรสำหรับคณะหรือวิทยาลัยเพื่อเสนอต่อสภามหาวิทยาลัย
(๓)
พิจารณาออกระเบียบและข้อบังคับภายในคณะหรือวิทยาลัยตามที่สภามหาวิทยาลัยมอบหมายหรือเพื่อเสนอต่อสภามหาวิทยาลัย
(๔) จัดการวัดผล ประเมินผล
และควบคุมมาตรฐานการศึกษาของคณะหรือวิทยาลัย
(๕) ส่งเสริมงานวิจัย งานบริการวิชาการแก่สังคม
และงานทะนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม
(๖) ให้คำปรึกษาและเสนอความเห็นต่อคณบดี
(๗) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือบุคคลเพื่อดำเนินการใด ๆ
อันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการประจำคณะหรือวิทยาลัย
(๘)
ปฏิบัติหน้าที่อื่นเกี่ยวกับกิจการของคณะหรือวิทยาลัยหรือตามที่อธิการบดีมอบหมาย
มาตรา ๓๖ ในสถาบัน สำนัก
หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ ให้มีผู้อำนวยการสถาบัน
ผู้อำนวยการสำนัก หรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะเป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบการบริหารงานของสถาบัน
สำนัก หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ
และจะให้มีรองผู้อำนวยการหรือรองหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ
คนหนึ่งหรือหลายคน เพื่อทำหน้าที่และรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการตามที่ผู้อำนวยการหรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะมอบหมายก็ได้
การแต่งตั้ง วาระการดำรงตำแหน่ง
และการพ้นจากตำแหน่งของผู้อำนวยการสถาบัน
ผู้อำนวยการสำนักหรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ
รวมทั้งผู้ดำรงตำแหน่งรองของตำแหน่งดังกล่าวและการรักษาราชการแทน ให้นำความในมาตรา
๓๒ วรรคสอง วรรคสาม วรรคห้า วรรคหก และวรรคเจ็ดมาใช้บังคับโดยอนุโลม
คุณสมบัติของผู้อำนวยการสถาบัน ผู้อำนวยการสำนัก
หรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ
รวมทั้งผู้ดำรงตำแหน่งรองของตำแหน่งดังกล่าว ให้เป็นไปตามข้อบังคับมหาวิทยาลัย
มาตรา ๓๗ ในสถาบัน สำนัก
หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ ให้มีคณะกรรมการประจำสถาบัน
สำนัก หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ แล้วแต่กรณี
คณะหนึ่ง
องค์ประกอบ จำนวน คุณสมบัติ หลักเกณฑ์และวิธีการได้มา
วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการ ตลอดจนอำนาจหน้าที่
และการประชุมคณะกรรมการประจำสถาบัน
สำนักหรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ
และการจัดระบบบริหารงานในสถาบัน
สำนักหรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ
ให้เป็นไปตามข้อบังคับมหาวิทยาลัย
มาตรา ๓๘ วิธีการสรรหาบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นคณบดี
ผู้อำนวยการ หรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ ให้เป็นไปตามข้อบังคับมหาวิทยาลัย
มาตรา ๓๙ ผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดี รองอธิการบดี
ผู้ช่วยอธิการบดี คณบดี รองคณบดี ผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการ
หรือหัวหน้าและรองหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ
จะดำรงตำแหน่งดังกล่าวเกินหนึ่งตำแหน่งในขณะเดียวกันมิได้
ผู้ดำรงตำแหน่งตามวรรคหนึ่ง
จะรักษาราชการแทนผู้ดำรงตำแหน่งอื่นตามวรรคหนึ่งได้อีกเพียงหนึ่งตำแหน่ง
แต่ต้องไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวัน
มาตรา ๔๐ เพื่อประโยชน์ในการบริหารราชการในคณะ
วิทยาลัย สถาบัน สำนัก หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ
อำนาจในการสั่ง การอนุญาต
การอนุมัติการปฏิบัติราชการหรือการดำเนินการอื่นที่อธิการบดีจะพึงปฏิบัติหรือดำเนินการตามกฎหมาย
ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง หรือมติของคณะรัฐมนตรีในเรื่องใด ถ้ากฎหมาย ระเบียบ
ข้อบังคับ คำสั่ง หรือมติของคณะรัฐมนตรีในเรื่องนั้นมิได้กำหนดเรื่องการมอบอำนาจไว้เป็นอย่างอื่น
หรือมิได้ห้ามในเรื่องการมอบอำนาจไว้
อธิการบดีอาจมอบอำนาจโดยทำเป็นหนังสือให้ผู้ดำรงตำแหน่งคณบดี ผู้อำนวยการ
หรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะปฏิบัติราชการแทนอธิการบดีเฉพาะในราชการของส่วนราชการนั้นได้
ให้ผู้ปฏิบัติราชการแทนตามวรรคหนึ่ง
มีอำนาจหน้าที่ตามที่อธิการบดีกำหนด
การมอบอำนาจให้ปฏิบัติราชการแทนสำหรับผู้ดำรงตำแหน่งอื่นในมหาวิทยาลัย
ให้เป็นไปตามข้อบังคับมหาวิทยาลัย
มาตรา ๔๑ ให้ผู้ปฏิบัติราชการแทนตามมาตรา ๔๐
หรือผู้รักษาราชการแทนตามมาตรา ๓๐ มาตรา ๓๒ และมาตรา ๓๖
มีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับผู้ซึ่งตนแทน
ในกรณีที่กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง
หรือมติของคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ผู้ดำรงตำแหน่งใดเป็นกรรมการหรือให้มีอำนาจหน้าที่อย่างใด
ให้ผู้รักษาราชการแทน ทำหน้าที่กรรมการหรือมีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับผู้ดำรงตำแหน่งนั้นในระหว่างที่รักษาราชการแทนด้วย
แล้วแต่กรณี
ตำแหน่งทางวิชาการ
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).