ประกาศกระทรวงการคลัง
ประกาศกระทรวงการคลัง
เรื่อง
ผลการจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์พิเศษของกระทรวงการคลัง
ในปีงบประมาณ
พ.ศ. ๒๕๕๗[๑]
เพื่อให้เป็นไปตามความในมาตรา ๑๖ วรรคหนึ่ง
แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘
กระทรวงการคลังขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่า
กระทรวงการคลังโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี
ได้ดำเนินการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗
โดยวิธีการจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์พิเศษของกระทรวงการคลัง ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗
โดยมีเงื่อนไขและสาระสำคัญ ดังนี้
๑. การจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์พิเศษของกระทรวงการคลัง
ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗ ได้ดำเนินการจำหน่ายระหว่างวันที่ ๑๕ - ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๕๗
โดยจำหน่ายให้แก่ผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่เป็นบุคคลธรรมดา มูลนิธิ
สถาบันอื่นที่จัดตั้งขึ้นซึ่งมีวัตถุประสงค์ไม่แสวงหากำไร
ส่วนราชการสังกัดรัฐบาลกลาง สหกรณ์การเกษตร สหกรณ์ประมง สหกรณ์ร้านค้า สหกรณ์อื่น
ๆ สหกรณ์ออมทรัพย์ ชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์ และวัด รวมทั้งสิ้น ๒๕,๕๒๒ ราย โดยทำรายการซื้อพันธบัตรผ่านเคาน์เตอร์และเครื่องถอนเงินอัตโนมัติ
(ATM) ของธนาคารตัวแทนจำหน่าย ๔ แห่ง
ประกอบด้วยธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
โดยมีธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นนายทะเบียน ตัวแทนการจ่ายเงินพันธบัตร และจัดการอื่น
ๆ ที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ในการนี้
ตามระเบียบและวิธีการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด
๒. ผลการจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์พิเศษของกระทรวงการคลังในปีงบประมาณ
พ.ศ. ๒๕๕๗ วงเงินรวม ๓๐,๐๐๐,๐๐๐,๐๐๐
บาท แบ่งเป็น ๒ รุ่นอายุ ดังนี้
๒.๑ พันธบัตรออมทรัพย์พิเศษรุ่นอายุ ๗ ปี จำนวน ๑๑,๘๓๕,๕๔๗,๐๐๐ บาท
อัตราดอกเบี้ยร้อยละ ๔.๒๕ ต่อปี ครบกำหนดไถ่ถอนในวันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๖๔
๒.๒ พันธบัตรออมทรัพย์พิเศษรุ่นอายุ ๑๐ ปี จำนวน ๑๘,๑๖๔,๔๕๓,๐๐๐ บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ
๔.๗๕ ต่อปี ครบกำหนดไถ่ถอนในวันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๖๗
๓. พันธบัตรออมทรัพย์พิเศษข้างต้นมีการชำระดอกเบี้ยปีละ
๒ งวด คือ ในวันที่ ๑๕ มกราคม และ ๑๕ กรกฎาคม ของทุกปี จนกว่าพันธบัตรจะครบกำหนด
การคำนวณดอกเบี้ยคำนวณจากมูลค่าของพันธบัตร โดยใช้หลักเกณฑ์หนึ่งปีมี
๓๖๕ วันและนับตามจำนวนวันที่เกิดขึ้นจริง เศษของหนึ่งสตางค์ให้ปัดทิ้ง
หากวันครบกำหนดชำระดอกเบี้ยตรงกับวันหยุดธนาคารแห่งประเทศไทย
ให้เลื่อนไปชำระในวันทำการถัดไปโดยไม่คำนวณดอกเบี้ยเพิ่มให้ เว้นแต่ดอกเบี้ยงวดสุดท้ายจะคำนวณดอกเบี้ยเพิ่มตามจำนวนวันที่เลื่อนออกไป
ธนาคารแห่งประเทศไทยจะโอนดอกเบี้ยเข้าบัญชีเงินฝาก
(ยกเว้นบัญชีเงินฝากออมทรัพย์พิเศษและบัญชีเงินฝากประจำ) ของผู้ถือกรรมสิทธิ์
ตามรายชื่อและข้อมูลที่ได้รับแจ้งจากบริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย)
จำกัด (กรณีพันธบัตรแบบไร้ใบตราสาร) หรือตามรายชื่อทางทะเบียน (กรณีพันธบัตรแบบมีใบตราสาร)
ณ วันทำการสุดท้ายของธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนถึงช่วงระยะเวลา ๓๐ วัน
ก่อนวันถึงกำหนดชำระดอกเบี้ย
๔. การชำระคืนต้นเงินจะดำเนินการในวันครบกำหนดไถ่ถอน
หากวันครบกำหนดไถ่ถอนตรงกับวันหยุดของธนาคารแห่งประเทศไทย
จะเลื่อนวันครบกำหนดไถ่ถอนเป็นวันทำการถัดไป
กรณีพันธบัตรแบบไร้ใบตราสาร (Scripless) ธนาคารแห่งประเทศไทยจะชำระคืนต้นเงินโดยโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝาก
(ยกเว้นบัญชีเงินฝากออมทรัพย์พิเศษและบัญชีเงินฝากประจำ) ให้แก่ผู้ถือกรรมสิทธิ์ตามรายชื่อและข้อมูลที่ได้รับแจ้งจากบริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์
(ประเทศไทย) จำกัด
กรณีพันธบัตรแบบมีใบตราสาร การชำระคืนต้นเงินตามพันธบัตรจะกระทำได้ต่อเมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยได้รับคืนใบพันธบัตร
๕. การจำหน่ายพันธบัตรในครั้งนี้
๕.๑ ธนาคารตัวแทนจำหน่ายคิดค่าธรรมเนียมในการจำหน่ายพันธบัตรในอัตรา
๒๕๐ บาท ต่อรายการ (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของ Custodian แล้ว)
ซึ่งมีผู้ถือกรรมสิทธิ์ทำรายการซื้อพันธบัตรผ่านเคาน์เตอร์และเครื่องถอนเงินอัตโนมัติ
(ATM) ของธนาคารตัวแทนจำหน่าย ๔ แห่ง รวมทั้งสิ้น ๒๕,๕๒๒ ราย ซึ่งคิดเป็นค่าธรรมเนียมการจำหน่ายพันธบัตรรวมทั้งสิ้น ๖,๓๘๐,๕๐๐ บาท ทั้งนี้
ธนาคารตัวแทนจำหน่ายจะชำระค่าธรรมเนียมการฝากพันธบัตรให้กับบริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์
(ประเทศไทย) จำกัด เพื่อเป็นการนำฝากพันธบัตรออมทรัพย์ซึ่งเป็นพันธบัตรแบบไร้ใบตราสาร
(Scripless) โดยคำนวณตามมูลค่าพันธบัตรคงเหลือล้านละ ๐.๖๐
บาทต่อเดือน สำหรับราคาที่ใช้ในการคำนวณมูลค่าพันธบัตรคงเหลือให้ใช้ตามราคาตราของพันธบัตร
๕.๒ ธนาคารแห่งประเทศไทยในฐานะนายทะเบียน
และตัวแทนการจ่ายเงินพันธบัตรออมทรัพย์พิเศษของกระทรวงการคลัง ในปีงบประมาณ พ.ศ.
๒๕๕๗ ได้คิดค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย ดังนี้
(๑)
ค่าธรรมเนียมในการเป็นนายทะเบียนและตัวแทนการจ่ายเงินเกี่ยวกับพันธบัตรในอัตราร้อยละ
๐.๑ ของดอกเบี้ยที่ชำระและต้นเงินกู้ตามพันธบัตรที่ชำระคืน
(๒) ค่าใช้จ่ายในการพิมพ์แบบพิมพ์พันธบัตรตามที่จ่ายจริง
ประกาศ
ณ วันที่ ๑๕ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๗
พงษ์ภาณุ
เศวตรุนทร์
รองปลัดกระทรวงการคลัง
หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านรายจ่ายและหนี้สิน
ปฏิบัติราชการแทน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๗
ภีราพร/ผู้ตรวจ
๖ พฤศจิกายน
๒๕๕๗
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๑/ตอนพิเศษ ๒๐๗ ง/หน้า ๘/๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๗