ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลบางรักน้อย
ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลบางรักน้อย
เรื่อง
กำหนดจำนวนที่จอดรถยนต์ของอาคารบางชนิดหรือบางประเภท
ลักษณะและขนาดที่จอดรถยนต์
ที่กลับรถยนต์ และทางเข้าออกของรถยนต์
พ.ศ. ๒๕๖๐
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๐ (๑)
และมาตรา ๑๐ (๒) แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร
พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ และมาตรา ๗๑ แห่งพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล
พ.ศ. ๒๕๓๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล
(ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๖ องค์การบริหารส่วนตำบลบางรักน้อย
โดยความเห็นชอบของสภาองค์การบริหารส่วนตำบลบางรักน้อย
ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี คณะกรรมการควบคุมอาคาร
และได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จึงออกข้อบัญญัติไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ข้อบัญญัตินี้เรียกว่า ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลบางรักน้อย เรื่อง กำหนดจำนวนที่จอดรถยนต์ของอาคารบางชนิดหรือบางประเภท
ลักษณะและขนาดที่จอดรถยนต์ที่กลับรถยนต์และทางเข้าออกของรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๖๐
ข้อ ๒ ข้อบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลบางรักน้อย
อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี
ข้อ ๓[๑] ข้อบัญญัตินี้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๔ ให้กำหนดประเภทของอาคารซึ่งต้องมีที่จอดรถยนต์
ที่กลับรถยนต์ และทางเข้าออกของรถยนต์ไว้ ดังต่อไปนี้
(๑) โรงมหรสพ โรงแรม ภัตตาคาร
ห้างสรรพสินค้า สำนักงาน ห้องโถงของภัตตาคาร หรืออาคารขนาดใหญ่
ที่มีลักษณะตามที่กำหนดในข้อ ๒ แห่งกฎกระทรวงฉบับที่ ๗ (พ.ศ.
๒๕๑๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างอาคาร
พุทธศักราช ๒๔๗๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๖๔ (พ.ศ. ๒๕๕๕) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร
พ.ศ. ๒๕๒๒
(๒) อาคารชุดตามกฎหมายว่าด้วยอาคารชุด
(๓) อาคารอยู่อาศัยรวม
ที่มีพื้นที่ตั้งแต่ ๓๐๐ ตารางเมตรขึ้นไป
ข้อ ๕ จำนวนที่จอดรถยนต์
ต้องจัดให้มีตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้
(๑) โรงมหรสพ ภัตตาคาร
ห้างสรรพสินค้า สำนักงาน และห้องโถงของภัตตาคาร
หรืออาคารขนาดใหญ่ต้องจัดให้มีที่จอดรถยนต์ตามที่กำหนด ๓ (๒) (ก) (ง) (จ) (ฉ) และ (ช) แห่งกฎกระทรวงฉบับที่ ๗ (พ.ศ. ๒๕๑๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างอาคาร
พุทธศักราช ๒๔๗๙
(๒) โรงแรมต้องจัดให้มีที่จอดรถยนต์ตามกฎกระทรวง
ฉบับที่ ๗ (พ.ศ. ๒๕๑๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างอาคาร
พุทธศักราช พ.ศ. ๒๔๗๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงฉบับที่ ๖๔ (พ.ศ. ๒๕๕๕) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร
พ.ศ. ๒๕๒๒
(๓) อาคารชุดตามกฎหมายว่าด้วยอาคารชุด
ที่มีพื้นที่ห้องชุดแต่ละห้องชุดตั้งแต่ ๖๐ ตารางเมตรขึ้นไป
ให้มีที่จอดรถยนต์ไม่น้อยกว่า ๑ คัน ต่อ ๑ ห้องชุด และพื้นที่ห้องชุดแต่ละห้องชุดน้อยกว่า ๖๐ ตารางเมตร ให้มีที่จอดรถยนต์ไม่น้อยกว่า
๑ คัน ต่อพื้นที่อาคาร ๑๒๐ ตารางเมตร เศษของ ๑๒๐ ตารางเมตร ให้คิดเป็น ๑๒๐
ตารางเมตร
(๔) อาคารอยู่อาศัยรวม
ให้มีที่จอดรถยนต์ไม่น้อยกว่า ๑ คันต่อพื้นที่อาคาร ๒๔๐ ตารางเมตร เศษของ ๒๔๐
ตารางเมตร ให้คิดเป็น ๒๔๐ ตารางเมตร
(๕) อาคารขนาดใหญ่
ให้มีที่จอดรถยนต์ตามจำนวนที่กำหนดของแต่ละประเภทของอาคารที่ใช้เป็นที่ประกอบกิจการในอาคารขนาดใหญ่นั้นรวมกัน
หรือให้มีที่จอดรถยนต์ไม่น้อยกว่า ๑ คันต่อพื้นที่อาคาร
๑๒๐ ตารางเมตร เศษของ ๑๒๐ ตารางเมตร ให้คิดเป็น ๑๒๐ ตารางเมตร ทั้งนี้ ให้ถือที่จอดรถยนต์จำนวนที่มากกว่าเป็นเกณฑ์
ข้อ ๖ ลักษณะและขนาดของที่จอดรถยนต์
ที่กลับรถยนต์
และทางเข้าออกรถยนต์สำหรับอาคารบางชนิดหรือบางประเภทให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
ฉบับที่ ๗ (พ.ศ. ๒๕๑๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างอาคาร
พุทธศักราช พ.ศ. ๒๔๗๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง
ฉบับที่ ๔๑ (พ.ศ.
๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒
ข้อ ๗ อาคารที่มีอยู่ก่อนแล้วหรือในวันที่ข้อบัญญัตินี้ใช้บังคับให้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามข้อบัญญัตินี้
แต่หากจะดัดแปลงหรือเปลี่ยนการใช้อาคารดังกล่าวต้องปฏิบัติตามข้อบัญญัตินี้
ข้อ ๘ อาคารที่ได้รับใบอนุญาตหรือใบรับแจ้งการก่อสร้าง
ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร
หรือที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายเฉพาะว่าด้วยกิจการนั้นก่อนวันที่ข้อบัญญัตินี้ใช้บังคับ
และยังก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้ไม่แล้วเสร็จ
ให้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามข้อบัญญัตินี้
แต่จะขอเปลี่ยนแปลงการอนุญาตหรือการแจ้งให้เป็นการขัดต่อข้อบัญญัตินี้ไม่ได้
ข้อ ๙ ให้นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางรักน้อย
รักษาการตามข้อบัญญัตินี้
ประกาศ
ณ วันที่ ๒๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๐
ประสาร
กลั่นคุ้ม
นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางรักน้อย
ปวันวิทย์/อัญชลี/จัดทำ
๔ มกราคม ๒๕๖๑
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๔/ตอนพิเศษ ๓๒๓ ง/หน้า ๕๒/๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๐
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).