พระราชกฤษฎีกา
พระราชกฤษฎีกา
กำหนดเขตที่ดิน ในท้องที่ตำบลฉลุง ตำบลเจ๊ะบิลัง
และตำบลบ้านควน อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล
ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน
พ.ศ. ๒๕๖๐
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร
ให้ไว้ ณ วันที่ ๘ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๐
เป็นปีที่ ๒ ในรัชกาลปัจจุบัน
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรกำหนดเขตที่ดิน ในท้องที่ตำบลฉลุง ตำบลเจ๊ะบิลัง และตำบลบ้านควน อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๒๕ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๑๘ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดิน ในท้องที่ตำบลฉลุง ตำบลเจ๊ะบิลัง และตำบลบ้านควน อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. ๒๕๖๐
มาตรา ๒[๑] พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้ที่ดินในท้องที่ตำบลฉลุง ตำบลเจ๊ะบิลัง และตำบลบ้านควน อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้ เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน
มาตรา ๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระราชโองการ
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี
[เอกสารแนบท้าย]
๑. แผนที่พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดิน ในท้องที่ตำบลฉลุง ตำบลเจ๊ะบิลัง และตำบลบ้านควน อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูลให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. ๒๕๖๐
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากในท้องที่ตำบลฉลุง ตำบลเจ๊ะบิลัง และตำบลบ้านควน อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล มีเกษตรกรผู้ไม่มีที่ดินประกอบเกษตรกรรมเป็นของตนเองหรือมีที่ดินเล็กน้อยไม่เพียงพอแก่การครองชีพ หรือต้องเช่าที่ดินของผู้อื่นประกอบเกษตรกรรมอยู่เป็นจำนวนมากและโดยที่ที่ดินสาธารณประโยชน์ทุ่งกาลันยีตัน ในท้องที่ตำบลฉลุง ตำบลเจ๊ะบิลัง และตำบลบ้านควน อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล ซึ่งทางราชการได้ขึ้นทะเบียนเป็นที่ดินสาธารณประโยชน์สำหรับพลเมืองใช้เป็นที่เลี้ยงสัตว์พาหนะร่วมกันเมื่อสมัยการปกครองจังหวัดสตูลขึ้นต่อมณฑลนครศรีธรรมราช เนื้อที่ทั้งหมดประมาณ ๑๘,๐๐๐ ไร่ แต่เมื่อทำการสำรวจรังวัดใหม่ปรากฏว่ามีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ ๙,๑๐๐ ไร่ ปัจจุบันปรากฏว่าที่ดินดังกล่าวได้เปลี่ยนสภาพจากการเป็นที่ดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันไปแล้วบางส่วน คงเหลือที่ดินสาธารณประโยชน์ที่จะนำมาดำเนินการปฏิรูปที่ดิน เนื้อที่ประมาณ ๓,๖๗๒ ไร่ สมควรกำหนดเขตที่ดินในท้องที่ดังกล่าวให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
ปวันวิทย์/ภวรรณตรี/จัดทำ
๑๔ กันยายน ๒๕๖๐
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๔/ตอนที่ ๙๓ ก/หน้า ๓๙/๑๓ กันยายน ๒๕๖๐
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).