附則
พระราชบัญญัติ
พระราชบัญญัติ
ระเบียบข้าราชการกรุงเทพมหานครและบุคลากรกรุงเทพมหานคร
พ.ศ. ๒๕๕๔
ภูมิพลอดุลยเดช
ป.ร.
ให้ไว้ ณ
วันที่ ๒๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๔
เป็นปีที่ ๖๖
ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ
ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการกรุงเทพมหานคร
พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล
ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๓ มาตรา ๔๓ และมาตรา ๖๔
ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการกรุงเทพมหานครและบุคลากรกรุงเทพมหานคร พ.ศ.
๒๕๕๔
มาตรา ๒[๑]
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้ยกเลิก
(๑) พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๒๘
(๒) พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการกรุงเทพมหานคร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.
๒๕๔๒
มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้
ข้าราชการกรุงเทพมหานคร หมายความว่า
บุคคลซึ่งได้รับการบรรจุและแต่งตั้งให้รับราชการโดยได้รับเงินเดือนจากเงินงบประมาณหมวดเงินเดือนของกรุงเทพมหานครหรือจากเงินงบประมาณหมวดเงินอุดหนุนของรัฐบาลที่ให้แก่กรุงเทพมหานคร
และกรุงเทพมหานครนำมาจัดเป็นเงินเดือนของข้าราชการกรุงเทพมหานคร
ข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญ หมายความว่า
ข้าราชการกรุงเทพมหานครซึ่งรับราชการในสังกัดกรุงเทพมหานคร
แต่ไม่รวมถึงข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากรุงเทพมหานครและข้าราชการกรุงเทพมหานครในสถาบันอุดมศึกษา
ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากรุงเทพมหานคร
หมายความว่า
(๑)
ข้าราชการกรุงเทพมหานครซึ่งทำหน้าที่หลักทางด้านการเรียนการสอนและส่งเสริมการเรียนรู้
หรือ
(๒) ข้าราชการกรุงเทพมหานครซึ่งดำรงตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา
ศึกษานิเทศก์
และให้หมายความรวมถึงข้าราชการกรุงเทพมหานครซึ่งดำรงตำแหน่งที่มีหน้าที่ให้บริการ
หรือปฏิบัติงานเกี่ยวเนื่องกับการจัดกระบวนการเรียนการสอน การนิเทศ การบริหาร
การศึกษา และปฏิบัติงานอื่นในหน่วยงานการศึกษาของกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้
ตามที่คณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานครและบุคลากรกรุงเทพมหานครกำหนด
ข้าราชการกรุงเทพมหานครในสถาบันอุดมศึกษา หมายความว่า ข้าราชการกรุงเทพมหานคร
ซึ่งทำหน้าที่หลักทางด้านการสอนและการวิจัยในสถาบันอุดมศึกษาตามที่คณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานครและบุคลากรกรุงเทพมหานครกำหนด
บุคลากรกรุงเทพมหานคร หมายความว่า
ลูกจ้างกรุงเทพมหานครและพนักงานกรุงเทพมหานคร
ลูกจ้างกรุงเทพมหานคร หมายความว่า
บุคคลซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้ปฏิบัติงานของกรุงเทพมหานครโดยได้รับค่าจ้างจากเงินงบประมาณหมวดค่าจ้างของกรุงเทพมหานครหรือจากเงินงบประมาณหมวดเงินอุดหนุนของรัฐบาลที่ให้แก่กรุงเทพมหานคร
และกรุงเทพมหานครนำมาจัดเป็นค่าจ้างของลูกจ้างกรุงเทพมหานคร
พนักงานกรุงเทพมหานคร หมายความว่า
บุคคลซึ่งได้รับการจ้างตามสัญญาจ้างโดยได้รับค่าตอบแทนจากเงินงบประมาณหมวดค่าตอบแทนของกรุงเทพมหานคร
หน่วยงานการศึกษา หมายความว่า
(๑) สถานศึกษา
(๒) แหล่งการเรียนรู้ตามประกาศกรุงเทพมหานคร
(๓) ส่วนราชการอื่นตามประกาศกรุงเทพมหานคร
สถานศึกษา หมายความว่า
โรงเรียนหรือสถานศึกษาของกรุงเทพมหานครที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามประกาศกรุงเทพมหานคร
สถาบันอุดมศึกษา หมายความว่า
สถาบันการศึกษาที่จัดการศึกษาระดับปริญญาของกรุงเทพมหานครตามประกาศกรุงเทพมหานคร
มาตรา ๕ ในกรณีที่มีกฎหมาย ประกาศ ระเบียบ
หรือข้อบังคับใด
ใช้บังคับเพื่อให้สวัสดิการหรือสิทธิประโยชน์อื่นแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ
ให้ใช้กฎหมาย ประกาศ ระเบียบหรือข้อบังคับนั้นแก่ข้าราชการกรุงเทพมหานครด้วย
โดยให้บรรดาคำว่า ข้าราชการพลเรือน หรือ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา หรือ ข้าราชการครู หรือ บุคลากรทางการศึกษา
หรือ ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา
ที่มีอยู่ในกฎหมาย ประกาศ ระเบียบ หรือข้อบังคับนั้น หมายความถึง ข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญ หรือ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากรุงเทพมหานคร หรือ
ข้าราชการกรุงเทพมหานครในสถาบันอุดมศึกษา แล้วแต่กรณี ด้วย แต่ให้ใช้งบประมาณของกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ เว้นแต่จะได้มีกฎหมาย ประกาศ
ระเบียบ หรือข้อบังคับอื่นใดบัญญัติไว้สำหรับข้าราชการกรุงเทพมหานครโดยเฉพาะ
มาตรา ๖ ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
คณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานครและบุคลากรกรุงเทพมหานคร
มาตรา ๗ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า คณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานครและบุคลากรกรุงเทพมหานคร เรียกโดยย่อว่า ก.ก. ประกอบด้วย
(๑) ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานกรรมการ
(๒) กรรมการโดยตำแหน่ง จำนวนห้าคน ได้แก่ ปลัดกระทรวงมหาดไทย
เลขาธิการ ก.พ. เลขาธิการ ก.พ.ร. เลขาธิการ ก.ค.ศ.
และเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา
(๓) กรรมการซึ่งเป็นผู้แทนกรุงเทพมหานคร จำนวนสี่คน ได้แก่
รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครซึ่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมอบหมาย
ปลัดกรุงเทพมหานคร ผู้แทนบุคลากรกรุงเทพมหานครซึ่งคัดเลือกกันเองจำนวนหนึ่งคน
และหัวหน้าสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร
(๔)
กรรมการซึ่งเป็นผู้แทนข้าราชการกรุงเทพมหานครโดยข้าราชการกรุงเทพมหานครแต่ละประเภทคัดเลือกกันเอง
จำนวนห้าคน ได้แก่
(ก) ผู้แทนข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญ จำนวนสองคน
(ข) ผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากรุงเทพมหานคร
จำนวนสองคน
(ค) ผู้แทนข้าราชการกรุงเทพมหานครในสถาบันอุดมศึกษา จำนวนหนึ่งคน
(๕) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งกรรมการตาม (๑) (๒) (๓) และ (๔)
ประชุมร่วมกันคัดเลือกจากบุคคลซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ในด้านการบริหารงานส่วนท้องถิ่น
ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ด้านระบบราชการ ด้านการบริหารและการจัดการด้านกฎหมาย
ด้านการศึกษา
หรือด้านอื่นที่เป็นประโยชน์แก่การบริหารทรัพยากรบุคคลของกรุงเทพมหานคร จำนวนห้าคน
ให้รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นรองประธานกรรมการ
และหัวหน้าสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานครเป็นเลขานุการ ก.ก.
ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครดำเนินการให้ข้าราชการกรุงเทพมหานครและบุคลากรกรุงเทพมหานครคัดเลือกกันเองเป็นผู้แทนข้าราชการกรุงเทพมหานครหรือผู้แทนกรุงเทพมหานครในส่วนของผู้แทนบุคลากรกรุงเทพมหานคร
แล้วแต่กรณี
หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการคัดเลือกกรรมการตาม (๓)
ในส่วนของผู้แทนบุคลากรกรุงเทพมหานคร รวมทั้งกรรมการตาม (๔) และ (๕)
ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎ ก.ก.
มาตรา ๘ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม
ดังต่อไปนี้
(๑) มีสัญชาติไทย
(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสี่สิบปีบริบูรณ์
(๓) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(๔) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก
เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(๕) ไม่เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ
(๖) ไม่เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ
รัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
(๗) ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
(๘)
ไม่เป็นกรรมการหรือผู้ดำรงตำแหน่งที่รับผิดชอบในการบริหารพรรคการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง
(๙) ไม่เป็นสมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น
หรือสมาชิกสภาเขตกรุงเทพมหานคร
มาตรา ๙ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและกรรมการซึ่งเป็นผู้แทนข้าราชการกรุงเทพมหานครมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี
เมื่อครบกำหนดตามวาระในวรรคหนึ่ง หากยังมิได้มีการคัดเลือกกรรมการขึ้นใหม่
ให้กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระนั้นอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่ากรรมการซึ่งได้รับคัดเลือกใหม่เข้ารับหน้าที่
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและกรรมการซึ่งเป็นผู้แทนข้าราชการกรุงเทพมหานครซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระ
อาจได้รับคัดเลือกอีกได้
ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิหรือกรรมการซึ่งเป็นผู้แทนข้าราชการกรุงเทพมหานครจะพ้นจากตำแหน่งตามวาระ
ให้ดำเนินการคัดเลือกเพื่อแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิหรือกรรมการซึ่งเป็นผู้แทนข้าราชการกรุงเทพมหานครประเภทนั้นแทนก่อนวันครบวาระภายในหกสิบวัน
มาตรา ๑๐ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก โดยยื่นหนังสือลาออกต่อประธานกรรมการ
(๓) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๘
มาตรา ๑๑ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ
กรรมการซึ่งเป็นผู้แทนข้าราชการกรุงเทพมหานครพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก โดยยื่นหนังสือลาออกต่อประธานกรรมการ
(๓) พ้นจากการเป็นข้าราชการประเภทที่ตนเป็นผู้แทน
มาตรา ๑๒ ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิหรือกรรมการซึ่งเป็นผู้แทนข้าราชการกรุงเทพมหานครพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ
ให้ดำเนินการคัดเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิหรือกรรมการ ซึ่งเป็นผู้แทนข้าราชการประเภทนั้นแทนภายในสามสิบวันนับแต่วันที่กรรมการผู้นั้นพ้นจากตำแหน่ง
และให้ผู้ได้รับคัดเลือกแทนตำแหน่งที่ว่างอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งได้คัดเลือกไว้แล้ว
เว้นแต่วาระของกรรมการผู้นั้นเหลือไม่ถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวันจะไม่ดำเนินการคัดเลือกกรรมการแทนก็ได้
ในระหว่างที่ยังมิได้ดำเนินการคัดเลือกกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่างตามวรรคหนึ่งและยังมีกรรมการเหลืออยู่เกินกึ่งหนึ่ง
ให้กรรมการที่เหลืออยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้
มาตรา ๑๓ ให้นำความในมาตรา ๙ มาตรา ๑๑ และมาตรา ๑๒
มาใช้บังคับกับผู้แทนกรุงเทพมหานครในส่วนของผู้แทนบุคลากรกรุงเทพมหานครด้วยโดยอนุโลม
มาตรา ๑๔ ก.ก.
มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(๑)
ให้คำแนะนำแก่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเกี่ยวกับนโยบายและยุทธศาสตร์การบริหารทรัพยากรบุคคล
การจัดระบบราชการกรุงเทพมหานคร
และการพัฒนาข้าราชการกรุงเทพมหานครและบุคลากรกรุงเทพมหานคร
(๒)
ร่วมกับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเสนอให้มีการตราพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา ๔๔
(๓) ออกกฎ ก.ก. ข้อบังคับ หรือระเบียบ เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ
และมาตรฐานเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรบุคคล เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้หรือตามกฎหมายอื่นที่พระราชบัญญัตินี้ให้นำมาใช้บังคับ
กฎ ก.ก. เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
(๔) ให้ความเห็นชอบการตั้ง ยุบ หรือเปลี่ยนแปลงสำนัก
หรือการแบ่งส่วนราชการภายในหน่วยงานของกรุงเทพมหานคร
(๕) ให้ความเห็นชอบกรอบอัตรากำลังของหน่วยงานในกรุงเทพมหานคร
(๖) พิจารณาเทียบตำแหน่งและระดับตำแหน่งของข้าราชการกรุงเทพมหานคร
(๗)
ตีความและวินิจฉัยปัญหาที่เกิดขึ้นเนื่องจากการใช้บังคับพระราชบัญญัตินี้ เมื่อ
ก.ก. มีมติเป็นประการใดแล้วให้กรุงเทพมหานครปฏิบัติตามนั้น
(๘) กำกับ ดูแล ติดตาม ตรวจสอบ
และประเมินผลการบริหารทรัพยากรบุคคลของข้าราชการกรุงเทพมหานครเพื่อรักษาความเป็นธรรมและมาตรฐานด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล
รวมทั้งตรวจสอบและติดตามการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ ในการนี้
ให้มีอำนาจเรียกเอกสารและหลักฐานจากหน่วยงานและส่วนราชการ
การพาณิชย์หรือสหการในสังกัดกรุงเทพมหานคร และให้ผู้แทนหน่วยงานและส่วนราชการ
การพาณิชย์หรือสหการในสังกัดกรุงเทพมหานคร ข้าราชการกรุงเทพมหานคร บุคลากรกรุงเทพมหานคร
หรือบุคคลใด ๆ มาชี้แจงข้อเท็จจริงได้
(๙) กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการสอบแข่งขัน การสอบคัดเลือก
การคัดเลือกและการขึ้นบัญชี
รวมทั้งรายละเอียดเกี่ยวกับการสอบและการคัดเลือกเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ
(๑๐) กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมในการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
(๑๑)
พิจารณาจัดระบบทะเบียนประวัติและแก้ไขทะเบียนประวัติเกี่ยวกับวัน เดือน ปีเกิด และการควบคุมเกษียณอายุของข้าราชการกรุงเทพมหานครและบุคลากรกรุงเทพมหานคร
(๑๒)
ปฏิบัติหน้าที่อื่นที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้และกฎหมายอื่น
มาตรา ๑๕ ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยคณะกรรมการที่มีอำนาจดำเนินการพิจารณาทางปกครองตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองมาใช้บังคับแก่การประชุม
ก.ก. โดยอนุโลม เว้นแต่กรณี ตามมาตรา ๔๓ วรรคสอง
มาตรา ๑๖ ให้มีคณะอนุกรรมการสามัญประจำกรุงเทพมหานคร
เรียกโดยย่อว่า อ.ก.ก. สามัญข้าราชการ เพื่อเป็นองค์กรบริหารทรัพยากรบุคคลของกรุงเทพมหานคร ดังต่อไปนี้
(๑) คณะอนุกรรมการสามัญข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญ เรียกโดยย่อว่า อ.ก.ก. สามัญข้าราชการสามัญ
(๒)
คณะอนุกรรมการสามัญข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากรุงเทพมหานคร เรียกโดยย่อว่า
อ.ก.ก. สามัญข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
(๓) คณะอนุกรรมการสามัญข้าราชการกรุงเทพมหานครในสถาบันอุดมศึกษา
เรียกโดยย่อว่า อ.ก.ก. สามัญข้าราชการอุดมศึกษา
ให้มีคณะอนุกรรมการสามัญประจำหน่วยงานกรุงเทพมหานคร เรียกโดยย่อว่า อ.ก.ก. สามัญหน่วยงาน โดยออกชื่อหน่วยงานนั้น
เพื่อเป็นองค์กรบริหารทรัพยากรบุคคลของหน่วยงานกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ ตามที่ ก.ก. กำหนด
หน่วยงานใดที่ ก.ก. ยังมิได้กำหนดให้มี อ.ก.ก. สามัญหน่วยงาน ให้
อ.ก.ก. สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร ทำหน้าที่ อ.ก.ก. สามัญหน่วยงานนั้น
โดยให้หัวหน้าหน่วยงานนั้นเป็นอนุกรรมการเพิ่มขึ้นด้วย
ให้นำมาตรา ๑๕ มาใช้บังคับแก่การประชุมของ อ.ก.ก. สามัญข้าราชการ และ
อ.ก.ก. สามัญหน่วยงาน โดยอนุโลม
มาตรา ๑๗ อ.ก.ก.
สามัญข้าราชการสามัญ ประกอบด้วย
(๑)
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครซึ่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมอบหมาย
เป็นประธาน
(๒)
ปลัดกรุงเทพมหานครหรือรองปลัดกรุงเทพมหานครซึ่งปลัดกรุงเทพมหานครมอบหมาย เป็นรองประธาน
(๓)
หัวหน้าหน่วยงานที่เป็นส่วนราชการของกรุงเทพมหานครตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานครซึ่งคัดเลือกกันเอง
จำนวนหนึ่งคน
(๔) หัวหน้าสำนักงาน ก.ก.
(๕) ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งประธานตาม (๑) แต่งตั้งจากผู้ซึ่งมีความรู้
ความเชี่ยวชาญ และมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ในด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล
ด้านการบริหารและการจัดการด้านกฎหมาย
หรือด้านอื่นที่เป็นประโยชน์แก่การบริหารทรัพยากรบุคคล
และมิได้เป็นข้าราชการกรุงเทพมหานคร จำนวนสี่คน ทั้งนี้ ให้ประกอบด้วยชายและหญิง
(๖) ข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญซึ่งคัดเลือกกันเอง จำนวนสี่คน
ให้ อ.ก.ก. นี้ ตั้งเลขานุการหนึ่งคน
และผู้ช่วยเลขานุการไม่เกินสองคน
ให้ปลัดกรุงเทพมหานครจัดให้มีการคัดเลือกกรรมการตาม (๓) และ (๖) ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ วิธีการ
และเงื่อนไขการคัดเลือก ให้เป็นไปตามที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกำหนด
มาตรา ๑๘ อ.ก.ก. สามัญข้าราชการสามัญ
มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(๑) พิจารณากำหนดนโยบาย ระบบ
และระเบียบวิธีการบริหารทรัพยากรบุคคลของข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญในกรุงเทพมหานคร
ซึ่งต้องสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ วิธีการ และมาตรฐานที่ ก.ก. กำหนด
(๒) เสนอแนะต่อ ก.ก. เพื่อให้ความเห็นชอบในการปรับปรุงโครงสร้างการบริหารงานการจัดและการพัฒนาหน่วยงานในกรุงเทพมหานคร
(๓) พิจารณาการเกลี่ยอัตรากำลังระหว่างหน่วยงานในกรุงเทพมหานคร
(๔) กำหนดนโยบาย กำกับ ดูแล
และส่งเสริมเกี่ยวกับการพัฒนาข้าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ
ทัศนคติที่ดี คุณธรรม และจริยธรรม
อันจะทำให้ปฏิบัติหน้าที่ราชการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
(๕) พิจารณากำหนดตำแหน่ง จำนวน ประเภทตำแหน่ง สายงาน
และระดับของตำแหน่งของข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญ โดยต้องคำนึงถึงประสิทธิภาพ
ประสิทธิผล ความไม่ซ้ำซ้อนและความประหยัดเป็นหลัก ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ
และเงื่อนไขที่ ก.ก. กำหนด
และต้องเป็นไปตามกรอบอัตรากำลังและมาตรฐานกำหนดตำแหน่งที่ ก.ก. กำหนด
(๖) ปฏิบัติการอื่นตามพระราชบัญญัตินี้ และช่วย ก.ก.
ปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ตามที่ ก.ก. มอบหมาย
มาตรา ๑๙ อ.ก.ก.
สามัญข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ประกอบด้วย
(๑)
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครซึ่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมอบหมาย
เป็นประธาน
(๒)
ปลัดกรุงเทพมหานครหรือรองปลัดกรุงเทพมหานครซึ่งปลัดกรุงเทพมหานครมอบหมาย เป็นรองประธาน
(๓) ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา
(๔) หัวหน้าสำนักงาน ก.ก.
(๕) ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งประธานตาม (๑) แต่งตั้งจากผู้ซึ่งมีความรู้
ความเชี่ยวชาญและมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ในด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล
ด้านการบริหารและการจัดการ
ด้านกฎหมายหรือด้านอื่นที่เป็นประโยชน์แก่การบริหารทรัพยากรบุคคลในหน่วยงานการศึกษาและมิได้เป็นข้าราชการกรุงเทพมหานคร
จำนวนสี่คน ทั้งนี้
ให้ประกอบด้วยชายและหญิง
(๖) ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากรุงเทพมหานคร ผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษาซึ่งคัดเลือกกันเอง
จำนวนสองคน
(๗) ผู้ดำรงตำแหน่งครูซึ่งคัดเลือกกันเอง จำนวนสองคน
ให้ อ.ก.ก. นี้ ตั้งเลขานุการหนึ่งคน
และผู้ช่วยเลขานุการไม่เกินสองคน
ให้ปลัดกรุงเทพมหานครจัดให้มีการคัดเลือกข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากรุงเทพมหานครเป็นกรรมการตาม
(๖) และ (๗) ทั้งนี้ หลักเกณฑ์
วิธีการ และเงื่อนไขการคัดเลือก ให้เป็นไปตามที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกำหนด
มาตรา ๒๐ อ.ก.ก.
สามัญข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(๑) พิจารณากำหนดนโยบาย ระบบ
และระเบียบวิธีการบริหารทรัพยากรบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากรุงเทพมหานคร
ซึ่งต้องสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ วิธีการและมาตรฐานที่ ก.ก. กำหนด
(๒) เสนอแนะต่อ ก.ก. เพื่อให้ความเห็นชอบในการปรับปรุงโครงสร้าง
การบริหารงานการจัดและการพัฒนาหน่วยงานการศึกษา
(๓) พิจารณาการเกลี่ยอัตรากำลังระหว่างหน่วยงานการศึกษา
(๔)
พิจารณาให้ความเห็นชอบเกี่ยวกับการพิจารณาความดีความชอบของผู้บริหารสถานศึกษา และข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากรุงเทพมหานครในหน่วยงานการศึกษา
ทั้งนี้ ตามที่ ก.ก. กำหนด
(๕) ส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนา การเสริมสร้างขวัญกำลังใจ การปกป้อง
คุ้มครองระบบคุณธรรม การจัดสวัสดิการ
และการยกย่องเชิดชูเกียรติข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากรุงเทพมหานคร
(๖)
พิจารณาให้ความเห็นชอบเรื่องการบริหารทรัพยากรบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากรุงเทพมหานคร
ที่ไม่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของผู้บริหารของหน่วยงานการศึกษา
(๗) ปฏิบัติการอื่นตามพระราชบัญญัตินี้ และช่วย ก.ก.
ปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ตามที่ ก.ก. มอบหมาย
มาตรา ๒๑ อ.ก.ก.
สามัญข้าราชการอุดมศึกษา ประกอบด้วย
(๑)
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครซึ่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมอบหมาย
เป็นประธาน
(๒) ปลัดกรุงเทพมหานครหรือรองปลัดกรุงเทพมหานครซึ่งปลัดกรุงเทพมหานครมอบหมาย
เป็นรองประธาน
(๓) ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์
(๔) หัวหน้าสำนักงาน ก.ก.
(๕) ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งประธานตาม (๑) แต่งตั้งจากผู้ซึ่งมีความรู้
ความเชี่ยวชาญและมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ในด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล
ด้านการบริหารและการจัดการด้านกฎหมาย หรือด้านอื่นที่เป็นประโยชน์แก่การบริหารทรัพยากรบุคคล
ในสถาบันอุดมศึกษาและมิได้เป็นข้าราชการกรุงเทพมหานครจำนวนสี่คน ทั้งนี้ ให้ประกอบด้วยชายและหญิง
(๖) ข้าราชการกรุงเทพมหานครในสถาบันอุดมศึกษาดำรงตำแหน่งประเภทผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษาซึ่งคัดเลือกกันเอง
จำนวนสองคน
(๗) ข้าราชการกรุงเทพมหานครในสถาบันอุดมศึกษาซึ่งคัดเลือกกันเอง
จำนวนสองคน
ให้ อ.ก.ก. นี้ ตั้งเลขานุการหนึ่งคน
และผู้ช่วยเลขานุการไม่เกินสองคน
ให้ปลัดกรุงเทพมหานครจัดให้มีการคัดเลือกข้าราชการกรุงเทพมหานครในสถาบันอุดมศึกษาเป็นกรรมการตาม
(๖) และ (๗) ทั้งนี้ หลักเกณฑ์
วิธีการ และเงื่อนไขการคัดเลือกให้เป็นไปตามที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกำหนด
มาตรา ๒๒ อ.ก.ก.
สามัญข้าราชการอุดมศึกษา มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(๑) พิจารณากำหนดนโยบาย ระบบ
และระเบียบวิธีการบริหารทรัพยากรบุคคลของข้าราชการกรุงเทพมหานครในสถาบันอุดมศึกษา
ซึ่งต้องสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ วิธีการ และมาตรฐานที่ ก.ก. กำหนด
(๒) เสนอแนะต่อ ก.ก. เพื่อให้ความเห็นชอบในการปรับปรุงโครงสร้าง
การบริหารงานการจัดและการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา
(๓) พิจารณาการเกลี่ยอัตรากำลังระหว่างสถาบันอุดมศึกษา
(๔) ออกข้อบังคับเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารทรัพยากรบุคคลสำหรับข้าราชการกรุงเทพมหานครในสถาบันอุดมศึกษา
และการพิจารณาตำแหน่งวิชาการ
(๕) กำหนดนโยบาย กำกับ ดูแล
และส่งเสริมเกี่ยวกับการพัฒนาข้าราชการกรุงเทพมหานครในสถาบันอุดมศึกษา
เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ ทัศนคติที่ดี คุณธรรมและจริยธรรม อันจะทำให้ปฏิบัติหน้าที่ราชการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
(๖) กำหนดกรอบของตำแหน่ง อันดับเงินเดือนของตำแหน่ง
และจำนวนของข้าราชการกรุงเทพมหานครในสถาบันอุดมศึกษาที่พึงมีในสถาบันอุดมศึกษา
รวมทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบของตำแหน่ง และคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง โดยต้องคำนึงถึงความมีประสิทธิภาพ
ความไม่ซ้ำซ้อน และความประหยัด และต้องสอดคล้องกับกรอบอัตรากำลังและหลักเกณฑ์
วิธีการ และเงื่อนไขที่ ก.ก. กำหนด
(๗)
ออกข้อบังคับเกี่ยวกับการบังคับบัญชาข้าราชการกรุงเทพมหานครในสถาบันอุดมศึกษา โดยข้อบังคับดังกล่าวต้องไม่ก่อให้เกิดขั้นตอนโดยไม่จำเป็น
(๘)
ออกข้อบังคับเกี่ยวกับการเลื่อนเงินเดือนของข้าราชการกรุงเทพมหานครในสถาบันอุดมศึกษา
โดยข้อบังคับดังกล่าวต้องสอดคล้องกับหลักเกณฑ์และวิธีการตามที่ ก.ก. กำหนด
(๙)
ออกข้อบังคับเกี่ยวกับการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการของข้าราชการกรุงเทพมหานครในสถาบันอุดมศึกษา
(๑๐)
อนุญาตให้ข้าราชการกรุงเทพมหานครในสถาบันอุดมศึกษาซึ่งดำรงตำแหน่งทางวิชาการลาหยุดราชการเพื่อไปเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการ
หรือตามโครงการแลกเปลี่ยนคณาจารย์ระหว่างสถาบันอุดมศึกษาทั้งในประเทศและต่างประเทศ
โดยถือว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการและได้รับเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง
และเงินอื่นในระหว่างลาได้ ทั้งนี้
ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ ก.ก. กำหนด
(๑๑) ปฏิบัติการอื่นตามพระราชบัญญัตินี้ และช่วย ก.ก.
ปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ตามที่ ก.ก. มอบหมาย
มาตรา ๒๓ ให้ อ.ก.ก.
สามัญหน่วยงาน ประกอบด้วย
(๑) หัวหน้าหน่วยงาน เป็นประธาน
(๒)
รองหัวหน้าหน่วยงานหรือผู้ช่วยหัวหน้าหน่วยงานซึ่งหัวหน้าหน่วยงานมอบหมาย เป็นรองประธาน
(๓) หัวหน้าส่วนราชการในหน่วยงานนั้นซึ่งคัดเลือกกันเอง จำนวนหนึ่งคน
(๔) ผู้แทนสำนักงาน ก.ก. จำนวนหนึ่งคน
(๕) ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแต่งตั้งจากผู้ซึ่งมีความรู้ความเชี่ยวชาญและมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ในด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล
ด้านการบริหารและการจัดการด้านกฎหมายหรือด้านอื่นที่เป็นประโยชน์แก่การบริหารทรัพยากรบุคคล
และมิได้เป็นข้าราชการกรุงเทพมหานคร จำนวนสี่คน ทั้งนี้ ให้ประกอบด้วยชายและหญิง
(๖) ข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญในหน่วยงานนั้นซึ่งคัดเลือกกันเอง
จำนวนสี่คน
ให้ อ.ก.ก. นี้ ตั้งเลขานุการหนึ่งคน
และผู้ช่วยเลขานุการไม่เกินสองคน
ให้หัวหน้าหน่วยงานจัดให้มีการคัดเลือกกรรมการตาม (๓) และ (๖) ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ วิธีการ
และเงื่อนไขการคัดเลือก ให้เป็นไปตามที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกำหนด
มาตรา ๒๔ อ.ก.ก.
สามัญหน่วยงาน มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(๑) พิจารณากำหนดนโยบาย ระบบ
และระเบียบวิธีการบริหารทรัพยากรบุคคลของข้าราชการกรุงเทพมหานครในหน่วยงาน
ซึ่งต้องสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ วิธีการ และมาตรฐานที่ ก.ก. กำหนด
(๒) เสนอแนะต่อ ก.ก. เพื่อให้ความเห็นชอบในการปรับปรุงโครงสร้าง
การบริหารงาน การจัดและการพัฒนาหน่วยงาน
(๓) พิจารณาการเกลี่ยอัตรากำลังระหว่างส่วนราชการในหน่วยงาน
(๔) กำหนดนโยบาย กำกับ ดูแล และส่งเสริมเกี่ยวกับการพัฒนาข้าราชการภายในส่วนราชการในหน่วยงาน
เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ ทัศนคติที่ดี คุณธรรม และจริยธรรม
อันจะทำให้ปฏิบัติหน้าที่ราชการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
(๕) ปฏิบัติตามที่ อ.ก.ก. สามัญข้าราชการ มอบหมาย
(๖) ปฏิบัติการอื่นตามพระราชบัญญัตินี้ และช่วย ก.ก. ปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ตามที่
ก.ก. มอบหมาย
มาตรา ๒๕ ให้ผู้ทรงคุณวุฒิและข้าราชการกรุงเทพมหานครซึ่งได้รับการคัดเลือกตามมาตรา
๑๗ มาตรา ๑๙ มาตรา ๒๑ และมาตรา ๒๓ มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสองปี
มาตรา ๒๖ ให้นำมาตรา ๙
มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ และมาตรา ๑๒ มาใช้บังคับแก่อนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และอนุกรรมการที่ได้มาโดยการคัดเลือกตามมาตรา
๑๗ มาตรา ๑๙ มาตรา ๒๑ และมาตรา ๒๓ แล้วแต่กรณี โดยอนุโลม
นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา ๙ และเหตุอื่นตามมาตรา ๑๐
แล้ว ให้อนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งเมื่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครซึ่งเป็นผู้สั่งแต่งตั้งอนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งด้วย
มาตรา ๒๗ ก.ก.
มีอำนาจแต่งตั้งอนุกรรมการวิสามัญ เรียกโดยย่อว่า อ.ก.ก. วิสามัญ เพื่อปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่ ก.ก. มอบหมาย
จำนวน คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการแต่งตั้ง อ.ก.ก. วิสามัญ
รวมตลอดทั้งวิธีการได้มา วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่ง
ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎ ก.ก.
ให้นำมาตรา ๑๕ มาใช้บังคับแก่การประชุมของ อ.ก.ก. วิสามัญ โดยอนุโลม
มาตรา ๒๘ ให้กรรมการและอนุกรรมการใน
ก.ก. อ.ก.ก. สามัญข้าราชการ อ.ก.ก. สามัญหน่วยงาน และ อ.ก.ก. วิสามัญ
ได้รับค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายอื่นในการปฏิบัติงานตามที่กำหนดในข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร
มาตรา ๒๙ ให้มีสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร
เรียกโดยย่อว่า สำนักงาน ก.ก. มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(๑) เป็นเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการดำเนินงานในหน้าที่ของ ก.ก. และ
ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร และดำเนินการตามที่ ก.ก. หรือ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร มอบหมาย
(๒)
วิเคราะห์และวิจัยเกี่ยวกับการจัดระบบราชการกรุงเทพมหานครเพื่อเสนอ ก.ก.
(๓) เสนอแนะและให้คำปรึกษาแก่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
หน่วยงานและส่วนราชการในสังกัดกรุงเทพมหานคร เกี่ยวกับหลักเกณฑ์ วิธีการ
และแนวทางการบริหารทรัพยากรบุคคลของข้าราชการกรุงเทพมหานครและบุคลากรกรุงเทพมหานคร
(๔) พัฒนา ส่งเสริม วิเคราะห์ และวิจัยเกี่ยวกับนโยบาย ยุทธศาสตร์
ระบบ หลักเกณฑ์ วิธีการ และมาตรฐานด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลของข้าราชการกรุงเทพมหานครและบุคลากรกรุงเทพมหานคร
(๕) จัดทำ ยุทธศาสตร์ ประสาน
และดำเนินการเกี่ยวกับการพัฒนาทรัพยากรบุคคลของข้าราชการกรุงเทพมหานครและบุคลากรกรุงเทพมหานคร
(๖)
ดำเนินการเกี่ยวกับแผนกำลังคนของข้าราชการกรุงเทพมหานครและบุคลากรกรุงเทพมหานคร
(๗) ดำเนินการสอบแข่งขันหรือสอบคัดเลือกหรือคัดเลือกเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการในกรุงเทพมหานครตามหลักเกณฑ์
วิธีการ และเงื่อนไขที่ ก.ก. กำหนด
(๘)
เป็นศูนย์กลางข้อมูลทรัพยากรบุคคลของข้าราชการกรุงเทพมหานครและบุคลากรกรุงเทพมหานคร
(๙) ติดตามและประเมินผลการบริหารทรัพยากรบุคคลของข้าราชการกรุงเทพมหานครและบุคลากรกรุงเทพมหานคร
(๑๐) ส่งเสริม ประสานงาน เผยแพร่ ให้คำปรึกษาแนะนำ
และดำเนินการเกี่ยวกับการจัดสวัสดิการ และการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตสำหรับทรัพยากรบุคคลของข้าราชการกรุงเทพมหานครและบุคลากรกรุงเทพมหานคร
(๑๑) ดำเนินการเกี่ยวกับการรับรองคุณวุฒิของผู้ได้รับปริญญา
ประกาศนียบัตรวิชาชีพหรือคุณวุฒิอย่างอื่น
เพื่อประโยชน์ในการบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเป็นข้าราชการกรุงเทพมหานครและบุคลากรกรุงเทพมหานคร
และการกำหนดอัตราเงินเดือนหรือค่าตอบแทนรวมทั้งระดับตำแหน่งและประเภทตำแหน่งสำหรับคุณวุฒิดังกล่าว
(๑๒) ดำเนินการเกี่ยวกับการรักษาทะเบียนประวัติและการควบคุมเกษียณอายุของข้าราชการกรุงเทพมหานครและบุคลากรกรุงเทพมหานคร
(๑๓)
จัดทำรายงานประจำปีเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรบุคคลในราชการกรุงเทพมหานครเสนอต่อ
ก.ก. และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
(๑๔) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้
กฎหมายอื่น หรือตามที่ ก.ก. หรือ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร
หรือผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมอบหมาย
คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมกรุงเทพมหานคร
มาตรา ๓๐ ให้มีคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการกรุงเทพมหานครและบุคลากรกรุงเทพมหานครคณะหนึ่ง
เรียกโดยย่อว่า ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร ประกอบด้วยกรรมการจำนวนห้าคน
ซึ่งนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งตามมาตรา ๓๒
กรรมการ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร ต้องทำงานเต็มเวลา
ให้หัวหน้าสำนักงาน ก.ก. เป็นเลขานุการของ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร
มาตรา ๓๑ ผู้จะได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการ
ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร ต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
(๑) มีสัญชาติไทย
(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสี่สิบห้าปี
(๓) มีคุณสมบัติอื่นอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
(ก)
เป็นหรือเคยเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน
คณะกรรมการข้าราชการครู คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย
คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา หรือคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ
(ข) เป็นหรือเคยเป็นกรรมการกฤษฎีกา
(ค) รับราชการหรือเคยรับราชการในตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์หรือเทียบเท่า
หรือตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองชั้นต้น
(ง)
รับราชการหรือเคยรับราชการในตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีอัยการพิเศษประจำเขตหรือเทียบเท่า
(จ)
รับราชการหรือเคยรับราชการในตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงหรือเทียบเท่าหรือตำแหน่งอื่นที่เทียบเท่าตำแหน่งบริหารระดับสูงตามที่
ก.ก. กำหนด
(ฉ) เป็นหรือเคยเป็นผู้สอนวิชาในสาขานิติศาสตร์ รัฐศาสตร์
รัฐประศาสนศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ สังคมศาสตร์
หรือวิชาที่เกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินในสถาบันอุดมศึกษาและดำรงตำแหน่งหรือเคยดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่ารองศาสตราจารย์
แต่ในกรณีที่ดำรงตำแหน่งรองศาสตราจารย์ต้องดำรงตำแหน่งหรือเคยดำรงตำแหน่งมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี
มาตรา ๓๒ ให้มีคณะกรรมการคัดเลือกกรรมการ ก.พ.ค.
กรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย ประธานศาลปกครองสูงสุด เป็นประธาน
รองประธานศาลฎีกาที่ได้รับมอบหมายจากประธานศาลฎีกาหนึ่งคน กรรมการ ก.ก.
ผู้ทรงคุณวุฒิหนึ่งคนซึ่งได้รับเลือกโดย ก.ก. และให้หัวหน้าสำนักงาน ก.ก. เป็นกรรมการและเลขานุการ
ให้คณะกรรมการคัดเลือกมีหน้าที่คัดเลือกบุคคลผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา
๓๑ จำนวนห้าคน
ให้ผู้ได้รับคัดเลือกตามวรรคสองประชุมและเลือกกันเองให้คนหนึ่งเป็นประธานกรรมการ
ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร แล้วให้นายกรัฐมนตรีแต่งตั้ง
หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกกรรมการ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร
ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการคัดเลือกกำหนด
มาตรา ๓๓ กรรมการ
ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร ต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้
(๑) เป็นข้าราชการ
(๒) เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐหรือบุคคลใด
(๓) เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
กรรมการหรือผู้ดำรงตำแหน่งที่รับผิดชอบในการบริหารพรรคการเมือง สมาชิกพรรคการเมือง
หรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง
(๔) เป็นกรรมการในรัฐวิสาหกิจ
(๕) เป็นกรรมการในองค์กรกลางบริหารงานบุคคลในหน่วยงานของรัฐ
(๖) ประกอบอาชีพหรือวิชาชีพอย่างอื่นหรือดำรงตำแหน่งหรือประกอบการใด
ๆ หรือเป็นกรรมการในหน่วยงานของรัฐหรือเอกชน
อันขัดต่อการปฏิบัติหน้าที่ตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา
(๗) เป็นบุคคลล้มละลาย คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(๘) เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก แม้จะมีการรอการลงโทษ
เว้นแต่เป็นการรอการลงโทษในความผิดอันได้กระทำโดยประมาท ความผิดลหุโทษ
หรือความผิดฐานหมิ่นประมาท
มาตรา ๓๔ ผู้ได้รับคัดเลือกเป็นกรรมการ ก.พ.ค.
กรุงเทพมหานคร ผู้ใดมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๓๓ (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) หรือ (๖)
ผู้นั้นต้องลาออกจากการเป็นบุคคลซึ่งมีลักษณะต้องห้าม หรือแสดงหลักฐานให้เป็นที่เชื่อได้ว่าตนได้เลิกการประกอบอาชีพหรือวิชาชีพหรือการประกอบการอันมีลักษณะต้องห้ามต่อเลขานุการ
ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับคัดเลือก
ในกรณีที่ผู้ได้รับคัดเลือกเป็นกรรมการ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร
มิได้ลาออกหรือเลิกการประกอบอาชีพหรือวิชาชีพหรือการประกอบการภายในเวลาที่กำหนดตามวรรคหนึ่ง
ให้ถือว่าผู้นั้นมิเคยได้รับคัดเลือกเป็นกรรมการ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร
และให้ดำเนินการคัดเลือกกรรมการ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร ขึ้นใหม่
มาตรา ๓๕ กรรมการ
ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร มีวาระการดำรงตำแหน่งหกปีนับแต่วันที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้ง
และให้ดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว
ให้กรรมการ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร ซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระ
อยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่านายกรัฐมนตรีจะแต่งตั้งกรรมการ ก.พ.ค.
กรุงเทพมหานคร ใหม่
มาตรา ๓๖ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ กรรมการ
ก.พ.ค. กรุงเทพมหานครพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) มีอายุครบเจ็ดสิบปีบริบูรณ์
(๔) ขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๓๑ หรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๓๓
(๕) ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก แม้จะมีการรอการลงโทษ
เว้นแต่เป็นการรอการลงโทษในความผิดอันได้กระทำโดยประมาท ความผิดลหุโทษ
หรือความผิดฐานหมิ่นประมาท
(๖) ไม่สามารถปฏิบัติงานได้เต็มเวลาอย่างสม่ำเสมอตามระเบียบของ
ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร
เมื่อมีกรณีตามวรรคหนึ่ง ให้กรรมการ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร
เท่าที่เหลืออยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ และให้ถือว่า ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร
ประกอบด้วยกรรมการ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานครเท่าที่เหลืออยู่ เว้นแต่มีกรรมการ ก.พ.ค.
กรุงเทพมหานคร เหลืออยู่ไม่ถึงสามคน
เมื่อมีกรณีตามวรรคหนึ่งหรือกรณีที่กรรมการ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร
พ้นจากตำแหน่งตามวาระ ให้คณะกรรมการคัดเลือกดำเนินการคัดเลือกกรรมการ ก.พ.ค.
กรุงเทพมหานครแทนกรรมการ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร ซึ่งพ้นจากตำแหน่งโดยเร็ว
มาตรา ๓๗ ก.พ.ค.
กรุงเทพมหานคร มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(๑) เสนอแนะต่อ ก.ก. เพื่อให้ ก.ก. ดำเนินการจัดให้มีหรือปรับปรุงนโยบายการบริหารทรัพยากรบุคคลของกรุงเทพมหานครในส่วนที่เกี่ยวกับการพิทักษ์ระบบคุณธรรม
(๒) พิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ตามมาตรา ๖๐
(๓) พิจารณาวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ตามมาตรา ๖๔
(๔) พิจารณาเรื่องการคุ้มครองระบบคุณธรรมตามมาตรา ๖๖
(๕) ออกกฎ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร ข้อบังคับ ระเบียบ หลักเกณฑ์
และวิธีการเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ กฎ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร
และข้อบังคับเมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
(๖) แต่งตั้งบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่
ก.พ.ค. กรุงเทพมหานครกำหนด เพื่อเป็นกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ กรุงเทพมหานคร
หรือเป็นกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ กรุงเทพมหานคร
(๗)
ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนบัญญัติให้เป็นอำนาจหน้าที่ของ
ก.พ.ค. ทั้งนี้
เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๓๘ ให้กรรมการ
ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร กรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ กรุงเทพมหานคร และกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์
กรุงเทพมหานคร ได้รับเงินประจำตำแหน่ง
ประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เช่นเดียวกับกรรมการ ก.พ.ค.
กรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ และกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์
ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน
มาตรา ๓๙ การประชุมของ
ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร กรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ กรุงเทพมหานคร และกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์
กรุงเทพมหานคร ให้เป็นไปตามระเบียบที่ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานครกำหนด
ข้าราชการกรุงเทพมหานคร
บททั่วไป
มาตรา ๔๐ การจัดระเบียบข้าราชการกรุงเทพมหานครต้องเป็นไปเพื่อผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของกรุงเทพมหานคร
ความมีประสิทธิภาพ และความคุ้มค่า
โดยให้ข้าราชการกรุงเทพมหานครปฏิบัติราชการอย่างมีคุณภาพ คุณธรรม
และมีคุณภาพชีวิตที่ดี
มาตรา ๔๑ การจัดระเบียบข้าราชการกรุงเทพมหานครตามพระราชบัญญัตินี้ให้คำนึงถึงระบบคุณธรรม
ดังต่อไปนี้
(๑) การรับบุคคลเพื่อบรรจุเข้ารับราชการและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ต้องคำนึงถึงความรู้
ความสามารถของบุคคล ความเสมอภาค ความเป็นธรรม และประโยชน์ของทางราชการ
(๒) การบริหารทรัพยากรบุคคล
ต้องคำนึงผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพขององค์กรและลักษณะของงาน
โดยไม่เลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม
(๓) การพิจารณาความดีความชอบ การเลื่อนตำแหน่ง
และการให้ประโยชน์อื่นแก่ข้าราชการกรุงเทพมหานครต้องเป็นไปอย่างเป็นธรรม โดยพิจารณาจากผลงาน
ศักยภาพ ความประพฤติและพฤติกรรมทางจริยธรรม
และจะนำความคิดเห็นทางการเมืองหรือสังกัดพรรคการเมืองมาประกอบการพิจารณามิได้
(๔) การดำเนินการทางวินัย
ต้องเป็นไปด้วยความยุติธรรมและโดยปราศจากอคติ
(๕) การบริหารทรัพยากรบุคคลต้องมีความเป็นกลางทางการเมือง
มาตรา ๔๒ ข้าราชการกรุงเทพมหานครมี
๓ ประเภท คือ
(๑) ข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญ
(๒) ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากรุงเทพมหานคร
(๓) ข้าราชการกรุงเทพมหานครในสถาบันอุดมศึกษา
มาตรา ๔๓ ผู้ที่จะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการกรุงเทพมหานครต้องมีคุณสมบัติทั่วไปและไม่มีลักษณะต้องห้าม
ดังต่อไปนี้
ก. คุณสมบัติทั่วไป
(๑) มีสัญชาติไทย
(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปี
(๓)
เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขด้วยความบริสุทธิ์ใจ
ข. ลักษณะต้องห้าม
(๑) เป็นคนไร้ความสามารถ คนเสมือนไร้ความสามารถ
คนวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ หรือเป็นโรคตามที่กำหนดในกฎ ก.ก.
(๒)
เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักราชการหรือถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนตามพระราชบัญญัตินี้หรือตามกฎหมายอื่น
(๓) เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดีจนเป็นที่รังเกียจของสังคม
(๔) เป็นบุคคลล้มละลาย
(๕) เป็นผู้เคยต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเพราะกระทำความผิดทางอาญา
เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(๖) เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก ปลดออก
หรือไล่ออกจากส่วนราชการรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานอื่นของรัฐ
(๗) เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออกหรือปลดออก เพราะกระทำผิดวินัยตามพระราชบัญญัตินี้หรือตามกฎหมายอื่น
(๘) เป็นผู้เคยถูกลงโทษไล่ออก
เพราะกระทำผิดวินัยตามพระราชบัญญัตินี้หรือตามกฎหมายอื่น
(๙) เป็นผู้เคยกระทำการทุจริตในการสอบเข้ารับราชการ
หรือเข้าปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐ
ผู้ที่จะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการกรุงเทพมหานครซึ่งมีลักษณะต้องห้ามตาม
ข. (๓) (๔) (๕) (๖) (๗) (๘) หรือ (๙) ก.ก. อาจพิจารณายกเว้นให้เข้ารับราชการได้ แต่ถ้าเป็นกรณีมีลักษณะต้องห้ามตาม
ข. (๖) หรือ (๗) ผู้นั้นต้องออกจากงานหรือออกจากราชการไปเกินสองปีแล้ว
และในกรณีมีลักษณะต้องห้ามตาม ข. (๘) ผู้นั้นต้องออกจากงานหรือออกจากราชการไปเกินสามปีแล้ว
และต้องมิใช่เป็นกรณีออกจากงานหรือออกจากราชการเพราะทุจริตต่อหน้าที่ มติของ ก.ก.
ในการยกเว้นดังกล่าวต้องได้คะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสี่ในห้าของจำนวนกรรมการที่มาประชุม
การลงมติให้กระทำโดยลับ
การขอยกเว้นตามวรรคสอง ให้เป็นไปตามระเบียบที่ ก.ก. กำหนด
ในกรณีตามวรรคสอง ก.ก. จะยกเว้นให้เป็นการเฉพาะราย
หรือจะประกาศยกเว้นให้เป็นการทั่วไปก็ได้
ผู้ที่จะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการกรุงเทพมหานครผู้ใดเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือเป็นกรรมการหรือผู้ดำรงตำแหน่งที่รับผิดชอบในการบริหารพรรคการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง
ผู้นั้นต้องลาออกจากการดำรงตำแหน่งหรือการประกอบอาชีพนั้นและการลาออกต้องมีผลก่อนวันบรรจุเข้ารับราชการ
ในกรณีที่ผู้ที่จะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการกรุงเทพมหานครมิได้มีการดำเนินการตามวรรคห้า
ให้ถือว่าผู้นั้นมิเคยได้รับคัดเลือกหรือเลือกเพื่อเข้ารับราชการเป็นข้าราชการกรุงเทพมหานคร
มาตรา ๔๔ การบริหารทรัพยากรบุคคลของกรุงเทพมหานครให้เป็นไปตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้
หรือตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา
เว้นแต่กรณีที่มิได้บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้หรือมิได้กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกา
ให้นำกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนมาใช้บังคับกับการบริหารทรัพยากรบุคคลของข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญ
กฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามาใช้บังคับกับการบริหารทรัพยากรบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากรุงเทพมหานคร
และกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษามาใช้บังคับกับการบริหารทรัพยากรบุคคลของข้าราชการกรุงเทพมหานครในสถาบันอุดมศึกษา
โดยอนุโลม
ในการนำกฎหมายตามวรรคหนึ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม
ให้อำนาจหน้าที่ของคณะรัฐมนตรี ก.พ. ก.ค.ศ. และ ก.พ.อ. เป็นอำนาจหน้าที่ของ ก.ก.
สำหรับผู้ใช้อำนาจหน้าที่อื่นให้เป็นไปตามที่ ก.ก. กำหนด
โดยคำนึงถึงตำแหน่งผู้ใช้อำนาจหรือการปฏิบัติหน้าที่ที่กำหนดไว้ในกฎหมายนั้นด้วย
มาตรา ๔๕ วันเวลาทำงาน
วันหยุดราชการตามประเพณี
วันหยุดราชการประจำปีและการลาหยุดราชการของข้าราชการกรุงเทพมหานคร ให้เป็นไปตามที่
ก.ก. กำหนด ในกรณีที่ ก.ก. ยังมิได้กำหนด
ให้นำหลักเกณฑ์เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวที่ใช้กับข้าราชการพลเรือนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
หรือข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ในกรณีจำเป็นเร่งด่วนหรือมีเหตุพิเศษและเพื่อประโยชน์แก่การบริหารราชการกรุงเทพมหานคร
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอาจกำหนดให้ข้าราชการกรุงเทพมหานครในหน่วยงานหรือส่วนราชการใดหรือที่ปฏิบัติงานประเภทใดของกรุงเทพมหานครมีวันเวลาทำงาน
หรือวันหยุด รวมทั้งการลาหยุดเป็นอย่างอื่นได้
มาตรา ๔๖ เครื่องแบบของข้าราชการกรุงเทพมหานครและระเบียบการแต่งเครื่องแบบ
ให้เป็นไปตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา
มาตรา ๔๗ บำเหน็จบำนาญข้าราชการกรุงเทพมหานคร
ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการกรุงเทพมหานคร
มาตรา ๔๘ ข้าราชการกรุงเทพมหานครผู้ใดถึงแก่ความตายเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการ
ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุจะพิจารณาเลื่อนเงินเดือนให้ผู้นั้นเป็นกรณีพิเศษเพื่อประโยชน์ในการคำนวณบำเหน็จบำนาญหรือให้ได้รับสิทธิประโยชน์อื่นตามที่
ก.ก. กำหนดก็ได้
มาตรา ๔๙ ข้าราชการกรุงเทพมหานครอาจได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษตามระเบียบที่
ก.ก. กำหนด
ข้าราชการกรุงเทพมหานครอาจได้รับเงินเพิ่มค่าครองชีพชั่วคราวตามภาวะเศรษฐกิจตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่
ก.ก. กำหนด
มาตรา ๕๐ ข้าราชการกรุงเทพมหานครมีเสรีภาพในการรวมกลุ่ม
แต่ทั้งนี้ต้องไม่กระทบประสิทธิภาพในการบริหารราชการแผ่นดินและความต่อเนื่องในการจัดทำบริการสาธารณะ
หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการรวมกลุ่มตามวรรคหนึ่ง
ให้เป็นไปตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา
การกำหนดตำแหน่ง
การบรรจุ และการแต่งตั้ง
มาตรา ๕๑ ภายใต้บังคับมาตรา
๑๔ (๕) นอกจากตำแหน่งที่กำหนดในกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานครแล้ว
อ.ก.ก.
สามัญข้าราชการอาจกำหนดตำแหน่งที่มีชื่ออย่างอื่นเพื่อประโยชน์ในการบริหารงาน
และแจ้งให้ ก.ก. ทราบ
มาตรา ๕๒ การบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญและการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง
ให้ผู้มีอำนาจดังต่อไปนี้เป็นผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง
(๑) การบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งปลัดกรุงเทพมหานคร
หัวหน้าหน่วยงานระดับสำนัก ตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ
หรือตำแหน่งอื่นที่ ก.ก. กำหนดในระดับเทียบเท่า
ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นผู้มีอำนาจสั่งบรรจุ และให้นายกรัฐมนตรีนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
แต่งตั้ง
(๒) การบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าหน่วยงานระดับสำนัก
ตำแหน่งหัวหน้าหน่วยงานต่ำกว่าระดับสำนัก ตำแหน่งประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญ
ตำแหน่งประเภททั่วไประดับทักษะพิเศษ หรือตำแหน่งอื่นที่ ก.ก.
กำหนดในระดับเทียบเท่า ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง
(๓) การบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการระดับกอง
ตำแหน่งประเภทวิชาการระดับชำนาญการพิเศษ ตำแหน่งประเภททั่วไประดับอาวุโส
หรือตำแหน่งอื่นที่ ก.ก. กำหนดในระดับเทียบเท่า
ให้ปลัดกรุงเทพมหานครเป็นผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้งโดยคำแนะนำหรือความเห็นชอบของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
(๔) การบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอื่นนอกจากตำแหน่งตาม (๑) (๒)
และ (๓) ในสำนักปลัดกรุงเทพมหานคร สำนักหรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งมีฐานะเป็นสำนัก
สำนักงาน ก.ก. สำนักงานเลขานุการสภากรุงเทพมหานคร
สำนักงานเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสำนักงานเขต ให้ปลัดกรุงเทพมหานคร
ผู้อำนวยการสำนักหรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งมีฐานะเป็นสำนัก
หัวหน้าสำนักงาน ก.ก. เลขานุการสภากรุงเทพมหานคร
หัวหน้าสำนักงานเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือผู้อำนวยการเขต แล้วแต่กรณี
เป็นผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง แต่ถ้าเป็นการแต่งตั้งจากสำนักหรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งมีฐานะเป็นสำนัก
หรือสำนักงานหรือสำนักงานเขตหนึ่งไปอีกสำนักหรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งมีฐานะเป็นสำนักหรือสำนักงานหรือสำนักงานเขตหนึ่ง
ให้ปลัดกรุงเทพมหานครเป็นผู้มีอำนาจสั่งแต่งตั้ง
มาตรา ๕๓ การบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากรุงเทพมหานครและการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง
ให้ผู้มีอำนาจดังต่อไปนี้เป็นผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง
(๑) การบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งซึ่งมีวิทยฐานะเชี่ยวชาญพิเศษ เมื่อได้รับความเห็นชอบจาก
ก.ก. แล้ว ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นผู้มีอำนาจสั่งบรรจุ และให้นายกรัฐมนตรีนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้า
ฯ แต่งตั้ง
(๒)
การบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งซึ่งมีวิทยฐานะเชี่ยวชาญ
เมื่อได้รับความเห็นชอบจาก ก.ก. แล้ว
ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง
(๓) การบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งซึ่งมีวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ เมื่อได้รับความเห็นชอบจาก
ก.ก. แล้ว ให้ปลัดกรุงเทพมหานครเป็นผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง
(๔) การบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอื่นนอกจากตำแหน่งตาม (๑) (๒)
และ (๓) ในสำนักหรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งมีฐานะเป็นสำนัก
และสำนักงานเขต เมื่อได้รับความเห็นชอบจาก ก.ก. แล้ว
ให้ผู้อำนวยการสำนักหรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งมีฐานะเป็นสำนัก
หรือผู้อำนวยการเขต แล้วแต่กรณี เป็นผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง
แต่ถ้าเป็นการแต่งตั้งจากสำนักหรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งมีฐานะเป็นสำนักหรือสำนักงานเขตหนึ่งไปอีกสำนักหรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งมีฐานะเป็นสำนักหรือสำนักงานเขตหนึ่ง
เมื่อได้รับความเห็นชอบจาก ก.ก. แล้ว
ให้ปลัดกรุงเทพมหานครเป็นผู้มีอำนาจสั่งแต่งตั้ง
มาตรา ๕๔ การบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการกรุงเทพมหานครในสถาบันอุดมศึกษาและการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง
ให้ผู้มีอำนาจดังต่อไปนี้เป็นผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง
(๑) การบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์
เมื่อได้รับความเห็นชอบจาก ก.ก. แล้วให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นผู้มีอำนาจสั่งบรรจุ
และให้นายกรัฐมนตรีนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง
(๒) การบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองศาสตราจารย์
เมื่อได้รับความเห็นชอบจาก ก.ก. แล้ว
ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง
(๓) การบรรจุและแต่งตั้งตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ เมื่อได้รับความเห็นชอบจาก
ก.ก. แล้ว ให้ปลัดกรุงเทพมหานครเป็นผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง
(๔) การบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอื่นนอกจากตำแหน่งตาม (๑) (๒)
และ (๓) ในสำนักหรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งมีฐานะเป็นสำนัก
เมื่อได้รับความเห็นชอบจาก ก.ก. แล้ว ให้ผู้อำนวยการสำนักหรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งมีฐานะเป็นสำนัก
แล้วแต่กรณี เป็นผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง
แต่ถ้าเป็นการแต่งตั้งจากสำนักหรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งมีฐานะเป็นสำนักหนึ่งไปอีกสำนักหรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งมีฐานะเป็นสำนักหนึ่ง
เมื่อได้รับความเห็นชอบจาก ก.ก. แล้ว
ให้ปลัดกรุงเทพมหานครเป็นผู้มีอำนาจสั่งแต่งตั้ง
มาตรา ๕๕ ภายใต้บังคับมาตรา ๕๒ มาตรา ๕๓ มาตรา ๕๔
และมาตรา ๕๘ หลักเกณฑ์ วิธีการ
และเงื่อนไขในการบรรจุและการให้พ้นจากการเป็นข้าราชการกรุงเทพมหานคร ให้เป็นไปตามที่
ก.ก. กำหนด
มาตรา ๕๖ การแต่งตั้งข้าราชการกรุงเทพมหานครจากข้าราชการประเภทหนึ่งไปเป็นข้าราชการอีกประเภทหนึ่ง
อาจกระทำได้หากผู้นั้นสมัครใจและหน่วยงานต้นสังกัดเห็นชอบ ทั้งนี้
ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ก. กำหนด
ในกรณีที่ได้ดำเนินการตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา ๕๒
มาตรา ๕๓ หรือมาตรา ๕๔ แล้วแต่กรณี เป็นผู้มีอำนาจสั่งแต่งตั้ง
มาตรา ๕๗ การโอนพนักงานส่วนท้องถิ่น
การโอนข้าราชการที่ไม่ใช่ข้าราชการกรุงเทพมหานครตามพระราชบัญญัตินี้และไม่ใช่ข้าราชการการเมือง
และการโอนเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานอื่นของรัฐที่ ก.ก. กำหนด
มาบรรจุเป็นข้าราชการกรุงเทพมหานคร ตลอดจนจะแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทใด สายงานใด
ระดับใด หรือตำแหน่งใด วิทยฐานะใด และให้ได้รับเงินเดือนเท่าใด
ให้กระทำได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ก. กำหนด
เพื่อประโยชน์ในการนับเวลาราชการ ให้ถือเวลาราชการหรือเวลาทำงานของผู้ซึ่งโอนมารับราชการตามวรรคหนึ่งเป็นเวลาราชการของข้าราชการกรุงเทพมหานครตามพระราชบัญญัตินี้
วินัยและการดำเนินการทางวินัย
มาตรา ๕๘ การสั่งลงโทษทางวินัยอย่างร้ายแรงหรือการสั่งให้ออกจากราชการ
ให้ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุส่งเรื่องให้ ก.ก. พิจารณา เมื่อ ก.ก. มีมติเป็นประการใด
ให้ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุสั่งหรือปฏิบัติให้เป็นไปตามนั้น
การสั่งให้ออกจากราชการในระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ หรือเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้มเนื่องจากมีผลการประเมินต่ำกว่าเกณฑ์หรือมาตรฐาน
หรือการสั่งให้ออกจากราชการไปรับราชการทหารตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร ให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่
ก.ก. กำหนด
มาตรา ๕๙ เมื่อผู้บังคับบัญชาได้ดำเนินการทางวินัย
หรือดำเนินการเพื่อสั่งให้ข้าราชการกรุงเทพมหานครผู้ใดออกจากราชการ
ให้รายงานการดำเนินการทางวินัยหรือการสอบสวน
หรือการสั่งให้ออกจากราชการต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับจนถึงผู้มีอำนาจสั่งบรรจุ ทั้งนี้
ตามระเบียบว่าด้วยการรายงานการดำเนินการทางวินัยที่ ก.ก. กำหนด
ในกรณีที่ผู้บังคับบัญชาที่ได้รับรายงานตามวรรคหนึ่งเห็นว่าการยุติเรื่อง
การงดโทษหรือการลงโทษ เป็นการไม่ถูกต้องหรือไม่เหมาะสม ก็ให้มีอำนาจสั่งลงโทษ
เพิ่มโทษเป็นสถานโทษหรืออัตราโทษที่หนักขึ้น ลดโทษเป็นสถานโทษหรืออัตราโทษที่เบาลง
งดโทษโดยให้ทำทัณฑ์บนเป็นหนังสือหรือว่ากล่าวตักเตือน
หรือยกโทษให้ถูกต้องหรือเหมาะสมตามควรแก่กรณี ตลอดจนแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อความในคำสั่งเดิมให้เป็นการถูกต้องหรือเหมาะสมได้ด้วย
และในกรณีที่เห็นว่าควรดำเนินการอย่างใดเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณาให้ได้ความจริงและยุติธรรมก็ให้มีอำนาจดำเนินการหรือสั่งดำเนินการได้ตามควรแก่กรณี
ทั้งนี้
การสั่งลงโทษหรือเพิ่มโทษเป็นสถานโทษที่หนักขึ้นต้องไม่เกินอำนาจของตนและการเพิ่มอัตราโทษเมื่อรวมกับอัตราโทษเดิมต้องไม่เกินอำนาจนั้นด้วย
ถ้าเกินอำนาจของตนก็ให้รายงานต่อผู้บังคับบัญชาของผู้นั้นตามลำดับเพื่อให้พิจารณาดำเนินการตามควรแก่กรณี
ในกรณีที่ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุที่ได้รับรายงานตามวรรคหนึ่งเห็นว่ากรณีเป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง
ให้ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุมีอำนาจดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ก. กำหนด
เมื่อได้มีคำสั่งเพิ่มโทษ ลดโทษ งดโทษ หรือยกโทษ
ถ้าเพิ่มโทษเป็นสถานโทษที่หนักขึ้นหรือลดโทษเป็นสถานโทษที่เบาลง หรืองดโทษ
หรือยกโทษ คำสั่งลงโทษเดิมให้เป็นอันยกเลิก ถ้าลดโทษเป็นอัตราโทษที่เบาลง
อัตราโทษส่วนที่เกินก็ให้เป็นอันยกเลิก
ในกรณีที่คำสั่งลงโทษตัดเงินเดือนหรือลดเงินเดือนหรือลดขั้นเงินเดือนเป็นอันยกเลิก
หรืออัตราโทษส่วนที่เกินเป็นอันยกเลิก
ให้คืนเงินเดือนที่ได้ตัดหรือลดไปแล้วตามคำสั่งที่เป็นอันยกเลิก หรืออัตราโทษส่วนที่เกินเป็นอันยกเลิกนั้นให้แก่ผู้ถูกลงโทษ
เมื่อผู้มีอำนาจสั่งบรรจุได้ดำเนินการทางวินัยหรือได้รับรายงานตามวรรคหนึ่งและได้พิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่แล้ว
ให้รายงานไปยัง ก.ก. เพื่อพิจารณา
ในกรณีที่ ก.ก. ได้รับรายงานตามวรรคห้า และเห็นว่าการดำเนินการทางวินัยเป็นการไม่ถูกต้องหรือไม่เหมาะสมและมีมติเป็นประการใด
ให้ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุหรือปลัดกรุงเทพมหานครหรือผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครสั่งหรือปฏิบัติให้เป็นไปตามนั้น
ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งมติ ก.ก.
การอุทธรณ์
มาตรา ๖๐ ผู้ใดถูกสั่งลงโทษหรือสั่งให้ออกจากราชการตามพระราชบัญญัตินี้ผู้นั้นมีสิทธิอุทธรณ์ต่อ
ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ทราบหรือถือว่าทราบคำสั่ง
การอุทธรณ์และการพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ตามวรรคหนึ่ง
ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร
มาตรา ๖๑ การพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ตามมาตรา
๖๐ ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์
เว้นแต่มีเหตุขัดข้องที่ทำให้การพิจารณาไม่แล้วเสร็จภายในระยะเวลาดังกล่าว
ก็ให้ขยายระยะเวลาได้อีกซึ่งไม่เกินสองครั้งโดยแต่ละครั้งจะต้องไม่เกินหกสิบวัน และให้บันทึกเหตุขัดข้องให้ปรากฏไว้ด้วย
ในการพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร
จะพิจารณาวินิจฉัยเองหรือจะตั้งคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ กรุงเทพมหานคร
เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้พิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ก็ได้ ทั้งนี้ ตามที่กำหนดในกฎ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร
ในกรณีที่การพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ไม่อาจกระทำได้ภายในระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง
และผู้อุทธรณ์เห็นว่ากรณีดังกล่าวเป็นเหตุให้ตนได้รับความเสียหาย
ให้ถือว่าผู้อุทธรณ์เป็นผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง
มาตรา ๖๒ เมื่อ ก.พ.ค.
กรุงเทพมหานคร พิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์แล้ว ให้ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา
๕๒ มาตรา ๕๓ หรือมาตรา ๕๔ แล้วแต่กรณี ดำเนินการให้เป็นไปตามคำวินิจฉัยนั้นภายในสามสิบวันนับแต่วันที่
ก.พ.ค. กรุงเทพมหานครมีคำวินิจฉัย
ในกรณีที่ผู้อุทธรณ์ไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของ ก.พ.ค.
กรุงเทพมหานคร
ให้ฟ้องคดีต่อศาลปกครองภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ทราบหรือถือว่าทราบคำวินิจฉัยอุทธรณ์
ผู้บังคับบัญชาผู้ใดไม่ปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง
ให้ถือว่าเป็นการจงใจละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่น
การร้องทุกข์
มาตรา ๖๓ ข้าราชการกรุงเทพมหานครผู้ใดมีความคับข้องใจอันเกิดจากการปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติต่อตนของผู้บังคับบัญชา
และเป็นกรณีไม่อาจอุทธรณ์ตามส่วนที่ ๔ การอุทธรณ์ ได้
ผู้นั้นมีสิทธิร้องทุกข์ได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้ในส่วนนี้
มาตรา ๖๔ การร้องทุกข์ที่เหตุเกิดจากผู้บังคับบัญชา
ให้ร้องทุกข์ต่อผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือขึ้นไปตามลำดับ
การร้องทุกข์ที่เหตุเกิดจากผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
ปลัดกรุงเทพมหานคร หัวหน้าหน่วยงานระดับสำนัก หรือตำแหน่งอื่นที่ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร
กำหนดให้ร้องทุกข์ต่อ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร
เมื่อ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร
ได้พิจารณาวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ประการใดแล้ว ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
ปลัดกรุงเทพมหานคร หรือผู้บังคับบัญชา แล้วแต่กรณี ดำเนินการให้เป็นไปตามคำวินิจฉัยของ
ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร
การร้องทุกข์และการพิจารณาวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ตามวรรคหนึ่งและวรรคสองให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎ
ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร
มาตรา ๖๕ ในการพิจารณาวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์
ให้ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร มีอำนาจไม่รับเรื่องร้องทุกข์ ยกคำร้องทุกข์
หรือมีคำวินิจฉัยให้แก้ไขหรือยกเลิกคำสั่ง
และให้เยียวยาความเสียหายให้ผู้ร้องทุกข์
หรือให้ดำเนินการอื่นใดเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมตามระเบียบที่ ก.พ.ค.
กรุงเทพมหานคร กำหนด
ในการพิจารณาวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร
จะพิจารณาวินิจฉัยเองหรือจะตั้งกรรมการ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร คนหนึ่ง
หรือจะตั้งคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ กรุงเทพมหานคร
เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้พิจารณาวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ก็ได้ ทั้งนี้ ตามที่กำหนดในกฎ ก.พ.ค.
กรุงเทพมหานคร
การคุ้มครองระบบคุณธรรม
มาตรา ๖๖ ในกรณีที่
ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร เห็นว่ากฎ ระเบียบ
หรือคำสั่งใดที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้และมุ่งหมายให้ใช้บังคับเป็นการทั่วไป
ไม่สอดคล้องกับระบบคุณธรรมตามมาตรา ๔๑ ให้ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร
แจ้งให้หน่วยงานหรือผู้ออกกฎ ระเบียบ หรือคำสั่งดังกล่าวทราบ เพื่อดำเนินการแก้ไขหรือยกเลิกตามควรแก่กรณี
บุคลากรกรุงเทพมหานคร
มาตรา ๖๗ บุคลากรกรุงเทพมหานครมี
๒ ประเภท คือ
(๑) ลูกจ้างกรุงเทพมหานคร
(๒) พนักงานกรุงเทพมหานคร
มาตรา ๖๘ การบริหารทรัพยากรบุคคลของลูกจ้างกรุงเทพมหานคร
ให้เป็นไปตามมาตรฐานที่ ก.ก. กำหนด
ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครออกข้อบังคับเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรบุคคลของลูกจ้างกรุงเทพมหานครให้สอดคล้องกับมาตรฐานการบริหารทรัพยากรบุคคลที่
ก.ก. กำหนดตามวรรคหนึ่ง
ค่าจ้าง ค่าตอบแทน สิทธิหรือประโยชน์ตอบแทนอื่นใด
และบำเหน็จของลูกจ้างกรุงเทพมหานคร ให้ตราเป็นข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร
มาตรา ๖๙ ลูกจ้างกรุงเทพมหานครผู้ใดถึงแก่ความตายเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการ
ผู้มีอำนาจสั่งแต่งตั้งจะพิจารณาเลื่อนค่าจ้างให้ผู้นั้นเป็นกรณีพิเศษเพื่อประโยชน์ในการคำนวณบำเหน็จก็ได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่
ก.ก. กำหนด
มาตรา ๗๐ กรุงเทพมหานครอาจมีพนักงานกรุงเทพมหานครเพื่อปฏิบัติงานในลักษณะที่ต้องใช้ความรู้หรือความเชี่ยวชาญ
หรือเพื่อปฏิบัติงานในเรื่องที่มีความจำเป็นได้
การบริหารทรัพยากรบุคคลของพนักงานกรุงเทพมหานคร
ให้เป็นไปตามมาตรฐานที่ ก.ก. กำหนด
ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครออกข้อบังคับเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรบุคคลของพนักงานกรุงเทพมหานครให้สอดคล้องกับมาตรฐานการบริหารทรัพยากรบุคคลที่
ก.ก. กำหนดตามวรรคสอง
ค่าตอบแทนและสิทธิหรือประโยชน์ตอบแทนอื่นใดของพนักงานกรุงเทพมหานครให้ตราเป็นข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร
มาตรา ๗๑ วันเวลาทำงาน
วันหยุดราชการตามประเพณี วันหยุดราชการประจำปีและการลาหยุดราชการของบุคลากรกรุงเทพมหานคร
ให้เป็นไปตามที่ ก.ก. กำหนด
ในกรณีจำเป็นเร่งด่วนหรือมีเหตุพิเศษและเพื่อประโยชน์แก่การบริหารราชการกรุงเทพมหานคร
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอาจกำหนดให้บุคลากรกรุงเทพมหานครในหน่วยงานหรือส่วนราชการใด
หรือที่ปฏิบัติงานประเภทใดของกรุงเทพมหานคร มีวันเวลาทำงาน หรือวันหยุด
รวมทั้งการลาหยุดเป็นอย่างอื่นได้
มาตรา ๗๒ เครื่องแบบของบุคลากรกรุงเทพมหานครและระเบียบการแต่งเครื่องแบบให้เป็นไปตามข้อบังคับที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกำหนดและประกาศในราชกิจจานุเบกษา
มาตรา ๗๓ บุคลากรกรุงเทพมหานครมีเสรีภาพในการรวมกลุ่ม
แต่ทั้งนี้ต้องไม่กระทบประสิทธิภาพในการบริหารราชการแผ่นดินและความต่อเนื่องในการจัดทำบริการสาธารณะ
หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการรวมกลุ่มตามวรรคหนึ่ง
ให้เป็นไปตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา
บทเฉพาะกาล
มาตรา ๗๔ ให้ ก.ก.
อ.ก.ก. วิสามัญ อ.ก.ก. ข้าราชการครู อ.ก.ก. สามัญ และ อ.ก.ก.
สำนักซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะแต่งตั้ง ก.ก. อ.ก.ก. วิสามัญ อ.ก.ก. สามัญข้าราชการ
หรือ อ.ก.ก. สามัญหน่วยงาน แล้วแต่กรณี ตามพระราชบัญญัตินี้
การดำเนินการให้มี ก.ก.
ให้กระทำให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
ในการปฏิบัติหน้าที่ของ อ.ก.ก. วิสามัญ อ.ก.ก. ข้าราชการครู อ.ก.ก.
สามัญ และ อ.ก.ก. สำนักตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ก.
กำหนด
ในกรณีที่ผู้ดำรงตำแหน่งใน ก.ก. อ.ก.ก. วิสามัญ อ.ก.ก. ข้าราชการครู
อ.ก.ก. สามัญ หรือ อ.ก.ก. สำนัก ตามวรรคหนึ่งพ้นจากตำแหน่งซึ่งมิใช่ตามวาระ ให้
ก.ก. อ.ก.ก. วิสามัญ อ.ก.ก. ข้าราชการครู อ.ก.ก. สามัญ หรือ อ.ก.ก. สำนัก
ประกอบด้วยกรรมการหรืออนุกรรมการเท่าที่เหลืออยู่ เว้นแต่กรณีมีกรรมการหรืออนุกรรมการเหลือไม่ถึงกึ่งหนึ่ง
ให้ดำเนินการให้ได้มาซึ่งกรรมการหรืออนุกรรมการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ก.
กำหนด
มาตรา ๗๕ ในระหว่างที่ยังมิได้ดำเนินการให้มี ก.พ.ค.
กรุงเทพมหานคร ให้ ก.ก. ทำหน้าที่ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร ตามพระราชบัญญัตินี้ไปพลางก่อนจนกว่าจะได้แต่งตั้ง
ก.พ.ค. กรุงเทพมหานครตามพระราชบัญญัตินี้
การดำเนินการแต่งตั้ง ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร
ให้กระทำให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
มาตรา ๗๖ ผู้ใดเป็นข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญหรือข้าราชการครูกรุงเทพมหานครตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการกรุงเทพมหานคร
พ.ศ. ๒๕๒๘ อยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
ให้ผู้นั้นเป็นข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญหรือข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากรุงเทพมหานครตามพระราชบัญญัตินี้
แล้วแต่กรณี ต่อไป
มาตรา ๗๗ ในระหว่างที่
ก.ก. ยังมิได้จัดทำมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง มาตรฐานตำแหน่ง มาตรฐานวิทยฐานะ
และมาตรฐานตำแหน่งวิชาการตามความในหมวด ๓
ข้าราชการกรุงเทพมหานครแห่งพระราชบัญญัตินี้
ให้ข้าราชการกรุงเทพมหานครซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่เดิมมีสิทธิได้รับเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง
ตลอดจนมีสิทธิอื่น ๆ ตามที่เคยมีสิทธิอยู่ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน
พ.ศ. ๒๕๓๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗
และที่แก้ไขเพิ่มเติม และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องไปพลางก่อน จนกว่า ก.ก.
จะจัดทำมาตรฐานกำหนดตำแหน่งมาตรฐานตำแหน่ง มาตรฐานวิทยฐานะ
และมาตรฐานตำแหน่งวิชาการเสร็จ และจัดตำแหน่งข้าราชการกรุงเทพมหานครของทุกหน่วยงานเข้าประเภทตำแหน่ง
สายงาน ระดับตำแหน่งตำแหน่งที่มีวิทยฐานะ
และตำแหน่งวิชาการตามที่ได้จัดทำและประกาศให้ทราบ จึงให้นำบทบัญญัติในหมวด ๓
ข้าราชการกรุงเทพมหานคร แห่งพระราชบัญญัตินี้มาใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ก.ก.
ประกาศเป็นต้นไป และให้ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง
สั่งแต่งตั้งข้าราชการกรุงเทพมหานครให้ดำรงตำแหน่งใหม่ภายในสามสิบวันนับตั้งแต่วันที่
ก.ก. ประกาศ
การปรับเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการกรุงเทพมหานครซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งตามที่
ก.ก. กำหนดตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ ก.ก. กำหนด
ให้ ก.ก.
ดำเนินการประกาศตามวรรคหนึ่งให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
มาตรา ๗๘ บรรดาบทบัญญัติของกฎหมาย
กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ
ประกาศหรือคำสั่งใดที่อ้างถึงตำแหน่งและระดับตำแหน่งของข้าราชการกรุงเทพมหานครตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการกรุงเทพมหานคร
พ.ศ. ๒๕๒๘
และที่แก้ไขเพิ่มเติมให้ถือว่าอ้างถึงตำแหน่งและระดับตำแหน่งของข้าราชการกรุงเทพมหานครที่
ก.ก. กำหนดตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๗๙ ผู้ใดเป็นลูกจ้างของกรุงเทพมหานครอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
ให้ผู้นั้นเป็นลูกจ้างกรุงเทพมหานครตามพระราชบัญญัตินี้
ในระหว่างที่ยังมิได้กำหนดมาตรฐานการบริหารทรัพยากรบุคคลหรือออกข้อบังคับหรือตราข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครตามมาตรา
๖๘ ให้นำข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยลูกจ้างซึ่งใช้บังคับอยู่เดิมมาใช้บังคับไปพลางก่อน
มาตรา ๘๐ ในระหว่างที่ยังมิได้ตราพระราชกฤษฎีกา
หรือออกข้อบัญญัติ กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ มติ
หรือข้อกำหนดอื่นใดเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ให้นำพระราชกฤษฎีกา ข้อบัญญัติ
กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ มติ
หรือข้อกำหนดอื่นใดซึ่งใช้บังคับกับกรุงเทพมหานครหรือข้าราชการกรุงเทพมหานครอยู่เดิมมาใช้บังคับโดยอนุโลม
เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัตินี้
ในกรณีที่ไม่อาจนำพระราชกฤษฎีกา ข้อบัญญัติ กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ มติ
หรือข้อกำหนดอื่นใดที่กำหนดไว้แล้วมาใช้บังคับได้ตามวรรคหนึ่ง
การจะดำเนินการเป็นประการใดให้เป็นไปตามที่ ก.ก. กำหนด
มาตรา ๘๑ ข้าราชการกรุงเทพมหานครผู้ใดมีกรณีกระทำผิดวินัยหรือมีกรณีที่สมควรให้ออกจากราชการก่อนวันที่บทบัญญัติในหมวด
๓ ข้าราชการกรุงเทพมหานคร แห่งพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ผู้บังคับบัญชาตามพระราชบัญญัตินี้มีอำนาจสั่งลงโทษผู้นั้นหรือสั่งให้ผู้นั้นออกจากราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการกรุงเทพมหานครที่ใช้อยู่ในขณะนั้น
ส่วนการสอบสวน การพิจารณา และการดำเนินการเพื่อลงโทษหรือให้ออกจากราชการ
ให้ดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่
(๑)
กรณีที่ผู้บังคับบัญชาได้สั่งให้สอบสวนโดยถูกต้องตามกฎหมายที่ใช้อยู่ในขณะนั้นไปแล้วก่อนวันที่บทบัญญัติในหมวด
๓ ข้าราชการกรุงเทพมหานคร แห่งพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และยังสอบสวนไม่แล้วเสร็จ
ก็ให้สอบสวนตามกฎหมายนั้นต่อไปจนกว่าจะแล้วเสร็จ
(๒)
กรณีที่ได้มีการสอบสวนหรือพิจารณาโดยถูกต้องตามกฎหมายที่ใช้อยู่ในขณะนั้นเสร็จไปแล้วก่อนวันที่บทบัญญัติในหมวด
๓ ข้าราชการกรุงเทพมหานคร
แห่งพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับให้การสอบสวนหรือการพิจารณา แล้วแต่กรณี
นั้นเป็นอันใช้ได้
(๓) กรณีที่ได้มีการรายงานหรือส่งเรื่อง หรือนำสำนวนเสนอ หรือส่งให้
ก.ก. อ.ก.ก. สามัญ หรือ อ.ก.ก. สำนัก ใด
พิจารณาโดยถูกต้องตามกฎหมายที่ใช้อยู่ในขณะนั้น และ ก.ก. อ.ก.ก. สามัญ หรือ อ.ก.ก.
สำนัก แล้วแต่กรณี พิจารณาเรื่องนั้นยังไม่เสร็จ ให้ ก.ก. อ.ก.ก. สามัญ หรือ อ.ก.ก. สำนัก
พิจารณาตามกฎหมายนั้นต่อไปจนกว่าจะแล้วเสร็จ
มาตรา ๘๒ ข้าราชการกรุงเทพมหานครผู้ใดซึ่งโอนมาจากพนักงานส่วนท้องถิ่นหรือข้าราชการประเภทอื่นก่อนวันที่บทบัญญัติในหมวด
๓ ข้าราชการกรุงเทพมหานคร แห่งพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มีกรณีกระทำผิดวินัยหรือกรณีที่สมควรให้ออกจากงานหรือให้ออกจากราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นหรือกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการนั้นอยู่ในวันก่อนวันที่บทบัญญัติในหมวด
๓ ข้าราชการกรุงเทพมหานคร แห่งพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
ให้ผู้บังคับบัญชาตามพระราชบัญญัตินี้มีอำนาจดำเนินการทางวินัยแก่ผู้นั้น
หรือดำเนินการสั่งให้ผู้นั้นออกจากราชการได้ตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๘๓ ผู้ใดถูกสั่งลงโทษหรือถูกสั่งให้ออกจากราชการตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการกรุงเทพมหานคร
พ.ศ. ๒๕๒๘ ถ้ายังมิได้ยื่นอุทธรณ์หรือร้องทุกข์ตามพระราชบัญญัติดังกล่าว และยังไม่พ้นกำหนดเวลาอุทธรณ์หรือร้องทุกข์ในวันที่บทบัญญัติในหมวด
๓ ข้าราชการกรุงเทพมหานครแห่งพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
ให้ผู้นั้นมีสิทธิอุทธรณ์หรือร้องทุกข์ตามพระราชบัญญัตินี้ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่บทบัญญัติในหมวด
๓ ข้าราชการกรุงเทพมหานคร แห่งพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
มาตรา ๘๔ เรื่องอุทธรณ์และเรื่องร้องทุกข์ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการกรุงเทพมหานคร
พ.ศ. ๒๕๒๘ ที่ได้ยื่นไว้ก่อนวันที่บทบัญญัติในหมวด ๓
ข้าราชการกรุงเทพมหานครแห่งพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และอยู่ในอำนาจการพิจารณาของ
ก.ก. อ.ก.ก. สามัญ หรือ อ.ก.ก. สำนัก ให้ ก.ก. อ.ก.ก. สามัญ หรือ อ.ก.ก. สำนัก
แล้วแต่กรณี พิจารณาต่อไปจนกว่าจะแล้วเสร็จ
เรื่องอุทธรณ์และเรื่องร้องทุกข์ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการกรุงเทพมหานคร
พ.ศ. ๒๕๒๘ ที่ได้ยื่นต่อ ก.ก. อ.ก.ก. สามัญ หรือ อ.ก.ก. สำนัก ในวันหรือหลังวันที่บทบัญญัติในหมวด
๓ ข้าราชการกรุงเทพมหานคร แห่งพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
และเป็นกรณีที่มีการลงโทษหรือสั่งการไว้ก่อนวันที่บทบัญญัติในหมวด ๓
ข้าราชการกรุงเทพมหานคร แห่งพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร
เป็นผู้พิจารณาดำเนินการต่อไป
มาตรา ๘๕ การใดที่อยู่ระหว่างดำเนินการหรือเคยดำเนินการได้ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการกรุงเทพมหานคร
พ.ศ. ๒๕๒๘ และมิได้บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้
หรือมีกรณีที่ไม่อาจดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้
การดำเนินการต่อไปในเรื่องนั้นจะสมควรดำเนินการประการใดให้เป็นไปตามที่ ก.ก. กำหนด
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
อภิสิทธิ์
เวชชาชีวะ
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๒๘๘
ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
บัญญัติให้การแต่งตั้งและการให้ข้าราชการและลูกจ้างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพ้นจากตำแหน่ง
ต้องเป็นไปตามความเหมาะสมและความจำเป็นของแต่ละท้องถิ่น
รวมทั้งต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการข้าราชการส่วนท้องถิ่นซึ่งประกอบด้วย
ผู้แทนของหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ผู้แทนข้าราชการส่วนท้องถิ่น และผู้ทรงคุณวุฒิ ที่มีจำนวนเท่ากัน
โดยการบริหารงานบุคคลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องมีองค์กรพิทักษ์ระบบคุณธรรมของข้าราชการส่วนท้องถิ่นเพื่อสร้างระบบคุ้มครองคุณธรรมและจริยธรรมในการบริหารงานบุคคล
ทั้งนี้
ตามที่กฎหมายบัญญัติประกอบกับในปัจจุบันได้มีการปรับปรุงระบบตำแหน่งของข้าราชการพลเรือนสามัญตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน
ซึ่งมีผลกระทบต่อการที่กรุงเทพมหานครได้นำกฎหมายดังกล่าวมาใช้บังคับโดยอนุโลม ดังนั้น
เพื่อให้กฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการกรุงเทพมหานครเป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและสอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน
จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๓๑ พฤษภาคม
๒๕๕๔
ณัฐวดี ดำรง/ตรวจ
๓๑ พฤษภาคม
๒๕๕๔
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๘/ตอนที่ ๔๒ ก/หน้า ๑/๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๔
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).