พระราชบัญญัติ
พระราชบัญญัติ
มัสยิดอิสลาม
พ.ศ. ๒๔๙๐
ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
รังสิต กรมขุนชัยนาทนเรนทร
พระยามานวราชเสวี
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๙๐
เป็นปีที่ ๒ ในรัชกาลปัจจุบัน
โดยที่เป็นการสมควรให้มีกฎหมายว่าด้วยมัสยิดอิสลาม
พระมหากษัตริย์โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา จึงมีพระบรมราชโองการ
ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติมัสยิดอิสลาม พ.ศ. ๒๔๙๐
มาตรา ๒* พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับ ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราช
กิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
*[รก. ๒๔๙๐/๔๑/๕๔๓/๒ กันยายน ๒๔๙๐]
มาตรา ๓ ให้ยกเลิกบรรดากฎหมาย กฎ และข้อบังคับอื่น ๆ ในส่วนที่มีบัญญัติ
ไว้แล้วในพระราชบัญญัตินี้หรือซึ่งขัดแย้งกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้
มัสยิด หมายความว่า สถานที่ซึ่งอิสลามิกชนมีสิทธิใช้เป็นที่ประกอบพิธีกรรม
ตามลัทธิศาสนาอิสลามในวันศุกร์เป็นปกติ
มาตรา ๕ ให้มัสยิดซึ่งได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่แล้วเป็นนิติบุคคล
มาตรา ๖ ในการขอจดทะเบียนมัสยิด ให้อิหม่ามคอเต็บ บิหลั่น เป็นผู้ขอโดย
ความเห็นชอบของคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด
มาตรา ๗ แต่ละมัสยิดซึ่งได้จดทะเบียนแล้ว ให้มีกรรมการคณะหนึ่งไม่น้อยกว่า
๗ คน เรียกว่าคณะกรรมการมัสยิด มีหน้าที่จัดการทั่วไปในกิจการและทรัพย์สินของมัสยิด
มาตรา ๘ ให้คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดเป็นผู้แต่งตั้ง และถอดถอน
กรรมการมัสยิด
มาตรา ๙ ในการดำเนินงานของคณะกรรมการมัสยิด ให้เป็นไปตามเสียงข้าง
มากของคณะกรรมการมัสยิด
มาตรา ๑๐ มัสยิดใดมีสัปบุรุษน้อยหรือมีพฤติการณ์อย่างอื่น อันไม่สามารถจะ
ดำรงอยู่ได้ หรือเลิกร้างไป ให้คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดเป็นผู้รายงานไปยังคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย เพื่อขอคำสั่งให้เลิกมัสยิดนั้น ในกรณีที่ไม่มีคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดก็ให้คณะกรรมการจังหวัดเป็นผู้รายงาน
เมื่อคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยได้สั่งให้เลิกมัสยิดนั้นแล้ว ก็ให้
คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดหรือคณะกรรมการจังหวัดแล้วแต่กรณีแจ้งไปยังพนักงาน
เจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับจดทะเบียนมัสยิดนั้น
มาตรา ๑๑ บรรดาทรัพย์สินของมัสยิด ซึ่งคณะกรรมการกลางอิสลามแห่ง
ประเทศไทยได้สั่งให้เลิกไปแล้วให้โอนไปยังมัสยิดที่ใกล้ที่สุด และถ้าไม่มีทางจะทำได้ให้โอนไปยัง
นิติบุคคลหรือองค์การอื่นที่มีวัตถุประสงค์คล้ายคลึงกัน
มาตรา ๑๒ ภายใต้บังคับมาตรา ๑๐ จังหวัดใดที่ไม่มีคณะกรรมการอิสลาม
ประจำจังหวัด ให้คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยทำหน้าที่แทนคณะกรรมการอิสลาม
ประจำจังหวัด
มาตรา ๑๓ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่และออกกฎกระทรวงกำหนดวิธีการจดทะเบียน
มัสยิด
กฎกระทรวงนั้นเมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเรือตรี ถ ธำรงนาวาสวัสดิ์
นายกรัฐมนตรี
สุรินทร์/ แก้ไข ๑๔/๐๓/๒๕๔๕
A+B(C)
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).