พระราชบัญญัติ
การรถไฟแห่งประเทศไทย
(ฉบับที่ ๔)
พ.ศ. ๒๕๒๔
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่
๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๒๔
เป็นปีที่ ๓๖ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ
ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการรถไฟแห่งประเทศไทย
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย
(ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๔
มาตรา ๒[๑] พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นหมวด ๒ ทวิ การเวนคืนอสังหาริมทรัพย์เพื่อกิจการรถไฟ
มาตรา ๓๗ ทวิ มาตรา ๓๗ ตรี มาตรา ๓๗ จัตวา มาตรา ๓๗ เบญจ มาตรา ๓๗ ฉ มาตรา ๓๗ สัตต
มาตรา ๓๗ อัฏฐ มาตรา ๓๗ นว มาตรา ๓๗ ทศ และมาตรา ๓๗ เอกาทศ แห่งพระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย
พ.ศ. ๒๔๙๔
หมวด
๒ ทวิ
การเวนคืนอสังหาริมทรัพย์เพื่อกิจการรถไฟ
มาตรา ๓๗ ทวิ เมื่อการรถไฟแห่งประเทศไทยมีความจำเป็นจะต้องได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์เพื่อใช้ในการสร้างทางรถไฟหรือเครื่องประกอบทางรถไฟ
ถ้ามิได้ตกลงในเรื่องการโอนกันไว้เป็นอย่างอื่น
ให้ดำเนินการเวนคืนตามกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ เว้นแต่ที่บัญญัติไว้โดยเฉพาะในหมวดนี้
ในการนี้
จะออกพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนไว้ก่อนก็ได้ และให้นำกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์มาใช้บังคับโดยอนุโลม
แต่ทั้งนี้ต้องดำเนินการออกพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ภายในอายุของพระราชกฤษฎีกานั้น
มาตรา ๓๗ ตรี เมื่อได้มีพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา ๓๗ ทวิ วรรคสองแล้ว
ให้การรถไฟแห่งประเทศไทยดำเนินการสำรวจเพื่อทราบที่ที่จะต้องจัดซื้อหรือเวนคืนที่แน่นอนโดยเร็ว
และกำหนดราคาของอสังหาริมทรัพย์ที่จะเวนคืนไว้ตามความเป็นธรรม ที่เป็นอยู่ในวันใช้บังคับพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา ๓๗ ทวิ วรรคสอง ทั้งนี้ ให้คำนึงถึงผลการพิจารณาของเจ้าหน้าที่ซึ่งตีราคาเพื่อประโยชน์แก่การเสียภาษีบำรุงท้องที่และราคาประเมินทุนทรัพย์ในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม
ตลอดจนสภาพและที่ตั้งของอสังหาริมทรัพย์ ประกอบกับเหตุและวัตถุประสงค์ของการเวนคืนเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่สังคมและดำเนินการจัดซื้ออสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวจากเจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายไม่เกินราคาซึ่งได้กำหนดไว้นั้นต่อไป
มาตรา ๓๗ จัตวา ในกรณีที่มีการตกลงซื้อขายอสังหาริมทรัพย์กันได้ตามมาตรา
๓๗ ตรี ให้การรถไฟแห่งประเทศไทยจ่ายเงินค่าทดแทนที่ดินดังกล่าวให้แก่เจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่มีการทำสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ตามที่บัญญัติไว้ในวรรคสองหรือวรรคสี่
แล้วแต่กรณี
ในการตกลงซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ตามวรรคหนึ่ง
หากปรากฏว่าอสังหาริมทรัพย์ที่ซื้อขายมีหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน ให้การรถไฟแห่งประเทศไทยมีหนังสือแจ้งกรมที่ดินทราบ
เพื่อให้กรมที่ดินดำเนินการแก้ไขหลักฐานทางทะเบียนในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินทั้งฉบับที่กรมที่ดินเก็บรักษาไว้
และฉบับที่เจ้าของยึดถือไว้ ทั้งนี้ โดยไม่จำต้องทำการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามกฎหมาย และให้ถือว่าได้มีการโอนกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ในส่วนที่ได้มีการตกลงซื้อขายกันนั้นแล้ว
นับแต่วันที่ทำสัญญาซื้อขายโดยเจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายส่งมอบหรือแสดงหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินต่อการรถไฟแห่งประเทศไทย
เพื่อประโยชน์แก่การทำทะเบียนให้ถูกต้อง
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๗๑ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน มีอำนาจเรียกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินฉบับที่เจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายยึดถือไว้ไปทำการแก้ไขหลักฐานทางทะเบียนให้ถูกต้อง
โดยเจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายซึ่งอสังหาริมทรัพย์นั้นจะนำไปมอบต่อพนักงานจัดหาด้วยตนเอง
หรือจะส่งไปโดยทางไปรษณีย์ตอบรับก็ได้
ในการตกลงซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ตามวรรคหนึ่ง
หากปรากฏว่าอสังหาริมทรัพย์ที่ซื้อขายไม่มีหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน ให้การรถไฟแห่งประเทศไทยตั้งคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่ง
ประกอบด้วยนายอำเภอแห่งท้องที่ที่อสังหาริมทรัพย์ตั้งอยู่หรือผู้แทน พนักงานที่ดินอำเภอหรือผู้แทน
และเจ้าพนักงานการรถไฟแห่งประเทศไทย ร่วมกันดำเนินการสอบสวนเพื่อทราบถึงผู้มีสิทธิในอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าว เมื่อทราบถึงผู้มีสิทธิในอสังหาริมทรัพย์แล้ว
จึงให้ดำเนินการทำสัญญาซื้อขายได้
ในการสอบสวนเพื่อทราบถึงผู้มีสิทธิในอสังหาริมทรัพย์ตามวรรคสี่
ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยการรังวัดตามประมวลกฎหมายที่ดินมาใช้บังคับโดยอนุโลม
มาตรา ๓๗ เบญจ พระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ให้ระบุส่วนกว้างของแนวเขตที่จะเวนคืน
และรายละเอียดอย่างอื่นที่จำเป็นเพื่อให้ทราบถึงอสังหาริมทรัพย์ที่จะเวนคืนได้แน่นอนเท่าที่จะกระทำได้โดยไม่จำต้องมีแผนที่ไว้ท้ายพระราชบัญญัติ
เมื่อมีพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์แล้วให้การรถไฟแห่งประเทศไทยจัดทำแผนผังที่ดินที่จะเวนคืนรวมทั้งระบุเจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายซึ่งอสังหาริมทรัพย์ที่ถูกเวนคืน
และปิดประกาศไว้เพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียตรวจดู แล้วรังวัดที่ดินและทำเครื่องหมายแสดงเขตที่ดินที่จะเวนคืนไว้ด้วย ประกาศแผนผังที่ดินดังกล่าวให้ปิดไว้โดยเปิดเผย
ณ ที่ว่าการอำเภอ ที่ทำการกำนัน และที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน และในบริเวณแนวเขตที่ดินที่จะเวนคืนเป็นระยะ
ๆ ตามควรแก่กรณี ก่อนวันที่จะเข้าครอบครองและใช้อสังหาริมทรัพย์ที่เวนคืนนั้นไม่น้อยกว่าสามสิบวัน
มาตรา ๓๗ ฉ เมื่อมีพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์แล้วให้การรถไฟแห่งประเทศไทยแจ้งให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายซึ่งอสังหาริมทรัพย์ที่ถูกเวนคืนมารับเงินค่าทดแทนตามจำนวนที่กำหนดตามมาตรา
๓๗ ตรี ภายในระยะเวลาที่กำหนด
สำหรับจำนวนเงินค่าทดแทนในกรณีที่ไม่มีการตราพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนให้การรถไฟแห่งประเทศไทยกำหนดโดยคำนึงถึงหลักเกณฑ์ตามมาตรา
๓๗ ตรี
ในกรณีที่ผู้มีสิทธิได้รับค่าทดแทนผู้ใดไม่ยอมมารับเงินค่าทดแทนภายในระยะเวลาที่กำหนดหรือในกรณีที่ไม่อาจจ่ายเงินค่าทดแทนให้ผู้มีสิทธิได้รับค่าทดแทนรายใดได้ทันที
เนื่องจากมีปัญหาเกี่ยวกับสิทธิระหว่างผู้มีสิทธิได้รับค่าทดแทนในอสังหาริมทรัพย์นั้น
ให้การรถไฟแห่งประเทศไทยวางเงินค่าทดแทนนั้นตามมาตรา ๓๗ สัตต โดยพลัน
เมื่อได้จ่ายหรือวางเงินค่าทดแทนเพื่ออสังหาริมทรัพย์ที่เวนคืนรายใดแล้ว
ให้การรถไฟแห่งประเทศไทยมีอำนาจเข้าครอบครองและใช้อสังหาริมทรัพย์นั้นได้
ในการจะจ่ายหรือวางเงินค่าทดแทนนี้
ถ้าเป็นกรณีการใช้เงินค่าทดแทนสำหรับอสังหาริมทรัพย์ที่อาจรื้อถอนออกไปได้ ให้การรถไฟแห่งประเทศไทยแจ้งให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายซึ่งอสังหาริมทรัพย์นั้นรื้อถอนอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวออกไปภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง
ถ้าเจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายซึ่งอสังหาริมทรัพย์ไม่รื้อถอนออกไปภายในกำหนดเวลาดังกล่าว
ให้การรถไฟแห่งประเทศไทยมีอำนาจเข้ารื้อถอนได้ โดยเจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายดังกล่าวต้องเป็นผู้ชำระค่าใช้จ่าย
ถ้าไม่มีการชำระ ให้หักค่าใช้จ่ายเพื่อการนี้ออกจากเงินทดแทนที่จะได้รับแล้วจึงจ่ายหรือวางเงินค่าทดแทนส่วนที่เหลือให้
การที่เจ้าของหรือผู้ครอบครองอสังหาริมทรัพย์ฟ้องคดียังศาลเพื่อเรียกเงินในส่วนที่ตนเห็นว่าควรจะได้รับ
ไม่เป็นเหตุให้การครอบครองอสังหาริมทรัพย์ การรื้อถอนอสังหาริมทรัพย์ หรือการขนย้ายทรัพย์สินสะดุดหยุดลง
มาตรา ๓๗ สัตต ในการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์
ถ้าจะต้องมีการวางเงินค่าทดแทนไม่ว่าเนื่องในกรณีใด ๆ การวางเงินค่าทดแทนให้กระทำโดยการนำเงินไปวางต่อศาล
หรือฝากไว้กับธนาคารออมสินในชื่อของผู้มีสิทธิได้รับโดยแยกฝากเป็นบัญชีเฉพาะราย
ในการนี้ ถ้ามีดอกเบี้ยหรือค่าทดแทนใด ๆ เกิดขึ้นเนื่องจากการฝากเงินนั้น ให้ตกเป็นสิทธิแก่ผู้นั้นด้วย
ผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนจะขอรับเงินจากศาลเมื่อใดก็ได้ แต่การไปรับเงินฝากจากธนาคารออมสิน
ให้ผู้ประสงค์ขอรับเงินแจ้งให้การรถไฟแห่งประเทศไทยทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน
เพื่อการรถไฟแห่งประเทศไทยจะได้ดำเนินการเบิกจ่ายให้
การนำเงินค่าทดแทนไปวางต่อศาลหรือฝากไว้กับธนาคารออมสินให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีกำหนด
มาตรา ๓๗ อัฏฐ ในการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ตามมาตรา ๓๗
เบญจ ให้การรถไฟแห่งประเทศไทยแจ้งการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ที่ตกมาเป็นของการรถไฟแห่งประเทศไทย
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมทราบเพื่อบันทึกหลักฐานทางทะเบียน
เพื่อประโยชน์ในการบันทึกหลักฐานตามวรรคหนึ่ง
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดังกล่าวมีอำนาจตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๗๔ วรรคหนึ่ง แห่งประมวลกฎหมายที่ดินด้วย
มาตรา ๓๗ นว เมื่อมีพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่จะเวนคืนแล้ว
ถ้ารัฐมนตรีเห็นว่าการเวนคืนเพื่อกิจการดังกล่าว หากเนิ่นช้าไปจะเป็นอุปสรรคอย่างมากแก่การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมหรือประโยชน์ของรัฐอันสำคัญอย่างอื่น
ให้คณะรัฐมนตรีมีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษากำหนดให้การเวนคืนนั้นเป็นกรณีที่มีความจำเป็นโดยเร่งด่วนได้
ในการนี้ ให้การรถไฟแห่งประเทศไทยมีอำนาจเข้าครอบครองและใช้อสังหาริมทรัพย์นั้น
ๆ ได้ก่อนที่จะมีการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ แต่ต้องมีหนังสือแจ้งให้เจ้าของและผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายซึ่งอสังหาริมทรัพย์นั้นทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าหกสิบวัน
และการรถไฟแห่งประเทศไทยต้องจัดให้มีการจ่ายหรือวางเงินค่าทดแทนให้เสร็จสิ้นภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ได้เข้าครอบครองหรือใช้อสังหาริมทรัพย์นั้น
ในกรณีที่ไม่สามารถส่งหนังสือแจ้งให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายซึ่งอสังหาริมทรัพย์ตามวรรคหนึ่งได้ ให้แจ้งโดยวิธีปิดประกาศแจ้งความไว้
ณ ที่ซึ่งอสังหาริมทรัพย์นั้นตั้งอยู่ และเมื่อครบกำหนดสี่สิบห้าวันนับแต่วันปิดประกาศแจ้งความแล้ว
การรถไฟแห่งประเทศไทยจึงจะมีอำนาจเข้าครอบครองและใช้อสังหาริมทรัพย์นั้น ๆ ได้
มาตรา ๓๗ ทศ ในการเข้าครอบครองและใช้อสังหาริมทรัพย์ตามมาตรา
๓๗ นว วรรคหนึ่ง ให้การรถไฟแห่งประเทศไทยมีอำนาจรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง
ขนย้ายทรัพย์สินและดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับการสร้างทางรถไฟหรือเครื่องประกอบทางรถไฟได้
และถ้ามีความเสียหายเกิดขึ้นเป็นพิเศษเนื่องจากการเข้าครอบครองและใช้อสังหาริมทรัพย์โดยเร่งด่วนเช่นนั้น
ให้การรถไฟแห่งประเทศไทยชดใช้ค่าทดแทนเพื่อความเป็นธรรมสำหรับส่วนนี้ด้วย
ให้นำมาตรา ๓๗ ฉ วรรคหนึ่งและวรรคสอง มาตรา ๓๗ สัตต และมาตรา
๓๗ เอกาทศ
มาใช้บังคับโดยอนุโลม
มาตรา ๓๗ เอกาทศ ในกรณีที่ผู้มีสิทธิได้รับค่าทดแทน
รับชำระเงินค่าทดแทน แต่ยังไม่ยินยอมตกลงในจำนวนเงินค่าทดแทนที่การรถไฟแห่งประเทศไทยกำหนด
หรือรับหรือไม่รับเงินค่าทดแทนที่การรถไฟแห่งประเทศไทยวางไว้ต่อศาล ไม่ตัดสิทธิผู้นั้นที่จะอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีเพื่อเรียกเงินส่วนที่ตนเห็นว่าควรจะได้รับภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ตนรับเงินค่าทดแทนจากการรถไฟแห่งประเทศไทย
หรือวันที่การรถไฟแห่งประเทศไทยวางเงินค่าทดแทนต่อศาล หรือในกรณีที่ไม่ได้รับเงินค่าทดแทนไปนับแต่วันที่ตนได้รับแจ้ง
แล้วแต่กรณี
ในการพิจารณาอุทธรณ์จำนวนค่าทดแทนตามมาตรา
๓๗ ฉ ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการคณะหนึ่ง ประกอบด้วยบุคคลผู้ทรงคุณวุฒิทางกฎหมาย
และผู้มีความรู้ความสามารถในการตีราคาอสังหาริมทรัพย์มีจำนวนทั้งหมดไม่น้อยกว่าห้าคนเป็นผู้พิจารณาเสนอความเห็นต่อรัฐมนตรี
ในกรณีที่ผู้มีสิทธิได้รับค่าทดแทนยังไม่พอใจคำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้ฟ้องต่อศาลภายในหนึ่งปีนับแต่วันได้รับแจ้งคำวินิจฉัยของรัฐมนตรี
ในกรณีที่รัฐมนตรีหรือศาลวินิจฉัยให้ชำระเงินค่าทดแทนเพิ่มขึ้น
ให้ผู้มีสิทธิได้รับค่าทดแทนได้รับดอกเบี้ยในอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำของธนาคารในจำนวนเงินที่เพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ได้มีการจ่ายหรือวางเงินค่าทดแทนนั้น
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก ป.
ติณสูลานนท์
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากกฎหมายว่าด้วยการรถไฟแห่งประเทศไทย
ยังไม่มีบทบัญญัติเกี่ยวกับการได้มา และการเข้าครอบครองซึ่งอสังหาริมทรัพย์เพื่อประโยชน์แก่การสร้างทางรถไฟโดยเฉพาะ ในการนี้ เห็นสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการรถไฟแห่งประเทศไทย
เพื่อกำหนดเกี่ยวกับการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์เพื่อกิจการรถไฟขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
วศิน/แก้ไข
๔ พฤษภาคม ๒๕๕๒
สายสัมพันธ์/ปรับปรุง
๙ กันยายน ๒๕๖๓
ภิรมย์พร/ตรวจ
๓๐ กันยายน ๒๕๖๓
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๙๘/ตอนที่ ๑๖๔/ฉบับพิเศษ หน้า ๑/๒ ตุลาคม ๒๕๒๔
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).