กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
ให้ใช้บังคับผังเมืองรวมเมืองพิษณุโลก
พ.ศ.
๒๕๕๓[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕
แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘ และมาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง
แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการผังเมือง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๕
อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล
ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ มาตรา ๔๑ มาตรา ๔๒ และมาตรา ๔๓
ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้
ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับได้มีกำหนดห้าปี
ข้อ ๒ ให้ใช้บังคับผังเมืองรวม
ในท้องที่ตำบลจอมทอง ตำบลปากโทก ตำบลบ้านกร่าง ตำบลหัวรอ ตำบลดอนทอง ตำบลพลายชุมพล
ตำบลสมอแข ตำบลบ้านคลอง ตำบลอรัญญิก ตำบลในเมือง ตำบลวัดจันทร์ ตำบลท่าทอง
ตำบลบึงพระ ตำบลท่าโพธิ์ ตำบลวัดพริก อำเภอเมืองพิษณุโลก ตำบลวังทอง ตำบลวังพิกุล
อำเภอวังทอง และตำบลบางระกำ อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายกฎกระทรวงนี้
ข้อ ๓ การวางและจัดทำผังเมืองรวมตามกฎกระทรวงนี้
มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาและการดำรงรักษาเมืองและบริเวณที่เกี่ยวข้องหรือชนบท
ในด้านการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน การคมนาคมและการขนส่ง การสาธารณูปโภค
บริการสาธารณะและสภาพแวดล้อมในบริเวณแนวเขตตามข้อ ๒
ให้สอดคล้องกับการพัฒนาระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ซึ่งมุ่งพัฒนาชุมชนเมืองพิษณุโลกให้เป็นเมืองหลักของภาคเหนือตอนล่างและเป็นศูนย์กลางการพัฒนาพื้นที่สี่แยกอินโดจีน
ข้อ ๔ ผังเมืองรวมตามกฎกระทรวงนี้
มีนโยบายและมาตรการเพื่อจัดระบบการใช้ประโยชน์ที่ดิน
โครงข่ายคมนาคมขนส่งและบริการสาธารณะให้มีประสิทธิภาพ
สามารถรองรับและสอดคล้องกับการขยายตัวของชุมชนในอนาคต
รวมทั้งส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจ โดยมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้
(๑)
ส่งเสริมและพัฒนาชุมชนเมืองพิษณุโลกให้เป็นศูนย์กลางการบริหารการปกครอง พาณิชยกรรม
การอยู่อาศัยและการศึกษาระดับอุดมศึกษาของจังหวัดพิษณุโลกและภาคเหนือตอนล่าง
(๒)
พัฒนาชุมชนเมืองพิษณุโลกให้เป็นศูนย์กลางการบริการทางด้านสังคม
การบริการด้านการท่องเที่ยว
การบริการทางธุรกิจและการคมนาคมขนส่งของภาคเหนือตอนล่าง
(๓)
ส่งเสริมและพัฒนาด้านอุตสาหกรรมการแปรรูปสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมบริการ
(๔) ส่งเสริมและพัฒนาการบริการทางสังคม
การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการให้เพียงพอและได้มาตรฐาน
(๕)
อนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โบราณสถานทางประวัติศาสตร์ ศิลปะและวัฒนธรรมไทย
เพื่อดำรงความเป็นเอกลักษณ์ของเมืองพิษณุโลก
ข้อ ๕ การใช้ประโยชน์ที่ดินภายในเขตผังเมืองรวม
ให้เป็นไปตามแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภท
แผนผังแสดงโครงการคมนาคมและขนส่ง และรายการประกอบแผนผังท้ายกฎกระทรวงนี้
ข้อ ๖ การใช้ประโยชน์ที่ดินตามแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทท้ายกฎกระทรวงนี้
ให้เป็นไปดังต่อไปนี้
(๑) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๑.๑ ถึงหมายเลข ๑.๕๒
ที่กำหนดไว้เป็นสีเหลือง ให้เป็นที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย
(๒) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๒.๑ ถึงหมายเลข ๒.๒๕
ที่กำหนดไว้เป็นสีส้ม ให้เป็นที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง
(๓) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๓.๑ ถึงหมายเลข ๓.๒๙
ที่กำหนดไว้เป็นสีแดง ให้เป็นที่ดินประเภทพาณิชยกรรมและที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก
(๔) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๔.๑ ถึงหมายเลข ๔.๓
ที่กำหนดไว้เป็นสีม่วงอ่อน ให้เป็นที่ดินประเภทอุตสาหกรรมเฉพาะกิจ
(๕) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๕.๑ ถึงหมายเลข ๕.๔๕
ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียว ให้เป็นที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม
(๖) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๖
ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวมีกรอบและเส้นทแยงสีน้ำตาล ให้เป็นที่ดินประเภทปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
(๗) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๗.๑ ถึงหมายเลข ๗.๑๔
ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวอ่อน ให้เป็นที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อนันทนาการและการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม
(๘) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๘.๑ ถึงหมายเลข ๘.๔๖
ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวมะกอก ให้เป็นที่ดินประเภทสถาบันการศึกษา
(๙) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๙
ที่กำหนดไว้เป็นสีน้ำตาลอ่อน ให้เป็นที่ดินประเภทอนุรักษ์เพื่อส่งเสริมเอกลักษณ์ศิลปวัฒนธรรมไทย
(๑๐) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๑๐.๑ ถึงหมายเลข
๑๐.๕๓ ที่กำหนดไว้เป็นสีเทาอ่อน ให้เป็นที่ดินประเภทสถาบันศาสนา
(๑๑) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๑๑.๑ ถึงหมายเลข
๑๑.๔๗ ที่กำหนดไว้เป็นสีน้ำเงิน ให้เป็นที่ดินประเภทสถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ
ข้อ ๗ ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย สถาบันราชการ
การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่
สำหรับการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่น
ให้ใช้ได้ไม่เกินร้อยละสิบของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ
ที่ดินประเภทนี้
ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้
(๑) โรงงานทุกจำพวกตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน
เว้นแต่โรงงานตามประเภท
ชนิดและจำพวกที่กำหนดให้ดำเนินการได้ตามบัญชีท้ายกฎกระทรวงนี้
(๒)
คลังน้ำมันเชื้อเพลิงและสถานที่ที่ใช้ในการเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง
ที่ไม่ใช่ก๊าซปิโตรเลียมเหลวและก๊าซธรรมชาติ
เพื่อจำหน่ายที่ต้องขออนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง
เว้นแต่เป็นสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง
(๓) สถานที่บรรจุก๊าซ สถานที่เก็บก๊าซ
และห้องบรรจุก๊าซ สำหรับก๊าซปิโตรเลียมเหลวตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง
แต่ไม่หมายความรวมถึงสถานีบริการ ร้านจำหน่ายก๊าซ สถานที่ใช้ก๊าซ
และสถานที่จำหน่ายอาหารที่ใช้ก๊าซ
(๔) เลี้ยงม้า โค กระบือ สุกร แพะ แกะ ห่าน เป็ด
ไก่ งู จระเข้ หรือสัตว์ป่าตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า
เพื่อการค้า
(๕) สุสานและฌาปนสถานตามกฎหมายว่าด้วยสุสานและฌาปนสถาน
(๖) สถานสงเคราะห์หรือรับเลี้ยงสัตว์
(๗) โรงฆ่าสัตว์
(๘) ไซโลเก็บผลิตผลทางการเกษตร
(๙) กำจัดมูลฝอยหรือสิ่งปฏิกูล
(๑๐) ซื้อขายหรือเก็บเศษวัสดุ
ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๑.๕๒
นอกจากห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินตามวรรคสองแล้วห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อประกอบกิจการโรงแรมด้วย
การใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทนี้
ให้เป็นไปดังต่อไปนี้
(๑)
ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละสามสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต
(๒) ที่ดินริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒ สายตาก -
ขอนแก่น ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๑๗ สายนครสวรรค์ - พิษณุโลก ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข
๑๐๕๘ สายแยกทางหลวงหมายเลข ๑๐๖๓ (พิษณุโลก) - บรรจบทางหลวงหมายเลข ๑๑๗
ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๖๓ สายต่อเขตเทศบาลเมืองพิษณุโลกควบคุม -
ต่อเขตเทศบาลตำบลบางกระทุ่มควบคุม ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๖๔
สายต่อเทศบาลเมืองพิษณุโลกควบคุม - บึงพระ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๘๖ สายต่อเขตเทศบาลเมืองพิษณุโลกควบคุม
- บรรจบทางหลวงหมายเลข ๑๑ (วัดโบสถ์) และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๑๖๑
สายทางแยกเข้าสถานีวิทยุ ป.ช.ส. พิษณุโลก
ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมเขตทางไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร
(๓) ที่ดินริมฝั่งลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะ
ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่ง
ตามสภาพธรรมชาติของลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า ๖ เมตร
เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมทางน้ำหรือการสาธารณูปโภค
(๔) ที่ดินเพื่อประกอบกิจการโรงแรม อาคารชุด
อาคารอยู่อาศัยรวมหรือหอพักให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำ
ลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า ๒๕ เมตร เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมทางน้ำหรือการสาธารณูปโภค
ข้อ ๘ ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่
สำหรับการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่น
ให้ใช้ได้ไม่เกินร้อยละสิบห้าของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ
ที่ดินประเภทนี้
ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้
(๑) โรงงานทุกจำพวกตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน
เว้นแต่โรงงานตามประเภท
ชนิดและจำพวกที่กำหนดให้ดำเนินการได้ตามบัญชีท้ายกฎกระทรวงนี้
(๒)
คลังน้ำมันเชื้อเพลิงและสถานที่ที่ใช้ในการเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง
ที่ไม่ใช่ก๊าซปิโตรเลียมเหลวและก๊าซธรรมชาติ
เพื่อจำหน่ายที่ต้องขออนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง
เว้นแต่เป็นสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง
(๓) สถานที่บรรจุก๊าซ สถานที่เก็บก๊าซ
และห้องบรรจุก๊าซ
สำหรับก๊าซปิโตรเลียมเหลวตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง
แต่ไม่หมายความรวมถึงสถานีบริการ ร้านจำหน่ายก๊าซ สถานที่ใช้ก๊าซ
และสถานที่จำหน่ายอาหารที่ใช้ก๊าซ
(๔) เลี้ยงม้า โค กระบือ สุกร แพะ แกะ ห่าน เป็ด
ไก่ งู จระเข้ หรือสัตว์ป่าตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า
เพื่อการค้า
(๕)
สุสานและฌาปนสถานตามกฎหมายว่าด้วยสุสานและฌาปนสถาน
(๖) สถานสงเคราะห์หรือรับเลี้ยงสัตว์
(๗) โรงฆ่าสัตว์
(๘) ไซโลเก็บผลิตผลทางการเกษตร
(๙) กำจัดมูลฝอยหรือสิ่งปฏิกูล
(๑๐) ซื้อขายหรือเก็บเศษวัสดุ
ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๒.๒๕
นอกจากห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินตามวรรคสองแล้วห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อประกอบกิจการโรงแรมด้วย
การใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทนี้
ให้เป็นไปดังต่อไปนี้
(๑) ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละสามสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต
(๒) ที่ดินริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒ สายตาก -
ขอนแก่น ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๑๗ สายนครสวรรค์ - พิษณุโลก
และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๖๔ สายต่อเขตเทศบาลเมืองพิษณุโลกควบคุม - บึงพระ
ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมเขตทางไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร
(๓) ที่ดินริมฝั่งแม่น้ำ
ลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะ ให้มีที่ว่างตามแนวขนาน
ริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำ ลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า ๖ เมตร
เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมทางน้ำหรือการสาธารณูปโภค
(๔) ที่ดินเพื่อประกอบกิจการโรงแรม อาคารชุด
อาคารอยู่อาศัยรวมหรือหอพัก
ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำ
ลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า ๒๕ เมตร เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมทางน้ำหรือการสาธารณูปโภค
ข้อ ๙ ที่ดินประเภทพาณิชยกรรมและที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อพาณิชยกรรม การอยู่อาศัย สถาบันราชการ
การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่สำหรับการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่น
ให้ใช้ได้ไม่เกินร้อยละห้าของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ
ที่ดินประเภทนี้
ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้
(๑) โรงงานทุกจำพวกตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน
เว้นแต่โรงงานตามประเภท
ชนิดและจำพวกที่กำหนดให้ดำเนินการได้ตามบัญชีท้ายกฎกระทรวงนี้
(๒)
คลังน้ำมันเชื้อเพลิงและสถานที่ที่ใช้ในการเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง
ที่ไม่ใช่ก๊าซปิโตรเลียมเหลวและก๊าซธรรมชาติ
เพื่อจำหน่ายที่ต้องขออนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง
(๓) สถานที่บรรจุก๊าซ สถานที่เก็บก๊าซ
และห้องบรรจุก๊าซ
สำหรับก๊าซปิโตรเลียมเหลวตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง
แต่ไม่หมายความรวมถึงร้านจำหน่ายก๊าซ สถานที่ใช้ก๊าซ และสถานที่จำหน่ายอาหารที่ใช้ก๊าซ
(๔) เลี้ยงม้า โค กระบือ สุกร แพะ แกะ ห่าน เป็ด
ไก่ งู จระเข้ หรือสัตว์ป่าตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า
เพื่อการค้า
(๕)
สุสานและฌาปนสถานตามกฎหมายว่าด้วยสุสานและฌาปนสถาน
(๖) สถานสงเคราะห์หรือรับเลี้ยงสัตว์
(๗) โรงฆ่าสัตว์
(๘) ไซโลเก็บผลิตผลทางการเกษตร
(๙) กำจัดมูลฝอยหรือสิ่งปฏิกูล
(๑๐) ซื้อขายหรือเก็บเศษวัสดุ
การใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทนี้
ให้เป็นไปดังต่อไปนี้
(๑)
ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละสามสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต
(๒) ที่ดินริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒ สายตาก -
ขอนแก่น และถนนพิชัยสงครามให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมเขตทางไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร
(๓) ที่ดินริมฝั่งแม่น้ำ
ลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะ ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำ
ลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า ๖ เมตร
เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมทางน้ำหรือการสาธารณูปโภค
(๔) ที่ดินเพื่อประกอบกิจการโรงแรม อาคารชุด
อาคารอยู่อาศัยรวมหรือหอพักให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำ
ลำคลองหรือแหล่งนํ้าสาธารณะไม่น้อยกว่า ๒๕ เมตร
เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมทางน้ำหรือการสาธารณูปโภค
ข้อ ๑๐ ที่ดินประเภทอุตสาหกรรมเฉพาะกิจ
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่ออุตสาหกรรมที่ประกอบกิจการในลักษณะโรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานตามประเภท
ชนิด และจำพวกที่กำหนดให้ดำเนินการได้ตามบัญชีท้ายกฎกระทรวงนี้ คลังสินค้า
สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่
สำหรับการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่น
ให้ใช้ได้ไม่เกินร้อยละห้าของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ
ที่ดินประเภทนี้
ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้
(๑) โรงงานทุกจำพวกตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน
เว้นแต่โรงงานตามประเภท ชนิดและจำพวกที่กำหนดให้ดำเนินการได้ตามบัญชีท้ายกฎกระทรวงนี้
(๒)
คลังน้ำมันเชื้อเพลิงและสถานที่ที่ใช้ในการเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง
ที่ไม่ใช่ก๊าซปิโตรเลียมเหลวและก๊าซธรรมชาติ
เพื่อจำหน่ายที่ต้องขออนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง
เว้นแต่เป็นสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง
(๓) เลี้ยงม้า โค กระบือ สุกร แพะ แกะ ห่าน เป็ด
ไก่ งู จระเข้ หรือสัตว์ป่าตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า
เพื่อการค้า
(๔)
สุสานและฌาปนสถานตามกฎหมายว่าด้วยสุสานและฌาปนสถาน
(๕) โรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม
(๖) การประกอบพาณิชยกรรมประเภทอาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่
(๗)
การอยู่อาศัยหรือประกอบพาณิชยกรรมประเภทห้องแถวหรือตึกแถวเว้นแต่เป็นการดำเนินการในโครงการจัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย
และมีพื้นที่ไม่เกินร้อยละห้าของพื้นที่โครงการทั้งหมด
(๘) การอยู่อาศัยประเภทห้องชุด อาคารชุด หอพัก
หรืออาคารอยู่อาศัยรวม
(๙) สถานสงเคราะห์หรือรับเลี้ยงสัตว์
(๑๐) สถานสงเคราะห์หรือรับเลี้ยงเด็ก
(๑๑) สถานสงเคราะห์หรือรับเลี้ยงคนชรา
การใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทนี้
ให้เป็นไปดังต่อไปนี้
(๑)
ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละสามสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต
(๒) ที่ดินริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒ สายตาก -
ขอนแก่น ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมเขตทางไม่น้อยกว่า ๑๕ เมตร
(๓) ที่ดินริมฝั่งลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะ
ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า
๖ เมตร เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมทางน้ำหรือการสาธารณูปโภค
ข้อ ๑๑ ที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม สถาบันราชการ
การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่สำหรับการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่น
ให้ใช้ได้ไม่เกินร้อยละสิบของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณที่ดินประเภทนี้
ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้
(๑) โรงงานทุกจำพวกตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน
เว้นแต่โรงงานตามประเภท
ชนิดและจำพวกที่กำหนดให้ดำเนินการได้ตามบัญชีท้ายกฎกระทรวงนี้
(๒) โรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม
(๓) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบอุตสาหกรรม
(๔) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบพาณิชยกรรม
เว้นแต่เป็นส่วนหนึ่งของการจัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย
และมีพื้นที่ไม่เกินร้อยละห้าของพื้นที่โครงการทั้งหมด
(๕)
การอยู่อาศัยหรือประกอบพาณิชยกรรมประเภทอาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่
(๖) การอยู่อาศัยหรือประกอบพาณิชยกรรมประเภทห้องแถวหรือตึกแถว
เว้นแต่เป็นการดำเนินการในโครงการจัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย
และมีพื้นที่ไม่เกินร้อยละห้าของพื้นที่โครงการทั้งหมด
(๗) การอยู่อาศัยประเภทห้องชุด อาคารชุด หอพัก
หรืออาคารอยู่อาศัยรวม
(๘) ซื้อขายหรือเก็บเศษวัสดุในระยะ ๑๐๐ เมตร
จากริมเขตทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๑ สายอินทร์บุรี - เชียงใหม่
ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒ สายตาก - ขอนแก่น ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๑๗
สายนครสวรรค์ - พิษณุโลก ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๖๓
สายต่อเขตเทศบาลเมืองพิษณุโลกควบคุม - ต่อเขตเทศบาลตำบลบางกระทุ่มควบคุม
ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๖๔ สายต่อเขตเทศบาลเมืองพิษณุโลกควบคุม - บึงพระ
ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๖๕ สายแยกทางหลวงหมายเลข ๑๐๑ (พรานกระต่าย) -
บรรจบทางหลวงหมายเลข ๑๑๗ (บางระกำ) ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๘๖
สายต่อเขตเทศบาลเมืองพิษณุโลกควบคุม - บรรจบทางหลวงหมายเลข ๑๑ (วัดโบสถ์)
ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๑๖๑ สายทางแยกเข้าสถานีวิทยุ ป.ช.ส. พิษณุโลก ทางหลวงชนบทหมายเลข
พล. ๒๐๓๒ ทางหลวงชนบทหมายเลข พล. ๖๐๕๓ ถนน อบจ. พล. ๓๐๐๑ (บ้านดงข่อย -
บ้านบางสะพาน) และถนน อบต. วังทอง (บ้านเสือลากหาง - บ้านดอนม่วง)
ในกรณีที่มีการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการจัดสรรที่ดินเพื่อประกอบพาณิชยกรรม
ตาม (๔) และเพื่อการอยู่อาศัยหรือประกอบพาณิชยกรรมประเภทห้องแถวหรือตึกแถวตาม (๖)
ดำเนินการในโครงการจัดสรรที่ดินเดียวกัน
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการดังกล่าวรวมกันไม่เกินร้อยละห้าของพื้นที่โครงการทั้งหมด
การใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทนี้
ให้เป็นไปดังต่อไปนี้
(๑)
ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละสามสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต
(๒) ที่ดินริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๑
สายอินทร์บุรี - เชียงใหม่ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒ สายตาก - ขอนแก่น
ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๑๗ สายนครสวรรค์ -พิษณุโลก ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๖๔
สายต่อเขตเทศบาลเมืองพิษณุโลกควบคุม - บึงพระ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๖๕
สายแยกทางหลวงหมายเลข ๑๐๑ (พรานกระต่าย) - บรรจบทางหลวงหมายเลข ๑๑๗ (บางระกำ)
ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๘๖ สายต่อเขตเทศบาลเมืองพิษณุโลกควบคุม -
บรรจบทางหลวงหมายเลข ๑๑ (วัดโบสถ์) และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๑๖๑ สายทางแยกเข้าสถานีวิทยุ
ป.ช.ส. พิษณุโลก ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมเขตทางไม่น้อยกว่า ๑๕ เมตร
(๓) ที่ดินริมฝั่งแม่น้ำ
ลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะ ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำ
ลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า ๖ เมตร
เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมทางน้ำหรือการสาธารณูปโภค
ข้อ ๑๒ ที่ดินประเภทปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น
การใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทนี้
ให้เป็นไปดังต่อไปนี้
(๑)
ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละสามสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต
(๒) ที่ดินริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒
(ตอนเลี่ยงเมือง) สายตาก - ขอนแก่นให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมเขตทางไม่น้อยกว่า ๑๕
เมตร
(๓) ที่ดินริมฝั่งลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะ
ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า
๖ เมตร เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมทางน้ำหรือการสาธารณูปโภค
ข้อ ๑๓ ที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อนันทนาการและการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมเฉพาะที่ดินซึ่งเป็นของรัฐ
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อนันทนาการหรือเกี่ยวข้องกับนันทนาการ
การรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น
และห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการโรงงานบำบัดน้ำเสียรวมและกำจัดมูลฝอย
ที่ดินประเภทนี้ซึ่งเอกชนเป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อนันทนาการหรือเกี่ยวข้องกับนันทนาการ
การรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม การอยู่อาศัยเกษตรกรรมหรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม
การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการหรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น
และห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้
(๑) เลี้ยงม้า โค กระบือ สุกร แพะ แกะ ห่าน เป็ด
ไก่ งู จระเข้ หรือสัตว์ป่าตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า
เพื่อการค้า
(๒) โรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม
(๓) จัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย
(๔)
การอยู่อาศัยหรือประกอบพาณิชยกรรมประเภทอาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่
(๕) การอยู่อาศัยประเภทห้องแถวหรือตึกแถว
(๖) การอยู่อาศัยประเภทห้องชุด อาคารชุด หอพัก
หรืออาคารอยู่อาศัยรวม
(๗) สถานสงเคราะห์หรือรับเลี้ยงสัตว์
การใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทนี้ ให้เป็นไปดังต่อไปนี้
(๑)
ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละสามสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต
(๒) ที่ดินริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒ สายตาก -
ขอนแก่น ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมเขตทางไม่น้อยกว่า ๑๕ เมตร
(๓) ที่ดินริมฝั่งแม่น้ำ
ลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะ ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำ
ลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า ๖ เมตร
เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมทางน้ำหรือการสาธารณูปโภค
ข้อ ๑๔ ที่ดินประเภทสถาบันการศึกษา
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการศึกษาหรือเกี่ยวข้องกับการศึกษา สถาบันราชการ หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น
การใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทนี้
ให้เป็นไปดังต่อไปนี้
(๑)
ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละสามสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต
(๒) ที่ดินริมทางหลวงแผ่นดิน
ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมเขตทางไม่น้อยกว่า ๑๕ เมตร
(๓) ที่ดินริมฝั่งแม่น้ำ ลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะ
ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำ
ลำคลองหรือแหล่งนํ้าสาธารณะไม่น้อยกว่า ๖ เมตร
เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมทางน้ำหรือการสาธารณูปโภค
ข้อ ๑๕ ที่ดินประเภทอนุรักษ์เพื่อส่งเสริมเอกลักษณ์ศิลปวัฒนธรรมไทย
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อส่งเสริมเอกลักษณ์ศิลปวัฒนธรรมไทยและสถาปัตยกรรมท้องถิ่น
อุตสาหกรรม หัตถกรรม การท่องเที่ยว การอยู่อาศัย พาณิชยกรรม
การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ
ที่ดินประเภทนี้
ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้
(๑) โรงงานทุกจำพวกตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน
(๒)
คลังน้ำมันเชื้อเพลิงและสถานที่ที่ใช้ในการเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง
ที่ไม่ใช่ก๊าซปิโตรเลียมเหลวและก๊าซธรรมชาติ
เพื่อจำหน่ายที่ต้องขออนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง
(๓) สถานที่บรรจุก๊าซ สถานที่เก็บก๊าซ
และห้องบรรจุก๊าซ สำหรับก๊าซปิโตรเลียมเหลวตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง
แต่ไม่หมายความรวมถึงสถานที่ใช้ก๊าซ และสถานที่จำหน่ายอาหารที่ใช้ก๊าซ
(๔) เลี้ยงม้า โค กระบือ สุกร แพะ แกะ ห่าน เป็ด
ไก่ งู จระเข้ หรือสัตว์ป่าตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า
เพื่อการค้า
(๕)
สุสานและฌาปนสถานตามกฎหมายว่าด้วยสุสานและฌาปนสถาน
(๖) โรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม
(๗)
การอยู่อาศัยหรือประกอบพาณิชยกรรมประเภทอาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่
(๘) การอยู่อาศัยประเภทห้องแถวหรือตึกแถว
(๙) สถานสงเคราะห์หรือรับเลี้ยงสัตว์
(๑๐) ไซโลเก็บผลิตผลทางการเกษตร
(๑๑) กำจัดมูลฝอยหรือสิ่งปฏิกูล
(๑๒) ซื้อขายหรือเก็บเศษวัสดุ
การใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทนี้
ให้เป็นไปดังต่อไปนี้
(๑)
ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละสามสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต
(๒) ที่ดินริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒ สายตาก -
ขอนแก่น ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมเขตทางไม่น้อยกว่า ๑๕ เมตร
(๓) ที่ดินริมฝั่งแม่น้ำ
ลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะ ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำ
ลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า ๖ เมตร
เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมทางน้ำหรือการสาธารณูปโภค
ข้อ ๑๖ ที่ดินประเภทสถาบันศาสนา
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการศาสนาหรือเกี่ยวข้องกับการศาสนา การศึกษา
สถาบันราชการ หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น
การใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทนี้
ให้เป็นไปดังต่อไปนี้
(๑)
ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละสามสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต
(๒) ที่ดินริมทางหลวงแผ่นดิน
ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมเขตทางไม่น้อยกว่า ๑๕ เมตร
(๓) ที่ดินริมฝั่งแม่น้ำ
ลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะ ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำ
ลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า ๖ เมตร
เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมทางน้ำหรือการสาธารณูปโภค
ข้อ ๑๗ ที่ดินประเภทสถาบันราชการ
การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการของรัฐ
กิจการเกี่ยวกับการสาธารณูปโภคและสาธารณูปการหรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น
การใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทนี้
ให้เป็นไปดังต่อไปนี้
(๑) ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละสามสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต
(๒) ที่ดินริมทางหลวงแผ่นดิน
ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมเขตทางไม่น้อยกว่า ๑๕ เมตร
(๓) ที่ดินริมฝั่งแม่น้ำ
ลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะ ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำ
ลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า ๖ เมตร
เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมทางน้ำหรือการสาธารณูปโภค
ข้อ ๑๘ ให้ผู้มีอำนาจหน้าที่ในการควบคุมการก่อสร้างอาคารหรือการประกอบกิจการในเขตผังเมืองรวมปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎกระทรวงนี้
ให้ไว้
ณ วันที่ ๑๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๓
ชวรัตน์
ชาญวีรกูล
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
[เอกสารแนบท้าย]
๑. บัญชีท้ายกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมเมืองพิษณุโลก
พ.ศ. ๒๕๕๓
๒.
แผนที่ท้ายกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมเมืองพิษณุโลก พ.ศ. ๒๕๕๓
๓.
แผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทท้ายกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมเมืองพิษณุโลก
พ.ศ. ๒๕๕๓
๔.
รายการประกอบแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทท้ายกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมเมืองพิษณุโลก
พ.ศ. ๒๕๕๓
๕. แผนผังแสดงโครงการคมนาคมและขนส่งท้ายกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมเมืองพิษณุโลก
พ.ศ. ๒๕๕๓
๖. รายการประกอบแผนผังแสดงโครงการคมนาคมและขนส่งท้ายกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมเมืองพิษณุโลก
พ.ศ. ๒๕๕๓
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
โดยที่สมควรกำหนดให้ใช้บังคับผังเมืองรวมในท้องที่ตำบลจอมทอง ตำบลปากโทก
ตำบลบ้านกร่าง ตำบลหัวรอ ตำบลดอนทอง ตำบลพลายชุมพล ตำบลสมอแข ตำบลบ้านคลอง
ตำบลอรัญญิก ตำบลในเมือง ตำบลวัดจันทร์ ตำบลท่าทอง ตำบลบึงพระ ตำบลท่าโพธิ์
ตำบลวัดพริก อำเภอเมืองพิษณุโลก ตำบลวังทอง ตำบลวังพิกุล อำเภอวังทอง
และตำบลบางระกำ อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก
เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาและการดำรงรักษาเมืองและบริเวณที่เกี่ยวข้อง หรือชนบท
ในด้านการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน การคมนาคมและการขนส่ง การสาธารณูปโภค บริการสาธารณะ
และสภาพแวดล้อม ทั้งนี้
เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการผังเมือง และโดยที่มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง
แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการผังเมือง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๕ บัญญัติว่า
การใช้บังคับผังเมืองรวมให้กระทำโดยกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๑๕
กันยายน ๒๕๕๓
นันท์นภัสร์/ตรวจ
๑๕
กันยายน ๒๕๕๓
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๗/ตอนที่ ๕๖ ก/หน้า ๑๔/๑๕ กันยายน ๒๕๕๓
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).