我的書籤免費註冊

พระราชบัญญัติมัสยิดอิสลาม พ.ศ. 2490

法律・公布 1947-09-02・全 14 條

อารัมภบท

พระราชบัญญัติ พระราชบัญญัติ มัสยิดอิสลาม พ.ศ. ๒๔๙๐ ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ รังสิต กรมขุนชัยนาทนเรนทร พระยามานวราชเสวี ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๙๐ เป็นปีที่ ๒ ในรัชกาลปัจจุบัน โดยที่เป็นการสมควรให้มีกฎหมายว่าด้วยมัสยิดอิสลาม พระมหากษัตริย์โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา จึงมีพระบรมราชโองการ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติมัสยิดอิสลาม พ.ศ. ๒๔๙๐”

มาตรา ๒

มาตรา ๒* พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับ ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราช กิจจานุเบกษาเป็นต้นไป *[รก. ๒๔๙๐/๔๑/๕๔๓/๒ กันยายน ๒๔๙๐]

มาตรา ๓

มาตรา ๓ ให้ยกเลิกบรรดากฎหมาย กฎ และข้อบังคับอื่น ๆ ในส่วนที่มีบัญญัติ ไว้แล้วในพระราชบัญญัตินี้หรือซึ่งขัดแย้งกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๔

มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้ “มัสยิด” หมายความว่า สถานที่ซึ่งอิสลามิกชนมีสิทธิใช้เป็นที่ประกอบพิธีกรรม ตามลัทธิศาสนาอิสลามในวันศุกร์เป็นปกติ

มาตรา ๕

มาตรา ๕ ให้มัสยิดซึ่งได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่แล้วเป็นนิติบุคคล

มาตรา ๖

มาตรา ๖ ในการขอจดทะเบียนมัสยิด ให้อิหม่ามคอเต็บ บิหลั่น เป็นผู้ขอโดย ความเห็นชอบของคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด

มาตรา ๗

มาตรา ๗ แต่ละมัสยิดซึ่งได้จดทะเบียนแล้ว ให้มีกรรมการคณะหนึ่งไม่น้อยกว่า ๗ คน เรียกว่าคณะกรรมการมัสยิด มีหน้าที่จัดการทั่วไปในกิจการและทรัพย์สินของมัสยิด

มาตรา ๘

มาตรา ๘ ให้คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดเป็นผู้แต่งตั้ง และถอดถอน กรรมการมัสยิด

มาตรา ๙

มาตรา ๙ ในการดำเนินงานของคณะกรรมการมัสยิด ให้เป็นไปตามเสียงข้าง มากของคณะกรรมการมัสยิด

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐ มัสยิดใดมีสัปบุรุษน้อยหรือมีพฤติการณ์อย่างอื่น อันไม่สามารถจะ ดำรงอยู่ได้ หรือเลิกร้างไป ให้คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดเป็นผู้รายงานไปยังคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย เพื่อขอคำสั่งให้เลิกมัสยิดนั้น ในกรณีที่ไม่มีคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดก็ให้คณะกรรมการจังหวัดเป็นผู้รายงาน เมื่อคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยได้สั่งให้เลิกมัสยิดนั้นแล้ว ก็ให้ คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดหรือคณะกรรมการจังหวัดแล้วแต่กรณีแจ้งไปยังพนักงาน เจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับจดทะเบียนมัสยิดนั้น

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑ บรรดาทรัพย์สินของมัสยิด ซึ่งคณะกรรมการกลางอิสลามแห่ง ประเทศไทยได้สั่งให้เลิกไปแล้วให้โอนไปยังมัสยิดที่ใกล้ที่สุด และถ้าไม่มีทางจะทำได้ให้โอนไปยัง นิติบุคคลหรือองค์การอื่นที่มีวัตถุประสงค์คล้ายคลึงกัน

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒ ภายใต้บังคับมาตรา ๑๐ จังหวัดใดที่ไม่มีคณะกรรมการอิสลาม ประจำจังหวัด ให้คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยทำหน้าที่แทนคณะกรรมการอิสลาม ประจำจังหวัด

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่และออกกฎกระทรวงกำหนดวิธีการจดทะเบียน มัสยิด กฎกระทรวงนั้นเมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเรือตรี ถ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี สุรินทร์/ แก้ไข ๑๔/๐๓/๒๕๔๕ A+B(C)

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีCC BY 4.0

接下來可以查